LOGIN2 ปีผ่านไป
Part นาเนีย
“เฮียคัส เสร็จรึยังคะ น้องจะสายแล้วนะเนี่ย” ฉันเอ่ยปากเร่งพี่ชายของตัวเองที่ตอนนี้ยังไม่ออกมาจากห้องน้ำเลย และวันนี้ก็เป็นวันเปิดเรียนวันแรกด้วย ฉันจะไปสายไม่ได้
“ไม่ต้องรีบหรอกเฮียบอกพวกไอ้เตอร์ไว้แล้ว ว่าวันนี้เฮียกับรีนจะไปสายหน่อย” เสียงเฮียมาคัสดังผ่านประตูห้องน้ำออกมาพร้อมกับเสียงน้ำที่กำลังพุ่งออกจากฝักบัว
“แล้วทำไมเฮียไม่บอกหนูตั้งแต่แรกคะ หนูจะได้ไม่ต้องรีบ” ฉันพูดเชิงบ่นไปเล็กน้อยก่อนจะกลับมานั่งที่โซฟาห้องรับแขกเหมือนเดิม มือก็เล่นโทรศัพท์ฆ่าเวลาไปพราง ๆ
ตอนนี้ก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว ฉันก็กำลังจะเข้าเรียนมหาลัยที่ไทย ซึ่งก็ขึ้นปี 2 เลย เพราะว่าพี่ชายของฉันจัดแจงเรื่องราวต่าง ๆ ให้ มีการสอบเทียบอะไรไม่รู้เยอะแยะเต็มไปหมด
ส่วนเฮียก็เข้าเรียนตั้งแต่เทอมที่แล้วละล่ะ ตอนนี้ก็อยู่ปี 4 และคนที่ชื่อ ‘เตอร์’ อะไรนั่นก็น่าจะเป็นเพื่อนของเฮียที่อยู่มหาลัยนั่นแหละ
“ไป ๆ เฮียเสร็จแล้ว” เวลาผ่านไปไม่นาน เฮียก็เดินลงมายังชั้นล่างพร้อมชุดนักศึกษาที่เหมือนจะไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ แต่ก็ช่างเถอะเขาปี 4 แล้วอะเนอะ
“เฮีย วันนี้ไม่ต้องให้พี่กัสไปกับหนูได้มั้ย หนูไม่อยากให้คนรู้ว่าเราเป็น.....” ฉันตั้งใจแล้วว่าจะเป็นคนใหม่ ถ้ามีการ์ดไปด้วยแบบนี้ใครจะกล้าเข้ามาคุยกับฉันกันล่ะ
“แต่ว่า....” เฮียก็ยังคงแสดงสีหน้าเป็นห่วงฉันและเหมือนว่าจะไม่ยอมให้พี่กัสอยู่บ้านด้วยล่ะ พี่กัสได้ย้ายมาเป็นการ์ดส่วนตัวของเฮียมาคัสอย่างเต็มตัวแล้ว
ฉันจะสั่งให้เขาอยู่นี่ก็ไม่ได้ เพราะพี่กัสฟังแค่เฮียเพียงคนเดียว ฉันถึงต้องอ้อนเฮียแทน ฉันเข้าใจนะว่าเป็นห่วงแต่ก็ยังไง ๆ อยู่
“นะเฮีย เฮียก็ไปเรียนกับหนูเนี่ย ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ” ฉันเดินเข้าไปเกาะแขนพี่ชายตัวเองแล้วเอาหน้าถูแขนอย่างอ้อน ๆ ยังไงวันนี้ก็ต้องไม่มีการ์ดไปด้วยเด็ดขาด
“เฮ้อ.. ก็ได้ งั้นนายอยู่ที่นี่แหละ ค่อยไปรับนาเนียตอนเลิกเรียนอีกทีแล้วกัน” ในที่สุดเฮียก็ยอมให้ฉันเหมือนเคย ฉันจะหาพี่ชายที่ดีอย่างนี้ได้จากที่ไหนเนี่ย
“งั้นเราไปกันเลยดีกว่าค่ะ เหมือนว่าจะยังทันรับน้องอยู่” ฉันเข้ามาตอนปี 2 เลยยังไม่มีสายรหัส จำเป็นจะต้องจับสายรหัสกับรุ่นน้องปี 1 ก่อน เลยต้องเข้ารับน้องเล็กน้อย
