LOGINแน่นอนว่าฉันไม่บอกพี่เหมียวแน่ ครามคือสมบัติอันล้ำค่าของฉัน
ฉันทำเพียงแค่บอกพี่เหมียวว่าเขาเป็นคนในความลับ ไว้จะพามาให้รู้จักตอนที่พาเข้าบ้าน ไม่รู้ว่าพี่เหมียวจะไปบอกแม่รึเปล่า แต่เพราะตอนนี้ฉันอายุสิบเก้าแล้ว พ่อแม่ก็ปล่อยในระดับหนึ่ง
แต่
เหมือนมันผิดคาด แทบไม่มีเรื่องของฉันกับแฟนหลุดไปจากปากของพี่เหมียวตลอดเวลาที่นอนอยู่ด้วยกันที่บ้าน
ฉันเผลอคิดไปว่าพี่เหมียวเลิกเมินฉันแล้ว เธอคงกลับมามองฉันเหมือนน้องอย่างที่ควรจะเป็น ก็เลยโล่งอก แล้วกลับหออย่างสบายใจ
และเชื่อสิ ทันทีที่กลับถึงหอ ก็เห็นครามที่ท่าทางเหมือนเก็บกดกอดอกอยู่ใต้ตึก
และเพราะที่นี่เป็นหอนอก ฉันถึงได้พาเขาเข้าห้องได้
“อื้อ! คราม”
ศีรษะฉันชนเข้ากับหัวเตียงเพราะได้รับแรงกระแทกจากด้านล่างอย่างหนักหน่วง ทันทีที่กลับมาแล้วเห็นว่าครามมารอ ฉันก็ถูกเขาลากขึ้นไป โดนจูบในลิฟต์ที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ก่อนที่จะถูกลากเข้าห้อง
ครามดูหื่นกระหาย เขาเคยบอกว่าไม่มีร่างกายไหนรัญจวนเท่าฉันแล้ว อาจเพราะเขารักฉันมาก จนมีอะไรกับใครก็ไม่ดีเท่ามีกับฉัน
แต่การที่เขาไปมีเซ็กส์กับคนอื่น นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเหมือนกัน
“อ๊ะ อ๊ะ คราม! มิวเจ็บนะ” ฉันกรีดร้อง มือจิกผ้าปูที่นอนแน่นจนจิกเข้าไปใต้ผ้า รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงจากเขาแทบไม่ไหว ร่างกายที่เปลือยเปล่ามีแค่ซับในที่ถูกร่นไว้ที่ปลายเท้า
“อ่า... ถ้าอยากให้กูไม่มีเซ็กส์กับใคร ก็อย่าให้ต้องรอ” ครามพูดอย่างเอาแต่ใจ เขาไม่สนว่าเหตุผลที่ฉันหายไปคือกลับไปอยู่กับที่บ้าน ครามไม่เคยคิดจะสนใจหรือชายตามองครอบครัวฉันด้วยซ้ำ
นั่นเพราะเขาสนใจแค่ฉัน รึเปล่านะ
ฉันคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปรึเปล่า
“อื้อออ” ร่างฉันถูกกระแทกกระทั้นครั้งแล้วครั้งเล่า ครามโน้มตัวลงมาจูบแผ่นหลังของฉัน แล้วขยุ้มก้นนิ่มจนเป็นรอย
