مشاركة

ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ
ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ
مؤلف: ณ ขณะฝัน

บทนำ

last update تاريخ النشر: 2025-05-09 12:28:13

จันทร์เพ็ญส่องสกาวกลางท้องฟ้ายามราตรี หมู่ดารากะพริบแสงริบหรี่ลงคล้ายพยายามหลบเร้น

ใครบางคนยืนแหงนหน้ามองภาพเดือนและดาวจุดประกายแสงสว่างด้วยแววตาเหม่อลอย มือเรียวยาวเอื้อมคว้าไปกลางอากาศ ทำราวกับว่าต้องการสัมผัสจับดวงจันทราที่อยู่สูงเกินกว่าจะเอื้อมถึง

จนเมื่อภวังค์ที่ลอยละล่องไปไกลคืนกลับ ชายหนุ่มในอาภรณ์สีม่วงเนื้อดีจึงแย้มยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยันในความโง่งมของตน

เขาลดแขนลงแล้วจ้องมองเนื้อผ้าที่ตนสวมใส่ แม้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตนหยิบยืมผ้าอาภรณ์ผืนนี้มาใช้ แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่คุ้นชิน

จนเมื่อแว่วเสียงตีกลองบอกเวลาว่าเข้าสู่ยามจื่อ (23.00-00.59) ชายหนุ่มจึงก้าวถอยออกห่างจากระเบียงหน้าต่าง ณ ชั้นบนสุดของหอว่านเหอ อันเป็นหอนายโลมอันดับต้น ๆ ของแคว้นเฉิน

***

ชุดฮั่นฝูกรุยกรายที่กำลังสวมใส่ยังคงสร้างความรู้สึกเงอะงะให้กับเขาเสมอยามก้าวเดิน ร่างเพรียวเยื้องย่างไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่ตั้งอยู่มุมห้องเพื่อหยิบเอาผ้าคาดตาที่ปักลวดลายดอกเหลียนฮวาสีขาวนวล (ดอกบัว) ขึ้นมาถือ จากนั้นจึงลากเท้าไปยังตั่งเตียงที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เพื่อรอการใช้งาน

ผ้าคาดเนื้อบางถูกผูกจนแน่น เขาพยายามตรวจสอบเพื่อความมั่นใจว่าผ้าผืนนี้จะไม่หลุดหล่น จนเมื่อขยับซ้ายขยับขวาจนพอใจ มือเล็กจึงลดลงมาประสานเอาไว้ที่ตัก

กลิ่นกำยานบางเบาที่ถูกจุดเคยทำให้เขาประหม่าจนแทบคลั่ง เสียงดนตรีที่ค่อย ๆ เงียบลงจากภายนอกครั้งหนึ่งสามารถทำให้เขาเสียขวัญ ทว่ายามนี้สิ่งเหล่านั้นดูคล้ายกับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไปเสียแล้ว

แม้แต่ยามที่ประตูห้องนอนถูกเปิดออกพร้อมกับการมาเยือนของใครบางคน ก็ไม่อาจทำให้เขารู้สึกตื่นตระหนกได้อีกต่อไป

คนบนเตียงส่งยิ้มให้กับ ‘แขกพิเศษ’ ผู้ที่จะมาเยือนสถานที่แห่งนี้ในทุกคืนจันทร์เพ็ญ แม้ผ้าคาดตาจะสามารถบดบังใบหน้าของแขกพิเศษขาประจำผู้นี้ให้เลือนลง แต่ในห้วงจินตนาการของเขานั้น กลับสามารถมองเห็นใบหน้าเย็นชาของคนผู้นี้ได้อย่างชัดเจน

ฝีเท้าก้าวเดินอย่างหนักแน่นตามวิสัย เจ้าของห้องผู้ปิดตาตามกฎที่ถูกตั้งเอาไว้ตั้งแต่ราตรีแรกแว่วได้ยินเสียงเสียดสีของเนื้อผ้าที่ถูกถอดออก มันถูกพาดวางทิ้งเอาไว้ที่ไหนสักแห่ง ตามมาด้วยเสียงโลหะกระทบดังอย่างอ้อยอิ่ง