“ไปขึ้นรถเลย เดี๋ยวเฮียตามไป” ฉันได้ยินดังนั้นก็คว้ากระเป๋าและเดินออกไปด้านหน้าบ้านทันที สองเท้าก้าวขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของเฮียมาคัส และไม่นานเจ้าตัวก็ขึ้นมาและขับตรงไปยังมหาลัย
ณ มหาลัย
“บรื๊น...” เวลาผ่านไปราวสิบกว่านาที ตอนนี้เราสองคนก็เดินทางมาถึงที่มอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราสองคนเรียนคณะเดียวกันนั่นก็คือ บริหารธุรกิจนานาชาติ
“เฮีย หนูไปก่อนนะคะ” ฉันก้าวลงมาจากรถก็หันไปบอกเฮียมาคัสที่ลงรถตามฉันมาติด ๆ เฮียเดินอ้อมมายังฝั่งที่ฉันยืนอยู่
“โอเคครับ ไปก่อนเลยเดี๋ยวเฮียไปหาเพื่อนก่อน เจอกันที่ลานรับน้อง” เฮียเลื่อนมือหนาขึ้นมาลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู ฉันก็ชินแล้วล่ะ เพราะเฮียมาคัสชอบลูบหัวฉันมาก
“โอเคค่ะ” ฉันยิ้มหวานส่งไปหนึ่งกรุบก่อนจะเดินออกมาและเดินเข้าไปที่ใต้ตึกคณะ เพราะเหมือนจะมีคนมาเยอะพอสมควรแล้ว
“แก ๆ พี่มาคัสมากับผู้หญิงว่ะ ใครก็ไม่รู้ เหมือนจะเป็นรุ่นน้องเราด้วย” ฉันเดินเข้ามาภายในอาคารได้ไม่กี่เก้าก็ได้ยินเสียงซุบซิบเต็มไปหมด
“เฮียก็ฮอตเหมือนกันนะเนี่ย” ฉันมองไปยังคนที่กำลังพูดถึงฉันกับเฮียอยู่และยิ้มหวานตอบกลับไป ดูเหมือนว่าหนึ่งในนั้นจะมองไปที่เฮียมาคัสด้วยล่ะ
“อย่าบอกนะว่าชอบเฮียฉันเข้าแล้วน่ะ” นี่พึ่งมาเรียนได้แค่เทอมเดียว เฮียก็สร้างเรื่องไว้ได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ร้ายกาจไม่เบา
“น้องครับ มารวมกันตรงนี้!” ฉันนั่งก้นยังไม่ทันแตะเก้าอี้เลย รุ่นพี่ก็ตะโกนดังลั่นและยืนรออยู่หน้าลานกว้างของตึกคณะ ฉันเลยจำเป็นต้องลุกขึ้นและวางกระเป๋าไว้ตรงนี้
“เร็วหน่อยครับ! อย่าให้รุ่นพี่รอนาน” ว้ากสะดังเชียว กลัวเขาไม่รู้รึไงว่าเป็นพี่ว้าก เสียงดังขนาดนี้ระวังเจ็บคอนะคะพี่
“ตุบ! โอ๊ย” ด้วยความรีบร้อน บวกกับความชุลมุลวุ่นวาย เลยทำให้ฉันชนเข้ากับใครบางคนเข้าเต็ม ๆ จนก้นจ้ำเบ้าลงไปกองอยู่กับพื้น
“เป็นอะไรรึป่าว เราขอโทษ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นรุ่นเดียกันกับฉัน เอ่ยพร้อมกับยื่นมือมาพยุงตัวฉันให้ลุกขึ้น
“ไม่เป็นไร รีบไปเถอะ” ฉันลุกขึ้นมาและใช้สองมือปัดฝุ่นที่ติดอยู่ตามแขนและขา เราสองคนรีบเดินมายังลานรับน้อง
“มากับครบรึยังครับ!” เมื่อมานั่งเรียบร้อยแล้ว รุ่นพี่ว้ากก็ถามออกมาเสียงดังจนหลายคนรวมถึงฉันก็ตกใจไปตามกัน
