Partager

03

last update Date de publication: 2025-05-09 12:29:19

จะเห็นได้ว่าชีวิตหน้าที่การงานของแม่ทัพประจิมผู้นี้รุ่งเรืองเพียงใด แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าเรื่องการสู้รบจับศึก คือเรื่องรักใคร่ในมุ้งของอีกฝ่ายมากกว่า

ชีวิตของเฉินฮ่าวเทียนนอกจากมารดาวิปลาสของตนแล้ว เขาเกี่ยวข้องกับสตรีอยู่นางหนึ่ง

คุณหนูใหญ่เหลียนจินหลินจากจวนเจ้ากรมโยธา สตรีเพียงนางเดียวที่เฉินฮ่าวเทียนไปมาหาสู่ตลอดหลายปี

การคบหาของคนทั้งคู่เป็นที่รับรู้กันทั่วเมืองหลวง ความสัมพันธ์จากเพื่อนเล่นต่างอายุในวัยเยาว์ สู่การเป็นคนสำคัญในใจของกันและกันเมื่อเติบใหญ่

ในตอนที่เฉินฮ่าวเทียนยังเป็นเพียงแม่ทัพน้อยและกำลังเร่งสร้างชื่อเสียงจากการออกทำศึก ฝ่ายคุณหนูเหลียนก็รั้งรอไม่ยอมออกเรือนจนอายุพ้นวัยปักปิ่นไปไกล คุณหนูบ้านอื่นที่รุ่นราวคราวเดียวกันแต่งงานมีลูกไปแล้วสองสามคน เหลียนจินหลินยังยึดมั่นครองเรือนเพื่อรอคนกลับมาจากชายแดน

ภายหลังได้รับอวยยศเป็นแม่ทัพประจิม ผู้คนต่างมั่นใจว่าอีกไม่นานคงได้มีข่าวการวิวาห์ของคนทั้งคู่เป็นแน่ และในที่สุดราชโองการมอบสมรสพระราชทานจากองค์จักรพรรดิก็ถูกประกาศ

ทั้งที่ควรเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ที่ไหนได้ชื่อบ่าวสาวกลับไม่เป็นไปตามที่ผู้คนคาดคิด เจ้าสาวยังคงเป็นเหลียนจินหลิน แต่เจ้าบ่าวกลับกลายเป็นท่านอ๋องน้อยแคว้นเฉิน เฉินหนิงเทียน ไปเสียได้

เรื่องนี้ทำเอาผู้คนซุบซิบกันสนุกปาก ว่าเหตุเกิดจากพระชายาเอกในเฉินชินอ๋องไม่ปรารถนาให้ลูกเลี้ยงของนางได้ดี เกลียดคนแม่เพียงไหนก็ชังคนลูกเพียงนั้น ว่ากันว่าพระชายาอาศัยความสัมพันธ์อันดีกับพระพันปีและฮองเฮา ร้องขอต่อองค์จักรพรรดิให้มอบสมรสพระราชทานแก่บุตรชายของตน

ราชโองการจากโอรสสวรรค์ถือเป็นที่สุด แม้ใจขมขื่นไม่ยินยอม แต่เหลียนจินหลินและเฉินฮ่าวเทียนก็ต้องก้มหน้ายอมรับ ปิดตำนานคำมั่นสัญญาและความรักยาวนานเกือบสิบปีลงทั้งน้ำตา

แล้วเรื่องราวของเสี่ยวเม่ย พ่อค้าหมั่นโถวคนธรรมดาที่หลงชื่นชมท่านแม่ทัพเงียบ ๆ เพียงลำพังนั้นเริ่มต้นจากตรงไหนงั้นหรือ?