คนนั่งรอบนเตียงรู้สึกจนใจไม่น้อย เพราะดูเหมือนว่าแขกผู้นี้คงเพิ่งกลับมาจากนอกด่านเป็นแน่แท้ เขาล่ะนึกอยากเปิดปากต่อว่าอีกฝ่ายสักหน มีอย่างที่ไหนใส่เครื่องแบบแม่ทัพเดินเข้าหอโคมเขียว ไม่รู้จะเรียกได้ว่าองอาจกล้าหาญหรือหน้าด้านหน้าทนดี

แม้ในใจจะมีคำพูดนับร้อยพัน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกไปแม้ครึ่งคำ มีเพียงรอยยิ้มบางที่ประดับเอาไว้ไม่จางหายและการที่ผู้สวมตำแหน่งเจ้าของห้องขยับตัวเล็กน้อย โดยหมายเว้นที่ว่างบนเตียงนอนให้มากขึ้นอึดใจต่อมาแขกผู้มาเยือนก็เดินมานั่งลงเคียงกัน

ระหว่างพวกเขาไม่มีคำพูดใดเอื้อนเอ่ย จะมีเพียงการขยับเข้าใกล้อย่างเป็นธรรมชาติ ร่างเพรียวในอาภรณ์สีม่วงเอนอิงซบกับอกแกร่ง ใบหูแนบลงเพื่อสดับฟังเสียงชีพจรที่เต้นอย่างมั่นคง จมูกสูดดมกลิ่นกายบุรุษแบบเฉพาะตัวของคนผู้นี้ ก่อนมือเล็กทั้งสองข้างจะกอบกุมมือแกร่งของอีกฝ่ายขึ้นมา พลางก้มลงประทับริมฝีปากลงไปที่ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการเคี่ยวกรำทำศึกในสนามรบมานานหลายปี

กริยาออดอ้อนอ่อนหวานทำให้ร่างเพรียวถูกรวบกอด ก่อนจะถูกพลิกกดลงกับเตียงนอนในวินาทีต่อมา อาภรณ์ที่เดิมก็ไม่ได้ถูกสวมให้แน่นหนาอันใด ยามนี้จึงเลื่อนคลายออกเผยผิวเนียนใต้ร่มผ้าออกมาล่อสายตาคนมอง ใบหน้าของพวกเขาห่างกันไม่ถึงคืบ คนที่คร่อมทับเหนือร่างเริ่มซุกไซ้ปลายจมูกสูดดมกลิ่นกรุ่นจากเนื้อนวล

ช่างน่าประหลาดที่กลิ่นกายของนายบำเรออันดับหนึ่งแห่งหอว่านเหอ หาใช่กลิ่นเครื่องหอมหรือดอกไม้ตามที่เคยได้ยินคำร่ำลือ

แต่มันกลับคล้ายกลิ่นแป้งสาลีที่ถูกนำมานวดและนึ่งจนกลายเป็นหมั่นโถวลูกขาวอวบน่ากิน

พอสมองจินตนาการภาพของกินขึ้นมา ปฏิกิริยาทางร่างกายก็ตอบรับโดยพลัน ลำคอของแขกพิเศษในค่ำคืนนี้แห้งผาก เขาเลียริมฝีปากของตนด้วยความรู้สึกหิวกระหายที่ไม่อาจยับยั้ง สุดท้ายจึงฝังเขี้ยวลงบนลาดไหลเล็ก ฝากรอยฟันบาง ๆ เอาไว้บนผิวกายนุ่ม

คนโดนกัดไม่ส่งเสียงร้องใด ๆ ออกมา ทำเพียงขบเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสกัดกั้น ไม่ให้มีสุ้มเสียงใดเล็ดลอด

