LOGINหมับ
“กูรักมึง” กูดึงร่างขาวเนียนเข้ามากอดไว้แน่น แทบไม่มีความเสียใจที่กูมีความคิดว่าจะทิ้งผู้หญิงทุกคน เพราะที่ผ่านมา กูมีคนในใจ แต่ที่เลือกรัก เพราะมันคล้ายคนในใจมากเกินไป
แต่คนในใจแม่งก็คือคนในใจ ไม่มีหน้าไหนแทนได้
สองปีกับห้าเดือน คงรู้อยู่ว่ากูจะเลือกใคร
“...”
“แต่ครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่กูจะให้มึง เหมียว”
แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นมิว... ก็ไม่เว้น
[จบพาร์ท : พี่คราม]
ฉันตื่นเช้ามาพร้อมกับแชทที่ถูกครามบล็อก เบอร์ก็ถูกบล็อก โทรหาเขาแต่กลับไม่มีใครรับสาย
ฉันนั่งทะมึนอยู่ในห้องนอนของตัวเอง กับร่างเปลือยเปล่าที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล มันเพิ่งตื่นตัวจากเมื่อวานเลย ที่เรามีอะไรกันแล้วเขาบอกรักฉัน
เมื่อคืนเขายังอยู่กับฉันแท้ๆ แต่วันนี้เขากลับบล็อกฉัน
แวบแรกฉันกลัวว่าครามจะเป็นอะไรไป เพราะปกติถึงเขาจะนอนกับผู้หญิงคนอื่นเวลามีฉันจนฉันโกรธ แล้วตามมาง้อฉันอย่างรุนแรง แต่ครามก็ไม่เคยแสดงออกว่าจะขาดการติดต่อกับฉันไปทั้งอย่างนี้ เขายังแสดงออกว่าจะมีฉันเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอ
ห้าเดือนที่ผ่านมาฉันลงหลักปักฐานว่าจะลงเอยที่เขา หวังไว้สูงมากทีเดียวว่าจะต้องเป็นเขาที่ฉันจะแต่งงานด้วย
หรือเพราะเมื่อวานที่ฉันบอกว่าจะให้เขาไปเจอครอบครัว? เขาไม่อยากคิดจะรับผิดชอบฉันเหรอ
ไม่อยากโดนผูกมัดขนาดนั้นเลยเหรอ...
ฉันนั่งคิดมากอยู่กับเตียง ครามทิ้งฉันไปอย่างงงๆ เหมือนว่าห้าเดือนที่ผ่านมาเขาไม่ได้รักฉันเลย ทั้งที่เขาแสดงออกมากขนาดนั้นว่าหวงแหนฉันราวกับของสำคัญ
ฉันไม่สามารถติดต่อเพื่อนเขาได้ เพราะตลอดเวลาที่คบกัน เพื่อนเขาสักคนครามก็ยังไม่เคยแนะนำให้รู้จัก ฉันเคยถาม แล้วก็โดนเขาตะคอกใส่ว่าเพราะเขาไม่ต้องการให้เพื่อนรู้จักฉัน แล้วหลังจากนั้นเขาก็ปล้ำฉันอย่างหนัก เนื่องจากฉันทำให้เขาไม่พอใจ
แม้แต่บ้านเขา ฉันยังไม่เคยไปเลย
ฉันนั่งเครียด ร้องไห้ คิดมาก คิดไปต่างๆ นานาว่าเพราะอะไร เพราะมันไม่มีเหตุผลเลย เรื่องของเขาฉันก็ไม่เคยรู้ ทั้งเรื่องแฟนเก่า หรือเรื่องที่ว่าเขาคิดอะไรอยู่
ฉันหลอกตัวเองว่าเขารักฉัน หลอกตัวเองทุกวัน
จนมัน...
