Home / รักโบราณ / ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ / ภาพฝันของเจ้าเป็นจริง

Share

ภาพฝันของเจ้าเป็นจริง

Author: l3oonm@
last update Last Updated: 2025-12-11 08:48:13

"ข้าไม่คิดว่าพี่หญิงใหญ่จะอ่อนแอเพียงนี้ ตกน้ำเหมือนกับพี่หญิงรองแต่นางถึงกับสลบไปสามวัน นี่ก็ยังมีไข้อยู่อีกหรือ” จินหลัน ลูกอนุของบ้านร้องเอ่ยถามอย่างสงสัย นางมองไปที่พี่สาวร่วมบิดาของนางอย่างไม่เข้าใจ ช่วยขึ้นมาพร้อมกันแต่อีกคนเป็นหนัก อีกคนดูเหมือนจะไม่เป็นอันใดเลย

จินหลันรู้ดีว่าจินหร่วนมีนิสัยเช่นใด ที่อยากมาดูจินหว่านก็เป็นเพราะต้องการเห็นสภาพของคุณหนูใหญ่ชุยในตอนย่ำแย่เท่านั้นไม่ได้อยากจะมาเยี่ยมอย่างที่ปากนางพูด ส่วนนาง...มาเพื่อชมความสนุกเท่านั้น

“เหอะ ไม่ให้เข้าก็ไม่เข้า” จินหร่วนสะบัดหน้าหนีไปอย่างไม่ไยดี จินหลันทำได้เพียงเร่งฝีเท้าตามกลับไป

ชุยจิ้น ส่งบ่าวข้างกายไปติดตามชุยหมิ่นอยู่สองวันเต็มๆ ก็พบความผิดปกติแล้ว บ่าวข้างกายของชุยหมิ่นเข้าออกร้านเครื่องลายครามและภาพวาดโบราณอยู่หลายหน มีทั้งที่ถือสิ่งของติดมือกลับมาและนำสิ่งของเข้าไปเลือกเปลี่ยนเป็นเงิน ชุยจิ้นเมื่อได้ฟังรายงานสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นกังวลทันที ที่น้องสาวพูดออกมาเป็นเรื่องจริง เขาไม่อาจเสียเวลาต่อได้แม้แต่เพียงอึดใจเดียว เมื่อสอบถามได้ความว่าบิดาเดินทางกลับมาถึงจวนแล้วก็ออกไปพบทันที

“ท่านพ่อ”

“มีเรื่องใด” ชุยเซียวเงยหน้าขึ้นมาจากงานบนโต๊ะในห้องตำรา ถามบุตรชายที่มีสีหน้าร้อนรนทันที

ชุยจิ้นเล่าเรื่องที่ตัวเขาไปพบกับบ่าวของชุยหมิ่นที่ทำท่าทางลับๆ ล่อๆ โดยบังเอิญที่ร้านเครื่องลายคราม พอติดตามสองวันจึงพบว่าเขาเข้าออกอยู่บ่อยครั้งและตนได้สืบถามมาแล้วว่าร้านทั้งสองเบื้องหลังล้วนแต่เกี่ยวข้องกับค้าของเถื่อน

“จริงหรือ” น้ำเสียงของชุยเซียวตื่นตระหนกไม่น้อย ด้วยรู้ดีว่าบุตรชายเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่เล็ก เรื่องที่เขาลงมือสืบเองคงไม่มีทางผิดพลาด

“ข้าตรวจสอบจนกระจ่างถึงได้กล้าพูดกับท่านพ่อ หากครั้งนี้ท่านช่วยอารองให้รอดพ้นจากความผิด เกรงว่าต่อไปเส้นทางขุนนางของท่านคงต้องแปดเปื้อนไปด้วยแล้ว”

คำพูดของชุยจิ้นไม่เกินจริง อย่าเห็นว่าเขาเพิ่งจะอายุได้เพียงสิบสี่หนาว เมื่อต้นปีถึงกับสอบผ่านซิ่วไฉมาแล้ว ทั้งยังถูกอาจารย์ในสำนักศึกษาเอ่ยชื่นชมอยู่บ่อยครั้ง ทุกสิ่งที่เขาคิดจะลงมือทำย่อมรอบคอบไม่ต่างจากผู้ใหญ่คนอื่น