ก็เริ่มหลังจากได้ยินบทสนทนาของกลุ่มท่านป้าแม่บ้านในตอนที่ออกไปจ่ายตลาด ณ เช้าวันหนึ่งอย่างไรเล่า…

“ท่านป้าข้าขอเหมือนเดิมขอรับ” เสี่ยวเม่ยเอ่ยบอกกับท่านป้าเจ้าของแผงขายเนื้อหมูพร้อมล้วงหยิบเงินสิบอีแปะมาถือไว้ในมือ

กิจวัตรประจำวันของพ่อค้าขายหมั่นโถวเช่นเขาไม่ได้มีสิ่งใดมากนัก ออกจะซ้ำซากจำเจ ตื่นนอนยามเหม่า ออกจ่ายตลาดจนต้นยามเฉิน จากนั้นจึงเตรียมวัตถุดิบและออกมาตั้งแผงขายเมื่อถึงยามซื่อวนเวียนไปเช่นนี้ไม่รู้จบ

ทว่าเช้าวันนี้กลับมีบางสิ่งทำลายวงจรชีวิตของพ่อค้าขายหมั่นโถวเช่นเสี่ยวเม่ยเสียแล้ว ท่านป้าแผงขายหมูยังคงไม่ได้ให้ความสนใจกับเขาเท่าใด นางจับกลุ่มพูดคุยกับแม่ค้าขายปลาจากแผงข้าง ๆ อยู่ไม่เลิก

“เจ้าพูดจริงรึ”

“แน่สิ...เห็นว่าเทียบจองตัวจากจวนแม่ทัพถูกส่งออกไปแล้วเมื่อเช้า”

คำตอบของท่านป้าแผงขายปลาทำเอาเสี่ยวเม่ยรีบขยับตัวเข้าไปใกล้และเงี่ยหูฟัง เพียงได้ยินคำว่า จวนแม่ทัพ และ เทียบจองตัว ที่ออกมาจากปากของสตรีวัยกลางคน ก็ปลุกความอยากรู้อยากเห็นของเสี่ยวเม่ยให้ตื่นขึ้นโดยฉับพลัน

เป็นที่ทราบกันดีว่าแม่ทัพประจิมเป็นผู้ยึดมั่นในรักอย่างมาก ตลอดการคบหากับคุณหนูใหญ่เหลียนจินหลิน เฉินฮ่าวเทียนไม่เคยมีความสัมพันธ์กับสตรีอื่นใดให้คู่หมายในใจต้องเจ็บช้ำ

ทว่าหลังจากการประกาศสมรสพระราชทาน ท่าทีของท่านแม่ทัพประจิมก็แปรเปลี่ยน แม้ไม่ถึงขนาดเข้าออกหอนางโลมประชดรัก แต่ก็มักจะเมาหัวราน้ำอยู่เสมอ

จากวันที่ต้องยุติความสัมพันธ์ลงอย่างขื่นขม นี่ก็ล่วงเลยมาได้เกือบสองเดือนแล้ว และนับเป็นสองเดือนที่เหลาสุราขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะท่านแม่ทัพประจิมยึดโรงเหล้าจัดเลี้ยงให้ทหารใต้บังคับบัญชาอยู่ทุกค่ำคืน

“แม่ทัพประจิมน่ะหรือจะไปเยือนหอนางโลม” ท่านป้าร้านขายหมูเอ่ยอย่างไม่เชื่อหู ซึ่งตัวของเสี่ยวเม่ยที่แอบยืนฟังเงียบ ๆ ก็คิดตรงกันกับนาง

เฉินฮ่าวเทียน กล้าหาญองอาจ การศึกยอดเยี่ยมไม่เป็นรองผู้ใด ด้านจิตใจก็ประเสริฐเลิศล้ำ ยึดมั่นในรักไม่ต่างจากนกซีเหนี่ยว (นกเงือก) การที่มาบอกว่าเขาส่งเทียบจองตัวไปหอคณิกาจึงเป็นเรื่องไร้สาระเหลือเกินเมื่อได้ยิน

"หอนางโลมอันใด...หอนายโลม!"

“เลอะเทอะ!”

“เลอะเทอะอันใด...คนเขาลือกันทั้งตลาดว่าแม่ทัพประจิมชอกช้ำรักจากอิสตรีเลยเปลี่ยนวิถีมาตัดแขนเสื้อแทนแล้ว”

กล่าวมาถึงตรงนี้ เด็กหนุ่มผู้มั่นคงในวิถีตัดแขนเสื้อ [4] เช่นเสี่ยวเม่ยมีอันสะดุ้งตามไปด้วย พ่อค้าหมั่นโถวได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ เขาพยายามเรียบเรียงเรื่องที่ได้ยินมาอีกครั้งซ้ำไปซ้ำมา

เฉินฮ่าวเทียนส่งเทียบจองไปหอนายโลม!!