ครืด ครืด
ฉันสะดุ้งเมื่อคิดอะไรอยู่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์สั่นข้างหมอน พอกดดูเบอร์ ก็พบว่าเป็นเบอร์แม่
ฉันรีบเช็ดน้ำตา แล้วรับโทรศัพท์
“ฮัลโหล มีอะไรเหรอคะแม่”
[น้องมิว วันนี้มีเรียนมั้ยจ้ะ] ทันทีที่แม่ถามฉันก็สูดน้ำมูก [มีน้ำมูก? เป็นหวัดเหรอน้องมิว]
“เปล่าค่ะแม่ มิวไม่มีเรียน มีเรื่องไรอ่ะ” ฉันปรับเสียงตัวเอง แล้วยกหลังมือเช็ดน้ำมูกที่ไหลลงมาเพราะผลจากการร้องไห้นิดๆ
[พี่เหมียวเค้าเอาสามีมาเปิดตัวกับพ่อแม่ เลยอยากให้มิวมาร่วมแสดงความยินดีจ้ะ]
หือ?
พี่เหมียวเปิดตัวสามีเหรอ
พี่เหมียวน่ะเสน่ห์แรงจะตาย มีแฟนตั้งแต่ ม.ต้น แล้ว ไม่เห็นน่าตื่นเต้นตรงไหน
“มิวต้องไปด้วยเหรอคะ”
[แน่สิจ้ะ พี่เหมียวบ่นคิดถึงมิวอยู่นะ] ฉันชะงักไป
พี่เหมียวบ่นว่าคิดถึงงั้นเหรอ?
“ค่ะ งั้นเดี๋ยวรอมิวอาบน้ำแต่งตัวแปปนึงนะแม่”
ใจอ่อนอีกแล้ว
ฉันยืนอยู่หน้ากระจก ตาบวมเพราะแอบไปยืนร้องไห้ในห้องน้ำ แล้วกดโทรหาครามไปด้วย แต่ก็โทรไม่ติด
ฉันบอกตัวเองในกระจกว่าเลิกพะวงถึงเขาก่อนเถอะ ไม่ใช่เพิ่งโดนทิ้งครั้งแรกนี่ วันนี้มันเป็นวันของครอบครัวนะ
ใช่ ฉันคิดอย่างนั้น
แต่พอไปถึง เข้าไปในบ้านอย่างคุ้นชิน เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่เป็นสามีพี่เหมียวในห้องนั่งเล่น
ใจฉันหล่นลงไปเลย เพราะว่ามันคือคราม
คือแฟนของฉันเอง
เขาบล็อกฉันทุกอย่าง บล็อกฉันทุกทาง เพื่อมาเปิดตัวว่าเป็นสามีพี่สาวฉันน่ะเหรอ
“นะ นี่มันอะไรกันคะพี่เหมียว!” ฉันสติแตกจนต้องโพล่งขึ้นมา พ่อกับแม่มองฉันอย่างตกใจ “นี่คือแฟนของมิว ทำไมถึงเป็นสามีพี่ได้...!”
พี่เหมียวนิ่งไป ในขณะที่ใบหน้าของครามไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เขาเหมือนไม่ตกใจเลยที่มาเจอฉันที่นี่
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ฉันเห็นว่าพี่เหมียวเบิกตากว้างเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
“อะไรนะ...” เธอพึมพำอย่างไม่เชื่อหู ฉันได้แต่ตกตะลึง ก่อนที่จะยิ่งกว่าตะลึงเมื่อเธอจงใจตบไปที่ใบหน้าของครามอย่างแรง
เพี้ยะ!
