Masukแน่นอนว่าฉันไม่บอกพี่เหมียวแน่ ครามคือสมบัติอันล้ำค่าของฉัน
ฉันทำเพียงแค่บอกพี่เหมียวว่าเขาเป็นคนในความลับ ไว้จะพามาให้รู้จักตอนที่พาเข้าบ้าน ไม่รู้ว่าพี่เหมียวจะไปบอกแม่รึเปล่า แต่เพราะตอนนี้ฉันอายุสิบเก้าแล้ว พ่อแม่ก็ปล่อยในระดับหนึ่ง
แต่
เหมือนมันผิดคาด แทบไม่มีเรื่องของฉันกับแฟนหลุดไปจากปากของพี่เหมียวตลอดเวลาที่นอนอยู่ด้วยกันที่บ้าน
ฉันเผลอคิดไปว่าพี่เหมียวเลิกเมินฉันแล้ว เธอคงกลับมามองฉันเหมือนน้องอย่างที่ควรจะเป็น ก็เลยโล่งอก แล้วกลับหออย่างสบายใจ
และเชื่อสิ ทันทีที่กลับถึงหอ ก็เห็นครามที่ท่าทางเหมือนเก็บกดกอดอกอยู่ใต้ตึก
และเพราะที่นี่เป็นหอนอก ฉันถึงได้พาเขาเข้าห้องได้
“อื้อ! คราม”
ศีรษะฉันชนเข้ากับหัวเตียงเพราะได้รับแรงกระแทกจากด้านล่างอย่างหนักหน่วง ทันทีที่กลับมาแล้วเห็นว่าครามมารอ ฉันก็ถูกเขาลากขึ้นไป โดนจูบในลิฟต์ที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ก่อนที่จะถูกลากเข้าห้อง
ครามดูหื่นกระหาย เขาเคยบอกว่าไม่มีร่างกายไหนรัญจวนเท่าฉันแล้ว อาจเพราะเขารักฉันมาก จนมีอะไรกับใครก็ไม่ดีเท่ามีกับฉัน
แต่การที่เขาไปมีเซ็กส์กับคนอื่น นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเหมือนกัน
“อ๊ะ อ๊ะ คราม! มิวเจ็บนะ” ฉันกรีดร้อง มือจิกผ้าปูที่นอนแน่นจนจิกเข้าไปใต้ผ้า รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงจากเขาแทบไม่ไหว ร่างกายที่เปลือยเปล่ามีแค่ซับในที่ถูกร่นไว้ที่ปลายเท้า
“อ่า... ถ้าอยากให้กูไม่มีเซ็กส์กับใคร ก็อย่าให้ต้องรอ” ครามพูดอย่างเอาแต่ใจ เขาไม่สนว่าเหตุผลที่ฉันหายไปคือกลับไปอยู่กับที่บ้าน ครามไม่เคยคิดจะสนใจหรือชายตามองครอบครัวฉันด้วยซ้ำ
นั่นเพราะเขาสนใจแค่ฉัน รึเปล่านะ
ฉันคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปรึเปล่า
“อื้อออ” ร่างฉันถูกกระแทกกระทั้นครั้งแล้วครั้งเล่า ครามโน้มตัวลงมาจูบแผ่นหลังของฉัน แล้วขยุ้มก้นนิ่มจนเป็นรอย
จนในวินาทีสุดท้าย เขาก็ชักแก่นกายของตัวเองออกมา แล้วปล่อยให้น้ำรักของเขาพุ่งใส่แผ่นหลังเล็กๆ ของฉัน
ฉันล้มตัวลงไปนอนกับเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน ในขณะที่ครามจะผละออกไป เขาชักทิชชู่ออกมาเช็ดลำท่อนของตัวเองที่ยังแข็งผงาด
“อยู่นิ่งๆ” ฉันขยับตัวขึ้นมาเพื่อที่จะหยัดกายมามองเขา แต่ร่างสูงกำยำกลับโพล่งเสียงเรียบ แล้วดันหลังฉันให้นอนราบลงตามเดิม
