LOGINภายในชั้นล่างโถงทางเดินยาวมีพื้นกระเบื้องลายหมากรุกขาวดำ ผนังติดประกาศหมายจับ ป้ายประกาศเตือน และรายชื่อผู้สูญหาย โต๊ะเวรยามทำจากไม้เข้ม มีหมึกดำ ขนนก และสมุดบันทึกเล่มหนาวางอยู่ เสียงโทรเลขดังสะท้อนเป็นระยะ ด้านหลังอาคารคือโรงเก็บม้าและรถม้าเจ้าหน้าที่ ห้องขังเก่า ๆ ทำจากเหล็กหนา บางซี่สนิมเริ่มจับ กลิ่นเหล็ก กลิ่นถ่านจากโรงตีเหล็กของเจ้าหน้าที่สืบสวนลอยอ่อน ๆ อยู่ตลอด
สำนักงานหนังสือพิมพ์รุ่งอรุณโครนิคัล ตั้งอยู่บนถนนสายรองอันเงียบสงบ ใกล้ย่านตลาดเช้าที่คึกคัก กลิ่นขนมปังอบใหม่และเสียงผู้คนยามเช้าลอยปะปนกลิ่นหมึกพิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ราวกับทุกเช้ากำลังเริ่มต้นด้วยเรื่องราวใหม่ที่รอถูกบันทึกลงบนกระดาษ อาคารสูงสองชั้นครึ่งสร้างด้วยอิฐสีเทาเข้ม หลังคาทรงจั่วสูงมุงกระเบื้อง เสียงเครื่องพิมพ์กลไกดัง ครึ่ก ครึ่ก! แม้จะยืนอยู่นอกอาคาร ทุกเช้าของวันจะมีเด็กหนุ่มยืนรอรับกองหนังสือพิมพ์เพื่อไปขายตามมุมถนน ป้ายไม้เหนือประตูเขียนว่า THE LONDON DAILY CHRONICLE
เมื่อเดินเข้าไปในอาคาร กลิ่นหมึกพิมพ์สด ๆ และกระดาษใหม่ลอยแรงจนรู้สึกเฉพาะตัว โต๊ะทำงานเรียงกันแน่นเต็มพื้นที่ แต่ละโต๊ะมีแผ่นขนนก ปากกาโลหะ หมึก กระดาษกองสูง แสงสว่างลอดผ่านหน้าต่างกรอบเหล็กสูงบนผนังและตะเกียงแก๊สติดตามเสาอาคาร นักข่าวแต่งชุดเสื้อกั๊ก คอเสื้อผูกโบ ก้มหน้าพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดเสียงดัง แปะ แปะ แปะ
แผนกเครื่องพิมพ์ด้านหลัง เครื่องพิมพ์แบบโรตารีขนาดใหญ่เป็นศูนย์กลางของห้อง คนงานกำลังป้อนกระดาษอย่างเร่งรีบ เสียงโลหะบดผสานกับเสียงเครื่องเฟืองหมุนเป็นจังหวะพื้นเปื้อนหมึกและเศษกระดาษที่ถูกเหยียบยับ ลมร้อนจากเครื่องพิมพ์ทำให้บรรยากาศในห้องอุ่นตลอดวัน ทั้งหมดนี้ทำให้สำนักหนังสือพิมพ์เป็นเหมือนหัวใจของเมือง เต้น ตึก ตัก เต็มไปด้วยข่าว ข้อเท็จจริง ข่าวลือ และเรื่องเล่าที่จะถูกส่งต่อให้ผู้คนทั้งเมืองในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
เสียงล้อจักรยานเหล็กดังก้องในตรอกแคบ บุรุษไปรษณีย์ในชุดกรมท่าปั่นฝ่าลมหนาวเข้ามายังสถานีตำรวจไวท์แชปเพิลอาคารก่ออิฐแดงที่ตั้งตระหง่านราวกับรูปปั้นแห่งความยุติธรรมของเมืองนี้ เขาจอดรถตรงขั้นบันไดหินอ่อนที่ขึ้นไปยังประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ กระดิ่งจักรยานสั่นเบา ๆ ก่อนที่เขาจะหยิบกระเป๋าหนังหนักอึ้งมาวางพาดบนต้นขาแล้วเปิดฝากระเป๋าช้า ๆ