ห้ามจ้องมอง...เพราะแบบนั้นเขาจึงได้คาดปิดดวงตาเอาไว้

ห้ามเอ่ยวาจา...เพราะแบบนั้นเขาจึงได้พยายามข่มเสียงไว้ในลำคอ

ห้ามใช้มารยาสาไถย...เพราะแบบนั้นเขาจึงออดอ้อนอย่างใสซื่อ

ห้ามขัดขืน...เพราะแบบนั้นเขาจึงโอบกอดคนผู้นี้เอาไว้อย่างแนบแน่น

นี่คือกฎไม่กี่ข้อที่ถูกตั้งขึ้นระหว่างเรา นับตั้งแต่คืนจันทร์เพ็ญราตรีแรกที่ความสัมพันธ์เช่นนี้เริ่มต้น จวบจนวันเพ็ญครั้งที่สิบสองเช่นค่ำคืนนี้

เมื่อถึงช่วงเวลาราตรีกาล นายท่านผู้นี้จะปรากฏกายในยามจื่อ (23.00-00.59) เพื่อร่วมอภิรมย์กับ ฟางซิน นายโลมอันดับหนึ่งแห่งหอว่านเหอ เขาจะกกกอด ส่วนตัวข้ามีหน้าที่ทอดกาย เราสองเริงรักเร่าร้อน ราวต้องการหลอมรวมกลายเป็นหนึ่ง

จวบจนเมื่อทิวากรมาเยือน ความแนบชิดสนิทเนื้อดูคล้ายเลือนรางไม่ต่างจากภาพฝัน นายท่านผู้นั้นจากไปช่วงยามอิ๋น (3.00-4.59) เสมอ

อุ่นไอที่เคยร้อนระอุจางหายจนเย็นชืด สิ่งที่หลงเหลือไว้เป็นหลักฐานของค่ำคืนที่พ้นผ่าน มีเพียงรอยยับย่นของผ้าปูที่นอน และเงินแปดตำลึงทองบนโต๊ะข้างเตียง

***


استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   12

    นับจากค่ำคืนแห่งความทรงจำก็ผ่านมาได้สามสัปดาห์แล้ว เสี่ยวเม่ยใช้ชีวิตเฉกเช่นปกติ แม้ช่วงแรกจะยังรู้สึกวูบโหวงในใจอยู่บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็สามารถสลัดความรู้สึกเศร้าหมองที่ตนจอมจม และเดินหน้าทำมาค้าขายต่อได้ โดยเก็บเรื่องที่เกิดขึ้นเอาไว้ในความทรงจำที่ไม่ต่างจากฝันตื่นหนึ่งแต่แล้ว...วันเวลาที่แสนสงบสุขของพ่อค้าหมั่นโถว ก็จำต้องถูกพังทลายลงอีกครั้ง เมื่อวันขึ้นแปดค่ำมาเยือน หอว่านเหอก็ได้รับเทียบจองตัวจากจวนแม่ทัพอีกคราพ่อบ้านจางกลับไปแล้ว ครั้งนี้การติดต่อไม่ได้กินเวลานานเท่าคราแรก ชายแก่เพียงมายื่นส่งเทียบจอง โดยระบุไว้ว่าเมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ ยามจื่อ เฉินฮ่าวเทียนจะมาเยือน เงื่อนไขในการใช้บริการยังคงเดิม กฎสี่ข้อที่ตั้งไว้ไม่เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้นที่สำคัญ...ท่านแม่ทัพยังเน้นย้ำว่าให้เรียกตัวนายคณิกาคนเดิมด้วยเหตุนี้เอง...เหล่าผู้ร่วมขบวนการสลับตัวนายคณิกาเมื่อครั้งก่อน จึงต้องมานั่งล้อมวงทำสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ในขณะนี้“ทำอย่างไรกันดี? ” ลี่จินเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลใจ เมื่อครู่ยามเห็นเทียบจอง แม่เล้าฝีปากกล้าหัวใจแถบหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม“ปฏิเสธไปดีหรือไม่ท่