ชุยเซียวเคาะนิ้วกับโต๊ะอย่างใช้ความคิด เขาช่วยเหลือบ้านรองมาไม่รู้กี่หน การกลับเข้ามารับตำแหน่งก็เป็นที่เขาทำหน้าหนาขอความเมตตาจากฮ่องเต้ให้ชุยหมิ่น แต่ไม่คิดว่าน้องชายต่างมารดาที่รับปากเป็นมั่นเหมาะว่าจะเป็นนิสัยกลับไม่อาจทำได้จริง เพียงแค่ถูกเงินทองอำนาจบังตาก็ทำให้กลับไปหลงผิดในเส้นทางเดิม

ตัวเองกว่าจะได้อยู่ในตำแหน่งเสนาบดีกรมคลังเลือดตาแทบกระเด็น หากถูกเรื่องค้าของเถื่อนของน้องชายลากเขาเข้าไปพัวพันด้วย อย่าว่าแต่ชื่อเสียงที่ด่างพร้อยเลย แม้แต่ศีรษะก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้ เมื่อพิจารณามองบุตรชายที่เป็นต้นกล้าที่กำลังเติบโตอย่างสง่างาม ความคิดของชุยเซียวก็ดูเหมือนจะเด็ดขาดขึ้น

“เจ้าคิดว่าควรทำเช่นใดดี” เขายกชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น หากบุตรชายไม่มีหนทางแก้ไขคงได้เอ่ยถามเขาอย่างร้อนใจแล้ว

“เป็นหนทางดี ที่ท่านพ่อจะทำเรื่องแบ่งแยกตระกูล” สายตาและน้ำเสียงของชุยจิ้นหนักแน่นไม่สมกับเป็นเด็กวัยสิบสี่หนาวเลย

“เจ้าอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กับท่านแม่ของเจ้า พ่อจะจัดการเอง” เขาไม่ต้องการให้ภรรยาคู่ชีวิตจะต้องมากลุ้มใจเรื่องของบ้านรองอีกแล้ว พวกเขากลับมาไม่กี่เดือนก็แทบจะทำให้ไป๋ซื่อกระอักเลือดอยู่หลายหน

หูซื่ออยากจะยึดอำนาจดูแลจวนส่งมอบให้หวงซื่อสะใภ้ของตนใจจะขาด จึงหาเรื่องตำหนิไป๋ซื่อไม่เว้นวัน ข้าวของที่ต้องซื้อจัดเตรียมให้บ้านรองก็ขอเพิ่มจำนวนแทบจะทุกเดือน พออ้างเรื่องเงินกองกลางที่ลดไปจำนวนมาก หูซื่อก็ร่ำร้องเล่าความทุกข์ยากของบ้านรองตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากตระกูล จะบอกว่าไม่ได้รับก็ดูจะกล่าวหนักเกินไป เงินที่หูซื่อสั่งให้ชุยเซียวส่งให้บ้านรองทุกเดือนไม่เคยต่ำกว่าหนึ่งร้อยตำลึงเงินเลย แล้วจะกล่าวโทษเช่นนี้ได้อย่างไร

ชุยจิ้นหลังจากที่ออกจากห้องตำราของบิดา ก็รีบเดินไปที่เรือนของจินหว่านในทันที บ่าวที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเรือนพอเห็นว่าเป็นคุณชายใหญ่ก็รีบเปิดให้ในทันที

“หว่านวาน” เสียงร้องเรียกน้องสาวตั้งแต่ยังไม่ถึงหน้าห้องของนาง ดังขึ้นจนสาวใช้ที่อยู่ด้านในต่างก็รีบถอยออกไป

“มีเรื่องน่ายินดีอันใดหรือท่านพี่” จินหว่านยามนี้สีหน้าของนางดีขึ้นแล้ว เพียงแต่นางคร้านที่จะออกไปด้านนอกจึงบอกผู้อื่นว่ายังต้องไอเย็นอยู่

“ภาพฝันของเจ้าเป็นจริง” ชุยจิ้นรับชาที่น้องสาวส่งมาให้ดื่มลงไปในอึกเดียว ก่อนจะเอ่ยถามอย่างร้อนใจ “เจ้ารู้มาจากภาพฝันจริงหรือ” มันดูน่าเหลือเชื่อเกินไป

จินหว่านหลุบตาลงไม่กล้าสบสายตาของชุยจิ้นที่มองนางอย่างค้นหา ด้วยรู้ดีว่าพี่ชายของนางเฉลียวฉลาดเพียงนั้นไม่มีทางเชื่อว่าเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งของนางแน่ แต่นางจะบอกเรื่องราวที่เลวร้ายในชาติภพที่แล้วออกมาได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่รู้สึกผิดหรือที่ไม่อาจปกป้องนางได้

