로그인“นั่นรายการค่ะ” เธอชี้ไปยังสมุดที่จดบันทึกรายชื่อและที่อยู่ลูกค้าที่สั่งขนมและโอนเงินเรียบร้อยแล้ว ในตอนกลางวันนั้นคุณยายจะช่วยเกณฑ์เด็ก ๆ ในหมู่บ้านมาช่วยบรรจุขนม เดี๋ยวนี้สะดวกมีเครื่องแพ็กขนมบรรจุเป็นสุญญากาศ แต่ก็ยังต้องใช้แรงงานคนบรรจุขนมอยู่ดี
กุมภ์หยิบรายการส่งขนมให้ลูกค้าขึ้นมาอ่านทวนดู เพราะเขาเป็นคนทำหน้าที่ขับรถให้กุลยา แรก ๆ เธอก็ไม่ยอม แต่เพราะขัดคุณยายไม่ได้จึงยอมให้เขาช่วยเหลือ พอหลัง ๆ ก็เหมือนกับเป็นหน้าที่ที่เขาต้องช่วยเหลือเธอไปโดยปริยาย
กุลยาเหลือบมองนายหัวหนุ่มที่กำลังช่วยเธอขนขนมขึ้นรถอย่างแข็งขัน หลังจากอาบน้ำรับประทานอาหารเช้ากับคุณยายเรียบร้อยแล้ว เขาก็จัดการงานทุกอย่างเองโดยไม่ต้องให้บอก กุมภ์เป็นคนรู้หน้าที่และไหวพริบดี อยู่กับเขามาหลายเดือนทำให้เธอรู้ว่าเขาเป็นคนฉลาดเฉลียวและเก่งไปเสียทุกอย่าง
หลายเดือนที่อยู่ด้วยกัน ถึงไม่ได้อยู่กันทุกวันเพราะเขาไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านสวนของเธอกับประจวบคีรีขันธ์ แต่ก็ทำให้เธอกับเขาได้ศึกษานิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี
การมีกุมภ์คอยช่วยเหลือทำให้กุลยารู้สึกว่าเบาแรงไปได้เยอะ เขาแรงเยอะ แข็งแรง หอบหิ้วถุงขนมและตะกร้าขนมได้ทีละมาก ๆ แถมยังมี มนุษยสัมพันธ์ดี พูดคุยกับลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
อีกอย่างคือเขาไม่เคยล่วงเกินเธออีกเลยหลังจากย้ายมาอยู่ที่บ้านสวนของคุณยาย ยกเว้นก็แต่เธอสมยอมแบบงง ๆ ให้เขาเท่านั้น ถือว่าเป็นการให้เกียรติเธอและคุณยาย นั่นทำให้เธอรู้สึกไว้วางใจเขามากขึ้นแบบที่ตัวเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัวเหมือนกัน
“พรุ่งนี้ผมต้องเดินทางกลับประจวบนะครับ” กุมภ์เอ่ยบอกหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ระหว่างที่ขับรถกลับบ้านสวน
“แล้วมาบอกฉันทำไมคะ”
“น้อยใจจัง ไม่ถามเลยเหรอว่าผมกลับไปทำไม”
“ฉันไม่เห็นอยากรู้เลย” เขากลับประจวบฯ ออกบ่อย ส่วนใหญ่ก็ไปทำงาน บางทีก็หายไปแรมเดือน เพราะเข้าใจว่าเขามีธุรกิจที่ต้องดูแล อยู่ทางนี้เขาก็ฝากฝังชัยชนะให้ดูแลเธอกับคุณยาย ถ้ารอบไหนเขาไปนานหน่อย เขาก็จะโทร. มาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของเธออยู่เสมอ เธอยอมรับว่าแอบรอโทรศัพท์จากเขาอยู่เหมือนกัน
“ครับ” กุมภ์รับคำ ก่อนจะตั้งใจขับรถ คนที่อยากรู้ใจแทบขาดแกล้งว่าไปแบบนั้น แต่ไม่คิดว่าเขาจะไม่ยอมบอกจริง ๆ อดรนทนไม่ไหวก็เลยต้องเอ่ยถามออกไป
“รอบนี้คุณกลับประจวบฯ ทำไมคะ”
“ไปพานายแม่มาสู่ขอคุณไง”
กุลยาตาโตเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น แต่ยอมรับว่าหัวใจเต้นแรง นี่เธอเป็นอะไรไปนะ ทั้ง ๆ ที่เธอควรจะเสียใจที่เลิกรากับพจน์ซึ่งเป็นชายหนุ่มที่คบหากับเธอมานานเป็นสิบปีไม่ใช่เหรอ
“ใครไปตกลงอะไรกับคุณ ฉันยังไม่ได้ตกลงกับคุณเสียหน่อย”
“คุณยายตกลงแล้ว”
“ตกลงตอนไหน คุณน่ะเจ้าเล่ห์ทำให้คุณยายของฉันหลงรัก” เธอย่นจมูกใส่เขา กุมภ์ยกยิ้มที่มุมปาก
“แล้วคุณล่ะหลงรักผมไหม”
“บ้าน่ะสิ!” กุลยากัดปากหน้าแดง เสมองออกไปนอกรถ กุมภ์ถึงกับอมยิ้ม
“คุณไปถามคุณยายดูสิว่าผมพูดจริงไหม”
“คุณพูดจริง ๆ เหรอ แล้วคุณยายว่ายังไง”
“คุณยายตกลงน่ะสิ ท่านอยากได้ผมเป็นหลานเขย”
“แต่ฉันยังไม่ได้ตกลงเลยนะ”
“ถ้าคุณไม่ตกลงคุณก็ต้องบอกคุณยายเอาเอง แต่ผมยังไม่อยากให้คุณตอบปฏิเสธนะ”
“ทำไมคะ”
“รับผมเอาไว้พิจาณาก่อนนะครับ” น้ำเสียงของเขาคือการอ้อน กุลยาเขินอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
กุลยาไม่รอให้ตัวเองต้องสงสัยนาน เธอกลับถึงบ้านสวนก็เข้าไปถามคุณยายในทันที ในขณะที่กุมภ์แยกตัวไปด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เธออยากตบหน้าเขาสักทีสองทีเพราะมันเป็นรอยยิ้มกวน ๆ แสนเจ้าเล่ห์และทำให้เธอหัวใจสั่นสะท้านทุกครั้งที่ได้เห็น
“คุณยายคะ”
“อ้าว... กลับมาแล้วเหรอลูก เหนื่อยไหม ยายกำลังให้เด็ก ๆ ช่วยกันบรรจุขนมอยู่พอดีเลย” ทั้งคุณยายและกุลยาเป็นที่รักของเด็ก ๆ ในละแวกนั้นด้วยว่าเป็นคนใจดีชอบทำขนมแจก เด็ก ๆ จึงมาช่วยงานอย่างไม่เกี่ยงงอน
“ค่ะคุณยาย ไม่เหนื่อยค่ะ”
“พ่อกุมภ์นี่ดีจริง ๆ นะ หาเครื่องแพ็กขนมมาให้ สะดวกแล้วก็เก็บไว้ได้นานอีกด้วย” คุณยายพิตรพูดถึงกุมภ์ด้วยสีหน้าและอาการที่ชื่นชมเป็นนักหนา
“ดูคุณยายจะชอบคุณกุมภ์มากเลยนะคะ” เธอเลียบ ๆ เคียง ๆ ถาม
“หรือว่าหนูไม่ชอบจ๊ะ” คุณยายพิตรหันมาถามหลานสาวพลางอมยิ้ม
“หนู เอ่อ... ไม่ทราบสิคะ” กุลยาหลบสายตาของคุณยายเมื่อถูกมองเหมือนรู้ทัน
“เรามีอะไรกับยายหรือเปล่า”
“กุลมีเรื่องจะถามคุณยายน่ะค่ะ”
“ถามอะไร” คุณยายดึงมือหลานสาวมานั่งอีกมุมหนึ่ง ปล่อยให้เด็ก ๆ ได้ทำงานกันอย่างแข็งขัน ซึ่งทุกคนได้ทั้งขนมกลับไปรับประทานและได้ทั้งเงินไปเรียนด้วย ช่วงนี้ปิดเทอมทำให้มีรายพิเศษเอาไว้ใช้ในช่วงเปิดเทอมโดยไม่ต้องรบกวนเงินจากบิดามารดามากนัก
“คุณกุมภ์บอกว่ามาสู่ขอกุลกับคุณยายเหรอคะ” กุลยาเอ่ยถามด้วยหัวใจเต้นระทึก แล้วคุณยายก็หัวเราะเมื่อได้ยินได้ฟังแบบนั้น
“คุณยายหัวเราะอะไรเหรอคะ”
“พ่อกุมภ์นี่ขี้เล่นเสียจริง” คุณยายพิตรอมยิ้ม
“ขี้เล่นยังไงเหรอคะ” กุลยาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เขาแค่มาพูด ๆ กับยายว่าชอบเราไม่ได้สู่ขออะไร แล้วเขาไปบอกเราว่าไงรึ”
