ANMELDENปกรณ์ขับรถพาทรรศิกามาทานมื้อค่ำ โดยไม่ได้บอกว่าจะพาเธอไปที่ไหน
“เรากำลังจะไปไหนหรือคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“คอนโดของผมเอง ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ”
“เรื่องที่กรจะคุยกับเทย่ามันเป็นความลับ ถึงขนาดต้องไปคุยกันที่คอนโดของกรเลยหรือคะ” น้ำเสียงของทรรศิกาฟังดูราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยคำตำหนิกลาย ๆ
“คุณกลัว!!”
ทรรศิกาไหวไหล่ “เปล่าเลย เพราะเทย่าเชื่อใจกร เทย่ารู้ดีว่ากรไม่ใช่ผู้ชายประเภทด้วยรักและหลอกฟัน หวังว่าเทย่าคงจะมองคนไม่ผิด คุณไม่ได้มีสันดานแบบนั้นใช่ไหมกร”
แม้ว่าที่ผ่านมาปกรณ์จะมีความเป็นสุภาพบุรุษ และให้เกียรติทรรศิกามาโดยตลอด แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ควรวางใจเต็มร้อยอยู่ดี ของแบบนี้รู้หน้าไม่รู้ใจก็เลยต้องพูดดักคอกันไว้ก่อน
ปกรณ์สีหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้น ก่อนจะพูดแก้เกี้ยว
“ผมแค่อยากจะหาที่เงียบ ๆ คุยกับคุณโดยไม่มีใครมารบกวน”
เมื่อมาถึงคอนโดริมน้ำซึ่งเป็นคอนโดส่วนตัวของปกรณ์ เขาโอบกอดเธอเดินเข้าลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องพัก ทรรศิกากวาดสายตาสำรวจภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดยืนมองวิวทิวทัศน์ริมน้ำยามค่ำคืนซึ่งเป็นภาพที่งดงาม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอขึ้นคอนโดผู้ชายตามลำพัง ปกรณ์เดินมาหยุดอยู่เคียงข้าง
“หิวหรือยัง”
“นิดหน่อยค่ะ”
“ผมสั่งอาหารไปแล้ว อีกสักครู่ก็คงจะมาส่ง”
งานนี้เขาถึงกับลงทุนสั่งอาหารชั้นเลิศจากโรงแรมห้าดาวที่เธอโปรดปราน และพยายามที่จะสร้างบรรยากาศให้ดูโรแมนติก ด้วยการทานอาหารใต้แสงเทียน ปกรณ์เปิดเพลงคลาสสิกคลอเบา ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศ พร้อมเปิดไวน์ยี่ห้อโปรดของเธอ ทั้งคู่นั่งทานมื้อค่ำสลับกับการพูดคุยเรื่องทั่วไป ทุกอย่างดูจะราบรื่นไร้อุปสรรค
หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ ทรรศิกาเดินมาหยุดยืนดูวิวทิวทัศน์ด้านนอกอีกครั้งพร้อมกับการจิบไวน์ เธอทำเหมือนว่ากำลังดื่มด่ำกับความงดงามของกรุงเทพฯ ในยามราตรี ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าทำให้ทรรศิกาดื่มหนักกว่าที่เคย ปกรณ์เองก็สังเกตเห็นเช่นกัน เขาแสร้งเอ่ยถามเธอด้วยความห่วงใย
“คืนนี้คุณดื่มมากเกินไปแล้วนะเทย่า”
“กรกลัวว่าจะต้องสิ้นเปลือง ถ้าเทย่าดื่มไวน์ของกรจนหมดหรือคะ”
“ใครว่า ที่ผมพูดเพราะผมเป็นห่วงคุณต่างหาก ดื่มคนเดียวมันเหงาเรามาดื่มด้วยกันดีกว่า คืนนี้ไม่เมาไม่เลิกดีไหม”
ปกรณ์เดินไปหยิบขวดไวน์ราคาแพงมาเพิ่มอีกสองขวด
‘ดื่มให้เยอะ ๆ ดื่มให้เมาไปเลย แล้วผมจะพาคุณขึ้นสวรรค์เอง รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องติดใจไปอีกนาน’
เขานึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เมื่อทุกอย่างดูจะเข้าแผนที่เขาวางไว้ ในขณะที่ดื่มปกรณ์ได้ชวนหญิงสาวคุยเพื่อสืบข้อมูลอะไรบางอย่าง
“ทำไมสีหน้าของคุณดูไม่ค่อยจะมีความสุขเลย อะไรทำให้คุณไม่สบายใจครับ หรือว่ามีปัญหากับคุณหญิง”
ทรรศิกาตวัดสายตากลับไปมองจ้องเขาโดยมิได้พูดอะไร
“เป็นเพราะข่าวของเราเมื่อไม่นานมานี้หรือเปล่าที่สร้างปัญหาให้คุณ” ปกรณ์เอ่ยเข้าประเด็น
“กรไปได้ยินข่าวอะไรมาหรือ” ทรรศิกาย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนชวนคุยเรื่องทั่วไป
ดวงตาคู่สวยมองสบตาเขาราวกับจ้องจับผิด สายตาคู่นั้นทำให้ปกรณ์เสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
“ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ข่าวลือ ผมไม่เชื่อเรื่องไร้สาระพวกนั้นหรอก”
“บอกมาเถอะค่ะ เทย่าอยากรู้ว่ากรไปได้ยินข่าวลืออะไรมา” หญิงสาวเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยสายตาคาดคั้นคำตอบ
“บังเอิญผมได้ยินเนตรนภาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังว่าบัตรเครดิตของคุณรูดไม่ผ่าน และยังบอกอีกว่าสงสัยคุณจะโดนคุณหญิงย่าตัดออกจากกองมรดก เพราะทนพฤติกรรมเหลวแหลกของคุณไม่ไหว”
หลานสาวคุณหญิงทิพย์มณียิ้มเยาะที่มุมปาก เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากปากของปกรณ์ และมันก็ไม่เหนือความคาดหมาย
‘นึกไว้ไม่มีผิดเลย ยัยเนตรปากนีออนจริง ๆ ป่านนี้คงเอาเรื่องของเราไปเมาท์กันอย่างสนุกปาก เจ็บใจนัก’
“แล้วกรเชื่อเรื่องที่พวกเขาลือกัน”
“เปล่าเลย ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่สนใจข่าวลือไร้สาระพวกนั้นหรอก และผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง”
‘ปากบอกว่าไม่สนใจข่าวลือพวกนั้น แต่กลับเอามาถามเรา คนสมัยนี้เชื่อถือไม่ได้จริงๆ’ ทรรศิกานึกในใจ ก่อนจะเอ่ยกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
“แล้วถ้าสิ่งที่พวกนั้นพูดเป็นความจริงล่ะคะ”
“มันจะเป็นไปได้ยังไง ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณหญิงรักและตามใจคุณที่สุด ท่านทำทุกอย่างเพื่อหลานสาวเพียงคนเดียวของท่านมาโดยตลอด”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)