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   11

    ฃเสี่ยวเม่ยนับเป็นผู้มีความทุ่มเทผู้หนึ่ง หากเขามุ่งมั่นทำสิ่งใดแล้วย่อมลงไปสุดแรง เช่นในยามนี้ เมื่อเห็นแล้วว่าฝ่ายเฉินฮ่าวเทียนมีปฏิกิริยาจนแข็งขืนคับปาก เด็กหนุ่มผู้ร้อนวิชาก็ไม่รั้งรอที่จะงัดกลเม็ดต่าง ๆ ที่ถูกฝึกสอนออกมาใช้ทั้งหมดส่วนหนึ่งเพราะคิดเอาไว้ว่าหากพ้นคืนนี้ไป คงไม่มีโอกาสได้ใช้อีก เช่นนั้นก็ทำมันเสียตอนนี้ไปเลยตรงไหนใคร่ดูดเขาก็ดูด ตรงไหนใคร่ขนเขาก็ขบ ทำตามใจราวกับเจ้าแท่งหรรษาของแม่ทัพประจิมเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของตน ดูดดึงจนแขกพิเศษแทบยืนไม่อยู่ มือหนาจิกลงที่เส้นผมเงางามของคนที่คุกเข่าที่พื้นด้วยความรู้สึกจวนเจียนจะล้นทะลักแม่ทัพประจิมผู้เพิ่งเคยเปิดประสบการณ์รู้สึกมึนงงอยู่บ้าง ดวงตาคมก้มมองคนที่ขะมักเขม้นดูดกลืนแกนเนื้อของเขาจนทำเอาตาพร่าไปหมดปากของคนเราทำเรื่องมหัศจรรย์เช่นนี้ได้ด้วยหรือ เฉินฮ่าวเทียนครุ่นคิดดอย่างจริงจังจนเมื่อยามอารมณ์พุ่งสูงจนแตกกระเจิง ริมฝีปากอิ่มที่แต้มสีชาดจนดูคล้ายผลของผลอิงเถาก็ยังไม่คล้ายออก รอจนกลืนน้ำรักขอเขาลงคอไปทุกหยาดหยด นายคณิกาเลื่องชื่อจึงได้ถอยห่างออกไปพร้อมส่งยิ้มหวานละไมทุกการขยับตัวของนายคณิกาตกอยู่ภายในสายตาของแม่ทัพป

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   10

    เสี่ยวเม่ยก็พอจะทราบอยู่หรอกว่าเฉินฮ่าวเทียนไม่ใช่คนละเอียดอ่อน แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นหยาบกระด้างได้เพียงนี้“ชักช้าอยู่ไย? ”แล้วดูเอาเถิด คนที่กล้าพูดคำว่า เสพสมออกมาได้อย่างเต็มปากด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเช่นนั้น บัดนี้ยังมีหน้ามาเอียงคอถามด้วยความสงสัย โดยไม่มีทีท่าว่าจะละอายแก่ใจเลยสักนิด‘ไม่มีกระไรขอรับ’ นายคณิกาตัวปลอมได้แต่จนคำพูดอาจเป็นเพราะเสี่ยวเม่ยไม่มีประสบการณ์ในเรื่องราวเช่นนี้ คนที่คิดว่าตนฝึกฝนมาดี บัดนี้เริ่มทำตัวไม่ถูกแล้ว สถานการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก และเสี่ยวเม่ยก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะจัดการทุกอย่างให้เป็นไปอย่างราบรื่นพ่อค้าหมั่นโถวยืนนิ่งอยู่กับที่ ครั้นจะก้าวเดินไปข้างหน้าก็ไม่กล้า พอจะถอยหลังก็ยังนึกหวั่น จึงเกิดเป็นอาการยึกยักไปมา จนทำเอาแขกพิเศษผู้ทอดสายตามองอยู่นานนึกรำคาญใจคิดเล่นตัวอันใด…ชักช้าเสียเวลา เฉินฮ่าวเทียนครุ่นคิดเช่นนั้นเดิมความคิดในการมาเยือนหอคณิกาเป็นการประชดประชันเพียงชั่วครู่ เข

