Masukตกเย็น 18:20 น.
ในขณะที่เตรียมจะทานมื้อเย็น ด้านของขวัญที่เห็นลูกสาวเดินเข้ามาในครัวคนเดียวก็เอ่ยถามหาหลานสาวนอกไส้สุดที่รักของเธอทันที
“น้องล่ะเจ้า”
“น้องบอกว่ายังไม่หิวค่ะให้พวกเรากินกันก่อนเลย” เจ้าขาเอ่ยตอบขณะเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ว่างข้างคนเป็นแม่ ในขณะเดียวกันด้านเจ้าขุนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วก็ลอบยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินน้องสาวพูดมาเช่นนั้น โดยที่ในหัวของเขาเอาแต่คิดถึงใบหน้าจิ้มลิ้มของอีกคน ยิ่งยามนึกถึงตอนที่เธอเขินเขาจนหน้าแดงหูแดงไปหมดก็ช่างน่าเอ็นดูไม่น้อย หากเขาไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป สาเหตุที่เธอไม่มาทานข้าวไม่ใช่เพราะไม่หิวแต่คงยังเขินเขาอยู่เสียมากกว่า
“งั้นเดี๋ยวแม่แบ่งกับข้าวไว้ให้น้องก่อน ถ้าน้องหิวจะได้ลงมากิน” ไม่พูดเปล่าของขวัญดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปหยิบจานเปล่ามาแบ่งกับข้าวบนโต๊ะที่วางอยู่ประมาณสามสี่อย่างให้หลานสาวนอกไส้ แล้วครอปฝาชีไว้ให้เป็นอย่างดี ในเมื่อรับปากเพื่อนเอาไว้แล้วว่าจะดูแลลูกสาวให้เป็นอย่างดี ทุกอย่างจึงต้องเท่าเทียมกันหมด แม้กระทั่งกับข้าวจะให้มากินของที่เหลือจากพวกเธอที่กินก่อนก็ไม่ได้ จากนั้นทุกคนถึงจะเริ่มกินข้าวได้
ซึ่งในขณะที่ต่างคนต่างกินข้าวในจานของตัวเอง ของขวัญก็เอ่ยพูดกับลูกชายที่นั่งอีกฝั่งของโต๊ะถึงเรื่องที่เพิ่งนึกขึ้นได้
“เมื่อเช้าแม่พึ่งโทรคุยกับน้าปรางมา น้าปรางบอกว่าเดือนหน้ามหาลัยเปิดหนูชะเอมจะขึ้นปีสองแล้ว ขุนช่วยทำหน้าที่ไปรับไปส่งน้องเรียนหน่อยได้มั้ย แม่ไม่อยากให้น้องนั่งรถโดยสารไปเอง อีกอย่าง...”
“ได้ครับ”
ไม่ทันที่ของขวัญจะได้พูดจบประโยค คำพูดหว่านล้อมต่างๆที่เธอคิดเอาไว้ว่าจะพูดยังไงให้ลูกชายของเธอยอมไปรับไปส่งเด็กสาวที่มหาลัยก็ต้องกลืนหายเข้าไปในลำคอทันทีเมื่อได้ยินคำตอบตกลงของลูกชายพูดแทรกขึ้นมา ทำให้คนเป็นแม่อย่างเธอยิ้มกว้างออกมาด้วยความพอใจเป็นที่สุด
“ขอบใจนะลูก ส่วนเรื่องที่หนูชะเอมดื้อกับลูกเดี๋ยวแม่จะพูดกับน้องให้ว่าให้เชื่อฟังลูกหน่อย ดีมั้ย” ได้ทีจึงขอประจบลูกชายสักหน่อย ไม่งั้นเกิดลูกชายเปลี่ยนใจขึ้นมาเพราะเรื่องเล็กน้อยจะแย่เอา
“ครับ”
ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งไม่ต่างจากน้ำเสียงที่เอ่ยตอบคนเป็นแม่ ดูภายนอกเขาเหมือนไม่รู้สึกอะไร ทว่าภายในเขาคิดอะไรอยู่ไม่มีใครสามารถรู้ได้นอกจากตัวเขาเอง
...