“รุ่นพี่ถามทำไมไม่ตอบ!” เราที่เป็นรุ่นน้องต่างก็ก้มหน้างุด ที่นี่เขารับน้องกับโหดแบบนี้เลยเหรอ
“ถ้าไม่มีใครตอบ ไปวิ่งรอบสนามคนละ 3 รอบ!” คำขู่ของรุ่นพี่มีผลต่อพวกเราเป็นอย่างมาก จึงทำให้มีคนกล้าเงยหน้าขึ้นไปตอบ
“ครบแล้วครับ” น้องปี 1 คนนั้นพูดจบก็ก้มหน้างุด พอรุ่นพี่ได้ยินคำตอบก็พยักหน้าเข้าใจแล้วก็หันไปคุยอะไรบางอย่างกับรุ่นพี่คนอื่น
“ในเมื่อมากันครบแล้ว พี่ก็จะเริ่มแล้วนะครับ” รุ่นพี่คนนั้นพูดจบก็มีรุ่นพี่อีกจำนวนหนึ่งเดินมาล้อมรอบพวกเราเอาไว้ มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
“นี่คือรุ่นพี่ที่พวกเราจะต้องรู้จัก เชิญรุ่นพี่แนะนำตัวได้เลยครับ” พี่ว้ากพูดจบก็ถอยไปด้านหลังสองสามก้าว รุ่นพี่ผู้หญิงคนแรกก็เริ่มแนะนำตัว
“สวัสดีค่ะ พี่ชื่อมิน อยู่ปี 4 ค่ะ” รุ่นพี่แนะนำตัวไล่ไปตามลำดับ โดยมีทั้งพี่ปี 4 ปี 3 และรุ่นเดียวกับฉันคือ ปี 2 ที่ยืนปะปนกันไป จนเกือบมาถึงกลุ่มของเฮียฉัน
“สวัสดีค่ะ พี่ชื่อเยล ปี 4 ค่ะ” พี่ผู้หญิงคนสุดท้ายแนะนำตัวเสร็จก็ได้ยินเสียงพวกปี 1 แห่แซวกันหลายคน ซึ่งพี่เยลบอกได้เลยว่าสวยมาก
“สวัสดีน้องที่น่ารักทุกคน พี่ชื่อไคเลอร์ครับ” พี่ไคเลอร์พูดจบก็ส่งยิ้มมาที่พวกเรา หล่อ แต่ดูเจ้าเล่ห์ยังไงไม่รู้
“พี่ชื่อ ธีโอครับ ปี 4” พอพี่ธีโอก้าวขึ้นมาพูดจบและถอยหลังลงไป เสียงสาวต่างก็หวีดให้กับเขา พี่ธีโอดูเป็นคนที่เหมือนจะไม่มีอะไร
แต่ด้วยความที่ครอบครัวฉันเป็นมาเฟีย ฉันเลยดูออกว่าพี่ธีโอเนี่ย น่าจะร้ายลึก ดูจากคำพูด สีหน้าท่าทางแล้ว
“สวัสดีครับ พี่ชื่อ มาคัส ปี 4” พอมาถึงตาเฮียมาคัสคนสุดท้าย ฉันก็ส่งยิ้มหวานไปให้พี่ชายตัวเอง เฮียก็หว่านเสน่ห์ไปทั่วลานเลย แต่พอมองเห็นฉันก็เปลี่ยนเป็นสายตาอบอุ่นทันที
ฉันว่าป๊ากับม๊าก็ไม่ได้เจ้าเล่ห์นะแต่ทำไมโตขึ้นมาเฮียถึงได้ร้ายกาจแบบนี้กันนะ
“ตึก ตึก ตึก” เมื่อพี่ว้ากกำลังจะพูด ก็มีรุ่นพี่อีกคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อนและมาหยุดยืนข้าง ๆ เฮียของฉัน
“.......” เมื่อทุกคนรวมถึงฉันได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาก็พากันกรี๊ดกร๊าด ฉันนี่อ้าปากค้างเลยจ้า พ่อคุณทูลหัว จะหล่ออะไรเบอร์นั้น
“ฮันเตอร์ ปี4” เมื่อพี่คนสุดท้ายที่พึ่งมาถึงพูดจบ ทุกคนต่างก็พากันนิ่งเงียบ เพราะพี่ฮันเตอร์พูดแค่นั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นคนเย็นชายังไงก็ไม่รู้