“คะ คราม ไหนบอกว่าเลิกแล้ว เลิกหมดทุกคน ทำไม... ทำไมถึง” ฉันหน้าชา รับรู้ได้ในทันทีว่าเธอกำลังเล่นละคร พี่เหมียวสะอื้นอย่างหนัก ในขณะที่ครามที่โดนตบหน้าจะหันกลับมา
แววตาที่เลือดเย็นของเขาสบตากับฉัน ใบหน้าแดงเป็นปื้นแค่นยิ้มหยัน
“น้องเธอบอกว่ารักพี่ แล้วทึกทักเอาเองว่าพี่เป็นแฟน” เขาแค่นหัวเราะราวกับเป็นเรื่องตลก ฉันหน้าชาไปเลย “เราไม่ได้เป็นไรกัน”
ขาฉันอ่อนแรงจนล้มลงไปกองกับพื้น น้ำตาไหลลงมา พ่อกับแม่มองฉันอย่างตกใจ ในขณะที่ครามจะลุกขึ้นยืน
“กลับล่ะ”
เขาพูดเหมือนไม่อยากทนเห็นฉันที่นั่งน้ำตานองหน้าอยู่แม้แต่นาทีเดียว พูดขึ้นอย่างเห็นแก่ตัว ครามเดินออกไปเลย เดินผ่านฉันไปราวกับว่าฉันไม่มีตัวตน
ทั้งที่เขามีอะไรกับฉันแล้ว ทั้งๆ ที่...
“คราม!” ฉันสติแตกสุดๆ วิ่งไปกอดแขนครามไว้ต่อหน้าพ่อแม่และพี่สาวที่หักหลังฉันจนไม่เหลือชิ้นดี “ไม่นะคราม ฮึก... ครามอย่าทิ้งมิวไปง่ายๆ แบบนี้”
“...”
“ครามรู้จักพี่เหมียวเหรอ ทำไม...”
“กูทำมันท้อง เข้าใจมั้ยมิว” เขาสะบัดมือฉันออก พร้อมกับกระซิบเสียงหนัก “ระหว่างสองปีกับห้าเดือนที่คบกับมึง กูรู้ว่ากูจะเลือกใคร”
สะ... สองปี
นี่มันหมายความว่ายังไง?
“แล้วที่บอกว่ารักกัน” ฉันพูดออกมาเสียงดัง “ที่บอกว่าจะเลิกกับทุกคนเพื่อมิว นี่ไปแอบคบกับพี่เหมียวลับหลังเหรอ?”
ครามเงียบสนิท เขาไม่ยอมตอบ จนฉันมารู้สึกตัวอีกที
“... จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะมิวน้อย” ฉันสะดุ้งเมื่อพี่เหมียวเดินมาสมทบ เห็นครามถูกยื้อกลับไปยืนเคียงข้างอสรพิษที่ขึ้นชื่อว่าพี่สาวของตัวเองตลอดมา “พี่คบกับครามมาสองปีแล้ว พอพี่ทิ้งครามไปญี่ปุ่นครามถึงได้มาคบกับมิวน้อย”
“...!”
“นั่นก็หมายความว่า... มิวน้อยมาทีหลังนะ”
“แจวอน!” ฉันร้องออกมา ไม่คิดว่าครามจะทำได้ขนาดนี้ เหมือนเขากลับไปเป็นครามเมื่อก่อนฉันจะมาเกาหลี คนที่ดีแต่ใช้กำลังคนนั้น“ถ้าหน้ามันเสียโฉม มึงจะรักมันลงมั้ย”“คราม!” ฉันเผลอเรียกชื่อที่ปกติเคยเรียกเขา เมื่อครามผละออกจากตัวฉันไปเพื่อจะขึ้นคร่อมแจวอนแล้วทุบซ้ำ ฉันคว้าแขนเขาไว้แน่น พยายามยื้อออกมา “หยุดนะ! เป็นบ้าอะไร”“มึงถามว่ากูเป็นบ้าอะไร?” เขาหันกลับมามองฉัน หยุดการกระทำได้ตามที่ฉันพูด เดินเข้ามาใกล้ กระชากคางฉันให้เข้ามาใกล้เขา“...!”