เมื่อถึงเวลาเข้านอน ด้านชะเอมที่ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยแต่ดันลืมไปเสียสนิทว่าผ้าอนามัยที่ซื้อไว้เมื่อตอนกลางวันยังอยู่ใต้เบาะรถของอีกคน หากจะออกไปเอาก็ต้องไปขอกุญแจรถจากเจ้าของเพื่อเปิดเบาะ แต่ทว่าในตอนนี้ดันไม่กล้าสู้หน้าเขา เธอจึงหันไปมองเจ้าขาที่นอนไถโทรศัพท์อยู่ข้างๆก่อนจะเอ่ยเรียกออกไป
“พี่เจ้าขา”
“หื้ม” เจ้าขาจึงหันมาขานรับในลำคอ
“พอดีเอมจะเปลี่ยนผ้าอนามัยค่ะ แต่เอมลืมผ้าอนามัยไว้ใต้เบาะรถพี่ขุน“
“...?...”
“คือว่าเมื่อตอนเที่ยงพี่ขุนพาเอมออกไปกินก๋วยเตี๋ยว ผ้าอนามัยเอมหมดพอดีเอมก็เลยแวะซื้อมาด้วย แต่เอมใส่ไว้ใต้เบาะรถพี่ขุน กะว่าถึงบ้านแล้วค่อยเอาแต่ดันลืมค่ะ”
“อ๋อ เอมจะให้พี่ออกไปเอาเป็นเพื่อนใช่มั้ย”
“ใช่ค่ะ”
“ได้งั้นไปกัน แต่เดี๋ยวไปขอกุญแจรถที่พี่ขุนก่อน”
“ค่ะ” ใจจริงเธอก็อยากจะขอให้เจ้าขาไปเอามาให้เอง ทว่าก็เกรงใจ อย่างน้อยพาไปเป็นไม้กันหมาตัวใหญ่ก็ยังดีกว่าที่เธอต้องไปคนเดียว
จากนั้นสองสาวก็พากันไปหาอีกคนที่ห้อง ก่อนจะเป็นเจ้าขาที่เคาะประตูเรียกพี่ชาย
ก๊อกๆ!
“พี่ขุน”
...รอไม่นานเจ้าของห้องก็เปิดประตู
เจ้าขุนที่เปิดประตูออกมาก็มองน้องสาวตัวเองเล็กน้อยแล้วจึงมองไปยังคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหลังน้องสาวของเขา ก่อนจะได้ยินน้องสาวพูดขึ้น
“น้องบอกว่าลืมของที่ซื้อไว้ใต้เบาะรถพี่ขุนก็เลยชวนเจ้าออกมาเอา เจ้าขอกุญแจรถหน่อยค่ะจะพาน้องลงไปเอาของ”
สิ้นคำบอกกล่าวของน้องสาว เจ้าขุนก็ไม่ได้ตอบหรือพูดอะไร จากนั้นก็หันหลังเดินเข้าห้องไป ไม่นานก็เดินกลับออกมาหาสองสาวพร้อมกับกุญแจรถในมือ
“ตามมา” พูดจบเขาก็เดินนำลงบันไดไป สองสาวเห็นเช่นนั้นจึงรีบเดินตามไปทันที ด้านชะเอมที่ไม่ได้คิดไว้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ทว่ายังดีที่มีเจ้าขาอยู่ด้วยเธอจึงอุ่นใจ เพราะอีกคนคงไม่กล้ารังแกเธอต่อหน้าน้องสาวเขาแน่
เมื่อพากันเดินมาถึงรถ เจ้าขุนจึงเปิดเบาะรถแล้วหยิบถุงผ้าอนามัยขึ้นมาก่อนจะยื่นมันให้คนตัวเล็ก เธอจึงยื่นมือมารับด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ จนเจ้าขาที่สังเกตเห็นจึงพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มๆ
“ไม่ต้องเขินหรอกเอม เรื่องแบบนี้พี่ขุนเค้าชินแล้ว พี่ขุนยังเคยไปซื้อผ้าอนามัยให้พี่ใช้ด้วยนะ”
ชะเอมได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกลับไป เอาแต่ยืนยิ้มแห้งๆอย่างคนทำตัวไม่ถูก ด้านเจ้าขาจึงเอ่ยพูดต่อ
“ได้ของแล้วก็กลับเข้าบ้านกันเถอะ”
“ค่ะ” ชะเอมพยักหน้าตอบรับทันที แล้วรีบกอดแขนเจ้าขาพาเดินเข้าบ้านไปอย่างไว ทำเอาเจ้าขานึกงงกับความรีบร้อนของเธอแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ด้านเจ้าขุนยังคงยืนอยู่ที่เดิม ขณะดวงตาคู่คมมองตามหลังคนตัวเล็กที่กำลังเดินเข้าบ้านไปกับน้องสาวของเขา ทว่าเมื่อเห็นคนตัวเล็กเหลียวหลังมามองกันขณะที่เธอยังคงเดินไปข้างหน้า เขาจึงยักคิ้วข้างขวาให้เธอหนึ่งที พอเธอเห็นเช่นนั้นก็รีบหันกลับไปอย่างไวทำให้เธอเสียหลักเกือบสะดุดเท้าตัวเองล้ม เมื่อเห็นความโก๊ะของคนตัวเล็กเขาก็ตกใจเกือบจะพุ่งตัวเข้าไปรับเธอตามสัญชาตญาณ แต่ดีที่น้องสาวเขาจับเธอไว้ได้ทัน