“สามวันที่ข้าไม่ได้สติ ข้าฝันถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้นเจ้าค่ะ ความจริงข้าก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นจริง เพียงแค่บอกให้ท่านรู้ในเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นเพื่อตรวจสอบเท่านั้น”

ชุยจิ้นเมื่อพิจารณาในสิ่งที่น้องสาวพูด ก็เห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ผิดสังเกต จึงได้เชื่ออย่างสนิทใจถึงความฝันล่วงหน้าของนาง

“แล้วเหตุการณ์ต่อไปเล่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น” หากรู้ล่วงหน้าก็มีหนทางให้แก้ไขก่อนมิใช่เรื่องดีหรือ

“ตอนนี้ยังเจ้าค่ะ ต้องรอดูว่าท่านพ่อจะจัดการเช่นใด”

เมื่อชาติที่แล้วบิดายอมทนแบกชื่อเสียงและความหมางใจของฮ่องเต้ไว้กับตัวไม่ยอมแยกบ้าน จนเรื่องราวบานปลายถึงขั้นหวงซื่อพาหลานสาวของนางเข้ามาในจวนเพื่อจับชุยเซียวจนได้เป็นอนุของบิดานาง หลังจากนั้นไม่นานพี่ชายก็ถูกชุยจ้านบ้านรองที่เห็นว่าพี่ชายกำลังผิดหวังในตัวบิดา หลอกล่อพาไปเที่ยวในเหลาสุรา ก่อนจะส่งนางคณิกาเข้ามาทำให้ชื่อเสียงของพี่ชายนางแปดเปื้อน ยามนั้นชุยจิ้นสอบผ่านจิ้นซื่อ จนได้เป็นจอหงวนคนใหม่ของแคว้นแล้ว

ยังมิทันได้แต่งตั้งเป็นขุนนาง ก็ถูกหญิงสาวร้องเรียนเรื่องย่ำยีร่างกายนาง บิดายังไม่ทันได้ตรวจสอบเรื่องราวให้กระจ่าง ก็ตำหนิด่าทอลงโทษชุยจิ้นเสียยกใหญ่ จินหว่านที่แต่งออกไปแล้วมารู้เรื่องในภายหลังชุยจิ้นก็หนีหายไปเสียแล้ว ตอนนั้นจ้าวตงหยุนยังนับว่าเป็นสามีที่ดีของนาง ช่วยตรวจสอบเรื่องราวของหญิงสาวผู้นั้นจนพบว่านางเป็นเพียงคณิกาที่ขายเรือนร่างมาหลายปี หวังจะปีนสูงเข้าตระกูลชุยจึงได้วางแผนเช่นนั้น แต่เบื้องหลังผู้ใดสั่งการลงมาต่อให้ทางการโบยให้ตายนางก็ไม่ยอมพูดถึง

กว่าชุยเซียวจะรู้ตัวว่าลงโทษบุตรชายเกินไปก็สายไปเสียแล้ว นานหลายปีถึงได้รู้ว่าชุยจิ้นทิ้งพู่กันหันหลังให้ตำราจับดาบเข้าสู่สนามรบ ไป๋ซื่อที่ช้ำใจเรื่องสามีรับอนุก็หนักหนาพอแล้ว ยังมาปวดใจเรื่องบุตรชายหนีหายไปอีก นางเกินจะรับไหวจึงได้แต่นอนป่วยอยู่แต่ภายในเรือนไม่รับรู้เรื่องภายนอกอีกเลย อำนาจทั้งหมดถูกส่งต่อให้หูซื่อและหวงซื่อจัดการเรื่องภายในจวนแทน จินหว่านมารู้ภายหลังทั้งหมดจากปากของจินหร่วน ในวันที่นางถูกวางยาอ่อนแรงแล้วจับยัดใส่รถม้าส่งให้หลี่หรงฝู ยามนี้เมื่อหวนคิดถึงเรื่องราวทั้งหมดนางก็อดที่จะปวดใจไม่ได้ พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา และก้มหน้าอยู่ตลอดเวลากลัวว่าพี่ชายจะเห็น

“เช่นนั้นก็รอดูไปก่อนว่าท่านพ่อจะจัดการเช่นใด ข้าเชื่อว่าครั้งนี้ท่านพ่อจะต้องแยกบ้านอย่างแน่นอน” ชุยจิ้นพูดคุยและกำชับไม่ให้จินหว่านบอกกล่าวมารดาอีกสองสามคำก็กลับออกไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ตอนพิเศษ2