เฉินฮ่าวเทียนส่งเทียบจองไปหอนายโลม!!!

เฉินฮ่าวเทียนส่งเทียบจองไปหอนายโลม!!!!!

“แล้วส่งไปหอใดเล่า”

“หอว่านเหอน่ะซี่”

“หอใดนะท่านป้า” คราวนี้คนที่สติหลุดไปแล้วเมื่อครู่เอ่ยออกมาเสียงดัง เสี่ยวเม่ยไม่แสร้งปิดบังตนยืนแอบฟังเงียบ ๆ อีก พ่อค้าหมั่นโถวแทบจะปีนข้ามแผงขายหมูไปร่วมวงสนทนา

“อ้าวเสี่ยวเม่ย! มาตั้งแต่เมื่อใด...เอาเนื้อหมูสับแบบเดิมใช่หรือไม่” แม่ค้าขายหมูที่เพิ่งรู้ตัวว่าลูกค้าขาประจำของนางมาเยือนก็เอ่ยทักทาย แต่พ่อค้าหมั่นโถวตัวน้อยตอนนี้ไม่สนใจเรื่องเนื้อหมูแล้ว

“ใช่ท่านป้า-ไม่สิ! ข้าหมายถึงเทียบเชิญจากจวนแม่ทัพส่งไปที่หอใดหรือ”

“อ่อ...หอว่านเหออย่างไรเล่า”

และเมื่อคำตอบนั้นสิ้นสุดลง เงินสิบอีแปะที่เสี่ยวเม่ยกำเอาไว้ในมือก็ร่วงหล่นลงพื้น พร้อมกับสติสัมปชัญญะที่แตกกระเจิง

***

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   12

    นับจากค่ำคืนแห่งความทรงจำก็ผ่านมาได้สามสัปดาห์แล้ว เสี่ยวเม่ยใช้ชีวิตเฉกเช่นปกติ แม้ช่วงแรกจะยังรู้สึกวูบโหวงในใจอยู่บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็สามารถสลัดความรู้สึกเศร้าหมองที่ตนจอมจม และเดินหน้าทำมาค้าขายต่อได้ โดยเก็บเรื่องที่เกิดขึ้นเอาไว้ในความทรงจำที่ไม่ต่างจากฝันตื่นหนึ่งแต่แล้ว...วันเวลาที่แสนสงบสุขของพ่อค้าหมั่นโถว ก็จำต้องถูกพังทลายลงอีกครั้ง เมื่อวันขึ้นแปดค่ำมาเยือน หอว่านเหอก็ได้รับเทียบจองตัวจากจวนแม่ทัพอีกคราพ่อบ้านจางกลับไปแล้ว ครั้งนี้การติดต่อไม่ได้กินเวลานานเท่าคราแรก ชายแก่เพียงมายื่นส่งเทียบจอง โดยระบุไว้ว่าเมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ ยามจื่อ เฉินฮ่าวเทียนจะมาเยือน เงื่อนไขในการใช้บริการยังคงเดิม กฎสี่ข้อที่ตั้งไว้ไม่เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้นที่สำคัญ...ท่านแม่ทัพยังเน้นย้ำว่าให้เรียกตัวนายคณิกาคนเดิมด้วยเหตุนี้เอง...เหล่าผู้ร่วมขบวนการสลับตัวนายคณิกาเมื่อครั้งก่อน จึงต้องมานั่งล้อมวงทำสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ในขณะนี้“ทำอย่างไรกันดี? ” ลี่จินเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลใจ เมื่อครู่ยามเห็นเทียบจอง แม่เล้าฝีปากกล้าหัวใจแถบหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม“ปฏิเสธไปดีหรือไม่ท่