“กูจะให้มึงเลือกนะมิว” เขาฉีกยิ้ม ลูบผมฉันเบาๆ ทั้งที่สีหน้ายังแสดงถึงความโกรธขึ้ง “ระหว่างหน้ามึงกับมันเสียโฉม ถ้ามึงยังจะเลือกมัน หรือจะยอมไปกับกูดีๆ”ฉันมองเขา ครามที่คาดเดายากเหมือนเมื่อก่อนกลับมา ฉันอาจกล้าที่จะต่อกรกับเขาตอนที่กลับมาที่ไทย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันรู้สึกว่าครามพร้อมจะทำจริงถ้าเกิดฉันไปคบหากับใครนอกจากเขา“กลัวเหรอ หลังจากนี้มึงจะได้รู้จักกูมากกว่านี้ ถ้ามึงยังยืนยันจะคบกับมัน” เขาไล้ฝ่ามือลงมาตามพวงแก้มของฉัน ก่อนที่จะเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบปากฉันหนักๆ เพราะยังไงที่นี่การจูบกันในที่สาธารณะก็เป็นเรื่องปกติฉันสบตาเขา แม้จะตกใจที่โดนจ
บ้าจริงฉันเดินเข้าไปหาแจวอนทันที ไม่รู้ว่าครามจะมาจริงรึเปล่า แต่คนอย่างเขาถึงเสียความทรงจำ แต่ครามเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสมอฉันคิดว่าฉันจะหลุดพ้นจากเรื่องราวพวกนั้นแล้วนะ เขาก็ตามมาจนได้คำที่ฉันสาดใส่หน้าเขาไปมันไม่มีความหมายเลยรึไงนะ“แจวอน! มิวจะกลับ” ฉันเดินไปพูดกับแจวอนที่ยังสังสรรค์อยู่กับเพื่อนๆ ของเขา ลากแขนเขาออกมาที่มุมอับส่วนตัว รู้สึกหนาวจนต้องห่อไหล่ ลูบไหล่ตัวเองเบาๆมันหนาวสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แค่คิดว่าครามตามหาไอจีฉันเจอได้ แล้วตามมาที่เกาหลีถูกก็หนาวไปทั้งตัวแล้วเขาทำตัวเหมือนฉันตอนกลับไปที่ไทย ตอนที่พยายามจะแก้แค้นเขากับพี่เหมียวไม่รู้ว่าที่เขาทำตอนนี้เป็นการแก้แค้นหรืออะไร แต่ฉันไม่เอาด้วยแน่“นี่ยังไม่ดึกมากเลย เมาแล้วเหรอ”แจวอนถามฉัน แม้ว่าเขาจะดูไม่อ่อนโยนเวลาอยู่กับผู้หญิงที่เจอตามผับ ฉันเคยเห็นแจวอนผลักไสเธอออกไปหลังจากที่พวกเธอตามมาเกาะแกะวุ่นวาย และนั่นเป็นสิ่งที่แจวอนไม่เคยทำกับฉัน“อื้อ เมาแล้ว หัวมันโคลงเคลงไปหมด อยากกลับห้อง” ฉันแสร้งทำเป็นเมา ทำตัวเซไปมาเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ เรื่องมารยาฉันไม่แพ้ใครหรอกนะ“มิว” แจวอนคว้าแขนฉันไว้ให้ฉันทรงตัว
“อันยอง”ฉันเงยหน้าขึ้นจากแก้วค็อกเทลมาสบสายตาเข้ากับผู้ชายเกาหลีท่าทางดูดีคนหนึ่ง เขาท่าทางจะเป็นดีเจที่นี่ คงเป็นช่วงพักของเขา เพราะท่าทางดูดีมากกว่าคนอื่นๆ หรือแม้แต่แจวอน มันทำให้ฉันเผลอมองเขาชั่วครู่ หลังจากที่นั่งสบตากับบาร์เทนเดอร์มาเนิ่นนานเขาส่งยิ้มให้ฉัน ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ“มาคนเดียวเหรอครับ” เขาถามฉันเป็นภาษาเกาหลี ฉันวนแก้วค็อกเทลในมือเบาๆ หัวเราะหวานๆ“อื้อ ค่ะ” ว่าไงดีล่ะ โกหกไปก็ไม่เลวเหมือนกันฉันต้องการจะทดสอบผู้ชายคนนี้“ผมเป็นดีเจที่นี่” เขาฉีกยิ้ม “คุณอยากได้อะไรมั้ย เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”“หืม” ฉันคลี่ยิ้มกลับ “จะดีเหรอ”“ดีสิครับ” เขาพยักหน้า ส่งสายตาให้บาร์เทนเดอร์ราวกับคนรู้ใจ แก้ววิสกี้ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา ร่างสูงยกขึ้นยื่นมาให้ฉันเพื่อ Cheers กัน “บอกชื่อคุณหน่อยสิครับ ผมยุนโฮ”“มิว...” ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ฉันรู้สึกเหมือนโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์บาร์สั่นน้อยๆ พอกดขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามีใครบางคนคอมเม้นท์รูปในไอจีเท่านั้นฉันไม่คิดอะไร ก็คงเป็นคอมเม้นท์แทะโลมของพวกผู้ชาย ก็เปิดอ่านแล้วก็ตอบกลับไปตามประสาผู้หญิงอัธยาศัยดีแน่นอนว่าจะเลือกตอบแต่ผู้ชายหน้าตาดีเท่านั้น ไ
จะบอกว่าตั้งแต่มาที่เกาหลี ชีวิตของฉันก็คงที่ดีแต่เพราะผลจากงานศพพี่เหมียวทำให้ฉันหว่านเสน่ห์ใส่ใครไม่ได้เลยเป็นเดือน เพื่อนๆ แจวอนชวนไปผับฉันก็อิดออด เอาแต่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้อง เปิด Kakao กับส่องไอจีไปเรื่อยมีบางครั้งที่ฉันเข้าไปส่องในไอจีพี่เหมียว รูปสุดท้ายที่เธอลงคือรูปเมื่อสองเดือนที่แล้ว วันที่เธอยังอยู่ เธอลงว่าไปเที่ยวกับเพื่อน... โดยไร้ครามไม่แปลกที่ชีวิตคู่ของพวกเขาจะขาดวิ่นแบบนั้นฉันแอบถอนหายใจ หลังจากกลับมาที่เกาหลีจิตใจที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคงของฉันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ตอนนี้ฉันทั้งรู้สึกหม่นๆ ในใจ ทั้งรู้สึกไม่อยากทำอะไรนอกจากนอนโง่ๆ ตีขาอยู่บนเตียง แล้วก็เล่นโทรศัพท์แม้แต่ถ่ายรูปลงไอจีฉันยังไม่ทำเลยไอจีฉันน่ะ ตอนนี้เป็นแหล่งรวมพวกหื่นๆ ลามกๆ พวกที่ชอบติดตามสาวหน้าตาน่ารักๆ หรือไม่ก็พวกผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นแบบฉัน ต้องการศัลยกรรมหน้าให้เหมือนกับฉันไว้วิจารณ์รูปร่างหน้าตาว่าจมูกทรงนี้ไปผ่านหมอที่ไหนมาฉันเบ้หน้าใส่โทรศัพท์ ก่อนที่จะโยนทิ้งไปข้างๆ ตัวแล้วพลิกตัวกลับไปอีกทางตอนนี้แจวอนออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน ฉันไม่ได้จะให้เขาอยู่เป็นเพื่อนยามที่ฉันหม่นใจอยู่แล้