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   09

    เวลาล่วงเลยเข้าใกล้ยามจื่อ [1] ผู้ที่อยู่ภายในห้องรับรองต่างเร่งรีบตรวจความเรียบร้อยในขั้นสุดท้าย เสี่ยวเม่ยถูกจับนั่งลงที่บริเวณตั้งไม้ตัวยาว มือเล็กประสานเข้าหากันอย่างสำรวมลี่จินมองความนิ่งสงบของเด็กหนุ่มแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนหน้านี้นางยังคิดเอาไว้อยู่เลยว่า ถ้าเห็นอาเม่ยคนดีของนางมีท่าทางตื่นตระหนกแม้เพียงสักนิด ร้ายดีอย่างไรก็จะยกเลิกแผนการนี้และให้ฟางซินอยู่รับรองแทนแต่ทว่า…พ่อค้าหมั่นโถวตัวน้อยแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความตั้งมั่นแรงกล้า เห็นคนมีใจมาขนาดนี้แล้ว ลี่จินก็ไม่คิดขัดขวางใดอีก นางได้แต่อธิษฐานขอสวรรค์โปรดช่วยประทานพรจนเมื่อเสียงตีกลองบอกเวลา [2] ดังแว่ว แม่เล้าประจำหอคณิกาจึงเดินเข้าไปกำชับบอกคนที่นั่งนิ่งเป็นครั้งสุดท้าย“อาเม่ย...ค่ำคืนแรกอาจไม่ได้มีความสุขดังฝัน...แต่ในเมื่อเลือกแล้ว...ต่อให้ท่านแม่ทัพไม่ถนอมก็ต้องห้ามปร

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   08

    การฝึกฝนดำเนินต่อไปอีกสามวันสามคืน พ่อค้าหมั่นโถวตัวน้อยถูกเคี่ยวเข็ญอย่างเข้มงวด เรื่องใดที่ไม่เคยรู้ก็ได้รู้ สิ่งใดที่ไม่เคยทำก็ได้ทำ ดินแดนคาวโลกีย์ที่ตนไม่เคยนึกเหยียบย่าง บัดนี้เสี่ยวเม่ยเรียกได้ว่าถูกลากดึงให้ดำดิ่งสู่วิถีนายคณิกาอย่างเต็มตัวซึ่งแน่นอนว่าหลักสูตรที่เสี่ยวเม่ยถูกพร่ำสอนหาใช่ทั้งหมดทั้งมวลที่ต้องรู้ กับคนที่มีเวลาน้อยนิดจะให้ร่ำเรียนทั้งศาสตร์เพื่อให้ความบันเทิง และศิลปะในการเริงรักนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเพื่อเตรียมคนไม่รู้ความให้พร้อมสำหรับการลงสนามจริง เนื้อหาบทเรียนส่วนใหญ่ที่เสี่ยวเม่ยต้องฝึกฝนล้วนรวบรัดตัดตอนและมุ่งเป้าไปที่การเผด็จศึกบนเตียงนอนเสียเป็นส่วนใหญ่จนในที่สุด…ก็มาถึงวันตามเทียบจองตัว จันทร์เพ็ญกระจ่างเปล่งประกายเด่นกลางนภา แสงนวลสาดสองลงมา ณ ชั้นบนสุดของหอว่านเหอ ห้องรับรองที่เคยเนืองแน่นในวันนี้กลับว่างเปล่า เหลือไว้เพียงห้องริมสุดที่อยู่ริมระเบียง ซึ่งค่ำคืนนี้ถูกจัดเตรียมเอาไว้เพื่อรอรับรองแขกพิเศษท่านหนึ่งเสี่ยวเม่ยถูกกักตัวอยู่