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   11

    ฃเสี่ยวเม่ยนับเป็นผู้มีความทุ่มเทผู้หนึ่ง หากเขามุ่งมั่นทำสิ่งใดแล้วย่อมลงไปสุดแรง เช่นในยามนี้ เมื่อเห็นแล้วว่าฝ่ายเฉินฮ่าวเทียนมีปฏิกิริยาจนแข็งขืนคับปาก เด็กหนุ่มผู้ร้อนวิชาก็ไม่รั้งรอที่จะงัดกลเม็ดต่าง ๆ ที่ถูกฝึกสอนออกมาใช้ทั้งหมดส่วนหนึ่งเพราะคิดเอาไว้ว่าหากพ้นคืนนี้ไป คงไม่มีโอกาสได้ใช้อีก เช่นนั้นก็ทำมันเสียตอนนี้ไปเลยตรงไหนใคร่ดูดเขาก็ดูด ตรงไหนใคร่ขนเขาก็ขบ ทำตามใจราวกับเจ้าแท่งหรรษาของแม่ทัพประจิมเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของตน ดูดดึงจนแขกพิเศษแทบยืนไม่อยู่ มือหนาจิกลงที่เส้นผมเงางามของคนที่คุกเข่าที่พื้นด้วยความรู้สึกจวนเจียนจะล้นทะลักแม่ทัพประจิมผู้เพิ่งเคยเปิดประสบการณ์รู้สึกมึนงงอยู่บ้าง ดวงตาคมก้มมองคนที่ขะมักเขม้นดูดกลืนแกนเนื้อของเขาจนทำเอาตาพร่าไปหมดปากของคนเราทำเรื่องมหัศจรรย์เช่นนี้ได้ด้วยหรือ เฉินฮ่าวเทียนครุ่นคิดดอย่างจริงจังจนเมื่อยามอารมณ์พุ่งสูงจนแตกกระเจิง ริมฝีปากอิ่มที่แต้มสีชาดจนดูคล้ายผลของผลอิงเถาก็ยังไม่คล้ายออก รอจนกลืนน้ำรักขอเขาลงคอไปทุกหยาดหยด นายคณิกาเลื่องชื่อจึงได้ถอยห่างออกไปพร้อมส่งยิ้มหวานละไมทุกการขยับตัวของนายคณิกาตกอยู่ภายในสายตาของแม่ทัพป

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   10

    เสี่ยวเม่ยก็พอจะทราบอยู่หรอกว่าเฉินฮ่าวเทียนไม่ใช่คนละเอียดอ่อน แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นหยาบกระด้างได้เพียงนี้“ชักช้าอยู่ไย? ”แล้วดูเอาเถิด คนที่กล้าพูดคำว่า เสพสมออกมาได้อย่างเต็มปากด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเช่นนั้น บัดนี้ยังมีหน้ามาเอียงคอถามด้วยความสงสัย โดยไม่มีทีท่าว่าจะละอายแก่ใจเลยสักนิด‘ไม่มีกระไรขอรับ’ นายคณิกาตัวปลอมได้แต่จนคำพูดอาจเป็นเพราะเสี่ยวเม่ยไม่มีประสบการณ์ในเรื่องราวเช่นนี้ คนที่คิดว่าตนฝึกฝนมาดี บัดนี้เริ่มทำตัวไม่ถูกแล้ว สถานการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก และเสี่ยวเม่ยก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะจัดการทุกอย่างให้เป็นไปอย่างราบรื่นพ่อค้าหมั่นโถวยืนนิ่งอยู่กับที่ ครั้นจะก้าวเดินไปข้างหน้าก็ไม่กล้า พอจะถอยหลังก็ยังนึกหวั่น จึงเกิดเป็นอาการยึกยักไปมา จนทำเอาแขกพิเศษผู้ทอดสายตามองอยู่นานนึกรำคาญใจคิดเล่นตัวอันใด…ชักช้าเสียเวลา เฉินฮ่าวเทียนครุ่นคิดเช่นนั้นเดิมความคิดในการมาเยือนหอคณิกาเป็นการประชดประชันเพียงชั่วครู่ เข

