LOGIN'ตอนนี้สถานะของเธอ..ก็แค่แฟนเก่า' 'ทินภัทร' หรือ 'ทอย' พี่ชายต่างมารดาของ 'รณกร' ในเรื่อง 'ก็แค่ของแถม' เป็นชายหนุ่มที่เป็นเป็นผู้ชายที่เฟอร์เฟกต์ หน้าตาหล่อเหลา แถมยังเป็นคนเก่ง และที่สำคัญเขาเป็นคนที่เฟรนลี่มาก แต่ภายในใจของเขากลับดูโศกเศร้ากับเรื่องที่ฝังอยู่ในใจที่ไม่มีวันลืม ต้องรัก หรือ ต้อง หญิงสาวที่มีหน้าตาสะสวย เป็นคนยิ้มเก่ง ร่าเริง เธอเคยคบหากับทินภัทรที่ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น แต่อยู่ ๆ ชายหนุ่มคนนั้นก็บอกเลิกกับเธอโดยไม่มีสาเหตุ ทำให้เธอรู้สึกติดใจกับการบอกเลิกของแฟนหนุ่มอย่างไม่มีเหตุผลมาตลอด เพราะในใจลึก ๆ เธอยังคงรักเขาอยู่ และยังคิดว่าแฟนหนุ่มก็ยังรักเธออยู่เช่นกัน
View More夕暮れの光が、大きな窓から斜めに差し込んでいた。金沢、ひがし茶屋街の路地裏にひっそりと佇む『西園寺工房』。その広い仕事場は、ひとけがなくがらんとして静まり返っていた。
西園寺桜は、作業台に向かい、息を詰めて一本の古い蒔絵筆を手入れしている。祖父の指の形に馴染んだ黒漆の軸を、柔らかな鹿の皮で丁寧に磨き上げる。かつて人間国宝にまで上り詰めた祖父が、生涯手放さなかった筆だ。
部屋には、漆の甘く深い匂いだけが満ちている。(おじいちゃん、この筆の感覚、まだ指が覚えているよ)
祖父から受け継いだ技術と、この工房に宿る魂。それだけが桜の誇りだった。
しかし、誇りだけでは人の腹は満たされない。最盛期には十人以上いた職人たちも、今では三人だけ。その彼らに、来月の給金を払えるあてさえないのだ。伝統工芸の分野は、年を追うごとに厳しさを増している。
人々は便利な大量生産の工業製品に目を奪われて、古臭い技術に見向きもしない。(私のせいで、みんなの生活が駄目になってしまう)
桜の胸に、ずしりと重い責任がのしかかった。
仕事場の静寂を破ったのは、不釣り合いなほど軽快な着信メロディ。作業台の隅に置かれたスマートフォンが、ぶるぶると震えている。画面には【東山 健斗】という名前と、白い歯を見せて笑う彼の写真が映し出されていた。
桜は一瞬ためらい、それからおそるおそる通話ボタンに触れた。声が、自分でも驚くほど弱々しかった。
「もしもし……健斗さん」
『もしもし、桜さん? やっぱり声が暗いよ。心配しなくていいって言ってるだろ? 僕がついているんだから』
電話の向こうから婚約者の声が聞こえてくる。いつも通り明るく力強い自身に満ちた声だった。
その声を聞くと、不安で張り詰めていた心が少しだけ和らぐ。『工房のこと、もう悩まなくていい。僕が君と、君の大切な工房の未来を、必ず守るから。信じて』
彼の言葉は、桜には救いのように感じられた。ITベンチャーを一代で築き上げた彼の手腕は、メディアでも度々取り上げられている。時代の寵児と言われていた。
そんな彼が言うのだから、きっと大丈夫。桜は、自分に言い聞かせるように、その光を手繰り寄せた。「はい。信じています」
(この人しかいない。この人がいれば、きっと工房を立て直せる)
もう他に手はない。すがりつくような思いが、桜の冷静な判断を少しずつ曇らせていた。
電話を切ると、桜の視線は自然と壁に掛けられた額へと向かった。祖父が残した、力強い筆跡。
『本物の仕事は、時代を超える』
(おじいちゃん……。今の私には、この言葉を守る力がありません)
時代の流れは残酷だ。どれほど魂を込めても、売れなければ伝統は続かない。お金がなければ立ち行かないのだ。
そんな重い事実に打ちひしがれそうになった時、再びスマートフォンの画面が光った。健斗からのメッセージだ。『そうだ、明日のパーティのことだけど』
桜がメッセージを開くと、胸が高鳴るような言葉が目に飛び込んできた。
『僕の会社の創業記念パーティで、僕たちの未来について、重大な発表をするつもりなんだ。だから、桜さんには世界で一番綺麗な姿で、僕の隣にいてほしい。とびきりお洒落してくるんだよ』
(私たちの、未来……)