จนในวินาทีสุดท้าย เขาก็ชักแก่นกายของตัวเองออกมา แล้วปล่อยให้น้ำรักของเขาพุ่งใส่แผ่นหลังเล็กๆ ของฉัน
ฉันล้มตัวลงไปนอนกับเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน ในขณะที่ครามจะผละออกไป เขาชักทิชชู่ออกมาเช็ดลำท่อนของตัวเองที่ยังแข็งผงาด
“อยู่นิ่งๆ” ฉันขยับตัวขึ้นมาเพื่อที่จะหยัดกายมามองเขา แต่ร่างสูงกำยำกลับโพล่งเสียงเรียบ แล้วดันหลังฉันให้นอนราบลงตามเดิม
เขาค่อยๆ เอาทิชชู่ปาดน้ำรักของเขาออกจากหลังฉัน
“คราม... มิวไม่มีแรง” ฉันครางเสียงอ่อน ชอบอ้อนเขาแบบนี้เวลาอยู่ด้วยกัน ที่คิดว่าครามรักฉัน เพราะเขาจะคอยชำระกายให้ฉันทุกครั้งหลังจากมีอะไรกันเสร็จทุกรอบ
“หันหน้ามาหากูดีๆ”
เขาสั่ง ฉันเลยขยับตัวหันหน้าไปหาเขา ร่างกายแกร่งค่อยๆ โน้มมาช้อนตัวฉันขึ้นพร้อมกำชับให้มั่นคง และก็เพราะว่าลำตัวของครามใหญ่กว่าฉันมาก แค่อุ้มฉันด้วยมือเดียวก็ยกขึ้นมาอย่างง่ายๆ แล้ว
ฉันกอดลำคอแกร่งไว้ พอเขาหันกลับมามอง ฉันก็หอมแก้มเขาเบาๆ
“มิวรักครามนะ”
“อืม” เขาตอบแค่นั้น ก่อนที่จะพาฉันเข้าไปในห้องน้ำ วางฉันที่ไร้เรี่ยวแรงลงให้ยืนที่พื้นห้องน้ำ แล้วเปิดฝักบัวล้างระหว่างขาให้
ฉันเม้มปากอย่างนึกอยากลองใจเขา มองร่างสูงที่ลูบขาให้ฉัน แล้วได้แต่คิดในใจ
ถ้าสมมุติว่า...
ถ้าสมมุติว่าฉันพูดถึงครอบครัว เล่าเรื่องครอบครัวให้เขาฟัง
“คราม” ฉันโพล่งขึ้นมา กอดตัวเองไว้แน่นเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมามอง “คิดอยากไปหาครอบครัวกับมิวบ้างมั้ย”
“ไปทำไม” เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ แล้วฉันก็กลืนน้ำลายลงคอ
“มิว... อยากพาครามไปเปิดตัว”
“ไม่จำเป็น” เขาตอบปัดอย่างไม่ใส่ใจ “แค่มึงรู้ว่ามึงเป็นเมียกูก็พอแล้ว กูไม่ได้อยากรู้จักครอบครัวมึง”
“พูดแบบนั้นก็เกินไปนะ” ฉันทำหน้ามุ่ย
“กูรักมึงมิว” แต่คำพูดต่อมาของเขาก็ทำให้ฉันชะงักไป ครามหยัดยืนขึ้นเต็มความสูง เขาจ้องหน้าฉันนิ่ง “แต่กูไม่อยากผูกมัด ไม่อยากให้มึงพาไปรู้จักครอบครัว”
“...”