เขาค่อยๆ เอาทิชชู่ปาดน้ำรักของเขาออกจากหลังฉัน
“คราม... มิวไม่มีแรง” ฉันครางเสียงอ่อน ชอบอ้อนเขาแบบนี้เวลาอยู่ด้วยกัน ที่คิดว่าครามรักฉัน เพราะเขาจะคอยชำระกายให้ฉันทุกครั้งหลังจากมีอะไรกันเสร็จทุกรอบ
“หันหน้ามาหากูดีๆ”
เขาสั่ง ฉันเลยขยับตัวหันหน้าไปหาเขา ร่างกายแกร่งค่อยๆ โน้มมาช้อนตัวฉันขึ้นพร้อมกำชับให้มั่นคง และก็เพราะว่าลำตัวของครามใหญ่กว่าฉันมาก แค่อุ้มฉันด้วยมือเดียวก็ยกขึ้นมาอย่างง่ายๆ แล้ว
ฉันกอดลำคอแกร่งไว้ พอเขาหันกลับมามอง ฉันก็หอมแก้มเขาเบาๆ
“มิวรักครามนะ”
“อืม” เขาตอบแค่นั้น ก่อนที่จะพาฉันเข้าไปในห้องน้ำ วางฉันที่ไร้เรี่ยวแรงลงให้ยืนที่พื้นห้องน้ำ แล้วเปิดฝักบัวล้างระหว่างขาให้
ฉันเม้มปากอย่างนึกอยากลองใจเขา มองร่างสูงที่ลูบขาให้ฉัน แล้วได้แต่คิดในใจ
ถ้าสมมุติว่า...
ถ้าสมมุติว่าฉันพูดถึงครอบครัว เล่าเรื่องครอบครัวให้เขาฟัง
“คราม” ฉันโพล่งขึ้นมา กอดตัวเองไว้แน่นเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมามอง “คิดอยากไปหาครอบครัวกับมิวบ้างมั้ย”
“ไปทำไม” เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ แล้วฉันก็กลืนน้ำลายลงคอ
“มิว... อยากพาครามไปเปิดตัว”
“ไม่จำเป็น” เขาตอบปัดอย่างไม่ใส่ใจ “แค่มึงรู้ว่ามึงเป็นเมียกูก็พอแล้ว กูไม่ได้อยากรู้จักครอบครัวมึง”
“พูดแบบนั้นก็เกินไปนะ” ฉันทำหน้ามุ่ย
“กูรักมึงมิว” แต่คำพูดต่อมาของเขาก็ทำให้ฉันชะงักไป ครามหยัดยืนขึ้นเต็มความสูง เขาจ้องหน้าฉันนิ่ง “แต่กูไม่อยากผูกมัด ไม่อยากให้มึงพาไปรู้จักครอบครัว”
“...”
“กูอยากให้มันมีแค่มึงกับกู” เขาเอื้อมมือมาลูบท้ายทอยฉันเบาๆ ทึ้งผมฉันให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา “เรื่องของผัวเมีย ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นสู่รู้ ครอบครัวมึงไม่ใช่ครอบครัวกู กูไม่สนใจใครนอกจากมึง”
ฉันหลงเคลิ้มไปกับคำว่ารักจากเขา จนลืมว่าเขากำลังแสดงออกว่าไม่ยอมรับครอบครัวฉันอย่างโจ่งแจ้ง
แต่อย่างว่าเนอะ... ฉันเองก็ไม่อยากให้พี่เหมียวรู้จักเขาเหมือนกัน
“อื้อ มิวจะไม่พาครามไปรู้จักกับครอบครัวก็ได้” ฉันมองเขาอย่างหวานซึ้ง เพื่อเขาฉันนี่ยอมทำได้ทุกอย่างจริงๆ “พี่สาวมิวเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น จริงๆ แล้ว มิวแทบไม่อยากให้ครามรู้จักเธอเลย”
