LOGIN“เขาก็ยินยอมคุณกุมภ์นะ ไม่เห็นจะไม่สมยอมตรงไหนเลย”
“คุณกุมภ์เจ้าเล่ห์ไง” นุชรีค้อนพี่ชายเสียวงใหญ่
“แม่ชักอยากจะเห็นหน้าเมียเราเสียแล้วสิ งั้นคงต้องไปเยี่ยมกันสักหน่อยว่าไหมนารี” กันยาหันไปถามน้องสาวยิ้ม ๆ
“ผมฝากนายแม่ด้วยนะครับ เพื่อทายาทของตระกูล” กุมภ์ทำเสียงออดอ้อน
“ย่ะ! เอาเป็นว่าแม่จะไปสู่ขอเขาให้เราวันนี้เลยดีไหม ใครจะกล้าปฏิเสธตระกูลธีรดลของเรา แม่อยากจะรู้นัก”
“นายแม่อย่าไปบังคับข่มขู่เขานะครับ ถึงแม้ว่าเราจะมีอิทธิพลก็ตามที”
“ไม่ละ แม่ไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่จะจัดการขอเมียให้เราวันนี้เลย” สีหน้าจริงจังขึงขังของกันยาทำให้ทุกคนหวาดหวั่นยิ่งนัก กันยาถึงจะเป็นหญิงแต่ก็ดูแลคนงานและธุรกิจมากมายมหาศาล ถือว่าเป็นผู้หญิงเก่งคนหนึ่ง จะเรียกว่าเป็นคนเด็ดขาดก็ย่อมได้ คราวนี้กุลยาคงต้องตอบตกลงแต่งงานแน่ ๆ เพราะทัดทานอำนาจบารมีของมารดาเขาไม่ไหว กุมภ์คิดแล้วก็ให้นึกเป็นห่วงเมียของเขายิ่งนัก
ทางด้านกุลยา เธอคุยกับผู้เป็นยายจนเข้าใจและไม่อยากขัดท่านเพราะท่านตัดสินใจขายที่ดินไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ใจไม่อยากให้กุมภ์มายุ่งวุ่นวายหรือเกี่ยวข้องอะไรกันอีก แต่น้ำท่วมปาก จะบอกเหตุผลเช่นไรดีว่าเพราะอะไรเธอถึงไม่อยากขายที่ให้กุมภ์ มันก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี จะบอกว่ากุมภ์จับตัวเธอไปเดี๋ยวยายของเธอจะตกอกตกใจไปกันใหญ่ แล้วไหนจะเรื่องของพจน์อีก ถ้าเขารู้เรื่องนี้คงจะรับไม่ได้ จนบัดนี้เธอเองยังไม่กล้าบอกอะไรเขาเลย
เสียงเจ้าโด้ที่เห่าอยู่หน้าบ้านทำให้กุลยาต้องชะเง้อไปมองว่าใครมา อาจเป็นแขกของคุณยายเธอจึงรีบลงไปต้อนรับ
“สวัสดีค่ะคุณกุล นี่นุชเองนะคะจำนุชได้ไหมคะ” คนที่ลงมาทักทายคนแรกคือนุชรี และตามมาด้วยหญิงสูงวัยอีกสองคน แต่งตัวดีท่าทางภูมิฐาน
“จำได้ค่ะ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”
“บ้านคุณกุลน่าอยู่จังเลยนะคะ” นุชรีพูดยิ้ม ๆ
“ค่ะ งั้นเชิญเข้ามาก่อนสิคะ” กุลยาเอ่ยชวนคนทั้งสามเข้ามาในบ้าน เธอไปแจ้งให้คุณยายทราบว่ามีแขกมาหา ก่อนจะเลี่ยงไปจัดน้ำดื่มเย็น ๆ มาต้อนรับแขกของบ้าน
“ดื่มน้ำดื่มท่าเสียก่อนนะ” คุณยายพิตรผายมือให้แขกดื่มน้ำสมุนไพรเย็น ๆ หลังจากที่ทุกคนยกมือไหว้ท่านอย่างอ่อนน้อม
