LOGINจะมีส่วนผสมของกะทิอีกส่วนหนึ่งที่ราดบนห่อหมก โดยการนำหัวกะทิผสมแป้งข้าวเจ้าคนให้เข้ากัน
“นี่คุณ”
“ครับ”
“จะมองฉันอีกนานไหม”
“ทำไมครับ คุณคิดค่ามองด้วยเหรอ”
“คุณห่อเป็นด้วยเหรอ” เธอเอ่ยถาม
“ผมก็ทำตามคุณไง”
“ห่อไม่สวยไม่ได้นะ”
“ทำไมล่ะ”
“เดี๋ยวจะโดนคุณยายตีมือน่ะสิ”
“คุณเคยโดนเหรอ”
“เคยสิคะ ตอนเด็ก ๆ คุณยายสอนทำขนมกับห่อหมก ห่อไม่สวยโดนคุณยายตีมือเบา ๆ ค่ะ” เธอเผลอยิ้มให้เขา กุมภ์เองก็เผลอยิ้มตามไปด้วย กุลยาเพิ่งรู้ตัวว่าเธอเผลอยิ้มให้เขาจึงหันไปหยิบใบตองมาจัดการห่อห่อหมกแก้เขิน
กุมภ์ช่วยกุลยาห่อห่อหมกด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ ตอนแรกเธอคิดว่าจะแกล้งตีมือเขาเสียหน่อย แต่เห็นความพยายามของเขาเธอก็ทำไม่ลง สุดท้ายก็สอนเขาห่อออกมาจนสวยใช้ได้ ก่อนจะช่วยกันนำไปนึ่งและนั่งรอให้มันสุก
“คุณนี่หัวไวนะคะ ห่อสวยใช้ได้เลย” กุลยาเอ่ยชม
“คุณโอเคขึ้นแล้วใช่ไหม” นั่งอยู่ด้วยกันบนแคร่ในห้องครัว เขาก็เอ่ยถามเธอ นั่นทำให้กุลยานิ่งเงียบไป
“ผมอยากให้คุณโอเคนะ” กุมภ์ขยับมือไปกุมมือนิ่มของกุลยาเอาไว้ เธอไม่ได้ดึงหนีแต่มองหน้าเขานิ่ง และไม่พูดอะไร
“คุณโกรธผมเหรอ”
“เรื่องอะไรคะ”
“ก็เรื่องที่ผมทำให้คุณต้องเลิกกับเขาไง”
“จริง ๆ ถึงไม่มีคุณ ฉันกับพี่พจน์ก็อาจจะไปกันไม่รอดหรอกค่ะ” ประโยคของเธอทำให้เขาเองก็นิ่งเงียบไปเหมือนกัน กุมภ์คิดว่าเขาไม่ควรตอกย้ำให้เธอเสียใจไปมากกว่านี้
กุลยาจัดการหยอดหัวกะทิลงไปบนหน้าห่อหมก ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดงซอยและใบมะกรูดหั่นฝอยนำห่อหมกไปนึ่งต่ออีกครั้ง
“หอมเชียวคุณ”
“อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อโดนหอมแก้มฟอดใหญ่
“ห่อหมกหอมแล้วคุณมาหอมแก้มฉันทำไมนี่”
“ที่ผมบอกว่าหอมคือแก้มคุณ ผมบอกเหรอว่าเป็นห่อหมก”
“คุณนี่มันเจ้าเล่ห์ที่สุด” เธอเดินหนีไปเตรียมกับข้าวอย่างอื่น เขาก็ตามไปช่วยทำกุ้งย่าง น้ำจิ้มรสเด็ด สรุปว่ากุ้งเผาน้ำจิ้มสามรสเขาเป็นคนจัดการทำเองทั้งหมด
“ตอนที่ผมอยู่บนเกาะ ผมก็ย่างกุ้ง หมึก หอย ปลา กินกับคนงานบ่อย ๆ”
“คุณเป็นกันเองกับคนงานมากเลยนะคะ”
“ส่วนใหญ่ก็โตมาด้วยกันครับ นายแม่เลี้ยงผมให้โตมากับคนงาน เวลามีอะไรจะได้เข้าใจและเข้าถึง เวลาผมพูดอะไร พวกเขาก็เลยเชื่อ”
“กับคุณนุชคุณก็ดูน่ารักดี” เธอเอ่ยถึงนุชรีแล้วอมยิ้ม นุชรีถือว่าเป็นเพื่อนอีกคนที่เธอรู้สึกดี ๆ ด้วย คุณยายสอนเสมอว่าการมีเพื่อนดีเหมือนได้ของขวัญล้ำค่าในชีวิต
“เราโตมาด้วยกันเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน”