"เป็นอะไรมั้ยเอม"
"เอ่อ ไม่ค่ะ เอมไม่เป็นไร"
พอเห็นว่าคนตัวเล็กไม่เป็นอะไรปากหยักก็ยิ้มออกมาไม่หยุด ทั้งเอ็นดูทั้งขำในเวลาเดียวกัน
ซึ่งที่จริงก่อนหน้าตอนที่เขาเปิดเบาะรถเพื่อจะเอาเบียร์ที่ซื้อมาพร้อมกับผ้าอนามัยของคนตัวเล็ก เขาเลือกที่จะหยิบเบียร์ไปอย่างเดียว เพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงคนตัวเล็กก็ต้องมาตามเอาของที่เขาอย่างแน่นอน แต่ก็น่าเสียดายที่เธอดันพาน้องสาวของเขามาด้วย ไม่งั้นคงมีโอกาสแกล้งเธอได้เยอะกว่านี้...
วันต่อมา“พี่ขุนเดี๋ยวแวะร้านพี่ทรายให้เอมหน่อยนะ เอมอยากกินโออิชิ”“ได้ครับ”เมื่อร่างสูงขับรถเข้ามาในหมู่บ้านหลังจากพาคนตัวเล็กไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ คนตัวเล็กก็หันมาพูดกับเขาที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อเขาหันมาตอบรับเธอก็หันกลับไปเล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ต่อ เธอดูสนใจมันเป็นพิเศษซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่เลยและเมื่อมาถึงร้านขายของชำหรือร้านของทราย ร่างสูงก็ทำการจอดรถโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่กำลังตั้งท่าจะเปิดประตูลงจากรถ“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้เองครับ เรารอพี่อยู่ในรถนี่แหละไม่ต้องลงไป” ไม่ลืมที่จะกำชับเธออย่างเป็นคำสั่ง“โอเคค่ะ เอารสน้ำผึ้งมะนาวนะคะ ขวดสีเหลืองๆ”“ได้ครับ”จากนั้นร่างสูงก็หยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีดำลงจากรถเดินเข้าร้านค้าไปทันที โดยมีสายตาของคนตัวเล็กมองตามไม่ละ แต่ทว่าเมื่อสายตาของเธอดันไปสะดุดกับร่างของทรายเจ้าของร้านที่กำลังยืนโอบเอวอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักพอตัว อีกทั้งท่าทีของทั้งคู่ดูกระหนุงกระหนิงราวกับคู่รัก ก็พอจะเดาได้ทันทีว่าทรายมีรสนิยมเช่นไร มิน่าเวลาที่เธอมาซื้อของร้านทรายเธอถึงรู้สึกว่าทรายเข้า
วันต่อมาเช้ามาไปส่งเมียเรียน ถึงเวลาเลิกเรียนไปรับเมียกลับ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเจ้าขุนไปเสียแล้วซึ่งหลังจากจอดรถรอรับเมียที่จุดเดิมเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะเขาจะมารับเธอก่อนเวลาเลิกเรียนเสมอ ก็เห็นร่างอรชรของเมียเดินมากับเพื่อนสนิทในกลุ่มก่อนจะแยกกันไปเมื่อเธอเข้ามานั่งในรถสิ่งแรกที่เธอมักจะทำเป็นประจำคือยกมือไหว้เขาทั้งตอนมาส่งและตอนมารับ เขาจึงยิ้มรับและมองเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูก่อนจะเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้เรียนเหนื่อยมั้ย”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“หิวมั้ย กินขนมพวกนี้รองท้องไปก่อนนะ” มือใหญ่หยิบถุงขนมที่ซื้อเตรียมไว้ยื่นให้คนตัวเล็ก เธอจึงรับเอาไปกินตามปกติ ถึงแม้ตอนนี้ระหว่างเรายังตึงใส่กันอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นไม่พูดจากัน หลังจากนั้นเจ้าขุนก็ขับรถพาเมียกลับบ้าน...แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพอเปิดประตูเข้าไปในห้องชะเอมก็ต้องสะดุ้งตกใจกับสิ่งที่เห็นในแว็บแรก แต่เมื่อมองชัดว่าเป็นอะไรที่วางอยู่บนเตียงก็ถึงกับตาลุกวาวแล้วรีบพุ่งเข้าใส่มันทันทีด้วยความตื่นเต้น“น้องหมี~ น่ารักจังเลย” เธออุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่ใหญ่กว่าตัวเธออีกมากอดไว้แน่นขณะใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หุบ ก่อ
หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมหาลัยเปิดเจ้าขุนก็เป็นคนไปรับไปส่งชะเอมเรียนตลอด ชีวิตในแต่ละวันของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาใดๆเข้ามาแทรก จนกระทั่งวันนี้...เมื่อกลับจากมหาลัยชะเอมก็ไปช่วยน้าขวัญของเธอทำกับข้าวมื้อเย็นตามปกติกระทั่งเสร็จ ของขวัญจึงบอกให้เธอไปตามทุกคนในบ้านมากินข้าว แต่เมื่อเดินออกมาตามคนรักที่อยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นก็ทำให้เธอปวดใจ“พี่ขุน”“เอม!”พรึ่บ!ภาพตรงหน้าที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดคนรักของตัวเองอยู่มันราวกับถูกมีดกรีดลงกลางอก แต่เมื่อเขาได้ยินที่เธอเรียกก็รีบผลักอีกฝ่ายออกทันที ทำเอาหญิงสาวเซไปด้านหลังจนเกือบล้ม เธอจึงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปหาเขา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม พยายามที่จะใจเย็นให้ได้มากที่สุดแม้ตอนนี้ดวงตาจะร้อนผ่าวไปหมดแล้ว อีกทั้งน้ำใสๆที่เอ่อคลอเบ้าตาก็พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ“ใครเหรอขุน”สิ้นคำถามของอีกฝ่ายที่ยืนมองพวกเขาอยู่ มือใหญ่ก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่นก่อนที่เขาจะหันไปตอบหญิงสาว“เมียฉันเอง”“เมียเหรอ แต่งงานกันแล้วเหรอถึงกล้าเรียกว่าเมีย แล้วดูน้องเค้าสิยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลยจะเป็นเมียนายได้ไง““แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ” ขณะป
ในเวลาเกือบเที่ยงคืน ร่างสูงที่ไม่ยอมหลับเอาแต่นอนมองหน้าคนตัวเล็กในอ้อมกอด มองสำรวจใบหน้าเธออยู่อย่างนั้น ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ทั้งรักทั้งหลงเด็กคนนี้จนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก หากวันนึงเธอหายไปหรือทิ้งเขาไปเขาก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง แค่คิดใจมันก็แทบขาด หากวันใดเขาถูกเธอทิ้งขึ้นมาจริงๆเขาคงตายอย่างอนาถแน่นอน“ล่ามโซ่ไว้ดีมั้ยเนี่ย จะได้ไม่ทิ้งพี่ไปไหน”“อื้อ” เสียงอู้อี้ดังออกมาจากในลำคอของคนตัวเล็กราวกับเมื่อครู่เจ้าตัวได้ยินที่เขาพูด ปากหยักจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนหลับในอ้อมกอด ขนาดหลับเธอก็ยังไม่หยุดน่ารัก แล้วแบบนี้เขาจะไปไหนรอดทว่าจู่ๆเสียงข้อความไลน์จากโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ดังขึ้น เขาจึงถือวิสาสะหยิบขึ้นมากดเปิดอ่าน(เอมมะรืนมหาลัยจะเปิดแล้ว งั้นพรุ่งนี้พวกเรามาเจอกันหน่อยมั้ย พอดีพี่ชายฉันเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ เห็นแกเคยบอกว่าอยากเจอ)เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวจากเพื่อนของเธอที่ส่งมา แม้จะไม่รู้จักเพื่อนของเธอเลย แต่แค่รับรู้ว่าเธออยากไปเจอพี่ชายของเพื่อนคนนี้ใจมันก็ร้อนเป็นไฟขณะมือใหญ่กำโทรศัพท์ของเธอไว้แน่น ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ต้องข่มคว