“น้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจเชียวค่ะ” กันยาดื่มน้ำแล้วเอ่ยชม หันไปมองหญิงสาวนามว่ากุลยา แอบสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพึงใจ เห็นกิริยามารยาทน่ารักเรียบบร้อยก็นึกนิยมชมชอบอยู่ไม่น้อย
“เจ้ากุมภ์ลูกชายของพี่ตาแหลมไม่หยอก” กันยาหันมากระซิบกับน้องสาว
“คุณป้าคะ คุณกุมภ์ไม่ได้ตาแหลมนะคะ คุณกุมภ์ไปฉุดเขามาค่ะ” นุชรีรีบกระซิบเตือนถึงความเป็นจริงของเรื่องราวทั้งหมด
“ไม่ต้องย้ำมากก็ได้ว่าไม่มีใครเอาลูกชายป้าทำผัว”
“คุณป้าน่ะ นุชเปล่านะคะ” นุชรีทำหน้าเหลอหลา
“มีธุระอะไรหรือเปล่าจ๊ะ หรือต้องการให้ช่วยอะไรก็บอกได้นะ” คุณยายพิตรเอ่ยถาม ท่านเคี้ยวหมากไปด้วยตามประสาคนแก่ทั่วไป
“ดิฉันชื่อกันยานะคะ เป็นแม่ของเจ้ากุมภ์ คนที่มาซื้อที่ดินของคุณน้าน่ะค่ะ ขออนุญาตเรียกคุณน้านะคะ” กันยาเอ่ยขึ้นเพราะคุณยายพิตรอายุน่าจะเจ็ดสิบต้น ๆ ในขณะที่ท่านอายุห้าสิบปลาย ๆ
“อ้อ... แม่ของนายหัวกุมภ์นี่เอง จะมาดูที่ดินหรือจ๊ะ” คุณยายเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ได้มาดูที่ดินอะไรหรอกค่ะ จะมาเยี่ยมคุณน้าน่ะค่ะ จะมาฝากเนื้อฝากตัวเอาไว้ ไม่ช้าไม่นานพ่อกุมภ์ลูกชายของดิฉันบอกว่าจะมาปลูกบ้านอยู่ละแวกนี้ อากาศที่นี่ดี๊ดีนะคะ น่าอยู่เชียว มีคลองอยู่หลังบ้านด้วย” กันยาพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ยินดีมากจ้ะที่นายหัวกุมภ์จะมาอยู่ด้วยกัน แต่ที่ดินจะคับแคบไปหรือเปล่าจ๊ะ ฉันก็ไม่ได้มีที่ดินมากมายอะไร แบ่งขายให้ได้แค่นั้นจริง ๆ พ่อกุมภ์น่ะมีน้ำใจ ช่วยซื้อที่ดินเอาไว้” ท่านรับรู้ดีว่าคุณนายช่อทิพย์มารดาของพจน์นั้นรังเกียจหลานสาวของท่านเช่นไร แถมยังดูถูกดูแคลนว่าลำบากยากจน มีที่ดินเท่าแมวดิ้นตาย ท่านเลยไม่เคยคิดที่จะให้หลานสาวต้องบากหน้าไปขอเงินจากพจน์ แม้จะรู้ดีว่าพจน์ยินยอมที่จะช่วยเหลือทุกอย่าง
ท่านไม่อยากให้หลานสาวดูไร้ค่า เห็นแก่เงิน อยากจับผู้ชายรวย ๆ เหมือนอย่างที่มารดาของพจน์ปรามาสเอาไว้ พอกุมภ์ขอซื้อที่ดินในราคาสูงเพียงพอที่จะใช้หนี้ได้ท่านก็ยินดีขายให้ในทันที เพราะก่อนหน้านี้ท่านเคยเจอกุมภ์มาแล้ว อีกฝ่ายเคยช่วยชีวิตท่านเอาไว้ เสียดายวันนั้นไม่ได้แนะนำให้กุมภ์ได้รู้จักกับกุลยาเพราะหลานสาวไปเยี่ยมบิดาที่บ้าน