“คุณแม่ของคุณก็น่ารักนะคะ ให้คุณได้คลุกคลีกับคนงาน เลี้ยงให้โตมาด้วยกัน”
“จริง ๆ ก็ไม่เชิงหรอกครับ” กุมภ์ลูบท้ายทอยตัวเองไปมา
“ไม่เชิงยังไงเหรอคะ”
“นายแม่ขี้เกียจเลี้ยงครับเพราะว่าท่านบ่นว่าตอนเด็ก ๆ ผมซน เลยเอาไปโยนให้คนงานเลี้ยง วัน ๆ หนึ่งเล่นกับลูกหลานคนงานมอมแมมกลับมาจนนายแม่จำลูกตัวเองไม่ได้” เขาเล่าไปขำไป ทำให้เธอต้องนึกถึงชีวิตวัยเด็กของตัวเองบ้าง
“ตอนเด็ก ๆ ฉันจำได้ว่ามีแต่คุณแม่กับคุณยายน่ะค่ะ” เธอถอนใจเบา ๆ คนที่เกิดมาท่ามกลางความแตกแยกของครอบครัว แต่ความรักที่ผู้เป็นยายมอบให้เธอหลังจากที่มารดาจากไปนั้น ก็ไม่ได้ทำให้เธอขาดความอบอุ่นแต่อย่างใด
“ต่อไปคุณก็มีผมไง” เขาจับมือเธอมากุมเอาไว้
“ฉันมีคุณยายก็พอแล้ว” กุลยาพูดอย่างขัดเขินก่อนจะเดินหนีไปดูกับข้าวอย่างอื่น
กุมภ์อมยิ้ม เขาคอยตามติดเธอไม่ยอมห่าง โดยไม่รู้ว่ามีสายตาสองคู่กำลังมองอย่างยินดี
“แม่บัวว่าพ่อกุมภ์เป็นยังไงบ้าง” คุณยายพิตรเอ่ยถามสายบัวด้วยรอยยิ้ม
“ดีกว่าคุณพจน์เป็นไหน ๆ ค่ะ”
“ดีกว่ายังไงรึ”
“คุณพจน์ก็เหมือนจะดีค่ะแต่ก็ไม่เด็ดขาด หลายครั้งหลายคราที่ทำให้คุณกุลต้องร้องไห้เสียใจเพราะพ่อแม่ของคุณพจน์นั่นแหละ”
“ก็จริง ฉันก็ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะนั่นก็พ่อแม่เขา แต่ความรักอย่างเดียวมันคงไม่พอเนอะแม่บัว” ความรักอย่างเดียวมันคงไม่พอ เพราะครอบครัว เพื่อนฝูง คนรอบข้างก็มีอิทธิพลกับชีวิตด้วย นอกเสียจากว่าไม่แคร์ใครเลย และมีความคิดเป็นของตัวเองว่าจะทำอะไรใครก็ห้ามยุ่ง
“จริงค่ะ ครอบครัวก็สำคัญ ถ้าให้เลือกระหว่างพ่อแม่กับคุณกุล คุณพจน์ก็ต้องเลือกพ่อแม่”
“ทำไมแม่บัวคิดแบบนั้นล่ะ”
“พ่อแม่คุณพจน์มีทรัพย์สมบัติมากมาย คุณพจน์ได้รับการเลี้ยงดูมาแบบลูกคุณหนูถูกตามใจตั้งแต่เด็ก จะให้มาทำอะไรเหมือนนายหัวกุมภ์ไม่มีหรอกค่ะ มาบ้านเราเคยหยิบจับอะไรไหมก็ไม่ แต่นายหัวกุมภ์ล้างจานก็เป็น กินเสร็จช่วยเก็บจานชามไปล้างแบบไม่ถือตัว ทั้ง ๆ ที่ร่ำรวยกว่าคุณพจน์เสียด้วยซ้ำ ในขณะที่คุณพจน์นั้นไม่เคยแสดงน้ำใจตรงส่วนนั้นเลย ไม่ใช่บัวจะให้คุณพจน์ล้างจานหรอกนะคะ แต่งานอย่างอื่น ขนาดคุณพิตรทำสวนอยู่ก็ยังไม่เคยยื่นมือเข้าไปช่วยเลย นับประสาอะไร”
“อืม... ก็จริง ฉันเลยไม่ได้สนิทใจกับเขาเหมือนพ่อกุมภ์ ขานี้เขาจริงใจ ขาลุย ตรงไปตรงมาดี” คุณยายพิตรเอ่ยชมจากใจ