ภายในแบ่งเป็นช่องอย่างเป็นระเบียบ แต่สิ่งที่เขาค้นหาคือ ซองกระดาษสีงาช้าง หนาปิดผนึกด้วยครั่งสีแดงเข้ม ประทับตราราชสำนักฝ่ายความมั่นคง เขาวางซองนั้นบนฝ่ามืออย่างระมัดระวัง ราวกับถือระเบิดที่อาจเปลี่ยนชะตาทั้งคดี
เมื่อประตูเปิดออก เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากภายในโถง อีธาน ฮาร์โรว์ ตำแหน่ง ผู้ช่วยคณะกรรมการตำรวจลอนดอน สังกัด ฝ่ายสืบสวนอาชญากรรมและปฏิบัติการพิเศษ สกอตแลนด์ยาร์ด บุคลิก สุขุม เฉียบคม เก็บรายละเอียดเก่ง พูดน้อยแต่หนักแน่น จุดแข็ง การวิเคราะห์คดีซับซ้อน ความสามารถบัญชาการภาคสนาม การวางแผนยุทธวิธี ชื่อเสียงในกรม เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ที่ไต่เต้าเร็วที่สุด มีสถิติคลี่คลายคดีอาชญากรรมรุนแรงสูง ปรากฏตัวในชุดเครื่องแบบสีดำเข้มปลายโค้ทยาวสะบัดตามแรงก้าว เขามีแววตาเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งคืน แต่กลับคมกริบเหมือนมีด บุรุษไปรษณีย์ยืนตัวตรงทันที
“คุณฮาร์โรว์?” เสียงเขาเบาแต่หนักแน่น
อีธานพยักหน้าเพียงเล็กน้อย “ครับ?”
บุรุษไปรษณีย์ดึงซองลับออกจากช่องกระเป๋าที่ปิดด้วยสายรัดสองชั้น แล้วยื่นให้ด้วยสองมือเหมือนกำลังส่งมอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์
“จดหมายชั้นลับระดับสูงสุด จากกรมกิจการภายใน ขอให้คุณเซ็นรับด้วยครับ”
อีธานรับซองมา น้ำหนักมันทำให้คิ้วเขาขมวดโดยไม่รู้ตัว เขาใช้นิ้วลูบตราครั่งลายสิงโตคู่ยืนประจัญบาน ใต้ตราสลักตัวอักษรเล็ก ๆ ว่า For Your Eyes Only
“ใครเป็นคนส่ง?” อีธานถามเสียงต่ำ
บุรุษไปรษณีย์ส่ายหน้า “ผมได้รับคำสั่งให้ไม่ตั้งคำถามใด ๆ ทั้งสิ้นครับ จดหมายฉบับนี้ผ่านการคุ้มกันสองชั้นตั้งแต่ต้นทาง คุณควรเปิดอ่านในที่ปลอดภัย”
ดัชเชสวิเวียนน์ รอยยิ้มอบอุ่นฉายชัดบนใบหน้า “หลานสะใภ้ทำถูกต้องแล้ว ลูกเลือกปกป้องเกียรติยศของอีธานและอนาคตของทายาทฮาร์โรว์ การเป็นภรรยาของผู้บัญชาการก็เป็นหน้าที่ที่สำคัญไม่แพ้กัน”อีธานทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ ความรู้สึกผิด ผสมกับความซาบซึ้งใจท่วมท้น “คุณเสียสละสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเพื่อผม... ผมจะเป็นหนี้บุญคุณคุณไปตลอดชีวิต” อีธานเสียงสั่นเครือ “ไม่หรอกค่ะ นี่คือหน้าที่ของภรรยาและแม่ ฉันจะกลับไปทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่กว่า