คุณยายพิตรจึงถือว่ากุมภ์เป็นคนที่มีบุญคุณกับท่านเป็นอันมาก ไม่อย่างนั้นท่านคงล้มหัวฟาดพื้นเพราะเป็นลม จนเสียชีวิตไปแล้ว
“ไม่หรอกค่ะ ที่ดินกี่ไร่นะแม่นุช” กันยายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หันไปถามหลานสาว คิดว่าเจ้าลูกชายคงได้ปลูกบ้านหลังใหญ่เอาไว้รอคอยเจ้าสาวเพื่อทำเป็นเรือนหอ
“สิบหกตารางเมตรค่ะคุณป้า”
“จ้ะ สิบหกตารางเมตร ห้ะ!” กันยาอุทานหันมามองหลานสาวด้วยใบหน้าเหลอหลา ทำไมเจ้าลูกชายตัวดีของท่านถึงได้ซื้อที่ดินมักน้อยเช่นนี้ แทนที่จะหัดอวดรวยกับสาวเสียบ้าง ที่ดินแค่นี้จะสักกี่หมื่นกี่แสนกัน เดี๋ยวนี้ไม่มีใครเขามากัดก้อนเกลือกินลำบากยากเข็ญกันแล้ว มีเงินก็ต้องแสดงให้ผู้หญิงรู้ไปเลยว่ามีเงิน เขาจะได้มั่นใจว่าเลี้ยงเขาได้
“นี่พี่ชายของเราไม่มีเงินซื้อที่ดินหรือไง ซื้อแค่สิบหกตารางเมตร” กันยาหันมากระซิบถามหลานสาว
“คุณยายพิตรขายแค่นั้นค่ะคุณป้า”
“แล้วเขาจะรู้ได้ยังไงว่าพี่เรามีเงินพอจะเลี้ยงหลานสาวของเขาได้” กันยารู้สึกตำหนิลูกชายไม่น้อยที่ไม่รู้จักอวดรวยเสียบ้าง
“คุณกุมภ์ซื้อที่ดินสิบหกตารางเมตรในราคาสามล้านบาทนะคะคุณป้า” นุชรีพูดเสียงอ่อย
“หา!!!” กันยาแทบตกเก้าอี้ ในขณะที่นุชรียิ้มอ่อนให้ผู้เป็นป้า
“มีอะไรกันหรือเปล่าจ๊ะคุณกันยา” คุณยายพิตรเอ่ยถาม
“ปะ... เปล่าค่ะคุณน้า” กันยายิ้มให้สองยายหลานด้วยความรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
“หลานสาวของคุณน้านี่สวยจริง ๆ เลยนะคะ หน้าตาผิวพรรณผุดผ่องเชียวค่ะ” กันยาหันไปพิศมองกุลยาแล้วอมยิ้ม อีกฝ่ายนั่งสงบเสงี่ยมเป็นผู้ฟังที่ดีไม่มีปากมีเสียงใดๆ
“ได้เขานี่แหละคอยช่วยดูแล กุลยาเป็นคนกตัญญู เขาชอบทำอาหารกับขนม ตอนนี้ทำขนมส่งขายอยู่จ้ะ พอมีรายได้เลี้ยงครอบครัว” คุณยายเอ่ยชมหลานสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“เก่งจังเลยค่ะ กตัญญูด้วย ใครได้ไปเป็นศรีภรรยาคงจะโชคดีไม่น้อย” กันยาพูดอย่างหมายมั่นปั้นมือ
“เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว อีกไม่นานคงจะแต่งงานกันจ้ะ”
“เสียดายจังเลยนะคะ” กันยาแกล้งว่า
นั่นแค่คู่หมั้นแต่ลูกชายของเธอนี่คือ... ผัว!!!
ใครกันจะเห็นคู่หมั้นดีกว่าผัวตัวเอง!!!