[พาร์ท : พี่คราม]กูนั่งรออย่างอดทนจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตู เห็นผู้หญิงที่ชื่อมิวเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้อง สีหน้ามิวที่มองกูเฉยชามาก ทำให้กูรู้สึกแปลกใจกูปัดมือไล่ลูกน้องทางอ้อม มันเดินออกไปโดยไม่ลืมปิดประตูให้เราสบตากัน มิวที่กูหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ คือผู้หญิงที่เตือนสติกูก่อนที่กูกับลูกจะโดนทำร้าย มันฝังอยู่ในความทรงจำ เป็นความศรัทธา กูหวังว่าเธอจะเป็นเมียกู แล้วกลับมาหากูกับลูกแต่สายตาที่เฉยชานั่นทำให้กูไม่มั่นใจ“มานี่สิ มิว” กูกระตุกยิ้ม อ้าแขนต้อนรับเธออย่างใจกว้าง ก็แค่อยากสัมผัสร่างที่อวบอิ่มนั่นอีกครั้งมิวมองกู เธอนิ่ง ก่อนที่จะหลบตาไป“อย่าทำแบบนี้เลยนะพี่” เธอพูดขึ้นมา กูชะงัก “มิวทำไม่ได้”“ทำไม” กูถาม รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาครามครัน“มิวไม่ใช่เมียพี่” เธอเลือกที่จะพูดแบบนั้น กูเบิกตากว้าง ร่างเล็กในชุดเดรสสั้นกุดกำกระเป๋าที่สะพายไว้แน่น “คนที่เป็นเมียพี่จริงๆ ไม่ใช่มิว”“...”“อีกอย่าง มิวเกลียดพี่ โคตรเกลียดเลย” เธอเม้มริมฝีปากแน่น “มิวจะไม่รับผิดชอบเรื่องนี้ ยิ่งถ้ามันเป็นคนที่เคยทำลายมิวอย่างพี่ มิวไม่เอาด้วย”เธอพูดพร้อมกับหันหลังจะเปิดประตูเดินจากไป กูในตอ
“หึงหวง?” ฉันทวนคำที่เขาพูดออกมา ก่อนที่จะยิ้ม “เปล่าเลย”“...”“ก็แค่อยากจะมาคุยกับพี่เรื่องลูก” ฉันพูดแล้วกอดอก ไม่กล้าปิดประตูลงเพราะเดาอารมณ์ครามไม่ถูก ตอนนี้เขาเหมือนไม่ใช่เขาเลย สายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหานั้นทำให้ฉันขนลุกซู่“ลูก?” เขาเลิกคิ้ว รอยยิ้มร้ายยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ในขณะที่เขาจะเอนตัว ลูบซิกแพคตัวเองอย่างยั่วเย้า “ถ้าหมายถึงเรื่องลูกของเรา กูคิดอยู่แล้วว่ารอมึงมาที่นี่”“...”“เราจะได้มาคุยกัน เรื่องมึงจะเลือกอยู่กับกูกับลูก หรืออยู่กับกู แล้วเอาลูกให้พวกคนใช้ที่บ้านกูดูแลมันไป”“...!”ลูกของเรา? เขาพูดบ้าอะไรออกมานั่นมันไม่ใช่ลูกของฉัน“มึงก็เลือกเอา แต่มึงเป็นเมียกู คงไม่เลือกอย่างอื่นหรอกใช่มั้ย” เขาพูดทั้งๆ ที่สายตามองฉันอย่างต้องการอยู่แบบนั้น มันปนเปไปกับความกดดันหน่อยๆ แล้วตอนนี้ฉันก็นิ่งอึ้งไป รู้สึกสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา“พูดอะไร” ฉันพูดออกมาแค่นั้น นิ่งอึ้งไป พูดแบบนี้หมายความว่าไง เมียเขาเพิ่งตายทั้งคนนะ “พี่เป็นอะไรรึเปล่า นี่มันไม่ใช่แล้วนะ...”“ขอโทษนะครับ”ฉันสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังอยู่ข้างหลัง พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นใครก็ไม่รู้


![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