“ถ้าคุณพจน์เด็ดขาดจริง พ่อแม่เขาก็ไม่กล้าขัดหรอกค่ะ เพราะว่าเขามีลูกชายคนเดียว ไม่ใช่จะให้ตัดขาดพ่อแม่นะคะ แต่คนเรารักกันอยากอยู่ด้วยกัน ก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่ทำอะไรค้าง ๆ คา ๆ อยู่แบบนี้ ปล่อยให้พ่อแม่ตัวเองรังแกคนรัก บัวเห็นว่าเวลาเจอกันในตลาด คุณกุลโดนดูถูกเสียตั้งหลายครั้ง ไม่ชอบใจมาก ๆ เชียวค่ะ คุณพจน์พูดแต่ให้คุณกุลอดทน จะให้อดทนไปถึงเมื่อไหร่กันล่ะคะ คนเราก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน”
“ฉันก็อดทนเหมือนกัน ทนให้หลานสาวโดนดูถูกมานานหลายปี ถ้าไม่ติดว่าเขารักของเขาฉันคงสั่งให้เลิกกันไปแล้ว แต่นั่นยิ่งจะทำให้เขาเสียใจ ฉันเลยไม่ทำ” คุณยายพิตรถอนใจ
“คุณยายขา ไปรับประทานอาหารกันดีกว่าค่ะ” เสียงของหลานสาวคนสวยทำให้คุณยายพิตรต้องหยุดการสนทนากับสายบัวไปก่อน แต่ก็ลงความเห็นว่ากุมภ์เหมาะจะเป็นหลานเขยของท่านเป็นที่สุด
อาหารเย็นนั้นเสร็จสิ้นลงด้วยความรู้สึกอิ่มเอมของทุกคน กุมภ์เข้ากับครอบครัวของกุลยาได้ในเวลาอันรวดเร็ว กุลยาเองก็รู้สึกอุ่นใจที่มีกุมภ์อยู่ด้วย อาจเพราะที่บ้านสวนมีแต่ผู้หญิง เลยรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย พอมีผู้ชายมาอยู่ด้วยกันเลยทำให้รู้สึกดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“คุณชอบดูดาวเหรอ”
“อุ๊ย!” กุลยาอุทานเมื่อได้ยินเสียงเอ่ยถาม ก่อนที่ร่างสูงของนายหัวหนุ่มจะนั่งลงใกล้ ๆ กับเธอ เขาสวมกางเกงเลกับเสื้อยืดคอกลมสบาย ๆ กุมภ์เป็นคนที่แต่งตัวง่าย ๆ สบาย ๆ เขาไม่ค่อยพิถีพิถันและไม่เรื่องเยอะ มาอยู่ที่นี่เรียกได้ว่าเขาไม่เป็นภาระเลย ซักรีดเสื้อผ้าเองหมด แถมยังมาช่วยทำโน่นทำนี่ให้เธอกับคุณยายไม่หยุดมือ เขามีความสุขกับการทำงาน ใบหน้าของเขาแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ
“ผมทำให้ตกใจเหรอ” กุมภ์เอ่ยถาม มองซีกหน้าหวานของคนข้าง ๆ ด้วยรอยยิ้ม
“เปล่าค่ะ ฉันแค่คิดอะไรเพลิน ๆ เท่านั้นเอง”
“คิดถึงผมอยู่เหรอ”
“หลงตัวเอง อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อโดนเขาหอมแก้มฟอดใหญ่
“แก้มหอม”
“คุณนี่โคตรฉวยโอกาสเลย”
“ถ้าผมฉวยโอกาสจริง ผมปล้ำคุณไปแล้ว”
“คนลามก”
“แต่ผมไม่อยากให้คุณเกลียดผมไปมากกว่านี้... กุลยา” เขามองสบตาเธออย่างจริงจัง ทำให้กุลยาถึงกับนิ่งอึ้งไป
อังคารได้แต่งงานกับมยุริญสมใจ ตอนนี้ก็มีทายาทแล้วเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ ของเจ้านายเลยเป็นเพื่อนเล่นกันกันต์ธีร์ กายสิทธิ์ กชกร กิรณาวิ่งมากอดมารดาก่อนจะแนบหูไปกับหน้าท้องนูน ๆ เพื่อคุยกับน้อง“วันนี้น้องเงียบกริบเลยครับ” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น“ใช่ ๆ น้องทำอะไรอยู่น้า ท่าทางจะหลับ”“อุ๊ย!” ไม่ทันขาดคำ กุลยาก็อุทานเบา ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกภายในท้องของเธอ เคลื่อนไหวคล้ายตอบโต้กับบรรดาพี่ ๆ“น้องดิ้นด้วยครับ สงสัยจะรู้ว่าพวกเรามาทักทาย ผมอยากเห็นหน้าน้องจัง” กายสิทธิ์ลูบท้องนูน ๆ ของมารดาไปมา“หนูก็อยากเห็นหน้าน้องเหมือนกันค่ะคุณแม่” กชกรพยักหน้ายิ้มแป้น“หนูก็ด้วยค่ะ” กิรณาก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะอ้อนให้บิดาอุ้มไปนั่งตัก“สงสัยว่าน้องก็อยากจะเห็นหน้าทุกคนแล้วเหมือนกันจ้ะ พี่กุมภ์คะ คุณแม่คะ ปะ... ปวดท้องจังเลยค่ะ”เสียงของกุลยาที่ร้องบอกทุกคนว่าเจ็บท้องทำให้กุมภ์ตื่นเต้นไม่น้อย“ไอ้อังคาร ไอ้อังคาร เอารถออกเดี๋ยวนี้เลย!”“น้องจะออกมาแล้วเหรอคะ น้องจะออกมาแล้ว”เด็ก ๆ เดินวนไปวนมามาให้วุ่นเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าน้อง ทำเอานุชรีที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดถึงกับอมยิ้ม“ทุกคนตั้งส
“เล่นซะเนียนเลย พี่ตกอกตกใจหมดเลย เล่นเอามีดจี้คอขนาดนั้น พี่ทำอะไรไม่ถูกน่ะสิจ๊ะ” กุลยายอมรับว่าวันนั้นเธอตกใจจริง ๆ เลยรับปากไปเสียทุกอย่างที่น้องสาวต้องการ“ก็คุณธิดาเป็นดารานี่คะ ถ้าเล่นไม่เนียนจะเป็นดาราดังได้ยังไงกัน” ไม่ว่ายังไงนุชรีก็ยังชื่นชมในฝีมือการแสดงของกุลธิดาอยู่ดี“แล้วนั่นพี่กุมภ์กับผู้กองจะพาคุณราฟไปไหนคะ” กุลยาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าแต่ละคนเตรียมถังเตรียมคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน“มีรังผึ้งรังใหญ่อยู่หลังบ้านน่ะครับ พวกเราหนุ่ม ๆ อยากจะไปจับผึ้งกันเสียหน่อย น้ำผึ้งแท้น่ะ เอามากินบำรุงสุขภาพนะ” กุมภ์หันไปตอบเมียรัก“ไปจับผึ้งกันเหรอคะ แล้วนั่นต้องเอาปี่ไปด้วยเหรอคะ” กุลธิดาถามอย่างสงสัย“ใช่ครับ พี่น่ะมือวางอันดับหนึ่งในการจับผึ้งเลยนะครับ” กุมภ์ยืดอก ตบเบา ๆ อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง“คุณกุลคงยังไม่รู้ว่าพี่กุมภ์น่ะจับผึ้งเก่ง เป่าปี่ก็เก่งด้วยค่ะ ไม่ใช่เป่าปี่เรียกผีเสื้อสมุทรนะคะแต่เรียกผึ้งนี่แหละ คิก ๆ” นุชรีเล่าแล้วทำท่าขำ“ทำไมคุณนุชต้องทำท่าขำแบบนั้นด้วยล่ะคะ”“หยุดเลยคุณนุช เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้คุณกุมภ์เก่งแล้ว” ก