“เสียดายอะไรจ๊ะ”
“ถ้ายังไม่มีคู่หมั้น สวยน่ารักเรียบร้อยแบบนี้ แถมยังกิริยามารยาทงดงามเสียอีก ดิฉันอยากจะสู่ขอหนูกุลให้ลูกชายของดิฉันน่ะค่ะ”
กุลยาสะดุ้ง ในขณะที่กันยายิ้มเยือนมองว่าที่ลูกสะใภ้อย่างชื่นชม
“นายแม่คะ” นุชรีหันไปกระซิบกับมารดา
“ว่ายังไงหรือลูก” นารีเอ่ยถามบุตรสาว ตะแคงหูไปใกล้ ๆ ริมฝีปาก น้อย ๆ ที่เรียกขานอยู่ข้างๆ
“ตอนมานี่คุณป้ามาอย่างนางพญาเลยนะคะ เหมือนจะมาบีบบังคับให้คุณยายกับคุณกุลรับคุณกุมภ์เป็นผัว แต่ตอนนี้คุณแม่ดูสิคะ” นุชรีชี้ให้มารดาดู
“ป้าเราอาจจะกำลังมีแผนการอยู่ก็ได้ รอดูไปก่อน”
อังคารได้แต่งงานกับมยุริญสมใจ ตอนนี้ก็มีทายาทแล้วเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ ของเจ้านายเลยเป็นเพื่อนเล่นกันกันต์ธีร์ กายสิทธิ์ กชกร กิรณาวิ่งมากอดมารดาก่อนจะแนบหูไปกับหน้าท้องนูน ๆ เพื่อคุยกับน้อง“วันนี้น้องเงียบกริบเลยครับ” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น“ใช่ ๆ น้องทำอะไรอยู่น้า ท่าทางจะหลับ”“อุ๊ย!” ไม่ทันขาดคำ กุลยาก็อุทานเบา ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกภายในท้องของเธอ เคลื่อนไหวคล้ายตอบโต้กับบรรดาพี่ ๆ“น้องดิ้นด้วยครับ สงสัยจะรู้ว่าพวกเรามาทักทาย ผมอยากเห็นหน้าน้องจัง” กายสิทธิ์ลูบท้องนูน ๆ ของมารดาไปมา“หนูก็อยากเห็นหน้าน้องเหมือนกันค่ะคุณแม่” กชกรพยักหน้ายิ้มแป้น“หนูก็ด้วยค่ะ” กิรณาก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะอ้อนให้บิดาอุ้มไปนั่งตัก“สงสัยว่าน้องก็อยากจะเห็นหน้าทุกคนแล้วเหมือนกันจ้ะ พี่กุมภ์คะ คุณแม่คะ ปะ... ปวดท้องจังเลยค่ะ”เสียงของกุลยาที่ร้องบอกทุกคนว่าเจ็บท้องทำให้กุมภ์ตื่นเต้นไม่น้อย“ไอ้อังคาร ไอ้อังคาร เอารถออกเดี๋ยวนี้เลย!”“น้องจะออกมาแล้วเหรอคะ น้องจะออกมาแล้ว”เด็ก ๆ เดินวนไปวนมามาให้วุ่นเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าน้อง ทำเอานุชรีที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดถึงกับอมยิ้ม“ทุกคนตั้งส
“เล่นซะเนียนเลย พี่ตกอกตกใจหมดเลย เล่นเอามีดจี้คอขนาดนั้น พี่ทำอะไรไม่ถูกน่ะสิจ๊ะ” กุลยายอมรับว่าวันนั้นเธอตกใจจริง ๆ เลยรับปากไปเสียทุกอย่างที่น้องสาวต้องการ“ก็คุณธิดาเป็นดารานี่คะ ถ้าเล่นไม่เนียนจะเป็นดาราดังได้ยังไงกัน” ไม่ว่ายังไงนุชรีก็ยังชื่นชมในฝีมือการแสดงของกุลธิดาอยู่ดี“แล้วนั่นพี่กุมภ์กับผู้กองจะพาคุณราฟไปไหนคะ” กุลยาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าแต่ละคนเตรียมถังเตรียมคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน“มีรังผึ้งรังใหญ่อยู่หลังบ้านน่ะครับ พวกเราหนุ่ม ๆ อยากจะไปจับผึ้งกันเสียหน่อย น้ำผึ้งแท้น่ะ เอามากินบำรุงสุขภาพนะ” กุมภ์หันไปตอบเมียรัก“ไปจับผึ้งกันเหรอคะ แล้วนั่นต้องเอาปี่ไปด้วยเหรอคะ” กุลธิดาถามอย่างสงสัย“ใช่ครับ พี่น่ะมือวางอันดับหนึ่งในการจับผึ้งเลยนะครับ” กุมภ์ยืดอก ตบเบา ๆ อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง“คุณกุลคงยังไม่รู้ว่าพี่กุมภ์น่ะจับผึ้งเก่ง เป่าปี่ก็เก่งด้วยค่ะ ไม่ใช่เป่าปี่เรียกผีเสื้อสมุทรนะคะแต่เรียกผึ้งนี่แหละ คิก ๆ” นุชรีเล่าแล้วทำท่าขำ“ทำไมคุณนุชต้องทำท่าขำแบบนั้นด้วยล่ะคะ”“หยุดเลยคุณนุช เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้คุณกุมภ์เก่งแล้ว” ก