その言葉が、桜の心に温かい希望の火を灯した。
結婚の発表だろうか。それとも、工房の革新的な再建計画の発表だろうか。 どちらにせよ、それは暗闇の先に見えた確かな光だった。桜はスマートフォンをそっと胸に抱きしめて、もう一度、祖父の額を見上げた。不安と期待が入り混じった瞳が、潤んでいる。
「おじいちゃん、見ていてね」
桜は立ち上がると、工房の奥にある私室へ向かった。桐箪笥の引き出しをゆっくりと開ける。中から現れたのは、白地に繊細な四季の花々が描かれた、加賀友禅の訪問着だった。祖母が桜の成人を祝うためにと、大切にしまってくれていたものだ。職人一家の娘である彼女にとって、それは数えるほどしかない、とっておきの晴れ着だった。
明日の夜、自分は人生で最も輝くのだ。桜はそう信じて疑わなかった。
その輝かしい一夜が、奈落への入り口だとは知る由もなく。ตอนจบ"เธอคิดเราจะไปปั๊มลูกที่ไหนกันดี"พอสิ้นเสียงฉันก็พลิกตัวหันไปที่สามีทันที"พี่หมายความว่าอะไร"ฉันขมวดคิ้วเอ่ยถามสามีสุดหล่อที่ยืนอมยิ้มตรงหน้า"ฮันนีมูนน่ะ..เธออยากไปที่ไหน""แล้วเกี่ยวอะไรกับทำลูก?"พูดจบสามีสุดหล่อก็กลั้วหัวเราะออกมาอย่างมีเลศนัย"เหอะ...ก็พ่อเธออยากอุ้มหลานไม่ใช่เหรอพี่ก็เลยอยากให้ท่านสมหวัง""ชิว์ คนบ้ากาม"ฉันพึมพำแล้วจัดการถอดเครื่องประดับตัวเองต่อ"ให้พี่ช่วยถอดเสื้อผ้าให้ไหม"เสียงทุ้มแฝงเซ็กซี่ดังเข้ามาข้าง ๆ ใบหู"พี่ทอย..ต้องเหนื่อย"ฉันรู้เจตนาของสามีว่าเขาต้องการอะไร จึงแย้งทันที"แต่พี่ไม่เหนื่อย พี่ทำให้เธอได้""เฮ้ออออ"ฉันพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่"ให้พี่ถอดให้นะ"ปากว่าแต่มือรูดซิบชุดราตรีที่ด้านหลังลงแล้วคืนเข้าหอ ฉันก็ไม่รอดพ้นน้ำมือพี่ทอย เขาจัดหนักจัดเต็มราวกับคนหิวโหย ปึก ปึก ปึก"อื้ออออ พี่ทอยพอได้แล้ว"ฉันใช้มือผลักหน้าอกแกร่งในขณะที่สามีป้ายแดงกำลังจะสอดท่อนเอ็นเข้ามาอีกครั้ง"อีกรอบเดียว..พอเลย"คนบนร่างพูดด้วยน้ำเสียงกระเส่า แล้วพอพูดจบ พรวด! ท่อนยักษ์ก็ได้สอดแทรกเข้ามาที่ร่องแคบของฉันแล้ว."อ่า~" ปึก ปึก ปึกเช้าวันต่อมาพี่ทอยพาฉันออกจากโรง
แต่งงานแผลที่ขาฉันดีขึ้นมากแล้ว พี่ทอยที่คอยแวะเวียนมาคอยดูแลฉันอยู่ตลอดหลังจากออกโรงพยาบาล. จึงได้บอกกับพ่อของฉันว่าจะพาพ่อของเขาและน้าเรอามาคุยเรื่องการสู่ขอ ซึ่งพ่อก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร เพราะหลังมานี้ท่านดูเอ็นดูพี่ทอยขึ้นมามาก และทำท่าอยากจะได้เป็นลูกเขยใจจะขาดวันนี้แหละเป็นวันที่พี่ทอยจะพาครอบครัวมา ฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้วฉันจะได้ลงเอยกับรักแรก ที่เคยเลิกลากันมาแล้วครั้งหนึ่งก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังมาจากนอกห้องพร้อมกับเสียงเรียกของป้าแม่บ้าน"คุณหนูต้องแต่งตัวเสร็จหรือยังคะ"ฉันลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดประตูทันที"เรียบร้อยแล้วค่ะ""พวกเขามากันแล้วค่ะคุณหนู รีบลงไปกันเถอะ"ฉันคลี่ยิ้มหวานแต่ภายในใจรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย ก้าวขาเดินตามป้าแม่บ้านลงมาจากห้อง.