“พี่กุมภ์!” กุลยาถลาไปประคองร่างสามีเอาไว้ ทำเอาทุกคนตกใจกัน ยกใหญ่ สุดท้ายก็พากันไปโรงพยาบาลแทนที่จะไปสถานีตำรวจ“พี่กุมเป็นยังไงบ้างคะ” กุลยาเอ่ยถามสามีที่เดินขากะเผลก ๆ เพราะตกบันไดอย่างห่วงใย“ไกลหัวใจครับ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง โดนคดีความมากไหม”“ผู้กองนะก็ทำตามหน้าที่น่ะค่ะ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก แต่พ่อหมอยอดยิ่งอะไรนั่นมีโจทย์เยอะนะคะ เพราะเที่ยวไปหลอกคนเอาไว้มากมาย เลยโดนดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาหลอกลวงและข้อหา อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะพี่กุมภ์”“ดีแล้วครับ จะได้เข็ดหลาบไม่ทำอีก”“เพิ่งรู้นะคะว่าคืนนั้นคุณนุชให้ของขวัญเป็นชุดนอนไม่ได้นอน” กุลยานึกถึงแล้วอดที่จะขำปนหน้าแดงเสียไม่ได้ มารู้ในตอนหลังว่าคืนวันเข้าห้องหอนุชรีให้ชุดนอนวาบหวิวเพื่อให้เธอใส่ยั่วกุมภ์“คุณนุชทะเล้น แต่พี่ก็ว่าดีนะ อยากให้เมียใส่” เขากัดปากทำตาหวาน คนฟังถึงกับหน้าแดงลามไปถึงใบหู“กุมภ์เป็นไงบ้างลูก แม่ทำอาหารบำรุงให้กุมภ์เยอะแยะเลยนะ ทำกระเพาะปลาที่ลูกชอบด้วยนะจ๊ะ” เสียงหวาน ๆ ของมารดาทำให้กุมภ์โกรธไม่ลงเลยจริง ๆ ที่สำคัญก็รู้ว่ามารดานั้นเป็นห่วงเป็นใย อยากให้เขามีความสุขที่สุด จึง
“นาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะพี่กันยา” นารีรีบตอบ“ไอ้อังคาร แทนที่แกจะมาช่วยฉัน แล้วนั่นแกชวนหลานสาวกับหลานเขยฉันไปดูคลิปอะไรห้ะ” คุณกันยาหันไปดุด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่แอบถ้ำมองลูกชายกับลูกสะใภ้“ผมนั่งดูคลิปอยู่ครับคุณป้า โคตรมันเลยครับ” ชัยชนะเป็นคนเอ่ยตอบ“คลิปอะไรของแกที่บอกว่ามัน” คุณกันยาเดินขึ้นไปบนกระท่อม ในขณะที่กุมภ์กับกุลยารีบไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย“นี่ไงครับ สำนักอาจารย์ยอดยิ่งโดนปาระเบิดครับ ผมว่ามันคุ้น ๆ นะครับคุณป้า” ชัยชนะพูดออกมาก่อนทำท่านึก เหมือนเขาได้ยินชื่อสำนึกอาจารย์ยอดยิ่งที่ไหน“ห้ะ! เอามาให้ป้าดูสิ” คุณกันยารีบคว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง“พี่กันยาคะ นี่มันสำนักอาจารย์ยอดยิ่งที่ดูดวงให้เรานี่คะ” นารีชะโงกหน้าไปดูก่อนจะอุทานเสียงดัง“ผมก็ดูวนไปวนมา คุ้น ๆ ชื่อสำนักอยู่เหมือนกันครับ ไปดูดวงที่นี่มาเหรอครับ ในข่าวบอกว่าโดนคนที่ไปดูดวงปาระเบิดใส่เพราะแค้นจัดที่ดูดวงไม่แม่น แถมยังไปแนะนำอะไรแปลกประหลาดด้วยครับ แต่รายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้ผมไม่รู้นะครับ” อังคารสาธยายละเอียดยิบ“นี่แหละเรียกลงลึก” ชัยชนะกับนุชรีพูดประสานเสียงกัน“