    ยามดึก ทั้งสองขึ้นไปบนระเบียงของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเพื่อมองโคมไฟทั้งเมืองเมืองหลวงด้านล่างเต็มไปด้วยแสงสีแดงระยิบระยับดอกไม้ไฟพุ่งขึ้นฟ้า ซูจินหว่านยืนพิงราวไม้ มองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม“สวยจังเลยเพคะ…”ทันใดนั้น เสื้อคลุมหนาก็ถูกคลุมลงบนไหล่นางแขนแข็งแรงโอบจากด้านหลังหลี่หรงหานกอดนางไว้แนบอกคางซบศีรษะเบา ๆ“หนาวหรือไม่”“ไม่หนาวแล้วเพคะ”ไม่นานเขากระซิบเสียงต่ำ“จินหว่าน”“เพคะ?”“ข้าไม่ชอบให้ใครมองเจ้า ไม่ชอบให้ใครยิ้มให้เจ้า ไม่ชอบให้เจ้าอยู่ไกลสายตา”“…ท่านอ๋อง”“ข้ารู้ว่าตัวเองงี่เง่า” เขาหัวเราะเบา ๆ “แต่ข้าหยุดไม่ได้”มือใหญ่ประสานมือนางแน่นขึ้น“ทั้งชีวิตข้าเสียของสำคัญมามากเกินไปแล้วข้าจะไม่เสียเจ้าอีกคน”หัวใจนางอ่อนยวบ ซูจินหว่านหันกลับไปกอดตอบซบหน้าลงบนอกเขา“เช่นนั้น…ก็จับมือข้าไว้ตลอดไปสิ”หลี่หรงหานยิ้มรอยยิ้มที่มีไว้ให้นางคนเดียว“ไม่ใช่แค่จับมือ” เขากระซิบข้างหู“ชีวิตนี้ ข้าจะกอดเจ้าไว้แบบนี้ ต่อให้ฟ้าถล่มก็ไม่ปล่อย”ดอกไม้ไฟระเบิดสว่างเต็มท้องฟ้า เสียงดังสนั่นแต่สำหรับท่านอ๋องหลี่หรงหานนั้น แม้โคมไฟพันดวงงดงามเพียงใดก็ยังไม่เท่าความงามของพระชายาซูจิหว่านของท่านอ๋

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ตอนพิเศษ1

    ตอนพิเศษหลังพายุเลือดและการช่วงชิงอำนาจผ่านพ้นไปเมืองหลวงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง จวนอ๋องเงียบกว่าที่เคยไม่มีฎีกากองสูงเท่าภูเขา ให้เขาต้องมาตรวจงานจนหามรุ่งหามค่ำมีเพียงเสียงลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านต้นเหมยกลีบดอกสีชมพูปลิวว่อนราวหิมะอ่อน ๆซูจินหว่านนั่งอยู่ในศาลาริมสระบัว ชายเสื้อแพรสีอ่อนถูกรวบขึ้นเล็กน้อย ขณะตั้งใจชงชาไอน้ำลอยกรุ่นกลิ่นหอมจาง ๆ ของใบชาชั้นดีคลอเคลียในอากาศ“พระชายา…”เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังจากด้านหลังยังไม่ทันหันกลับไป นางก็รู้ว่าเป็นใครหลี่หรงหาน บุรุษที่ครั้งหนึ่งทั้งใต้หล้าครั่นคร้ามท่านอ๋อง ผู้ไม่เคยยิ้มให้ผู้ใดแต่ตอนนี้กลับเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วสวมกอดนางจากด้านหลังเหมือนเด็กที่แอบอ้อนภรรยาของเขา “…ท่านอ๋อง” นางหัวเราะเบา ๆ “กลางวันแสก ๆ ยังจะทำตัวเหมือนโจรอีกหรือเพคะ”“ในสนามรบข้าคืออ๋อง” เขาซบคางบนไหล่นาง เสียงแผ่วลงอย่างเกียจคร้าน “แต่ในจวนนี้ ข้าเป็นเพียงสามีของเจ้าเท่านั้น”คำพูดง่าย ๆ กลับทำให้นางหน้าแดงยิ่งกว่าดอกเหมยมือใหญ่ของเขาจับมือนางที่กำลังถือถ้วยชาแล้วพาไปนั่งด้วยกันทั้งสองดื่มชาในถ้วยเดียวกันอย่างไม่ถือพิธีเงาสะท้อนในผ