“พี่กุมภ์!” กุลยาถลาไปประคองร่างสามีเอาไว้ ทำเอาทุกคนตกใจกัน ยกใหญ่ สุดท้ายก็พากันไปโรงพยาบาลแทนที่จะไปสถานีตำรวจ“พี่กุมเป็นยังไงบ้างคะ” กุลยาเอ่ยถามสามีที่เดินขากะเผลก ๆ เพราะตกบันไดอย่างห่วงใย“ไกลหัวใจครับ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง โดนคดีความมากไหม”“ผู้กองนะก็ทำตามหน้าที่น่ะค่ะ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก แต่พ่อหมอยอดยิ่งอะไรนั่นมีโจทย์เยอะนะคะ เพราะเที่ยวไปหลอกคนเอาไว้มากมาย เลยโดนดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาหลอกลวงและข้อหา อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะพี่กุมภ์”“ดีแล้วครับ จะได้เข็ดหลาบไม่ทำอีก”“เพิ่งรู้นะคะว่าคืนนั้นคุณนุชให้ของขวัญเป็นชุดนอนไม่ได้นอน” กุลยานึกถึงแล้วอดที่จะขำปนหน้าแดงเสียไม่ได้ มารู้ในตอนหลังว่าคืนวันเข้าห้องหอนุชรีให้ชุดนอนวาบหวิวเพื่อให้เธอใส่ยั่วกุมภ์“คุณนุชทะเล้น แต่พี่ก็ว่าดีนะ อยากให้เมียใส่” เขากัดปากทำตาหวาน คนฟังถึงกับหน้าแดงลามไปถึงใบหู“กุมภ์เป็นไงบ้างลูก แม่ทำอาหารบำรุงให้กุมภ์เยอะแยะเลยนะ ทำกระเพาะปลาที่ลูกชอบด้วยนะจ๊ะ” เสียงหวาน ๆ ของมารดาทำให้กุมภ์โกรธไม่ลงเลยจริง ๆ ที่สำคัญก็รู้ว่ามารดานั้นเป็นห่วงเป็นใย อยากให้เขามีความสุขที่สุด จึง
“นาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะพี่กันยา” นารีรีบตอบ“ไอ้อังคาร แทนที่แกจะมาช่วยฉัน แล้วนั่นแกชวนหลานสาวกับหลานเขยฉันไปดูคลิปอะไรห้ะ” คุณกันยาหันไปดุด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่แอบถ้ำมองลูกชายกับลูกสะใภ้“ผมนั่งดูคลิปอยู่ครับคุณป้า โคตรมันเลยครับ” ชัยชนะเป็นคนเอ่ยตอบ“คลิปอะไรของแกที่บอกว่ามัน” คุณกันยาเดินขึ้นไปบนกระท่อม ในขณะที่กุมภ์กับกุลยารีบไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย“นี่ไงครับ สำนักอาจารย์ยอดยิ่งโดนปาระเบิดครับ ผมว่ามันคุ้น ๆ นะครับคุณป้า” ชัยชนะพูดออกมาก่อนทำท่านึก เหมือนเขาได้ยินชื่อสำนึกอาจารย์ยอดยิ่งที่ไหน“ห้ะ! เอามาให้ป้าดูสิ” คุณกันยารีบคว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง“พี่กันยาคะ นี่มันสำนักอาจารย์ยอดยิ่งที่ดูดวงให้เรานี่คะ” นารีชะโงกหน้าไปดูก่อนจะอุทานเสียงดัง“ผมก็ดูวนไปวนมา คุ้น ๆ ชื่อสำนักอยู่เหมือนกันครับ ไปดูดวงที่นี่มาเหรอครับ ในข่าวบอกว่าโดนคนที่ไปดูดวงปาระเบิดใส่เพราะแค้นจัดที่ดูดวงไม่แม่น แถมยังไปแนะนำอะไรแปลกประหลาดด้วยครับ แต่รายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้ผมไม่รู้นะครับ” อังคารสาธยายละเอียดยิบ“นี่แหละเรียกลงลึก” ชัยชนะกับนุชรีพูดประสานเสียงกัน“