“ก็... เขาบอกว่ามาขอกุลกับคุณยายแล้ว แล้วคุณยายก็ตกลงยอมยกกุลให้เขาค่ะ” พอได้ฟังประโยคของหลานสาวคุณยายก็หัวเราะอีกยกใหญ่
“คุณยายน่ะ หัวเราะกุลเหรอคะ”
“เปล่า หัวเราะคนขี้ตู่น่ะ ยายยังไม่ได้ตกลงปลงใจที่จะยกกุลให้ใครหรอกนะ สำหรับยายแล้ว ความสุขของกุลสำคัญที่สุด ถ้ากุลไม่เต็มใจยายจะไม่บังคับหลานสาวของยายโดยเด็ดขาด”
“ขอบคุณค่ะคุณยาย”
“อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปีไม่รู้หรือไงว่ายายน่ะไม่บังคับกุลหรอกไม่ว่าเรื่องอะไร ยิ่งโตแล้วก็อยากให้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ความสุขของกุลก็คือความสุขของยายด้วย แม้แต่ตอนที่กุลคบกับพ่อพจน์ ถึงยายจะไม่ชอบที่ครอบครัวของเขาดูถูกและรังเกียจเราขนาดไหน ยายก็ยังอนุญาตให้กุลคบกับพ่อพจน์ จริง ๆ แม้ยายจะเคยคิดว่ากุลกับพ่อพจน์คงไปกันไม่รอด” คุณยายลูบผมนุ่มสลวยของหลานสาวที่ตอนนี้นั่งพับเพียบหนุนที่ตักของท่านด้วยความเศร้าใจ เรื่องของพจน์ทำให้เธอวูบโหวงอยู่ในอก อย่างไรก็ผูกพันเพราะคบกันมานานถึงสิบปี แต่คนเราไม่ใช่คู่กัน ทำเช่นไรก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอยู่ดี
เธอกับพจน์รู้จักกันตั้งแต่เด็กๆ เธอก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นอายุแค่สิบสองสิบสามก็มีความรู้สึกดีๆ กับพจน์แล้ว ก่อนที่จะคบกันเป็นแฟนจริงจังตอนอายุสิบแปด และหมั้นหมายกันตอนเธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสาม
พูดกันตรง ๆ เธอเองก็ไม่รู้ว่ารักพจน์จริงหรือเปล่า ในตอนนั้นเธอคิดว่าเขาเป็นคนดีและเป็นผู้ชายที่เข้ามาจีบเธอเป็นคนแรก ทำให้เธอหวั่นไหวและตัดสินใจคบกับเขา แรกเริ่มเดิมทีเขาก็เป็นเพียงพี่ชายที่ดีเดินมาส่งเธอที่บ้านทุกวันหลังจากเลิกเรียน ซึ่งก็อยู่ในสายตาของคุณยาย
เธอคิดเสมอว่าอุปสรรคที่พบเจอไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร รวมถึงเรื่องบิดามาดาของเขาด้วยไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ความดีคงเอาชนะทุกอย่างได้ แต่เธอก็ค้นพบว่าหากใครไม่ชอบเรา เขาก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายล้างเราให้หลุดพ้นออกไปจากชีวิตของพวกเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เหมือนกับที่พวกท่านพยายามกำจัดเธอออกไปจากชีวิตของพจน์นั่นเอง
