แชร์

บทที่3

ผู้เขียน: เยี่ยซือทิง
“อาอวี่!”

ซ่งฉีซวี่เรียกฉันอย่างร้อนรน ฉันไม่ได้หยุดหรือหันหลังกลับ

เรียกรถไปโรงพยาบาล วันนี้สีหน้าของแม่ดูสดใสขึ้นเยอะเลย

เธอยื่นแอปเปิ้ลลูกหนึ่งที่ปอกเปลือกเสร็จแล้ว และถามอย่างดวงตาเป็นประกายว่า:

“เนี่ยนอวี่ รูปถ่ายทะเบียนสมรสถ่ายได้ดีไหม?รีบเอาให้แม่ดูหน่อย”

ฉันรู้สึกจุกอก และอยากร้องไห้ยิ่งนัก

ฉันไม่รู้จะอธิบายให้แม่ฟังยังไง และยิ่งไม่อยากให้เธอได้รู้ความจริง

ในขณะที่ฉันกำลังจะรวบรวมความกล้าสารภาพนั้น ซ่งฉีซวี่ก็เปิดประตูเข้ามา

เขานั่งลงข้างเตียง และนวดให้แม่ด้วยความเอาใจใส่เหมือนที่ทำมาตลอดสิบปี หัวเราะเบาๆ อย่างอ่อนโยน:

“อาอวี่บ่นว่ารูปถ่ายตอนจดทะเบียนสมรสถ่ายออกมาได้ไม่สวย เลยส่งกลับไปที่สตูดิโอให้แก้ไขใหม่ อีกสองวันเราค่อยไปจดทะเบียนสมรส ถึงตอนนั้นจะเอาให้แม่ดูแน่นอนครับ”

ซ่งฉีซวี่เปลี่ยนจากการเรียก ‘ป้า’ มาเรียก ‘แม่’ อย่างกะทันหัน ทำให้แม่ฉันซาบซึ้งจนน้ำตาซึมเลย กลับไม่ทันสังเกตเห็นถึงความผิดปกติระหว่างเราสองคน

ฉันแสดงสีหน้ามืดครึ้มแล้วดึงซ่งฉีซวี่ออกไปที่นอกประตู:

"ฉันได้ถอนตัวออกมาแล้ว คุณจะให้ฉันทำยังไงอีกกันแน่?"

ซ่งฉีซวี่เก็บปอยผมที่หล่นลงมาของฉันไปทัดไว้ด้านหลังอย่างอ่อนโยนและคุ้นเคย เขามองฉันแล้วถอนหายใจ:

“อาอวี่ เราอยู่ด้วยกันมาสิบสองปี แยกจากกันตอนนี้ คุณทำใจได้จริงเหรอ?"

ทำใจไม่ได้แล้วจะทำไง?

ตอนนี้เขาเป็นสามีของคนอื่น

ฉันจ้องซ่งฉีซวี่ด้วยดวงตาแดงก่ำ แล้วหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา:

"จะทำใจได้หรือไม่ก็ต้องทำใจ"

ฉันหันหลังจะเดินออกไป แต่ซ่งฉีซวี่กลับใช้ตัวขวางทางฉันไว้

เขาจับไหล่ฉัน จู่ๆ ก็ดึงฉันเข้าไปกอดแน่นอย่างควบคุมไม่ได้:

"แต่ผมตัดใจจากคุณไม่ได้"

อ้อมกอดของเขาแน่นเกินไป ฉันพยายามผลักออก แต่ทำยังไงก็ผลักไม่ออก

"ตอนเรียนมหาวิทยาลัยผมเก็บเงินซื้อแหวนเพชรให้คุณ ทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟแล้วได้รู้จักกับโม่โม่"

"เด็กสาวนิสัยขี้อาย พอพูดทีก็หน้าแดงทันที มักถูกพวกนักเลงรังแก ผมเลยคอยช่วยเธอเป็นประจำ พอไปๆ มาๆ ก็สนิทกันแล้ว"

"ครั้งหนึ่งเธอถูกลูกค้าที่คิดไม่ดีวางยาแบบนั้น ผมเข้าไปช่วยเธอที่โรงแรม แต่ใครจะไปรู้ว่าจู่ๆ เธอก็จูมผม ผมทนไม่ไหวเลย……"

"ผมเคยคิดจะตัดขาดกับเธอ แต่จะยังไงโม่โม่ก็เป็นคนบริสุทธิ์ จิตสำนึกของผมบอกผมว่าไม่ควรทำร้ายเธอ แต่ควรรับผิดชอบต่อเธอ"