เวลาต่อมา 20:25 น.หลังจากหลับไปนานเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพราะเหนื่อยล้าจากบทรักอันเร่าร้อน ชะเอมก็ตื่นขึ้นมาในเวลาสองทุ่มกว่า แต่ข้างกายตอนนี้กลับไร้ร่างของอีกคนที่เคยนอนอยู่ข้างกัน เธอจึงดันตัวลุกขึ้นจากที่นอนเตรียมจะไปอาบน้ำ ทว่าร่างสูงของอีกคนก็เปิดประตูเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ตื่นแล้วเหรอครับ”เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แค่เพียงพยักหน้าเบาๆพร้อมกับยิ้มบางๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาเขาเพราะเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์เร่าร้อนก่อนหน้าก็ทำเอาเขินอายไม่น้อยที่ตอนนี้ตัวเองได้เสียครั้งแรกให้คนตรงหน้าไปแล้ว ไม่นานก็รู้สึกถึงมือใหญ่ของเขาวางลงบนศีรษะของเธอแล้วลูบหัวเธอเบาๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสนี้เป็นอย่างมาก“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำจะได้ลงไปกินข้าว เดี๋ยวพี่ลงไปอุ่นแกงให้”สิ้นเสียงทุ้มคนตัวเล็กจึงพยักหน้าหงึกๆก่อนจะเอ่ยถามกลับ“แล้วคนอื่นล่ะคะ”“เข้านอนกันหมดแล้ว”“งั้นพี่ขุนออกไปก่อนเอมจะได้อาบน้ำ”“ก็ไปอาบสิเดี๋ยวพี่ออกไปเอง”“แต่เอมโป๊อยู่” ขณะพูดสองมือเล็กที่กำลังจับผ้าห่มคลุมกายไว้แน่นก็เริ่มสั่นจนอีกคนที่มองอยู่สังเกตเห็นได้ อีกทั้งดวงตากลมโตคู่สวยในยามนี้เอาแต่หลบตาเขาตลอ
จนกระทั่งร่างสูงที่ไม่อาจทนต่อความต้องการของตัวเองได้จึงยอมผละใบหน้าออกจากกุหลาบงามดอกโตแล้วหยัดกายแกร่งขึ้นพร้อมกับกระชากผ้าขนหนูออกจากเอวสอบจนเผยให้เห็นท่อนเอ็นลำใหญ่ ที่ทั้งใหญ่และยาวจนคนตัวเล็กที่นอนมองอยู่ถึงกับตาค้างกับความใหญ่โตของมันที่เธอเคยสัมผัสมากับมือแต่ก็เพิ่งจะเคยเห็นกับตาของจริงก็วันนี้ แต่ถึงแม้มันจะดูหน้ากลัวแต่กลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยอย่างน่าประหลาดใจโดยที่ร่างสูงก็นั่งมองด้วยความเอ็นดูขณะที่มือใหญ่ก็คอยชักสาวท่อนเอ็นของตัวเองไปด้วยเบาๆ จากนั้นก็เขยิบกายเข้าไปประชิดหว่างขาเรียวเล็กแล้วจับท่อนเอ็นถูไถกับปากทางรูรักเบาๆ ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งพร้อมกับเอ่ยห้าม“อื้อ! พะ พี่ขุนเดี๋ยวก่อน พี่ไม่ใส่ถุงเหรอ” เพราะเห็นๆอยู่ว่าเขาไม่ได้ป้องกันอะไรเลยจึงทวงถามไป แต่แทนที่เขาจะหยุดก็เปล่าเลย ยังพยายามถูไถท่อนเอ็นของเขากับน้องสาวของเธอไม่หยุด“พี่จะเอาสดกับเรา พี่มีวิธีของพี่ไม่ท้องหรอกไม่ต้องกลัวนะ” เพราะรู้ดีว่าคนตัวเล็กกำลังกลัวอะไรอยู่จึงบอกกล่าวเพื่อให้เธอคลายความกังวล“วิธีอะไรคะ”“ปล่อยนอกไง”“แต่เอมเรียนมา ครูบอกว่าวิธีหลั่งนอกมันมีความเสี่ยงสูงนะ”“หึ เด็กน้อยชะม