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   09

    เวลาล่วงเลยเข้าใกล้ยามจื่อ [1] ผู้ที่อยู่ภายในห้องรับรองต่างเร่งรีบตรวจความเรียบร้อยในขั้นสุดท้าย เสี่ยวเม่ยถูกจับนั่งลงที่บริเวณตั้งไม้ตัวยาว มือเล็กประสานเข้าหากันอย่างสำรวมลี่จินมองความนิ่งสงบของเด็กหนุ่มแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนหน้านี้นางยังคิดเอาไว้อยู่เลยว่า ถ้าเห็นอาเม่ยคนดีของนางมีท่าทางตื่นตระหนกแม้เพียงสักนิด ร้ายดีอย่างไรก็จะยกเลิกแผนการนี้และให้ฟางซินอยู่รับรองแทนแต่ทว่า…พ่อค้าหมั่นโถวตัวน้อยแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความตั้งมั่นแรงกล้า เห็นคนมีใจมาขนาดนี้แล้ว ลี่จินก็ไม่คิดขัดขวางใดอีก นางได้แต่อธิษฐานขอสวรรค์โปรดช่วยประทานพรจนเมื่อเสียงตีกลองบอกเวลา [2] ดังแว่ว แม่เล้าประจำหอคณิกาจึงเดินเข้าไปกำชับบอกคนที่นั่งนิ่งเป็นครั้งสุดท้าย“อาเม่ย...ค่ำคืนแรกอาจไม่ได้มีความสุขดังฝัน...แต่ในเมื่อเลือกแล้ว...ต่อให้ท่านแม่ทัพไม่ถนอมก็ต้องห้ามปร

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   08

    การฝึกฝนดำเนินต่อไปอีกสามวันสามคืน พ่อค้าหมั่นโถวตัวน้อยถูกเคี่ยวเข็ญอย่างเข้มงวด เรื่องใดที่ไม่เคยรู้ก็ได้รู้ สิ่งใดที่ไม่เคยทำก็ได้ทำ ดินแดนคาวโลกีย์ที่ตนไม่เคยนึกเหยียบย่าง บัดนี้เสี่ยวเม่ยเรียกได้ว่าถูกลากดึงให้ดำดิ่งสู่วิถีนายคณิกาอย่างเต็มตัวซึ่งแน่นอนว่าหลักสูตรที่เสี่ยวเม่ยถูกพร่ำสอนหาใช่ทั้งหมดทั้งมวลที่ต้องรู้ กับคนที่มีเวลาน้อยนิดจะให้ร่ำเรียนทั้งศาสตร์เพื่อให้ความบันเทิง และศิลปะในการเริงรักนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเพื่อเตรียมคนไม่รู้ความให้พร้อมสำหรับการลงสนามจริง เนื้อหาบทเรียนส่วนใหญ่ที่เสี่ยวเม่ยต้องฝึกฝนล้วนรวบรัดตัดตอนและมุ่งเป้าไปที่การเผด็จศึกบนเตียงนอนเสียเป็นส่วนใหญ่จนในที่สุด…ก็มาถึงวันตามเทียบจองตัว จันทร์เพ็ญกระจ่างเปล่งประกายเด่นกลางนภา แสงนวลสาดสองลงมา ณ ชั้นบนสุดของหอว่านเหอ ห้องรับรองที่เคยเนืองแน่นในวันนี้กลับว่างเปล่า เหลือไว้เพียงห้องริมสุดที่อยู่ริมระเบียง ซึ่งค่ำคืนนี้ถูกจัดเตรียมเอาไว้เพื่อรอรับรองแขกพิเศษท่านหนึ่งเสี่ยวเม่ยถูกกักตัวอยู่