คือการเป็นแม่บ้านของตระกูลฮาร์โรว์ เพื่อให้คุณได้ทำหน้าที่ปกป้องเมืองหลวงได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงข้างหลังอีกต่อไป” เอวาร์ยกมือลูบผมเขาหลังจากคำประกาศที่เต็มไปด้วยความรักและการเสียสละของเอวาร์ คฤหาสน์ฮาร์โรว์ก็เข้าสู่ โหมดเตรียมทายาททันที ทุกคนในตระกูลต่างร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ความสุขที่มาพร้อมความวุ่นวายเล็กน้อยได้ปกคลุมทั่วบริเวณ อีธานดำเนินการเรื่องความปลอดภัยของเอวาร์อย่างเคร่งครัด ชนิดที่ว่าหากมีนกตัวไหนบินเฉียดหน้าต่างห้องเอวาร์ก็อาจถูกตรวจสอบประวัติทันที!หน่วยรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคล ที่ได้รับคำสั่งจากสำนักพระราชวังมาถึงอย่างรวดเร็ว พวกเขาจัดก
ลีออนเงยหน้าขึ้นจากพื้น สบตาเพื่อนสนิท ยักไหล่เล็กน้อยอย่างเข้าใจ “เอวาร์...การเป็นตำรวจอาจเป็นสิ่งที่เธอรัก แต่สำหรับพี่อีธานเขารักเธอมากกว่าทุกยศศักดิ์ในโลกนี้ ตอนนี้ในท้องเธอมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา เธอคิดว่าเขาจะยอมให้อันตรายใดๆ มาทำร้ายภรรยาและลูกได้เหรอ รอยแผลที่แขนเธอครั้งนั้น... เขาอาจจะไม่เคยพูดออกมา แต่มันกลายเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขา เขาไม่เคยให้อภัยตัวเองหรอกนะเอวาร์ พี่ชายของฉันคนนี้ เขายอมให้ทุกคนประณามหยามเกียรติได้ แต่คงไม่ยอมให้เธอกับลูกเป็นอะไรไปแน่ เขาเป็นคนแบบนั้นและนี่!ไม่ใช่การยอมแพ้เอวาร์... นี่คือการเปลี่ยนสนามรบต่างหาก พี่อีธานและเธอกำลังจะสละเครื่องแบบเพื่อปกป้องเกียรติยศที่สูงกว่า”“ขอบใจนะลีออน... นายช่วยฉันได้มาก ฉันแค่ต้องการใครสักคนช่วยตอกย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้ของฉันจะปกป้องอีธานจากสายตาคนอื่นได้จริง” การสนทนาจบลงทันทีที่อีธานเดินกลับเข้ามา เอวาร์ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในใจ เอวาร์ยิ้มอ่อนโยน กุมมือที่เย็นจัดของอีธานไว้แน่น“อีธาน... ฉันขอบคุณที่คุณรักและห่วงใยฉันขนาดนี้” เธอพูดเสียงแผ่วเบา “แต่คำสั่งของคุณ มันจะทำให้คนอื่นมองคุณไม่ดี และอาจเป็นจุดอ่อ