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธออยู่เคียงข้างผมโดยไม่มีสถานะใดๆ เลย ไม่ร้องไห้โวยวาย ยื้อแย่งแย่งชิงอะไรเลย เป็นผมที่ทำให้เธอต้องทนน้อยเนื้อต่ำใจ ผมจึงจำเป็นต้องชดเชยเธอด้วยการจดทะเบียนสมรส”

ที่แท้สิบสองปีและแปดปีนั้น ไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมดาๆ ที่ทับซ้อนกันเท่านั้น

ตอนที่ฉันกำลังถือแหวนเพชรยิ้มอย่างโง่เขลาอยู่นั้น ซ่งฉีซวี่กลับกำลังพันผูกอย่างเร่าร้อนกับผู้หญิงอีกคน

ตอนที่ฉันทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานที่เขาชอบที่สุด รอเขากลับบ้านเช่านั้น เขากลับไปกินบะหมี่ที่ผู้หญิงอีกคนต้มให้

มันคือช่วงเวลานับไม่ถ้วนที่ใจของฉันเปี่ยมไปด้วยความสุข แต่กลับถูกหักหลังอยู่

“พอได้แล้ว! ฉันไม่ฟังพวกคุณสองคนไปคบกันได้ยังไง ไปให้พ้นซะ!”

ฉันร้องไห้พลางกัดไหล่ของซ่งฉีซวี่

กลิ่นคาวเลือดเอ่อเข้ามาในปากของฉัน เขาเจ็บจนตัวสั่น แต่กลับไม่ได้ขัดขืน

ซ่งฉีซวี่อดทนต่อความเจ็บปวดแล้วลูบหัวฉันเบาๆ :

"ถึงแม้ผมจะให้ใบจดทะเบียนสมรสกับโม่โม่ไปแล้ว แต่อย่างอื่นที่เธอมีคุณมีแต่จะเยอะกว่าเค้า"

"ความรัก เงิน เวลา รวมถึงความกตัญญูที่ผมมีต่อคุณป้า ก็จะไม่ลดน้อยลงเลย เพียงเพราะผมแต่งงานกับโม่โม่"

"ใช่แล้ว เมื่อไม่นานมานี้ต่างประเทศได้ออกยาพิเศษชนิดหนึ่ง ที่มีผลดีต่อการรักษามะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย อาอวี่ เราจะลองพาคุณป้าไปใช้ยานี้ด้วยกันเมื่อไหร่ดี?"

ฉันหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ไม่กัดอีกต่อไป

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซ่งฉีซวี่ดีกับฉันมากจริงๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะการเป็นอยู่ของเฟิงโม่โม่ บางทีฉันอาจจะเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลกก็ได้

ทุกสิ่งที่ฉันอยากได้ซ่งฉีซวี่ก็จะซื้อให้ฉัน ไม่เคยถือสารอคา

ทุกที่ที่ฉันอยากไปเขาก็จะไปกับฉัน ต่อให้ต้องปฏิเสธงานธุรกิจ ก็ไม่เสียดายเลย

ตอนที่คุณแม่ป่วย เขาก็ดูแลแม่ด้วยตัวเอง คอยปรึกษาแผนการรักษากับแพทย์จนถึงดึกดื่น

ค่ารักษาที่สูงลิบลิ่ว ซ่งฉีซวี่ก็เป็นคนจ่ายอยู่ตลอด

ฉันขาดซ่งฉีซวี่ไปไม่ได้

อย่างน้อยก่อนแม่จะหายดีนั้น ฉันขาดเขาไม่ได้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • กี่วสันตสารทผ่านพ้น มิเอ่ยถามดวงดารา   บทที่10