“ขนาดพูดแค่นี้ยังมีเสน่ห์เลยอะแก” รุ่นน้องปี 1 ที่อยู่ข้างฉันพูดขึ้นมาและเขินตัวบิดไปมา ยอมรับเลยว่าฉันเองก็สนใจพี่ฮันเตอร์อยู่ไม่น้อย
“เอาล่ะครับในเมื่อมากับครบแล้วพวกพี่ก็แนะนำตัวจบแล้ว ก็ถึงตาน้องแนะนำตัวกันบ้างแล้วครับ” เหมือนเดิมที่คนแรกของแถวต้องลุกขึ้นแนะนำตัวก่อนและไล่มาตามลำดับ
“.……..” ในระหว่างที่กำลังแนะนำตัวกัน ฉันก็ยังคงละสายตาจากพี่ฮันเตอร์ไม่ได้ คนอะไรหล่อไปทุกอิริยาบทแบบนี้ นาเนียอยากได้ อิอิ
“น้องครับ” พี่ฮันเตอร์นิ่งมาก ดูสุขุมสุด ๆ หล่อแบบว่า หล่อ!!!! ตะโกนดัง ๆ ออกไปเลย สูงก็สูง ขาวก็ขาว ดูตาที่คม ๆ นั่นสิ นาเนียหลงไม่ไหวแล้ว
“นาเนีย” ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะมีโมเม้นท์เจอรักแรกพบกับเขาด้วย ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น มันเป็นแบบนี้เองสินะ แล้วเราก็อยู่คณะเดียวกันด้วยล่ะ
“นาเนีย!!” ฉันสะดุ้งโหยงหลุดออกจากภวังค์เมื่อครู่ เมื่อเสียงเฮียทะลุเข้ามาใสโสตประสาทของฉัน เมื่อได้สติก็มองไปรอบ ๆ ก็พบกับสายตาหลายคู่จ้องมาที่ฉันเป็นตาเดียว
“ลุกขึ้นแนะนำตัวได้แล้ว” เฮียพูดขึ้นมาอีกครั้ง ฉันเลยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 166 เซนติเมตรของฉัน และคาดว่ามันจะสูงได้แค่นี้ด้วย
“สวัสดีค่ะ ชื่อนาเนีย ปี 2 ค่ะ” ฉันแนะนำตัวให้ทุกคนได้ยินพร้อมกันก่อนจะนั่งลงและคนถัดไปก็ลุกขึ้นพูดต่อจากฉัน ก่อนหน้านี้ฉันเหม่ออะไรของฉันเนี่ย
“แหะ ๆ” ฉันยิ้มแห้งส่งไปยังเฮียมาคัสพร้อมส่ายหน้ารัว เพราะเฮียส่งสายตามายังฉันเป็นเชิงตั้งคำถาม ว่าฉันเหม่ออะไร?
“เอาล่ะครับในเมื่อทุกคนในนี้ต่างก็รู้จักกันหมดทุกคนแล้วและก็มีปีปี 2 เพิ่มมาด้วย เราเลยต้องใส่ชื่อพี่ปี 4 เพิ่ม เริ่มจับสายรหัสได้เลย แถวแรกมาก่อนครับ” ฉันลุกขึ้นยืนเพราะว่าอยู่แถวแรก
“ขอล่ะ ๆ สาธุ” ฉันอธิษฐานในใจก่อนจะล้วงมือลงไปในโหลทึบที่มีพี่รหัสของฉันอยู่ในนั้น ฉันอยากได้พี่ฮันเตอร์มาเป็นพี่รหัส สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยลูกด้วยค่ะ
Part ไคเลอร์“..............” ผมกับไอ้ธีโอมองภาพตรงหน้าอยู่ดี ๆ ก็เผลอหลุดยิ้มไปกับพวกมัน ไอ้ฮันเตอร์ดีใจที่นาเนียตั้งท้องจนร้องไห้จนไม่หลงเหลือคราบความเย็นชาไอ้มาคัสก็ดีใจที่น้องสาวตัวเองมีความสุข แถมได้เจอคนดี ๆ ที่เข้ามาดูแลน้องตัวเองได้“พวกเราจะมีหลานคนแรกของกลุ่มแล้วว่ะ แม่งตื่นเต้นชิบหาย” ไอ้ธีโอพูดออกมาเสียงดัง“หลานคนแรกกูจะรับขวัญหนัก