อังคารได้แต่งงานกับมยุริญสมใจ ตอนนี้ก็มีทายาทแล้วเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ ของเจ้านายเลยเป็นเพื่อนเล่นกันกันต์ธีร์ กายสิทธิ์ กชกร กิรณาวิ่งมากอดมารดาก่อนจะแนบหูไปกับหน้าท้องนูน ๆ เพื่อคุยกับน้อง“วันนี้น้องเงียบกริบเลยครับ” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น“ใช่ ๆ น้องทำอะไรอยู่น้า ท่าทางจะหลับ”“อุ๊ย!” ไม่ทันขาดคำ กุลยาก็อุทานเบา ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกภายในท้องของเธอ เคลื่อนไหวคล้ายตอบโต้กับบรรดาพี่ ๆ“น้องดิ้นด้วยครับ สงสัยจะรู้ว่าพวกเรามาทักทาย ผมอยากเห็นหน้าน้องจัง” กายสิทธิ์ลูบท้องนูน ๆ ของมารดาไปมา“หนูก็อยากเห็นหน้าน้องเหมือนกันค่ะคุณแม่” กชกรพยักหน้ายิ้มแป้น“หนูก็ด้วยค่ะ” กิรณาก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะอ้อนให้บิดาอุ้มไปนั่งตัก“สงสัยว่าน้องก็อยากจะเห็นหน้าทุกคนแล้วเหมือนกันจ้ะ พี่กุมภ์คะ คุณแม่คะ ปะ... ปวดท้องจังเลยค่ะ”เสียงของกุลยาที่ร้องบอกทุกคนว่าเจ็บท้องทำให้กุมภ์ตื่นเต้นไม่น้อย“ไอ้อังคาร ไอ้อังคาร เอารถออกเดี๋ยวนี้เลย!”“น้องจะออกมาแล้วเหรอคะ น้องจะออกมาแล้ว”เด็ก ๆ เดินวนไปวนมามาให้วุ่นเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าน้อง ทำเอานุชรีที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดถึงกับอมยิ้ม“ทุกคนตั้งส
“เล่นซะเนียนเลย พี่ตกอกตกใจหมดเลย เล่นเอามีดจี้คอขนาดนั้น พี่ทำอะไรไม่ถูกน่ะสิจ๊ะ” กุลยายอมรับว่าวันนั้นเธอตกใจจริง ๆ เลยรับปากไปเสียทุกอย่างที่น้องสาวต้องการ“ก็คุณธิดาเป็นดารานี่คะ ถ้าเล่นไม่เนียนจะเป็นดาราดังได้ยังไงกัน” ไม่ว่ายังไงนุชรีก็ยังชื่นชมในฝีมือการแสดงของกุลธิดาอยู่ดี“แล้วนั่นพี่กุมภ์กับผู้กองจะพาคุณราฟไปไหนคะ” กุลยาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าแต่ละคนเตรียมถังเตรียมคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน“มีรังผึ้งรังใหญ่อยู่หลังบ้านน่ะครับ พวกเราหนุ่ม ๆ อยากจะไปจับผึ้งกันเสียหน่อย น้ำผึ้งแท้น่ะ เอามากินบำรุงสุขภาพนะ” กุมภ์หันไปตอบเมียรัก“ไปจับผึ้งกันเหรอคะ แล้วนั่นต้องเอาปี่ไปด้วยเหรอคะ” กุลธิดาถามอย่างสงสัย“ใช่ครับ พี่น่ะมือวางอันดับหนึ่งในการจับผึ้งเลยนะครับ” กุมภ์ยืดอก ตบเบา ๆ อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง“คุณกุลคงยังไม่รู้ว่าพี่กุมภ์น่ะจับผึ้งเก่ง เป่าปี่ก็เก่งด้วยค่ะ ไม่ใช่เป่าปี่เรียกผีเสื้อสมุทรนะคะแต่เรียกผึ้งนี่แหละ คิก ๆ” นุชรีเล่าแล้วทำท่าขำ“ทำไมคุณนุชต้องทำท่าขำแบบนั้นด้วยล่ะคะ”“หยุดเลยคุณนุช เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้คุณกุมภ์เก่งแล้ว” ก