    ตำรวจนำหลักฐานและหมายจับมาให้ซ่งฉีซวี่ดูซ่งฉีซวี่จ้องมองเฟิงโม่โม่ที่สภาพยุ่งเหยิงด้วยความโกรธ ตกตะลึงจนตัวสั่นไปหมดเขาถูกหลอกคนที่โกหกไม่ใช่อาอวี่ แต่เป็นเฟิงโม่โม่ป้าซูเสียชีวิตแล้วจริงๆ ถูกเฟิงโม่โม่กับเฉินเยว่บีบบังคับจนตายแล้วพวกเธอก็ยังขโมยร่างของป้าซูไปอีก วัวสันหลังหวะ แล้วโยนความผิดทั้งหมดไปใส่ที่อาอวี่ตอนถูกเขาเข้าใจผิด อาอวี่ต้องสิ้นหวังขนาดไหน!เขาเป็นคนเลว เขาทำให้อาอวี่ผิดหวัง!เฟิงโม่โม่กับเฉินเยว่ถูกตำรวจจับกุมตัวไปตอนเดินผ่านหน้าฉัน เฉินเยว่ที่รักสวยรักงามที่สุดนั้น ร้องไห้จนเครื่องสำอางเลอะเทอะไปหมด:"เสี่ยวอวี่ ฉันขอโทษ"“เธอเห็นฉันเป็นเพื่อนอย่างจริงใจ แต่เพราะความทะเยอทะยานอยากเอาชนะ ฉันกลับคอยแข่งขันกับเธออย่างลับๆ มาโดยตลอด แถมยังช่วยคนนอกมาทำร้ายเธอ และยังทำให้ป้าซูที่เอ็นดูฉันต้องตาย ฉันขอโทษ……”ฉันมองดูทั้สองถูกใส่กุญแจมือและถูกพาตัวไปอย่างเย็นชามาบอกขอโทษตอนนี้มีประโยชน์อะไร? แม่ไม่อยู่แล้วที่เสียใจ ก็แค่เป็นเพราะรู้ว่าตัวเองจะต้องจำคุกเฉินเยว่ เธอไม่คู่ควรที่จะเป็นเพื่อนฉันเสียงไซเรนตำรวจค่อย ๆ ห่างออกไปทีละน้อย ฉันเหลือบมองงาน

  • กี่วสันตสารทผ่านพ้น มิเอ่ยถามดวงดารา   บทที่9

    นั่นคือวิดีโอที่เฟิงโม่โม่กำลังนั่งคุยเล่นกับบรรดาเพื่อนสาวในงานเลี้ยงเธอนั่งเอนตัวอยู่บนโซฟาดื่มบัดไวเซอร์ พลางกลอกตาไม่หยุด:"เฉินเยว่ยัยโง่นั้นมาขอของขวัญวันเกิดกับฉัน เธอคิดว่าตัวเองสำคัญนักหรือไง""ฉันเล่นกับเธอก็เพื่อหลอกเอาความลับของซูเนี่ยนอวี่ออกมา อีกทั้งเพราะเธอหน้าตาไม่สวยหุ่นก็แย่ สามารถทำให้ฉันดูสวยโดดเด่นขึ้นมากว่า คนอย่างเธอเนี่ย สมควรเป็นเพื่อนฉันด้วยหรือ?""เพื่อนพวกนั้นของอาซวี่ก็ทั้งจนทั้งต่ำต้อย ชีวิตนี้ก็มีแต่ชะตากรรมที่จะเป็นลูกน้องตลอดไปแหละ""พี่สาวของอาซวี่ก็หน้าด้านยิ่งนัก อายุจะสามสิบห้าแล้วยังไม่แต่งงาน อาศัยอยู่บ้านพ่อแม่เกาะกินแต่น้องชาย ตัวดูดเลือดแท้ๆ! เงินของอาซวี่ก็เป็นเงินของฉันหมด เธอมีสิทธิ์อะไรมาใช้ รอเราแต่งงานกันแล้ว ก็จะไล่เธอออกไปทันทีเลย!"……ทุกคนต่างถูกเฟิงโม่โม่นิทานไปทั่ววิดีโอจบลงท่ามกลางเสียงกรีดร้องบิดเบี้ยวของเฟิงโม่โม่ คนที่ยังพูดปกป้องเฟิงโม่โม่ในเมื่อครู่นั้น ตอนนี้หน้าดำเหมือนก้นหม้อกันหมดพวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า เฟิงโม่โม่ที่ดูอ่อนโยนและน่ารักในปกตินั้น ลับหลังจะแตกต่างกันขนาดนี้จิตใจมืดมนและชั่วร้ายแม้แต่ซ่งฉีซวี่