ๆ เลย” หลานคคนแรกทั้งทีต้องยิ่งใหญ่หน่อย“มึงสู้กูไม่ได้หรอก” ไอ้มาคัสหันมาขิงใส่ผมอย่างเอาเป็นเอาตาย “พอเลยค่ะ นี่แค่พึ่งสัปดาห์แรกเองนะคะ ไว้คลอดแล้วค่อยเปย์ก็ได้” เราหยุดเถียงกันตามที่นาเนียว่า วันเรียนจบ“ยินดีด้วยนะคร้า~~~” นาเนียแบกเจ้าตัวเล็กในท้องมาร่วมแสดงความยินดีกับพวกผมทั้งสี่คน แต่ดูเหมือนจะมีคนออกอาการนอกหน้านอกตากว่าใคร“เฮียบอกแล้วว่าไม่ต้องมาก็ได้” ฮันเตอร์มันรีบเขาไปพยุงเมียอย่างทะนุถนอม ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับมันนะ“เราท้องโตแล้วอย่าเดินเยอะสิ” นาเนียได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ส่งมายังมาคัสที่พึ่งดุเธอไป “น้องมันก็มาแล้ว อย่าไปดุน้องมันนักเลย มา ๆ ถ่ายรูปกันดีกว่า” พอผมเข้าข้างน้องนาเนียเธอก็ยิ้มกว้างทันที และรีบเดินเข้ามาหาพวกเรา ก่อน
Part นาเนีย“หนูรักพี่มากนะคะ จุ๊บ~” ฉันพูดจบก็เลื่อนไปจุ๊บแก้มของเขาที่ยังคงหลับอยู่“จุ๊บ! พี่ก็รักหนูครับ” พี่ฮันเตอร์ก้มลงมาจุ๊บปากฉันกลับอย่างรวดเร็ว มันเร็วมาจนฉันตกใจ “พี่แกล้งหลับเหรอ!” ฉันลืมตากว้าง หลังจากที่เขาทำแบบนั้นกับฉัน นี่เขาตื่นกี่โมงเนี่ย“ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย” ฉันคลายความตกใจลงและนอนหนุนแขนซุกอกเขาอย่างเดิม“ตื่นก่อนเราไม่นานหรอก” เขาตอบกลับมาตามตรง และเอาคางมาเคยอยู่บนหัวของฉัน“ขอบคุณนะคะ” ฉันขอบคุณเขามากจริง ๆ ทุกเรื่องราวที่ผ่านมา ทุกอย่างที่เขาทำให้ฉัน“ขอบคุณเรื่องอะไรครับ” เขาถามออกมาด้วยความสงสัย แต่สิ่งที่ทำให้ฉันตื้นตันก็คือเขาอบอุ่นมาก เขาอ่อนโยนกับฉันมาก“ขอบคุณทุกอย่างเลยค่ะ” ฉันไม่พูดเปล่าแต่กระชับอ้อมกอดเขาให้แน่นขึ้นกว่าเดิม“ขอบคุณที่พี่รักหนู” ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะมีวันนี้ วันที่ฉันสมหวัง วันที่คนที่ฉันรักจะรักฉันกลับ“ขอบคุณที่พี่อยู่ข้าง ๆ หนูไม่ได้ห่างไปไหน” เขาเย็นชาก็จริง ๆ แต่เขาไม่เคยทิ้งฉันไว้ข้าวหลังเลย“ขอบคุณที่พี่ไม่หักหลังหนู” เพราะถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงจะเสียใจมาก ๆ แต่เขากลับไม่ทำแบบนั้น“ไม่ใช่ทุกวันที่จะดี แต่ก็ไม่ใช่ทุกวันที