“กูอยากให้มันมีแค่มึงกับกู” เขาเอื้อมมือมาลูบท้ายทอยฉันเบาๆ ทึ้งผมฉันให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา “เรื่องของผัวเมีย ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นสู่รู้ ครอบครัวมึงไม่ใช่ครอบครัวกู กูไม่สนใจใครนอกจากมึง”
ฉันหลงเคลิ้มไปกับคำว่ารักจากเขา จนลืมว่าเขากำลังแสดงออกว่าไม่ยอมรับครอบครัวฉันอย่างโจ่งแจ้ง
แต่อย่างว่าเนอะ... ฉันเองก็ไม่อยากให้พี่เหมียวรู้จักเขาเหมือนกัน
“อื้อ มิวจะไม่พาครามไปรู้จักกับครอบครัวก็ได้” ฉันมองเขาอย่างหวานซึ้ง เพื่อเขาฉันนี่ยอมทำได้ทุกอย่างจริงๆ “พี่สาวมิวเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น จริงๆ แล้ว มิวแทบไม่อยากให้ครามรู้จักเธอเลย”
ในความเงียบ มีแต่เสียงของน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัว ฉันเห็นว่าร่างแกร่งของครามแข็งทื่อทันทีที่ฉันพูดถึงพี่
[พาร์ท : พี่คราม]
อีนั่นกลับมาแล้ว
กูได้แต่นั่งกระวนกระวายอยู่ในห้อง กระวนกระวายแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนเวลานั้นใกล้มาถึง แล้วมันก็เหมือนผิดตลอดมา ที่กูคิดว่ากูจะรักใครสักคนได้นอกจากอีนั่น จริงๆ ก็แค่หลอกตัวเอง เอาน้องสาวมันมาย่ำยีตามคำที่มันสั่ง เอามาสวมรอยแทนที่มัน
ทำร้ายผู้หญิงทุกคนได้เพื่อมันคนเดียว
หลังจากกูผละจากห้องของมิว หลังจากเอากันเสร็จก็หมดธุระ ไม่มีไรต้องคุย กูกลับมาที่ห้อง แล้วเอาแต่ร้อนเป็นไฟอยู่แบบนี้
จนกูทนไม่ไหว
กูพยายามจะออกไปข้างนอก ลากอีตัวสักคนมาเอาเพื่อสงบสติอารมณ์ ความอยากอันแรงกล้าเกิดขึ้นหลังจากนึกถึงอีนั่นจนปวดทรมานอย่างห้ามไม่อยู่
หลายเดือนที่กูรออีนั่นเสมอมา แม้จะเอาน้องสาวมันมาเป็นที่ระบาย แต่กูไม่เคยลืมอีนั่นเลย
กูไม่คิดว่าตัวเองเหี้ย แต่นั่นคือความรัก
กูแค่รักเดียวใจเดียว ไม่คิดรักใครอื่นนอกจากอีนั่น
ครืด... ครืด
กูนิ่งไปเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ระหว่างที่ยืนกระวนกระวายอยู่หน้าประตูห้อง พอกดดูว่าใครโทรมา มันขึ้นว่าเป็นเบอร์แปลก
กูตัดสายทิ้งเพราะงดรับเบอร์แปลก ได้ยินเสียงขยับตัวอยู่หน้าประตู
กูรู้สึกตงิดขึ้นมา กดโทรกลับหาเบอร์แปลกทันที
แม่งสังหรณ์ใจ
ติ๊ด
“ใคร” กูถามไปเสียงห้วนเมื่อมันรับสาย แต่ต่อมาก็ต้องชะงัก นิ่งไปเมื่อมันเป็น...
[คราม เราเอง]
“...!”
[เราอยู่หน้าประตูห้องคราม เปิดหน่อยสิ] เสียงหวานที่เคยคุ้นกับมันมาเกือบสองปีก่อนที่มันจะออกจากชีวิต ทิ้งเหมือนกูเป็นเศษขยะ
แกรก
กูเปิดประตูออกทั้งที่ยังนาบหูกับโทรศัพท์ มองภาพผู้หญิงผมชมพูยาวจนถึงกลางหลังตรงหน้า ภาพนั้นถูกซ้อนทับเหมือนครั้งที่เรายังคบกัน ใบหน้าที่ยังเหมือนเดิมราวกับตุ๊กตาที่มีชีวิต
ถ้าเทียบกับน้องสาวของมัน... ก็แค่เด็กผู้หญิงจืดๆ
“คราม” มันเรียกชื่อกู ก่อนที่จะเอื้อมมือไปรูดเสื้อตัวนอกออก ผ้าหนาๆ หล่นลงไปกองกับพื้น พร้อมกับเรือนร่างสวยงามที่ใส่แค่เพียงซีทรูบางๆ จนเห็นเกือบหมดทุกอย่าง
กูจ้องมองภาพนั้นอย่างตะลึง มันมักจะมาพร้อมกับความตื่นเต้นเสมอ
“คิดถึงจัง”
หลังจากจบประโยคนั้น กูก็กระชากแขนเธอเข้ามาจูบทันที เราแลกลิ้นให้กันอย่างโหยหา
เหมียว ผู้หญิงที่มองกูมีค่าแค่ขยะชิ้นนึง
ตอนนี้ เธอกลับมาหากูแล้ว
“มึงทำแบบนี้ทำไม?”