“ลีออนไปเฝ้าเอวาร์ในห้องพักฟื้นที อย่าให้ใครเข้าใกล้เธอแม้แต่ก้าวเดียว ห้ามทิ้งเธอไว้ลำพังแม้แต่วินาทีเดียว จนกว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยจะมาถึง นี่คือคำสั่งที่ต้องปฏิบัติตามด้วยชีวิต” อีธานสั่งด้วยเสียงต่ำและหนักแน่นเมื่อถึงห้องทำงานส่วนตัว อีธานเปิดไฟที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว และหยิบเครื่องเขียนที่มีตราพระราชลัญจกรประจำตำแหน่งผู้บัญชาการขึ้นมา เขาไม่ได้ติดต่อเพียงแค่กระทรวงมหาดไทย แต่ตัดสินใจใช้ช่องทางสูงสุดเพื่อความมั่นคง เขาเขียนจดหมายฉบับหนึ่งด้วยลายมือที่เร่งรีบแต่เป็นระเบียบ ถึงบุคคลสำคัญในสำนักพระราชวังซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการสั่งการคุ้มครองระดับสูงสุดและรอบด้านที่สุดสาระสำคัญของจดหมายคือการขอพระราชทานความคุ้มครองแก่ภรรยาและทายาทที่กำลังจะเกิด โดยแจ้งถึงสถานะใหม่ของเอวาร์ และความเสี่ยงที่เธอได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ของเขาในคดีสำคัญระดับชาติ เป็นการขอใช้พระราชอำนาจเพื่อความปลอดภัยสูงสุดเหนือกว่าระบบตำรวจปกติจะสามารถให้ได้ อีธานผนึกจดหมายด้วยครั่งอย่างรวดเร็ว และมอบให้ 'ม้าเร็วของราชการ' ซึ่งรอประจำการอยู่ด้านนอก ผู้ส่งสาสน์ส่วนตัวซึ่งเป็นนายตำรวจที่ไว้วางใจที่สุดให้รีบนำไปส่งยังพระรา
แพทย์ดูผลตรวจเลือดชั่วคราวแล้วหันกลับมาหาทั้งคู่ ดวงตาเธอฉายรอยยิ้มอ่อนโยน“งั้น... ฉันจะบอกข่าวดีเลยนะคะ”อีธานตัวแข็งทื่อ เผลอจิกมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเครียดและความกลัวในใจทะยานสู่จุดสูงสุด“ข่าวดี...?” เขาพึมพำแพทย์ยิ้มกว้างขึ้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่สุด“ยินดีด้วยท่านผู้การ คุณเอวาร์กำลังตั้งครรภ์ค่ะ” โลกเหมือนหยุดหมุนไปหนึ่งวินาที ความเงียบหนักอึ้งดุจกาลเวลาหยุดนิ่งเอวาร์ตกใจ ตาเบิกกว้าง มือเล็กเผลอกำมืออีธานกลับ อีธานนิ่งตาแข็งเหมือนสมองกำลังค่อยๆ ประมวลผลทีละคำ กำลัง... ตั้งครรภ์... เด็กของเขา... ลูกของเขากับเอวาร์... ค่อยๆ ช้าๆ ดวงตาสีเทาเข้มนั้นเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่ เขาหลุบหน้าลง ดวงตาไหวระริก เสียงทุ้มนุ่มแทบกลืนหายไปกับลมหายใจ“เอวาร์... เรา... มีลูกแล้วเหรอ” อีธานวางมือข้างซ้ายลูบหน้าท้องเธออย่างแผ่วเบา ราวกับหวั่นใจว่าจะทำให้เด็กในนั้นสะดุ้ง ความแข็งแกร่งของท่านอธิบดีผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พันตำรวจเอกอีธาน ฮาร์โรว์ หายจนสิ้นเหลือเพียงชายคนหนึ่งที่รักภรรยาหมดหัวใจ ลมหายใจของอีธานขาดห้วง เขากะพริบตาช้าๆ เหมือนต้องใช้เวลาเพื่อให้คำพูดนั้นซึมเข้ามาในส