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   07

    และคำกล่าวของฟางซินก็หาใช่คำขู่ไม่ เพราะมันคือความจริงทุกประการ“ลึกกว่านี้...อย่าสำลักออกมา” เสียงสั่งสอนดังขึ้นไม่ขาดมาได้หลายชั่วยามแล้วเสี่ยวเม่ยเหลือบสายตาขึ้นมองคนที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างเอื่อยเฉื่อย ใบหน้างดงามของนายโลมอันดับหนึ่งมีล่องลอยของความเหนื่อยล้า มือเล็กที่มีกลิ่นยาสูบบางเบาเอื้อมมาบีบที่คางของพ่อค้าหมั่นโถวผู้ที่ตอนนี้กำลังขะมักเขม้นเรียนรู้วิชา“อ๊อก!” แรงบีบของนายโลมคนงามมากพอที่จะทำให้คนที่ปากไม่ว่างสำลักออกมาอึกใหญ่ ความใหญ่โตที่เดิมค้างอยู่ที่ลำคอเลื่อนออก แต่ก่อนที่จะหลุดจากริมฝีปากอิ่มเสี่ยวเม่ยผู้ถูกบังคับให้ใช้โพรงปากครอบอมความแข็งขืนของ ‘สิ่งนั้น’ มาได้หลายชั่วยาม ก็รีบใช้ฟันงับกัดวัตถุแปลกปลอมเอาไว้เพื่อไม่ให้สิ่งใดหลุดไป“อย่ากัด!เจ้าอยากโดนตีตายหรือ” คนสั่งสอนเอ่ยเสียงเข้มแล้วจ้วงดันท่อนแข็งให้มุดลึกเข้าไปในโพรงลำคอ แรงกระทุ้งที่เกิดคิดอย่างฉับพลันสร้างความระคายเคืองให้ก็เกิดขึ้นต

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   04

    “ข้าว่าแล้วเจ้าต้องมา” นี่คือคำทักทายแรกของผู้เป็นเจ้าของห้องทันทีที่เห็นว่าผู้ใดมาเยือนผู้กล่าวทักมีนามว่า ฟางซิน เด็กหนุ่มรูปร่างอ้อนแอ้นบอบบาง ใบหน้างดงามจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ดวงตาดอกท้อฉายแววเบื่อหน่ายอยู่บ้าง แต่มันกลับยิ่งขับให้บรรยากาศรอบกายของเขาดูคล้ายภูตจิ้งจอกยามทอดกายอาบแดดอย่างสบายอารมณ์

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   03

    จะเห็นได้ว่าชีวิตหน้าที่การงานของแม่ทัพประจิมผู้นี้รุ่งเรืองเพียงใด แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าเรื่องการสู้รบจับศึก คือเรื่องรักใคร่ในมุ้งของอีกฝ่ายมากกว่าชีวิตของเฉินฮ่าวเทียนนอกจากมารดาวิปลาสของตนแล้ว เขาเกี่ยวข้องกับสตรีอยู่นางหนึ่งคุณหนูใหญ่เหลียนจินหลินจากจวนเจ้ากรมโยธา สตรีเพียงนางเดียวที่เฉิน

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   02

    หากจะเอ่ยถึงต้นตอความสัมพันธ์ลวงหลอกที่เกิดขึ้นของเสี่ยวเม่ยและเฉินฮ่าวเทียนแล้ว ก็คงต้องย้อนกลับไปเมื่อราวหนึ่งปีก่อนรัชศกลู่เฉิงปีที่สามสิบหก แคว้นเฉินบนแผ่นดินต้าเว่ยในช่วงที่ฤดูหนาวเพิ่งพ้นผ่านนั้น ได้มีข่าวสะเทือนเลือนลั่นข่าวหนึ่งถูกประกาศซึ่งข่าวที่ว่านั้นก็คืองานสมรสพระราชทานจากองค์จักรพร

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   01

    สิ่งที่เกิดขึ้นดูคล้ายความสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีสิ่งใดพิเศษเท่าใดนัก เป็นเพียงการใช้บริการของลูกค้าขาประจำกับผู้ขายทั่วไปตามปกติทว่าสิ่งหนึ่งที่แขกพิเศษผู้นั้นไม่รู้และจะไม่มีทางได้รู้เป็นอันขาด นั่นคือความจริงที่ว่า คนที่เขากกกอดแนบชิดมาตลอดหนึ่งปีหาใช่นายโลมอันดับหนึ่งของหอโคมเขียวครืด…เสียงเปิดป

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status