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ตอนจบ

    ขุนนางในเมืองหลวงไม่น้อยที่เข้าหาชุยเซียวด้วยรู้ดีว่า ต่อไปหลี่หรงหานย่อมต้องได้นั่งบัลลังก์ ชุยเซียวย่อมต้องขึ้นเป็นโหวฟู่ (บิดาของฮองเฮา) อย่างแน่นอนหลังจากหลี่หรงหานเดินทางขึ้นเหนือแล้ว ชุยเซียวถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ชุยจิ้นเองก็สอบจิ้นซื่อได้อันดับหนึ่งจนได้เป็นจอหงวน ตระกูลชุยนับว่าทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของราชสำนักทันทีแต่ชุยเซียวก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่ว่าจะกับขุนนางฝ่ายใดเขาก็ยังคงคบหาได้อย่างสนิทใจ ทั้งยังรักษาระยะห่างแต่พอดี ไม่เข้าร่วมพรรคพวกหรือหาพรรคพวกให้เว่ยอ๋องเสียนเฟยให้กำเนิดพระโอรสองค์ที่หกแก่ฮ่องเต้ ภายหลังถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นฮองเฮาองค์ใหม่อย่างสมเกียรติ นับว่าเวลาที่รอคอยมานับยี่สิบปีในที่สุดฮ่องเต้ก็สามารถมอบตำแหน่งให้สตรีที่รักได้เสียทีขบวนเดินทางของหลี่หรงหาน กว่าจะเดินทางถึงชายแดนเหนือก็ใช้เวลาถึงห้าเดือน เหตุที่ยาวนานเพียงนี้ก็เป็นที่หลี่หรงหานพาจินหว่านเที่ยวเล่นแทบจะทุกหัวเมืองที่ผ่านตำหนักอ๋องที่โจวเป่ยให้คนเดินทางล่วงหน้ามาปรับปรุงเสียใหม่แล้ว พอเดินทางมาถึง จินหว่านนางจึงได้เห็นสวนดอกเหมยแดงที่กว้างใหญ่ภายในตำหนักดอกเหมยแดงส่งกลิ่นหอมไป

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   เจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว

    จินหว่านเมื่อรู้เรื่องก็แทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว ไม่รู้ว่ายามนี้บิดากับพี่ชายจะมีสีหน้าเช่นใดเมื่อถูกหลี่หรงหานเอาคืน จินหว่านได้แต่ปลอบใจไป๋ซื่อที่กระวนกระวายอยู่ภายในห้องของนางให้สงบใจ ไม่ต้องเร่งรีบไปกับหลี่หรงหานด้วย อย่างไรก็ยังไม่ถึงเวลาพอถึงเวลารับตัวเจ้าสาว หลี่หรงหานก็เร่งให้กรมพิธีการรีบร้องบอกขั้นตอนสำหรับพิธีจะได้ส่งตัวเจ้าสาวเร็วๆชุยเซียวกับไป๋ซื่อนั่งอยู่ตำแหน่งประธานเพื่อให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวกราบลาบิดามารดาเพื่อออกเรือน หูซื่อเองย่อมต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย ชุยหมิ่นหมดสิ้นวาสนาในเรื่องเส้นทางขุนนางแล้ว ได้แต่หวังว่าบุตรชายอนุอีกสองคนที่เหลือจะพอกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาได้ชุยหมิ่น หวงซื่อที่เข้าร่วมงานดูสงบเสงี่ยมขึ้นไม่น้อย จินหลันที่แต่งให้พ่อหม้ายหยวนไปก็กลับมาร่วมงานแต่งของจินหว่าน ใบหน้าของนางดูอิ่มเอมมิได้เศร้าหมองอย่างที่คิด เมื่อสอบถามจึงได้ความว่า ใต้เท้าหยวนดูแลนางดีไม่น้อย บุตรชายสองคนของฮูหยินเอกที่ล่วงลับไปแล้วก็เป็นเด็กรู้ความไม่ทำให้นางลำบากใจ จินหว่านย่อมยินดีกับนางด้วยเช่นกันที่มีความสุขเกี้ยวแปดคนหามหลังใหญ่ รับตัวเจ้าสาวเดินทางไปที่ตำหนักอ๋อง ผู้ที่แบกเ