ในความเงียบ มีแต่เสียงของน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัว ฉันเห็นว่าร่างแกร่งของครามแข็งทื่อทันทีที่ฉันพูดถึงพี่
[พาร์ท : พี่คราม]
อีนั่นกลับมาแล้ว
กูได้แต่นั่งกระวนกระวายอยู่ในห้อง กระวนกระวายแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนเวลานั้นใกล้มาถึง แล้วมันก็เหมือนผิดตลอดมา ที่กูคิดว่ากูจะรักใครสักคนได้นอกจากอีนั่น จริงๆ ก็แค่หลอกตัวเอง เอาน้องสาวมันมาย่ำยีตามคำที่มันสั่ง เอามาสวมรอยแทนที่มัน
ทำร้ายผู้หญิงทุกคนได้เพื่อมันคนเดียว
หลังจากกูผละจากห้องของมิว หลังจากเอากันเสร็จก็หมดธุระ ไม่มีไรต้องคุย กูกลับมาที่ห้อง แล้วเอาแต่ร้อนเป็นไฟอยู่แบบนี้
จนกูทนไม่ไหว
กูพยายามจะออกไปข้างนอก ลากอีตัวสักคนมาเอาเพื่อสงบสติอารมณ์ ความอยากอันแรงกล้าเกิดขึ้นหลังจากนึกถึงอีนั่นจนปวดทรมานอย่างห้ามไม่อยู่
หลายเดือนที่กูรออีนั่นเสมอมา แม้จะเอาน้องสาวมันมาเป็นที่ระบาย แต่กูไม่เคยลืมอีนั่นเลย
กูไม่คิดว่าตัวเองเหี้ย แต่นั่นคือความรัก
กูแค่รักเดียวใจเดียว ไม่คิดรักใครอื่นนอกจากอีนั่น
ครืด... ครืด
กูนิ่งไปเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ระหว่างที่ยืนกระวนกระวายอยู่หน้าประตูห้อง พอกดดูว่าใครโทรมา มันขึ้นว่าเป็นเบอร์แปลก
กูตัดสายทิ้งเพราะงดรับเบอร์แปลก ได้ยินเสียงขยับตัวอยู่หน้าประตู
กูรู้สึกตงิดขึ้นมา กดโทรกลับหาเบอร์แปลกทันที
แม่งสังหรณ์ใจ
ติ๊ด
“ใคร” กูถามไปเสียงห้วนเมื่อมันรับสาย แต่ต่อมาก็ต้องชะงัก นิ่งไปเมื่อมันเป็น...
[คราม เราเอง]
“...!”
[เราอยู่หน้าประตูห้องคราม เปิดหน่อยสิ] เสียงหวานที่เคยคุ้นกับมันมาเกือบสองปีก่อนที่มันจะออกจากชีวิต ทิ้งเหมือนกูเป็นเศษขยะ
แกรก
กูเปิดประตูออกทั้งที่ยังนาบหูกับโทรศัพท์ มองภาพผู้หญิงผมชมพูยาวจนถึงกลางหลังตรงหน้า ภาพนั้นถูกซ้อนทับเหมือนครั้งที่เรายังคบกัน ใบหน้าที่ยังเหมือนเดิมราวกับตุ๊กตาที่มีชีวิต
ถ้าเทียบกับน้องสาวของมัน... ก็แค่เด็กผู้หญิงจืดๆ
“คราม” มันเรียกชื่อกู ก่อนที่จะเอื้อมมือไปรูดเสื้อตัวนอกออก ผ้าหนาๆ หล่นลงไปกองกับพื้น พร้อมกับเรือนร่างสวยงามที่ใส่แค่เพียงซีทรูบางๆ จนเห็นเกือบหมดทุกอย่าง
กูจ้องมองภาพนั้นอย่างตะลึง มันมักจะมาพร้อมกับความตื่นเต้นเสมอ
“คิดถึงจัง”
หลังจากจบประโยคนั้น กูก็กระชากแขนเธอเข้ามาจูบทันที เราแลกลิ้นให้กันอย่างโหยหา
เหมียว ผู้หญิงที่มองกูมีค่าแค่ขยะชิ้นนึง
ตอนนี้ เธอกลับมาหากูแล้ว
“มึงทำแบบนี้ทำไม?”