กูถามเธอหลังจากที่เราเอากันเสร็จบนเตียงของกู ในห้องของกู ถามเหมือนควาย ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
“ถ้าจะถามว่าเราทำแบบนี้ทำไม ก็ถามตัวเองก่อนสิ” เหมียวกอดกูไว้ มันลูบวนไปมาแถวๆ ซิกแพคหนา “ทำไมพอเจอหน้ากัน ถึงได้เอาเราจนเตียงยับขนาดนี้”
“...”
“ทั้งๆ ที่เพิ่งเอากับน้องสาวเรามา”
“มึงกับมิวก็มีค่าเท่ากัน” กูแค่นหัวเราะ พูดประชดมันด้วยความแค้นกับหลายเดือนที่มันทิ้งกูไป แต่มือกลับขย้ำเอวมันไม่ยอมปล่อย “แค่ของเล่นของกู”
“ไม่ใช่ว่าลืมเราไม่ได้เหรอคราม” มันพูดออกมาคำนึง กูนิ่งไป “ครามคนโง่ ลืมเราไม่ลงตลอดสองปีสินะ”
“อย่ามาพูดควายๆ!” กูผลักมันออกอย่างแรง ก่อนที่จะขึ้นคร่อมมัน ทำเหมือนที่ทำกับผู้หญิงคนอื่น ทั้งที่ปวดจนแทบขาดใจ “กูแค่รอวันที่จะเอาคืนมึงอย่างสาสม เหมือนที่มึงทำกับกู”
เหมียวที่อยู่ใต้ร่างกูเบิกตากว้าง ก่อนที่จะฉีกยิ้มบาง
“คราม” ริมฝีปากสีแดงสดขยับพูด “ครั้งนี้ที่เรากลับมา เรากลับมาเพื่อมาเอาครามคืนนะ”
“...”
“เราไม่เคยเห็นครามเป็นของเล่น” มือเรียวเอื้อมมาลูบที่สันคอกูเบาๆ แววตากูฉายชัด เห็นน้ำตามันไหลลงมาตามผิวแก้ม “เรารักคราม”
“...”
“รักครามจริงๆ”
... ตอแหล
กูรู้ดี รู้อยู่แก่ใจ แต่ทุกครั้งที่เหมียวมันกลับมาแล้วตอแหลใส่กูแบบนี้
“แจวอน!” ฉันร้องออกมา ไม่คิดว่าครามจะทำได้ขนาดนี้ เหมือนเขากลับไปเป็นครามเมื่อก่อนฉันจะมาเกาหลี คนที่ดีแต่ใช้กำลังคนนั้น“ถ้าหน้ามันเสียโฉม มึงจะรักมันลงมั้ย”“คราม!” ฉันเผลอเรียกชื่อที่ปกติเคยเรียกเขา เมื่อครามผละออกจากตัวฉันไปเพื่อจะขึ้นคร่อมแจวอนแล้วทุบซ้ำ ฉันคว้าแขนเขาไว้แน่น พยายามยื้อออกมา “หยุดนะ! เป็นบ้าอะไร”“มึงถามว่ากูเป็นบ้าอะไร?” เขาหันกลับมามองฉัน หยุดการกระทำได้ตามที่ฉันพูด เดินเข้ามาใกล้ กระชากคางฉันให้เข้ามาใกล้เขา“...!”“กูจะให้มึงเลือกนะมิว” เขาฉีกยิ้ม ลูบผมฉันเบาๆ ทั้งที่สีหน้ายังแสดงถึงความโกรธขึ้ง “ระหว่างหน้ามึงกับมันเสียโฉม ถ้ามึงยังจะเลือกมัน หรือจะยอมไปกับกูดีๆ”ฉันมองเขา ครามที่คาดเดายากเหมือนเมื่อก่อนกลับมา ฉันอาจกล้าที่จะต่อกรกับเขาตอนที่กลับมาที่ไทย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันรู้สึกว่าครามพร้อมจะทำจริงถ้าเกิดฉันไปคบหากับใครนอกจากเขา“กลัวเหรอ หลังจากนี้มึงจะได้รู้จักกูมากกว่านี้ ถ้ามึงยังยืนยันจะคบกับมัน” เขาไล้ฝ่ามือลงมาตามพวงแก้มของฉัน ก่อนที่จะเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบปากฉันหนักๆ เพราะยังไงที่นี่การจูบกันในที่สาธารณะก็เป็นเรื่องปกติฉันสบตาเขา แม้จะตกใจที่โดนจ