  • กี่วสันตสารทผ่านพ้น มิเอ่ยถามดวงดารา   บทที่8

    หลังจากวันนั้น ซ่งฉีซวี่ก็ไม่เคยมาเยี่ยมฉันอีกเลยค่ารักษาพยาบาลที่เขาโอนมาให้ฉันก็ถูกเฟิงโม่โม่ยึดเอาไว้เพราะไม่มีเงิน ฉันจึงถูกย้ายจากห้องวีไอพีมายังห้องธรรมดา แล้วจากห้องธรรมดาย้ายไปที่ห้องรวมสภาพแวดล้อมแย่มาก ยาที่ให้ก็เป็นยาพื้นฐาน ร่างกายของฉันจึงพักฟื้นได้ยากลำบากมากหนึ่งเดือนต่อมา เงินทั้งหมดบนตัวฉันก็ใช้จนหมดแล้ว จึงต้องออกจากโรงพยาบาลเมื่อลูบคลำรอยแผลเป็นสีแดงคล้ำที่คดเคี้ยวดูน่ากลัวบนหน้าอก ความเกลียดชังอันท่วมท้นก็แทบจะซัดสาดจนฉันจมดิ่งลงไปสิ่งแรกที่ฉันทำหลังจากออกจากโรงพยาบาล ก็คือไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ"ฉันต้องการแจ้งความ มีคนขโมยร่างของแม่ฉันไป" ตำรวจดำเนินการอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึงวัน ก็ติดตามหาที่อยู่ของร่างได้จากภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลความจริงที่สามารถตรวจสอบได้อย่างง่ายดาย แต่ซ่งฉีซวี่กลับเชื่อคำพูดของเฟิงโม่โม่เพียงไม่กี่คำช่างน่าขันเสียจริงคาดการณ์จากภาพในกล้องวงจรปิด สรุปได้ว่าร่างของแม่ฉันถูกเฟิงโม่โม่กับเฉินเยว่ขนย้ายไปจากนั้นตำรวจก็ตรวจสอบประวัติการใช้จ่ายของพวกเธอเฟิงโม่โม่ซื้อตู้แช่แข็งมือสองจากแอปตลาดสินค้ามือสองตำรวจวิ

  • กี่วสันตสารทผ่านพ้น มิเอ่ยถามดวงดารา   บทที่7

    หลังจากขอโทษผู้อำนวยการโรงพยาบาลแล้ว ซ่งฉีซวี่ก็วางสายด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเขาโอบกอดเฟิงโม่โม่ที่ยังคงสะอื้นไห้ไว้อย่างแน่น มองดูฉันด้วยความผิดหวังอย่างที่สุด:"ซูเนี่ยนอวี่ คุณช่างทำให้ผมรู้สึกไม่คุ้นเคยยิ่งนัก""ทำไมคุณถึงกลายเป็นคนโหดร้ายแบบนี้? แม้กระทั่งแผนชั่วๆ อย่างการเสี้ยมให้ป้าซูแกล้งตายเพื่อใส่ร้ายโม่โม่ก็คิดออกมาได้!""เล่นละครแกล้งตายแบบนั้น คุณไม่กลัวจะได้รับผลกรรม แล้วทำให้แม่คุณตายจริงๆ งั้นเหรอ!"เฟิงโม่โม่เหลือบมองฉันด้วยหางตา รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏบนมุมปากเฉินเยว่เพื่อนสนิทของฉัน ก็กอดอกด้วยสีหน้าได้ใจในเวลานี้ การแข่งขันกับเฟิงโม่โม่ หรือการทำให้ซ่งฉีซวี่เชื่อฉันนั้น ล้วนไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วฉันแค่อยากรู้ว่า ร่างของแม่ฉันไปไหนแล้ว!หมอหวังซึ่งเป็นแพทย์เจ้าของไข้ของแม่ เป็นคนที่มีจิตใจเมตตากรุณาและมีคุณธรรมสูงส่ง เขาไม่มีวันยอมถูกเฟิงโม่โม่กับเฉินเยว่ซื้อตัวไปอย่างเด็ดขาดในเมื่อคุณหมอหวังยืนยันว่าแม่ของฉันเสียชีวิตแล้ว ก็แสดงว่าเธอต้องจากไปจริงๆแต่โรงพยาบาลกลับหาร่างของแม่ไม่เจอฉันจ้องมองเฉินเยว่กับเฟิงโม่โม่ด้วยความแค้นถ้าไม่ใช่เพราะไม่มีแม้แต่แร