“คุณโอเคไหม? หน้าคุณซีดมาก เดี๋ยวนะ ผมนั่งพยุงคุณดีกว่า…” เขากำลังจะประคองเธอให้ยืนมั่นคง แต่ประตูสำนักงานก็ถูกผลักออกด้วยแรงที่ทำให้หลายคนสะดุ้งอีธานเดินเข้ามาพอดี ร่างสูงในชุดยูนิฟอร์มสีเข้ม หัวไหล่กว้างบดบังแสงด้านหลัง ดวงตาสีเทาเข้มนิ่งสนิท นิ่งจนทั้งห้องเย็นวาบ เหมือนอุณหภูมิลดลงทันที ไม่ใช่ความโกรธแบบตะโกน แต่เป็นความอันตรายที่เงียบงัน เขามองภาพเฮนรี่ที่กำลังจับตัวภรรยาของเขา มุมปากกระตุกเล็กน้อยเหมือนพยายามประคองสติ เสียงอีธานดังขึ้นช้า ๆ ต่ำ และ เฉียบคมจนบาดอากาศ“วางภรรยาผมลงเดี๋ยวนี้” แม้ไม่ได้ขึ้นเสียง แต่ความกดดันนั้นพาให้ทั้งห้องหยุดหายใจ เฮนรี่ปล่อยทันที“ผม…ผมแค่ช่วยครับท่านผู้การ เธอเหมือนจะไม่สบาย” อีธานไม่ตอบ เขาเพียงจ้องอีกฝ่ายนิ่ง ก่อนที่จะดึงเหตุผลขึ้นมากลบอารมณ์อ่อนไหว“ขอบคุณที่ช่วยเธอ” อีธานรีบเดินเข้าหาเอวาร์ ประคองเธออย่างรวดเร็ว“เอวาร์ มองผมสิ” เสียงเขาเบาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่มือกลับสั่นน้อย ๆ สั่นเพราะความกลัว ไม่ใช่ความโกรธเธอพยายามยิ้มบาง ๆ “ฉันแค่…เวียนหัวค่ะ”อีธานไม่รอช้า เขาอุ้มเธอขึ้นเต็มแขน “เราจะไปห้องพยาบาล เดี๋ยวนี้”ทุกคนในห้องเงียบสนิท มองภา
เธอเริ่มจากการเปิดซองหลักฐานหมายเลขหนึ่ง ชิ้นส่วนผ้าผืนนุ่มที่พบในโกดัง ผ้าชนิดเดียวกับที่ใช้ห่อภาชนะในโรงงานถูกคลี่ออกบนแผ่นกระดาษลายกริด เอวาร์ค่อยๆ ใช้แปรงขนาดเล็กปัดฝุ่นจัดวางสไลด์ตัวอย่าง นำเข้าสู่กล้องจุลทรรศน์ เธอทำสไลด์อย่างประณีต หยดสารบางชนิดเพื่อให้เห็นการย้อมสีของเส้นใย ใช้กล้องส่องภาพเพื่อค้นหาการปนเปื้อนของแร่ธาตุหรือคราบเคมีที่อาจบ่งบอกแหล่งที่มาขั้นตอนหนึ่งที่เธอทำหลายครั้งคือ การถ่ายภาพหลักฐานทุกมุม ก่อนจับใส่ถุงซิปผนึกติดเทปและประทับตราหมายเลขคดีอย่างเป็นทางการ การทำขั้นตอนนี้เรียบร้อยและไม่รีบร้อน ทำให้สังเกตเห็นได้ว่าแต่ละชิ้นไปตามระบบซึ่งสามารถนำไปต่อยอดทางคดีได้อย่างแม่นยำ เพื่อนร่วมงานบางคนเข้ามาดูด้วยความชื่นชม “คุณเอวาร์ทำได้ละเอียดจริง ๆ”อีธานยืนใกล้ๆ เขาไม่ได้เข้าไปขัด แต่สายตาเขาส่งความหวงหา ความภาคภูมิใจ และ ความไม่อยากปล่อยให้ใครมาแตะต้องเธอแม้เพียงคำชมของคนอื่นเอวาร์หยิบชิ้นตัวอย่างหนึ่งขึ้นมาวางใต้เลนส์กล้องจุลทรรศน์ กลั่นแสงออกมาทำให้รูปร่างของเส้นใยแปลกตาปรากฏ เธอขมวดคิ้วแล้วจดบันทึก บันทึกด้วยลายมือที่เป็นระเบียบว่า “ลักษณะการย้อมสีแดง-คราบสารอินท