“แล้วทำไมนายไม่ยุแยงตะแคงรั่วกันเล่า” นุชรีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ“ผมยุแยงตะแคงรั่วแล้วครับ แต่แพ้ทางนายหญิงจริง ๆ นายหญิงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกน้องจะไปสู้ยังไงไหว นั่นเขาเป็นถึงเมียเลยนะครับ”“อดเอาคืนคุณกุมภ์น่ะสิ เซ็งเป็ดเลย”“คุณนุชนี่หน้าซื่อใจคดนะครับ”“นายว่าฉันเหรอ”“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ”“ไม่ได้การละ พรุ่งนี้ต้องไปยุแยงตะแคงรั่วต่อ”“จะดีเหรอจ๊ะแม่นุช”“เฮ้ย! คุณป้ากับนายแม่มาแอบฟังนุชตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เสียงถามที่ดังขึ้นทำให้นุชรีหันไปมองก็เจอเข้ากับมารดาและผู้เป็นป้าที่กระซิบเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น“นานแล้วครับ ตั้งแต่คุณนุชเรียกผมมาถามนั่นแหละครับ” อังคารช่วยตอบแทนบรรดาเจ้านายทั้งหลาย“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน”“ผมไม่กล้าครับ” ก็แต่ละคนเล่นจ้องเขาเหมือนจะปาดคอ เขาจะกล้าพูดอะไรได้“งั้นค่าสินสอดของมยุริญสองแสนนายก็อดนะอังคาร” นุชรีพูดอย่างงอน ๆ“นายแม่จ่ายให้ผมแล้วครับ”“ไอ้คนเห็นแก่เงิน” นุขรีด่าอย่างขัดใจ“ไม่ใช่นะครับ นายแม่มีบุญคุณ นายหัวก็มีบุญคุณ ผมหรือจะกล้าขัด”“หรา... อังคาร งั้นฉันขอให้นาย...” นุชรียังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้ร้ายก็รีบสารภ
“กรี๊ด!!! ผีขี้โคลน” แล้วสติของหญิงสาวก็ดับวูบลงไปในทันที“เฮ้ย! ตายห่า นายหญิงหมดสติไปแล้ว”“มึงนี่แหละจะตาย ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมียกูมา เป็นลมล้มฟุบไปแบบนี้ จะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” กุมภ์หันไปตบหัวลูกน้องเต็มแรง อังคารร้องเสียงหลง มึนลูกตบของเจ้านายจนแทบเข่าทรุด“ผมบอกไม่ทันครับ อย่าว่าแต่นายหญิงเลย ผมเห็นนายหัวครั้งแรกยังตกใจ”“มึงมาช่วยประคองเมียกูขึ้นเตียงก่อน เวรเอ๊ย!”“นายหัวด่านายหญิงทำไมครับ”“กูสบถไอ้นี่ เดี๋ยวถีบยอดอก”“ครับ ๆ” อังคารช่วยเจ้านายประคองร่างของกุลยาไปวางบนเตียง“มึงรีบไปหายาลมยาดมยาหม่องมาปฐมพยาบาลเมียกูเร็ว ๆ เลย”“ผมว่าเจ้านายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ”“เออ ๆ แต่มึงไปเอายามาก่อน” กุมภ์รีบสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวและอาบน้ำเร็วที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบมาที่เตียงอย่างห่วงใย“เจ้านายดูเป็นห่วงนายหญิงมาก ๆ เลยนะครับ”“มึงเอาสักอย่างเถอะไอ้อังคาร จะเรียกกูว่านายหัวหรือเจ้านาย กูโคตรสับสน” เป็นประโยคเดิม ๆ ที่กุมภ์ด่าอังคารเป็นประจำ ซึ่งมันก็ยังเรียกเขาตามอารมณ์ และเขาก็ยังอยากจะด่ามันเช่นเดิม“นายหัวไม่คิดจะเล่นตัวสักนิดเลยเหรอครับ”“เล่นตัวอะไรของมึง”“ก็นายหญิงทิ้งนายห