พอมาถึงที่ห้องรับแขกก็ได้พบกับพ่อพี่ทอยแล้วน้าเรอาจึงรีบยกมือไหว้ ก่อนที่จะนั่งลง.จากนั้นการเจรจาก็เริ่มขึ้น เราปรึกษาหารือกันร่วม ๆ สองชั่วโมง จึงได้ข้อสรุปว่า งานแต่งของฉันกับพี่ทอยจะเกิดขึ้นภายในสามเดือนข้างหน้า พี่ทอยยิ้มไม่หุบ กุมมือฉันไว้ตลอดเลยหลังจากตกลงกันเรียบร้อย พ่อฉันก็ชวนครอบครัวพี่ทอยทานข้
ยอมรับ"แฟนเก่าแก่น่ะ"ฉันได้ยินที่พ่อบอกก็หลุดหัวเราะออกมา"คิกคิก""จะให้เข้ามาไหม"จากนั้นพ่อก็ถามกลับมา"ให้เข้ามาสิคะ"ฉันพูดพร้อมกับฉีกยิ้มหลังจากที่พ่อรู้ว่าพี่ทอยไม่ได้เป็นคนที่ทำให้ลูกชายของท่านเสียชีวิต จึงลดทิฐิลงยอมเปิดใจรับฟังเรื่องราวพี่ทอยจากปากฉัน ซึ่งฉันก็รู้สึกดีใจและเล่าเรื่องของฉันกับพี่ทอยให้พ่อฟัง.ว่าเจอกันยังไง ใครจีบใครก่อน จนกระทั่งตอนที่เขาบอกเลิกโดยที่ตอนนั้นฉันเองก็ไม่รู้เหตุผล คอยไปดักเจอเขาจนเสียการเรียน ก็เป็นสาเหตุที่พ่อส่งฉันไปเรียนเมืองนอก พอฉันกลับมาก็ได้เจอเขาอีกครั้ง แต่ไม่ได้เล่าถึงความร้ายกาจที่พี่ทอยทำกับฉันนะ กลัวพ่อจะเกลียดเขา และกลัวว่าจะไม่ยอมให้เราคบกัน ถึงแม้ฉันก็ยังมาความแค้นใจอยู่บ้างตึก ตึก เสียงฝีเท้าหนักเดินเข้ามา ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มให้ฉันแบบเจื่อน ๆ"มีธุระอะไร"พี่ทอยหันขวับกลับไปที่คนถาม."เอ่อ..คือผมอยากมาเยี่ยมน้องอ่ะครับ"น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความประหม่า ฉันนั่งมองแฟนหนุ่มแล้วคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเขาดูเกร็ง ๆ พออยู่ต่อหน้าพ่อของฉัน"...."พ่อฉันไม่พูดอะไรเลือกที่จะส่ายหน้าแล้วเดินไปนั่งที่โซฟามุมห้อง พี่ทอยยืนมอ
ความจริง 2TOYตกเย็นผมก็รีบเก็บของเตรียมตัวไปหาไอ้กั้งทันที วันนี้ในหัวผมคิดแต่เรื่องที่มันพูด ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินออกจากห้องทำงาน ก็สวนเข้ากับรณ น้องชายต่างมารดาของผมเข้า"ดูรีบร้อน..จะไปไหน"มันถามด้วยสีหน้านิ่งเรียบ"ไปหาไอ้กั้ง"ผมตอบกลับพร้อมกับจะก้าวขาเดิน แต่น้องชายต่างมารดาก็คว้าแขนผมไว้"มันออกมาแล้ว?"