“พี่กุมภ์!” กุลยาถลาไปประคองร่างสามีเอาไว้ ทำเอาทุกคนตกใจกัน ยกใหญ่ สุดท้ายก็พากันไปโรงพยาบาลแทนที่จะไปสถานีตำรวจ“พี่กุมเป็นยังไงบ้างคะ” กุลยาเอ่ยถามสามีที่เดินขากะเผลก ๆ เพราะตกบันไดอย่างห่วงใย“ไกลหัวใจครับ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง โดนคดีความมากไหม”“ผู้กองนะก็ทำตามหน้าที่น่ะค่ะ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก แต่พ่อหมอยอดยิ่งอะไรนั่นมีโจทย์เยอะนะคะ เพราะเที่ยวไปหลอกคนเอาไว้มากมาย เลยโดนดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาหลอกลวงและข้อหา อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะพี่กุมภ์”“ดีแล้วครับ จะได้เข็ดหลาบไม่ทำอีก”“เพิ่งรู้นะคะว่าคืนนั้นคุณนุชให้ของขวัญเป็นชุดนอนไม่ได้นอน” กุลยานึกถึงแล้วอดที่จะขำปนหน้าแดงเสียไม่ได้ มารู้ในตอนหลังว่าคืนวันเข้าห้องหอนุชรีให้ชุดนอนวาบหวิวเพื่อให้เธอใส่ยั่วกุมภ์“คุณนุชทะเล้น แต่พี่ก็ว่าดีนะ อยากให้เมียใส่” เขากัดปากทำตาหวาน คนฟังถึงกับหน้าแดงลามไปถึงใบหู“กุมภ์เป็นไงบ้างลูก แม่ทำอาหารบำรุงให้กุมภ์เยอะแยะเลยนะ ทำกระเพาะปลาที่ลูกชอบด้วยนะจ๊ะ” เสียงหวาน ๆ ของมารดาทำให้กุมภ์โกรธไม่ลงเลยจริง ๆ ที่สำคัญก็รู้ว่ามารดานั้นเป็นห่วงเป็นใย อยากให้เขามีความสุขที่สุด จึง
“นาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะพี่กันยา” นารีรีบตอบ“ไอ้อังคาร แทนที่แกจะมาช่วยฉัน แล้วนั่นแกชวนหลานสาวกับหลานเขยฉันไปดูคลิปอะไรห้ะ” คุณกันยาหันไปดุด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่แอบถ้ำมองลูกชายกับลูกสะใภ้“ผมนั่งดูคลิปอยู่ครับคุณป้า โคตรมันเลยครับ” ชัยชนะเป็นคนเอ่ยตอบ“คลิปอะไรของแกที่บอกว่ามัน” คุณกันยาเดินขึ้นไปบนกระท่อม ในขณะที่กุมภ์กับกุลยารีบไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย“นี่ไงครับ สำนักอาจารย์ยอดยิ่งโดนปาระเบิดครับ ผมว่ามันคุ้น ๆ นะครับคุณป้า” ชัยชนะพูดออกมาก่อนทำท่านึก เหมือนเขาได้ยินชื่อสำนึกอาจารย์ยอดยิ่งที่ไหน“ห้ะ! เอามาให้ป้าดูสิ” คุณกันยารีบคว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง“พี่กันยาคะ นี่มันสำนักอาจารย์ยอดยิ่งที่ดูดวงให้เรานี่คะ” นารีชะโงกหน้าไปดูก่อนจะอุทานเสียงดัง“ผมก็ดูวนไปวนมา คุ้น ๆ ชื่อสำนักอยู่เหมือนกันครับ ไปดูดวงที่นี่มาเหรอครับ ในข่าวบอกว่าโดนคนที่ไปดูดวงปาระเบิดใส่เพราะแค้นจัดที่ดูดวงไม่แม่น แถมยังไปแนะนำอะไรแปลกประหลาดด้วยครับ แต่รายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้ผมไม่รู้นะครับ” อังคารสาธยายละเอียดยิบ“นี่แหละเรียกลงลึก” ชัยชนะกับนุชรีพูดประสานเสียงกัน“