บ้าจริงฉันเดินเข้าไปหาแจวอนทันที ไม่รู้ว่าครามจะมาจริงรึเปล่า แต่คนอย่างเขาถึงเสียความทรงจำ แต่ครามเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสมอฉันคิดว่าฉันจะหลุดพ้นจากเรื่องราวพวกนั้นแล้วนะ เขาก็ตามมาจนได้คำที่ฉันสาดใส่หน้าเขาไปมันไม่มีความหมายเลยรึไงนะ“แจวอน! มิวจะกลับ” ฉันเดินไปพูดกับแจวอนที่ยังสังสรรค์อยู่กับเพื่อนๆ ของเขา ลากแขนเขาออกมาที่มุมอับส่วนตัว รู้สึกหนาวจนต้องห่อไหล่ ลูบไหล่ตัวเองเบาๆมันหนาวสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แค่คิดว่าครามตามหาไอจีฉันเจอได้ แล้วตามมาที่เกาหลีถูกก็หนาวไปทั้งตัวแล้วเขาทำตัวเหมือนฉันตอนกลับไปที่ไทย ตอนที่พยายามจะแก้แค้นเขากับพี่เหมียวไม่รู้ว่าที่เขาทำตอนนี้เป็นการแก้แค้นหรืออะไร แต่ฉันไม่เอาด้วยแน่“นี่ยังไม่ดึกมากเลย เมาแล้วเหรอ”แจวอนถามฉัน แม้ว่าเขาจะดูไม่อ่อนโยนเวลาอยู่กับผู้หญิงที่เจอตามผับ ฉันเคยเห็นแจวอนผลักไสเธอออกไปหลังจากที่พวกเธอตามมาเกาะแกะวุ่นวาย และนั่นเป็นสิ่งที่แจวอนไม่เคยทำกับฉัน“อื้อ เมาแล้ว หัวมันโคลงเคลงไปหมด อยากกลับห้อง” ฉันแสร้งทำเป็นเมา ทำตัวเซไปมาเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ เรื่องมารยาฉันไม่แพ้ใครหรอกนะ“มิว” แจวอนคว้าแขนฉันไว้ให้ฉันทรงตัว
“อันยอง”ฉันเงยหน้าขึ้นจากแก้วค็อกเทลมาสบสายตาเข้ากับผู้ชายเกาหลีท่าทางดูดีคนหนึ่ง เขาท่าทางจะเป็นดีเจที่นี่ คงเป็นช่วงพักของเขา เพราะท่าทางดูดีมากกว่าคนอื่นๆ หรือแม้แต่แจวอน มันทำให้ฉันเผลอมองเขาชั่วครู่ หลังจากที่นั่งสบตากับบาร์เทนเดอร์มาเนิ่นนานเขาส่งยิ้มให้ฉัน ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ“มาคนเดียวเหรอครับ” เขาถามฉันเป็นภาษาเกาหลี ฉันวนแก้วค็อกเทลในมือเบาๆ หัวเราะหวานๆ“อื้อ ค่ะ” ว่าไงดีล่ะ โกหกไปก็ไม่เลวเหมือนกันฉันต้องการจะทดสอบผู้ชายคนนี้“ผมเป็นดีเจที่นี่” เขาฉีกยิ้ม “คุณอยากได้อะไรมั้ย เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”“หืม” ฉันคลี่ยิ้มกลับ “จะดีเหรอ”“ดีสิครับ” เขาพยักหน้า ส่งสายตาให้บาร์เทนเดอร์ราวกับคนรู้ใจ แก้ววิสกี้ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา ร่างสูงยกขึ้นยื่นมาให้ฉันเพื่อ Cheers กัน “บอกชื่อคุณหน่อยสิครับ ผมยุนโฮ”“มิว...” ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ฉันรู้สึกเหมือนโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์บาร์สั่นน้อยๆ พอกดขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามีใครบางคนคอมเม้นท์รูปในไอจีเท่านั้นฉันไม่คิดอะไร ก็คงเป็นคอมเม้นท์แทะโลมของพวกผู้ชาย ก็เปิดอ่านแล้วก็ตอบกลับไปตามประสาผู้หญิงอัธยาศัยดีแน่นอนว่าจะเลือกตอบแต่ผู้ชายหน้าตาดีเท่านั้น ไ
จะบอกว่าตั้งแต่มาที่เกาหลี ชีวิตของฉันก็คงที่ดีแต่เพราะผลจากงานศพพี่เหมียวทำให้ฉันหว่านเสน่ห์ใส่ใครไม่ได้เลยเป็นเดือน เพื่อนๆ แจวอนชวนไปผับฉันก็อิดออด เอาแต่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้อง เปิด Kakao กับส่องไอจีไปเรื่อยมีบางครั้งที่ฉันเข้าไปส่องในไอจีพี่เหมียว รูปสุดท้ายที่เธอลงคือรูปเมื่อสองเดือนที่แล้ว วันที่เธอยังอยู่ เธอลงว่าไปเที่ยวกับเพื่อน... โดยไร้ครามไม่แปลกที่ชีวิตคู่ของพวกเขาจะขาดวิ่นแบบนั้นฉันแอบถอนหายใจ หลังจากกลับมาที่เกาหลีจิตใจที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคงของฉันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ตอนนี้ฉันทั้งรู้สึกหม่นๆ ในใจ ทั้งรู้สึกไม่อยากทำอะไรนอกจากนอนโง่ๆ ตีขาอยู่บนเตียง แล้วก็เล่นโทรศัพท์แม้แต่ถ่ายรูปลงไอจีฉันยังไม่ทำเลยไอจีฉันน่ะ ตอนนี้เป็นแหล่งรวมพวกหื่นๆ ลามกๆ พวกที่ชอบติดตามสาวหน้าตาน่ารักๆ หรือไม่ก็พวกผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นแบบฉัน ต้องการศัลยกรรมหน้าให้เหมือนกับฉันไว้วิจารณ์รูปร่างหน้าตาว่าจมูกทรงนี้ไปผ่านหมอที่ไหนมาฉันเบ้หน้าใส่โทรศัพท์ ก่อนที่จะโยนทิ้งไปข้างๆ ตัวแล้วพลิกตัวกลับไปอีกทางตอนนี้แจวอนออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน ฉันไม่ได้จะให้เขาอยู่เป็นเพื่อนยามที่ฉันหม่นใจอยู่แล้
[พาร์ท : พี่คราม]กูนั่งรออย่างอดทนจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตู เห็นผู้หญิงที่ชื่อมิวเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้อง สีหน้ามิวที่มองกูเฉยชามาก ทำให้กูรู้สึกแปลกใจกูปัดมือไล่ลูกน้องทางอ้อม มันเดินออกไปโดยไม่ลืมปิดประตูให้เราสบตากัน