  • กี่วสันตสารทผ่านพ้น มิเอ่ยถามดวงดารา   บทที่6

    เสียงเคาะประตูดังขึ้น ซ่งฉีซวี่ลุกไปเปิดประตู และใบหน้าที่น่าสงสารของเฟิงโม่โม่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าโดยไม่คาดคิดดวงตาของเฟิงโม่โม่แดงก่ำ มีหมอกบางๆ ปกคลุมอยู่ ราวกับกระต่ายน้อยที่บาดเจ็บใจของซ่งฉีซวี่ก็อ่อนลงในทันที และน้ำเสียงก็อ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว:"โม่โม่ คุณมาได้ยังไง?"เฟิงโม่โม่ซบหน้าลงในอ้อมแขนของซ่งฉีซวี่:"ถ้าฉันยังไม่มาอีก ก็ไม่รู้ว่าพี่เนี่ยนอวี่จะใส่ร้ายฉันยังไงแล้ว!""พี่เนี่ยนอวี่ใส่ร้ายว่าฉันฆ่าป้าซูใช่ไหม? ฮือฮือฮือ ฉันเปล่านะ!""ฉันได้ยินว่าป้าซูร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เลยให้เยว่เยว่พาฉันไปเยี่ยมเค้า"“เพิ่งไปถึงหน้าห้องผู้ป่วย ฉันก็บังเอิญได้ยินการสนทนาระหว่างพี่เนี่ยนอวี่กับป้าซูเข้าพอดี พวกเธอวางแผนว่าให้ป้าซูแกล้งตาย แล้วค่อยมาใส่ร้ายให้ฉัน แบบนี้คุณก็จะเกลียดฉันเข้าไส้ พวกเธอสองแม่ลูกจะได้กุมกระเป๋าเงินของคุณต่อไปได้……”“อาซวี่ คุณดีกับพวกเธอขนาดนี้ แต่พวกเธอกลับวางแผนเอาเปรียบคุณแบบนี้ ฉันโกรธแทนคุณ ฉันบุกเข้าไปในห้องผู้ป่วยเพื่อคาดคั้นถามพี่เนี่ยนอวี่ แต่คิดไม่ถึงว่าพอแผนชั่วโดนเปิดโปง เธอถึงขั้นคิดจะฆ่าฉันให้ตายทีเดียว!”“อาซวี่ ฉันกลัว ฉันกลัวมากจริงๆ

  • กี่วสันตสารทผ่านพ้น มิเอ่ยถามดวงดารา   บทที่5

    เมื่อฉันตื่นขึ้นมา หน้าอกของฉันก็เจ็บยิ่งนัก ราวกับว่าแค่ขยับนิดหน่อยก็จะฉีกออกฉันฝืนลุกขึ้นมา ซ่งฉีซวี่ที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงรีบมาประคองฉันทันที:“อาอวี่ อยากทำอะไรคุณก็สั่งให้ผมไปทำ แผลของคุณยังไม่ตกสะเก็ด ขยับตัวไปมั่วเดี๋ยวก็เจ็บหรอก” เขาปรับเตียงอยู่ในระดับที่สบายอย่างใส่ใจ ปลอบใจฉันด้วยและโทรไปที่บริษัท:“อาอวี่บาดเจ็บ ให้ผู้ดูแลมาดูแลผมไม่ค่อยไว้ใจ ต้องมาดูแลเอง”“เสี่ยวหลี่ สองสามวันนี้ผมไม่ไปบริษัทแล้ว รบกวนคุณกับผู้จัดการคนอื่นๆ ช่วยดูแลหน่อย”ฉันไม่อยากฟังเลยว่าซ่งฉีซวี่พูดอะไรไปบ้างฉันแค่อยากรู้ว่า แม่เป็นอย่างไรบ้างแล้วเธอถูกช่วยกลับมาได้ไหม? ฉันฝืนทนความเจ็บปวดที่หน้าอก พยายามจะดิ้นลุกขึ้นมา ทันใดนั้นหมอหวังแพทย์เจ้าของไข้ของแม่ก็ผลักประตูเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ:“ฉันบอกไปกี่ครั้งแล้วว่า อาการของคุณซูสาหัสมาก อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ทุกเมื่อ ต้องมีคนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา”“ญาติอย่างพวกคุณช่างไม่มีความรับผิดชอบเกินไปแล้วนะ?ทิ้งให้คนไข้อยู่ในห้องคนเดียว ตอนเราพบอีกที คนไข้ก็หมดสัญญาณชีพไปแล้ว ร่างกายก็แข็งเกร็งไปแล้ว”ซ่งฉีซวี่จ้องมองคุณหมออย่างว่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status