“แล้วทำไมนายไม่ยุแยงตะแคงรั่วกันเล่า” นุชรีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ“ผมยุแยงตะแคงรั่วแล้วครับ แต่แพ้ทางนายหญิงจริง ๆ นายหญิงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกน้องจะไปสู้ยังไงไหว นั่นเขาเป็นถึงเมียเลยนะครับ”“อดเอาคืนคุณกุมภ์น่ะสิ เซ็งเป็ดเลย”“คุณนุชนี่หน้าซื่อใจคดนะครับ”“นายว่าฉันเหรอ”“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ”“ไม่ได้การละ พรุ่งนี้ต้องไปยุแยงตะแคงรั่วต่อ”“จะดีเหรอจ๊ะแม่นุช”“เฮ้ย! คุณป้ากับนายแม่มาแอบฟังนุชตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เสียงถามที่ดังขึ้นทำให้นุชรีหันไปมองก็เจอเข้ากับมารดาและผู้เป็นป้าที่กระซิบเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น“นานแล้วครับ ตั้งแต่คุณนุชเรียกผมมาถามนั่นแหละครับ” อังคารช่วยตอบแทนบรรดาเจ้านายทั้งหลาย“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน”“ผมไม่กล้าครับ” ก็แต่ละคนเล่นจ้องเขาเหมือนจะปาดคอ เขาจะกล้าพูดอะไรได้“งั้นค่าสินสอดของมยุริญสองแสนนายก็อดนะอังคาร” นุชรีพูดอย่างงอน ๆ“นายแม่จ่ายให้ผมแล้วครับ”“ไอ้คนเห็นแก่เงิน” นุขรีด่าอย่างขัดใจ“ไม่ใช่นะครับ นายแม่มีบุญคุณ นายหัวก็มีบุญคุณ ผมหรือจะกล้าขัด”“หรา... อังคาร งั้นฉันขอให้นาย...” นุชรียังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้ร้ายก็รีบสารภ
“กรี๊ด!!! ผีขี้โคลน” แล้วสติของหญิงสาวก็ดับวูบลงไปในทันที“เฮ้ย! ตายห่า นายหญิงหมดสติไปแล้ว”“มึงนี่แหละจะตาย ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมียกูมา เป็นลมล้มฟุบไปแบบนี้ จะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” กุมภ์หันไปตบหัวลูกน้องเต็มแรง อังคารร้องเสียงหลง มึนลูกตบของเจ้านายจนแทบเข่าทรุด“ผมบอกไม่ทันครับ อย่าว่าแต่นายหญิงเลย ผมเห็นนายหัวครั้งแรกยังตกใจ”“มึงมาช่วยประคองเมียกูขึ้นเตียงก่อน เวรเอ๊ย!”“นายหัวด่านายหญิงทำไมครับ”“กูสบถไอ้นี่ เดี๋ยวถีบยอดอก”“ครับ ๆ” อังคารช่วยเจ้านายประคองร่างของกุลยาไปวางบนเตียง“มึงรีบไปหายาลมยาดมยาหม่องมาปฐมพยาบาลเมียกูเร็ว ๆ เลย”“ผมว่าเจ้านายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ”“เออ ๆ แต่มึงไปเอายามาก่อน” กุมภ์รีบสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวและอาบน้ำเร็วที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบมาที่เตียงอย่างห่วงใย“เจ้านายดูเป็นห่วงนายหญิงมาก ๆ เลยนะครับ”“มึงเอาสักอย่างเถอะไอ้อังคาร จะเรียกกูว่านายหัวหรือเจ้านาย กูโคตรสับสน” เป็นประโยคเดิม ๆ ที่กุมภ์ด่าอังคารเป็นประจำ ซึ่งมันก็ยังเรียกเขาตามอารมณ์ และเขาก็ยังอยากจะด่ามันเช่นเดิม“นายหัวไม่คิดจะเล่นตัวสักนิดเลยเหรอครับ”“เล่นตัวอะไรของมึง”“ก็นายหญิงทิ้งนายห