Part นาเนีย“พี่ฮันเตอร์หลอกซีเหรอคะ” หลังจากที่เธอรู้ตัวว่าอยู่ในแผนของพวกเราตั้งแต่แรก เธอก็โวยวายออกมาเสียงดัง“ฮึก ๆ ซีรักพี่จริง ๆ นะ ซีไม่เคยคิดจะหลอกพี่เลย” เธอร้องไห้ออกมาและเดินเข้าไปหาพี่ฮันเตอร์ แต่พี่เขาก็ถอยห่างออกไปจนเธอต้องชะงัก“ฮึก ๆ เป็นเพราะมึง!!” ซีเปลี่ยนจากความเศร้าเป็นความโกรธแค้น เธอพุ่งตัวเข้ามาจะทำร้ายฉัน แต่ก็ช้ากว่าฉันไปหนึ่งก้าว“เพี๊ยะ!” ฉันฟาดมือลงไปที่หน้าของเธออย่างจังจนเธอที่ไม่ได้ตั้งตัวกระเด็นล้มลงไปกองอยู่กับพื้น “จับตัวไว้!” ฉันสั่งการ์ดที่ยืนอยู่ด้านข้างจับตัวเธอไว้และมัดมือเธอไว้ด้านหลังก่อนจะปล่อยเธอนั่งรอใครบางคน“พ่อ!!!!!” เธอตะโกนสุดเสียงเมื่อเห็นพ่อตัวเองที่เดินลงมาจากแฮริคอปเตอร์ โดยมีการ์ดของพี่มาคัสจับกุมอยู่ พร้อมพี่มาคัสที่เดินตรงดิ่งมา“เพี๊ยะ! นังลูกตัวดี แกทำอะไรไว้ห้ะ!” เมื่อมาถึงพ่อของซีก็ตบหน้าเธอซ้ำอีกครั้งจนเห็นได้ว่าเลือดซิบออกมาจากปากเล็กน้อย จนฉันเองก็แอบตกใจว่ากล้าทำลูกตัวเองได้ยังไง“..............” ฉันมองกลุ่มผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ผู้ชายที่น่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มกับลูน้องของเขา มันทำให้ภาพวันนั้นที่หิมะตกย
Part นาเนีย“ก็ขอโทษที่หลอกเธอไงล่ะ ซีเพื่อนรัก” ฉันพูดออกไปหลังจากที่เดินมาถึงเธอ ทำเธอชะงักตัวแข็งทื่อและค่อย ๆ หันมาหาฉัน“น....นาเนีย” เสียงสั่นเครือของเธอมันยิ่งทำให้ฉันสะใจมากขึ้นไปอีก ความกลัวของเธอมันประเดประดังเข้ามาเต็มไปหมด“แกยังไม่ตายอีกเหรอ!” เมื่อเห็นการ์ดของฉันหลายสิบคนวิ่งเข้ามาเธอก็เริ่มสติแตก ส่วนพี่ฮันเตอร์เองก็เดินถอยออกห่างเล็กน้อย ให้พื้นที่ฉันกับเพื่อนรักได้คุยกันย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อนPart นาเนีย“พี่จำเป็นจริง ๆ” เสียงแผ่วเบาของเขาดังมาข้างหูของฉัน พี่ฮันเตอร์จับตัวฉันให้หันหน้าไปหาเขาก่อนจะโอบกอดฉันอีกครั้ง“ฮึก ๆ ๆ” ฉันร้องไห้โฮออกมาหลังจากที่ซุกหน้าเข้าไปที่หน้าอกของเขา พี่ฮันเตอร์เองก็กอดปลอบฉันอย่างใจเย็น “วันหนึ่งนาเนียจะเข้าใจพี่ แต่อย่าไปยุ่งกับมันอีก ถือว่าพี่ขอ” พี่ฮันเตอร์พูดออกมาแบบนั้นทั้งที่กอดฉันไว้ในอ้อมกอดPart ฮันเตอร์“............” ผมกอดนาเนียแน่นยิ่งกว่าเดิม ครั้งแรกผมกะว่าจะใจร้ายใส่เธอเพื่อให้เธอออกจากชีวิตผมไป แต่พอเห็นน้ำตาของเธอเข้าจริง ๆ แล้วก็ยิ่งทำให้ผมทำแบบนั้นไม่ได้ “พี่ปลอบใครไม่เป็น” ผมพูดออกไปตรง ๆ เพราะตั้งแต่เกิดมาผม