กูถามเธอหลังจากที่เราเอากันเสร็จบนเตียงของกู ในห้องของกู ถามเหมือนควาย ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
“ถ้าจะถามว่าเราทำแบบนี้ทำไม ก็ถามตัวเองก่อนสิ” เหมียวกอดกูไว้ มันลูบวนไปมาแถวๆ ซิกแพคหนา “ทำไมพอเจอหน้ากัน ถึงได้เอาเราจนเตียงยับขนาดนี้”
“...”
“ทั้งๆ ที่เพิ่งเอากับน้องสาวเรามา”
“มึงกับมิวก็มีค่าเท่ากัน” กูแค่นหัวเราะ พูดประชดมันด้วยความแค้นกับหลายเดือนที่มันทิ้งกูไป แต่มือกลับขย้ำเอวมันไม่ยอมปล่อย “แค่ของเล่นของกู”
“ไม่ใช่ว่าลืมเราไม่ได้เหรอคราม” มันพูดออกมาคำนึง กูนิ่งไป “ครามคนโง่ ลืมเราไม่ลงตลอดสองปีสินะ”
“อย่ามาพูดควายๆ!” กูผลักมันออกอย่างแรง ก่อนที่จะขึ้นคร่อมมัน ทำเหมือนที่ทำกับผู้หญิงคนอื่น ทั้งที่ปวดจนแทบขาดใจ “กูแค่รอวันที่จะเอาคืนมึงอย่างสาสม เหมือนที่มึงทำกับกู”
เหมียวที่อยู่ใต้ร่างกูเบิกตากว้าง ก่อนที่จะฉีกยิ้มบาง
“คราม” ริมฝีปากสีแดงสดขยับพูด “ครั้งนี้ที่เรากลับมา เรากลับมาเพื่อมาเอาครามคืนนะ”
“...”
“เราไม่เคยเห็นครามเป็นของเล่น” มือเรียวเอื้อมมาลูบที่สันคอกูเบาๆ แววตากูฉายชัด เห็นน้ำตามันไหลลงมาตามผิวแก้ม “เรารักคราม”
“...”
“รักครามจริงๆ”
... ตอแหล
กูรู้ดี รู้อยู่แก่ใจ แต่ทุกครั้งที่เหมียวมันกลับมาแล้วตอแหลใส่กูแบบนี้
ฉันทึ่งกับคำตอบนั้นยืนอึ้งไปนาน มารู้สึกตัวอีกทีร่างแกร่งกำยำที่แสนกระสันของเขาก็เข้ามาชิดใกล้ และใช่ ฉันยังไม่เปลี่ยนชุด Do it DADDY ออก ครามเอานิ้วแกร่งสอดเข้าไปใต้โชคเกอร์ที่หลวมนิดๆ ของฉัน แล้วดึงเข้ามาใกล้“มึงล่ะ”“...”“คิดถึงกูบ้างมั้ย”ฉันสบตาเขา เกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมาในใจ ยอมรับว่าท่าทางของครามทำเอาฉันใจเต้นนิดๆ ด้วยจิตใจที่ร่านร้ายมากขึ้น แต่เหมือนความเลวที่เขาเคยทำจะส่งผลด้านลบต่อจิตใจของฉันมากกว่าฉันไม่ได้ทำอะไร แล้วให้เขารั้งโชคเกอร์ไปจูบผมสั้นบลอนด์ทองของตัวเองตามใจชอบ“คิดถึงเหรอ อย่ามาพูดดีกว่า” ฉันผลักเขาออก เป็นนัยน์ว่าเขามีสิทธิ์แตะต้องฉันได้แค่นั้น ก่อนที่จะฉีกยิ้มหวานออกมา “อย่าลืมว่าใครทิ้งใครไปก่อน”“กูแค่ดูว่าตอนนั้นอะไรมันเร้าใจกว่า” เขาพูดออกมาตรงๆ ลูบปอยผมของฉันอย่างโหยหา “ตอนนี้พอรู้แล้วว่ามึงเร้าใจกว่าจริงๆ”“พูดถูกใจจัง” ฉันประชดกับคำพูดเห็นแก่ตัวของคราม เมื่อก่อนอาจร้องไห้แต่ตอนนี้ชินชาซะแล้ว ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนว่ามือถือสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาสั้นพอหยิบขึ้นมาดูต่อหน้าคราม ฉันก็นิ่งไป เมื่อเห็นว่าคนที่โทรมาคือพี่เหมียว“นี่” ฉันปรายตาขึ้น