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   คราวหลังอย่าให้ถูกจับได้อีก

    เมื่อก่อนนางคิดว่าหลี่หรงฝูรักนางอย่างที่เขาพูดจริงๆ แต่ภายหลังนางถึงได้รู้ว่าที่เขาเลือกนางเป็นพระชายารองก็ด้วยฐานะของบิดานาง แต่จะทำเช่นใดได้ ในเมื่อนางรักเขาไปแล้ว หากนางเชื่อในคำของสหายจะดีเพียงใด“เก็บเอาไว้ให้ดี” นางส่งกล่องไม้ให้เกาอวี้ม่านอีกกล่องถึงแม้จะบอกให้เกาอวี้ม่านเชื่อในคำพูดของมู่เฟยหยา แต่สหายของนางคนนี้ดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย นางไม่มีทางเชื่อทุกคนที่มู่เฟยหยาพูด ของทั้งสองกล่องคือตั๋วเงิน เพียงแต่ในกล่องของมู่เฟยหยามีมากถึงห้าพันตำลึงเงิน แม้จะไม่ได้มากเท่าที่มู่เฟยหยาเคยมี แต่เงินก้อนนี้นางย่อมมีหนทางทำให้งอกขึ้นมาได้อีกหลายเท่าทุกคำที่จินหว่านพูดคุยกับสตรีทั้งสองหลี่หรงฝูล้วนแต่ได้ยิน แต่สิ่งที่เขาต้องการในชาตินี้ล้วนไม่ได้มาครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นบัลลังก์หรือตัวนางจินหว่านมองส่งรถม้าที่สิ่งห่างออกไปจนสุดสายตา มือหนารวบเอวของนางเข้ามาสวมกอดจึงเรียกสติของนางกลับมาได้“อยากไปกับมันหรือ” น้ำเสียงที่แฝงเอาไว้อย่างไม่พอใจของหลี่หรงหานทำให้จินหว่านหัวเราะออกมา“ท่านจะเปิดร้านขายน้ำส้มสายชู (หึงหวง) หรือ” นางเอียงคอยิ้มอย่างหยอกล้อ“หึ กลับได้แล้ว” หลี่หรงหานอยู่กับนางตลอดเ

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   เหตุใดไม่สังหารข้าทิ้ง

    ไม่ผิดจากที่ชุยเซียวเคยบอกเสนาบดีเกานัก ฮ่องเต้ไม่มีทางสังหารพระโอรสของตนหากไม่ทำผิดถึงขั้นก่อกบฏ เพียงปลดให้เป็นสามัญชนแล้วขับไล่ไปอยู่ที่ชายแดนเหนือ ขุนนางในเมืองหลวงย่อมรู้ดีว่าองค์ชายใหญ่ไม่มีทางฟื้นกลับมาได้อีกแล้ว ชายแดนเหนือเป็นเขตแดนที่ตระกูลซ่งของเสียนเฟยดูแลอยู่ หากมิโง่เขลาเกินไปย่อมรู้ได้ดีว่าฮ่องเต้ต้องการให้คนตระกูลซ่งควบคุมความประพฤติขององค์ชายใหญ่นี้ เพียงรักษาชีวิตเอาไว้ได้ แล้วไปเริ่มใหม่ ต่อให้กลายเป็นสามัญชนนางก็เชื่อว่าความรู้ที่นางมีอย่างไรก็ไม่มีทางอดตาย แต่เขาได้หาเชื่อในคำของนางไม่ในคืนเดียวกันนั้น ภายในเมืองหลวงถูกกองกำลังขององค์ชายใหญ่ที่เลี้ยงดูไว้ภายใต้ตระกูลสวี บุกเข้าวังหลวงเพื่อก่อกบฏหลี่หรงหานเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ราชครูสวีที่รู้เรื่องว่าหลานชายของตนลงมือโดยไม่ได้ขอความเห็นก็เป็นลมหมดสติไปทันที ตอนนี้แม้ตระกูลสวีจะถูกริบตำแหน่งราชครูคืน แต่อย่างน้อยฮ่องเต้ก็ยังเหลือชีวิตเอาไว้ให้เขา ต่อไปจะไม่กลับมายิ่งใหญ่ได้หรือแต่หลี่หรงฝูก็ปิดประตูความหวังที่แสนริบหรี่ของเขาลง เพียงแค่กองกำลังลับบุกเข้าเมืองหลวง ทหารก็ล้อมจวนตระกูลสวีและตำหนักฮอง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status