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   07

    และคำกล่าวของฟางซินก็หาใช่คำขู่ไม่ เพราะมันคือความจริงทุกประการ“ลึกกว่านี้...อย่าสำลักออกมา” เสียงสั่งสอนดังขึ้นไม่ขาดมาได้หลายชั่วยามแล้วเสี่ยวเม่ยเหลือบสายตาขึ้นมองคนที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างเอื่อยเฉื่อย ใบหน้างดงามของนายโลมอันดับหนึ่งมีล่องลอยของความเหนื่อยล้า มือเล็กที่มีกลิ่นยาสูบบางเบาเอื้อมมาบีบที่คางของพ่อค้าหมั่นโถวผู้ที่ตอนนี้กำลังขะมักเขม้นเรียนรู้วิชา“อ๊อก!” แรงบีบของนายโลมคนงามมากพอที่จะทำให้คนที่ปากไม่ว่างสำลักออกมาอึกใหญ่ ความใหญ่โตที่เดิมค้างอยู่ที่ลำคอเลื่อนออก แต่ก่อนที่จะหลุดจากริมฝีปากอิ่มเสี่ยวเม่ยผู้ถูกบังคับให้ใช้โพรงปากครอบอมความแข็งขืนของ ‘สิ่งนั้น’ มาได้หลายชั่วยาม ก็รีบใช้ฟันงับกัดวัตถุแปลกปลอมเอาไว้เพื่อไม่ให้สิ่งใดหลุดไป“อย่ากัด!เจ้าอยากโดนตีตายหรือ” คนสั่งสอนเอ่ยเสียงเข้มแล้วจ้วงดันท่อนแข็งให้มุดลึกเข้าไปในโพรงลำคอ แรงกระทุ้งที่เกิดคิดอย่างฉับพลันสร้างความระคายเคืองให้ก็เกิดขึ้นต

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   04

    “ข้าว่าแล้วเจ้าต้องมา” นี่คือคำทักทายแรกของผู้เป็นเจ้าของห้องทันทีที่เห็นว่าผู้ใดมาเยือนผู้กล่าวทักมีนามว่า ฟางซิน เด็กหนุ่มรูปร่างอ้อนแอ้นบอบบาง ใบหน้างดงามจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ดวงตาดอกท้อฉายแววเบื่อหน่ายอยู่บ้าง แต่มันกลับยิ่งขับให้บรรยากาศรอบกายของเขาดูคล้ายภูตจิ้งจอกยามทอดกายอาบแดดอย่างสบายอารมณ์

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   02

    หากจะเอ่ยถึงต้นตอความสัมพันธ์ลวงหลอกที่เกิดขึ้นของเสี่ยวเม่ยและเฉินฮ่าวเทียนแล้ว ก็คงต้องย้อนกลับไปเมื่อราวหนึ่งปีก่อนรัชศกลู่เฉิงปีที่สามสิบหก แคว้นเฉินบนแผ่นดินต้าเว่ยในช่วงที่ฤดูหนาวเพิ่งพ้นผ่านนั้น ได้มีข่าวสะเทือนเลือนลั่นข่าวหนึ่งถูกประกาศซึ่งข่าวที่ว่านั้นก็คืองานสมรสพระราชทานจากองค์จักรพร

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   01

    สิ่งที่เกิดขึ้นดูคล้ายความสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีสิ่งใดพิเศษเท่าใดนัก เป็นเพียงการใช้บริการของลูกค้าขาประจำกับผู้ขายทั่วไปตามปกติทว่าสิ่งหนึ่งที่แขกพิเศษผู้นั้นไม่รู้และจะไม่มีทางได้รู้เป็นอันขาด นั่นคือความจริงที่ว่า คนที่เขากกกอดแนบชิดมาตลอดหนึ่งปีหาใช่นายโลมอันดับหนึ่งของหอโคมเขียวครืด…เสียงเปิดป

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   บทนำ

    จันทร์เพ็ญส่องสกาวกลางท้องฟ้ายามราตรี หมู่ดารากะพริบแสงริบหรี่ลงคล้ายพยายามหลบเร้นใครบางคนยืนแหงนหน้ามองภาพเดือนและดาวจุดประกายแสงสว่างด้วยแววตาเหม่อลอย มือเรียวยาวเอื้อมคว้าไปกลางอากาศ ทำราวกับว่าต้องการสัมผัสจับดวงจันทราที่อยู่สูงเกินกว่าจะเอื้อมถึงจนเมื่อภวังค์ที่ลอยละล่องไปไกลคืนกลับ ชายหนุ่ม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status