ผมผงกหัวรับ"ใครพามันออกมา ได้ยินว่าอามัน...""ไม่รู้เหมือนกัน ก็จะไปถามมันอยู่นี่ไง"ผมพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิดเพราะตอนนี้ผมอยากจะไปเจอกับเพื่อนเก่าที่เคยร่วมชั้นเรียนแล้ว."ฉันไปด้วย"พูดจบ ไอ้น้องชายหน้านิ่งก็เดินนำหน้าผมไป"เฮ้อ"ผมพ่นลมหายใจพรืดใหญ่แล้วจำยอมให้มันไปด้วย"มันพูดอะไรบ้าง"ระหว่างที่ผมขับรถน้องชายหน้านิ่งก็เอ่ยถามขึ้นมา"มันจะบอกความจริงเรื่องการตายของไอ้ตั้ง"พูดจบรณก็หันขวับมาที่ผม"การตายของไอ้ตั้ง?"แล้วพึมพำเบา ๆ"อืม..มันต้องรู้อะไรแน่"สิ้นเสียงผมก็รีบเหยียบคันเร่งทันทีเพื่อจะไปให้ถึงเร็วที่สุดพอมาถึงผมกับรณก็รีบลงจากรถแล้วเดินขึ้นบันไดหนีไฟไปยังชั้นดาดฟ้า"แฮ่ก ๆ"กว่าจะถึงผมกับรณก็ยืนหอบกันใหญ่"แก่แล้วก็งี้แหละ"ผมหันไปบอกกับน้องชายหน้านิ่ง."ฉันยังไม่แก่"พู
วันพิเศษพี่ทอยขับรถพาฉันมาถึงบ้านพ่อของเขาเรียบร้อย พอรถจอดสนิทเขาก็หันมายิ้มให้ในขณะที่ฉันนั่งตัวเกร็งหัวใจเต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะ ก็เพราะว่าฉันตื่นเต้นน่ะ เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันจะได้เจอกับครอบครัวของแฟนหนุ่มอย่างเป็นทางการแบบนี้"พี่ทอย พ่อพี่กับน้าเรอาจะชอบต้องไหมอ่า..ต้องกลัวว่าพวกท่านจะ...""พ
พาไปไหว้แม่ตอนนี้ฉันกับพี่ทอยกำลังทานอาหารเช้าโดยฝีมือของเขา ซึ่งมันอร่อยคุ้นลิ้นมาก เพราะฉันได้เคยลิ้มลองฝีมือทำอาหารของคนรักมาแล้ว ระหว่างนั้นฉันก็เอ่ยถามเรื่องของเขากับพี่ชายด้วยความอยากรู้ทันที"พี่กับพี่ตั้งรู้จักกันได้ยังไงเหรอคะ"ว่าจบ เจ้าของใบหน้าหล่อก็ยกยิ้มก่อนที่จะตอบกลับมาว่า"จริง ๆ
ด้วยความคิดถึง"พี่ไม่ยอมให้เธอไปแต่งงานกับใครหน้าไหนทั้งนั้น...เพราะเธอเป็นของพี่แค่คนเดียว"สายตาคมกริบจ้องมาที่ฉันแฝงความดุดัน"ปล่อยต้องนะ ต้องจะกลับ..."ยังพูดไปไม่จบประโยคมือทั้งสองของฉันก็ถูกรวบตรึงไว้เหนือหัวแล้วกดไว้จนฉันขยับไม่ได้"ก็บอกแล้วไงว่าพี่จะไม่ปล่อยให้ต้องไปแต่งงานกับใครทั้งนั้น"
พี่ไม่ยอม"ผม ทอย ทินภัทรเพื่อนสนิทตั้งโอ๋ครับ"พอสิ้นเสียง.พ่อของเพื่อนสนิทและคนรักของผมก็เบิกตาจ้องมองผมอย่างโกรธแค้น"กลับไปซะ..ฉันไม่ต้องการเห็นหน้าแก!"แล้วตวาดใส่ผมเสียงดัง."ผม.."ผมพูดอะไรไม่ออกซะงั้น"ฉันบอกให้กลับไปไง!""คุณลุงครับ..ผมขอโทษ"ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทาประโยคหลัง"ขอโทษ?...ไม่สา