“กรี๊ดดด ตู้มมม!!!” ร่างบางล่วงหล่นจากบนสะพานแขวนสูง ร่างกายดิ่งลงสู่ปม่น้ำลึกอย่างลวดเร็ว“หึ ลาก่อนเพื่อนรัก” ซีมองนาเนียที่ล่วงลงไปด้วยความสะใจและเธอก็ไม่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเลย เลยเดินหายไปก่อนที่จะมีใครเข้ามาเห็นเธอสะก่อนPart ฮันเตอร์“เพล็ง!!!!!” ผมมาส่งเยลที่คอนโดเธอก็คะยั้นคะยอให้ผมขึ้นมาดื่มน้ำที่ห้องของเธอให้ได้ ผมไม่รู้จะปฏิเสธยังไงเลยต้องตามเธอขึ้นมาและอยู่ ๆ เมื่อกี้หัวใจของผมมันก็หวิวขึ้นมาอย่างรุนแรงจนทำให้แก้วในมือล่วงแตกอยู่ตรงหน้า มือเลื่อนมากุมหน้าอกข้างซ้ายที่มันกำลังเต้นตุบตับอย่างแรง“เตอร์เป็นอะไรรึเปล่าคะ?” เยลรีบเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับจานผลไม้ในมือด้วยความตื่นตระหนกผมจึงรีบปรับตัวกลับมาเป็นสภาพปกติ“มันลื่นน่ะ โทษทีทำแก้วเยลแตกเลย” ผมพูดพร้อมกับก้มลงไปเก็บเศษแก้วที่กระจัดกระจายเต็มพื้น แต่เยลก็ห้ามเอาไว้ก่อน“เตอร์ไม่ต้องเก็บหรอกค่ะ เดี๋ยวเยลเอาอุปกรณ์มาเก็บเอง มันจะบาดมือเตอร์เอาได้” เมื่อเป็นแบบนั้นผมก็ละจากของตรงหน้าและลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาเหมือนเดิมเมื่อเป็นแบบนั้นเยลก็เดินหายเข้าไปในห้องครัวและเดินออกมาพร้อมอุปกรณ์เก็บกวาด“เตอร์คะ”“เตอร์!”“ฮันเตอร์!”
Part นาเนีย“หมับ!” ฉันกำลังจะก้าวออกมาอีกครั้งแต่พี่ฮันเตอร์ก็พุ่งเข้ามากอดฉันแน่น รั้งเอาไว้แบบเดิม“พี่จำเป็นจริง ๆ” เสียงแผ่วเบาของเขาดังมาข้างหูของฉัน พี่ฮันเตอร์จับตัวฉันให้หันหน้าไปหาเขาก่อนจะโอบกอดฉันอีกครั้ง“ฮึก ๆ ๆ” ฉันร้องไห้โฮออกมาหลังจากที่ซุกหน้าเข้าไปที่หน้าอกของเขา พี่ฮันเตอร์เองก็กอดปลอบฉันอย่างใจเย็น “วันหนึ่งนาเนียจะเข้าใจพี่ แต่อย่าไปยุ่งกับมันอีก ถือว่าพี่ขอ” พี่ฮันเตอร์พูดออกมาแบบนั้นทั้งที่กอดฉันไว้ในอ้อมกอดPart ฮันเตอร์“............” ผมกอดนาเนียแน่นยิ่งกว่าเดิม ครั้งแรกผมกะว่าจะใจร้ายใส่เธอเพื่อให้เธอออกจากชีวิตผมไป แต่พอเห็นน้ำตาของเธอเข้าจริง ๆ แล้วก็ยิ่งทำให้ผมทำแบบนั้นไม่ได้ “พี่ปลอบใครไม่เป็น” ผมพูดออกไปตรง ๆ เพราะตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยง้อใครเลย เธอคือคนแรกที่ผมง้อ เธอคือคนแรกที่ผมยอมทุกอย่าง ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่เหมือนกันเช้าวันรุ่งขึ้น“อือออ~~” ผมนอนมองนาเนียที่นอนอยู่บนเตียงนอนของผม เธอพลิกตัวเล็กน้อยก่อนจะหลับต่อ เพราะตอนนี้ก็ยังเช้าอยู่ ปล่อยให้เธอนอนต่ออีกหน่อย วันนี้ก็เรียนตั้งเก้าโมง“วันนี้ไปมอมั้ยครับ” ผมกด