มิวที่กูหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ คือผู้หญิงที่เตือนสติกูก่อนที่กูกับลูกจะโดนทำร้าย มันฝังอยู่ในความทรงจำ เป็นความศรัทธา กูหวังว่าเธอจะเป็นเมียกู แล้วกลับมาหากูกับลูกแต่สายตาที่เฉยชานั่นทำให้กูไม่มั่นใจ“มานี่สิ มิว” กูกระตุกยิ้ม อ้าแขนต้อนรับเธออย่างใจกว้าง ก็แค่อยากสัมผัสร่างที่อวบอิ่มนั่นอีกครั้งมิวมองกู เธอนิ่ง ก่อนที่จะหลบตาไป“อย่าทำแบบนี้เลยนะพี่” เธอพูดขึ้นมา กูชะงัก “มิวทำไม่ได้”“ทำไม” กูถาม รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาครามครัน“มิวไม่ใช่เมียพี่” เธอเลือกที่จะพูดแบบนั้น กูเบิกตากว้าง ร่างเล็กในชุดเดรสสั้นกุดกำกระเป๋าที่สะพายไว้แน่น “คนที่เป็นเมียพี่จริงๆ ไม่ใช่มิว”“...”“อีกอย่าง มิวเกลียดพี่ โคตรเกลียดเลย” เธอเม้มริมฝีปากแน่น “มิวจะไม่รับผิดชอบเรื่องนี้ ยิ่งถ้ามันเป็นคนที่เคยทำลายมิวอย่างพี่ มิวไม่เอาด้วย”เธอพูดพร้อมกับหันหลังจะเปิดประตูเดินจากไป กูในตอ
“หึงหวง?” ฉันทวนคำที่เขาพูดออกมา ก่อนที่จะยิ้ม “เปล่าเลย”“...”“ก็แค่อยากจะมาคุยกับพี่เรื่องลูก” ฉันพูดแล้วกอดอก ไม่กล้าปิดประตูลงเพราะเดาอารมณ์ครามไม่ถูก ตอนนี้เขาเหมือนไม่ใช่เขาเลย สายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหานั้นทำให้ฉันขนลุกซู่“ลูก?” เขาเลิกคิ้ว รอยยิ้มร้ายยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ในขณะที่เขาจะเอนตัว ลูบซิกแพคตัวเองอย่างยั่วเย้า “ถ้าหมายถึงเรื่องลูกของเรา กูคิดอยู่แล้วว่ารอมึงมาที่นี่”“...”“เราจะได้มาคุยกัน เรื่องมึงจะเลือกอยู่กับกูกับลูก หรืออยู่กับกู แล้วเอาลูกให้พวกคนใช้ที่บ้านกูดูแลมันไป”“...!”ลูกของเรา? เขาพูดบ้าอะไรออกมานั่นมันไม่ใช่ลูกของฉัน“มึงก็เลือกเอา แต่มึงเป็นเมียกู คงไม่เลือกอย่างอื่นหรอกใช่มั้ย” เขาพูดทั้งๆ ที่สายตามองฉันอย่างต้องการอยู่แบบนั้น มันปนเปไปกับความกดดันหน่อยๆ แล้วตอนนี้ฉันก็นิ่งอึ้งไป รู้สึกสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา“พูดอะไร” ฉันพูดออกมาแค่นั้น นิ่งอึ้งไป พูดแบบนี้หมายความว่าไง เมียเขาเพิ่งตายทั้งคนนะ “พี่เป็นอะไรรึเปล่า นี่มันไม่ใช่แล้วนะ...”“ขอโทษนะครับ”ฉันสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังอยู่ข้างหลัง พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นใครก็ไม่รู้