“แล้วทำไมนายไม่ยุแยงตะแคงรั่วกันเล่า” นุชรีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ“ผมยุแยงตะแคงรั่วแล้วครับ แต่แพ้ทางนายหญิงจริง ๆ นายหญิงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกน้องจะไปสู้ยังไงไหว นั่นเขาเป็นถึงเมียเลยนะครับ”“อดเอาคืนคุณกุมภ์น่ะสิ เซ็งเป็ดเลย”“คุณนุชนี่หน้าซื่อใจคดนะครับ”“นายว่าฉันเหรอ”“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ”“ไม่ได้การละ พรุ่งนี้ต้องไปยุแยงตะแคงรั่วต่อ”“จะดีเหรอจ๊ะแม่นุช”“เฮ้ย! คุณป้ากับนายแม่มาแอบฟังนุชตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เสียงถามที่ดังขึ้นทำให้นุชรีหันไปมองก็เจอเข้ากับมารดาและผู้เป็นป้าที่กระซิบเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น“นานแล้วครับ ตั้งแต่คุณนุชเรียกผมมาถามนั่นแหละครับ” อังคารช่วยตอบแทนบรรดาเจ้านายทั้งหลาย“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน”“ผมไม่กล้าครับ” ก็แต่ละคนเล่นจ้องเขาเหมือนจะปาดคอ เขาจะกล้าพูดอะไรได้“งั้นค่าสินสอดของมยุริญสองแสนนายก็อดนะอังคาร” นุชรีพูดอย่างงอน ๆ“นายแม่จ่ายให้ผมแล้วครับ”“ไอ้คนเห็นแก่เงิน” นุขรีด่าอย่างขัดใจ“ไม่ใช่นะครับ นายแม่มีบุญคุณ นายหัวก็มีบุญคุณ ผมหรือจะกล้าขัด”“หรา... อังคาร งั้นฉันขอให้นาย...” นุชรียังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้ร้ายก็รีบสารภ
“กรี๊ด!!! ผีขี้โคลน” แล้วสติของหญิงสาวก็ดับวูบลงไปในทันที“เฮ้ย! ตายห่า นายหญิงหมดสติไปแล้ว”“มึงนี่แหละจะตาย ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมียกูมา เป็นลมล้มฟุบไปแบบนี้ จะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” กุมภ์หันไปตบหัวลูกน้องเต็มแรง อังคารร้องเสียงหลง มึนลูกตบของเจ้านายจนแทบเข่าทรุด“ผมบอกไม่ทันครับ อย่าว่าแต่นายหญิงเลย ผมเห็นนายหัวครั้งแรกยังตกใจ”“มึงมาช่วยประคองเมียกูขึ้นเตียงก่อน เวรเอ๊ย!”“นายหัวด่านายหญิงทำไมครับ”“กูสบถไอ้นี่ เดี๋ยวถีบยอดอก”“ครับ ๆ” อังคารช่วยเจ้านายประคองร่างของกุลยาไปวางบนเตียง“มึงรีบไปหายาลมยาดมยาหม่องมาปฐมพยาบาลเมียกูเร็ว ๆ เลย”“ผมว่าเจ้านายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ”“เออ ๆ แต่มึงไปเอายามาก่อน” กุมภ์รีบสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวและอาบน้ำเร็วที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบมาที่เตียงอย่างห่วงใย“เจ้านายดูเป็นห่วงนายหญิงมาก ๆ เลยนะครับ”“มึงเอาสักอย่างเถอะไอ้อังคาร จะเรียกกูว่านายหัวหรือเจ้านาย กูโคตรสับสน” เป็นประโยคเดิม ๆ ที่กุมภ์ด่าอังคารเป็นประจำ ซึ่งมันก็ยังเรียกเขาตามอารมณ์ และเขาก็ยังอยากจะด่ามันเช่นเดิม“นายหัวไม่คิดจะเล่นตัวสักนิดเลยเหรอครับ”“เล่นตัวอะไรของมึง”“ก็นายหญิงทิ้งนายห