“น่ารักดี” ครามเอ่ยปากชมออกมาคำหนึ่ง ทำเอาฉันนิ่งไป‘น่ารักดี’ เหรอ“ใช่ปะ” พี่เวย์ฉีกยิ้มอย่างภูมิใจ ผละมือออกจากไหล่ฉัน ในขณะที่ฉันจ้องหน้าครามนิ่ง เขาเองก็จ้องฉันเหมือนกัน “เออ กูไปเข้าห้องน้ำแปป น้องมิว เดี๋ยวพี่มา”“ค่ะพี่เวย์” ฉันหันไปเปลี่ยนสีหน้าตอบพี่เวย์อย่างเริงร่า เธอคว้าข้อมือฉันขึ้นมา โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงโปร่งจูบหลังมือฉันเบาๆ แล้วฉีกยิ้มให้ฉัน ต่อหน้าสายตาที่แวววาวของคราม“รอพี่แปปนะครับ” เสียงทุ้มหวานแบบสาวห้าวทำเอาฉันหลงเสน่ห์ไปชั่ววูบนึง ก่อนที่เธอจะกระดกเหล้าแล้วเดินออกไปเหมือนจะเป็นใจรึเปล่านะ เหลือฉันกับครามอยู่ด้วยกันแค่สองคน มีเพียงแค่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ที่ว่างเปล่าของพี่เวย์กั้นอยู่ตรงกลางฉันหันไปสนใจกับค็อกเทลตัวเอง โคลงแก้วไปมาโดยไร้เสียงทักจากคราม แอบเหลือบมองเขานิดหน่อย เห็นว่าร่างสูงเองก็กำลังกระดกเหล้าเข้าปากดูสีหน้าครามไม่ค่อยดี แต่เขาพยายามไม่แสดงอาการฉันแอบฉีกยิ้ม คงมีปัญหากับเมียอสรพิษของเขา พี่สาวของฉัน ยังไงคนอย่างเธอก็คงไม่ได้จบที่การมีลูกในวัยนี้หรอกฉันรู้น่า ฉันรู้ลุกไปเข้าห้องน้ำตามพี่เวย์ดีกว่า ยังไงก็ดีกว่าต้องมาเผชิญหน้ากับ
ฉันรู้มาว่าครามไม่ได้บอกเรื่องที่ตัวเองเทงานแล้วมาหาเมียกับลูก อันนี้ออกมาจากปากเขาเอง ที่รีบตามมาสมทบเพราะกลัวว่าเมียกับลูกจะเกิดอันตรายจากคู่อริของเขา เพราะพ่อเขาเป็นมาเฟียฉันเบ้ปากอย่างรำคาญห่วงเมียห่วงลูกเหลือเกินนะ ทั้งที่เมื่อก่อนเลวซะขนาดนั้นครามดึงลูกจากแม่ไปอุ้มหน้าตาเฉยราวกับไม่อยากให้ใครอุ้มลูกตัวเองนอกจากเขา ฉันนึกแปลกใจที่แม่ไม่ว่าอะไรแล้วปล่อยให้เขาชิงเด็กไปอุ้มแบบไม่มีมารยาทแบบนั้นฉันเห็นครามที่มายืนคู่กับพี่เหมียว เขาสบตากับฉัน มองตั้งแต่หัวจรดเท้าแต่เขากลับไม่พูดอะไร มีแต่ริมฝีปากที่ยกยิ้มฉันรู้สึกร้อนๆ เวลาเขามองมา ไม่ใช่อะไร แต่ครามมองฉันแบบแปลกๆ ทั้งที่มันผ่านไปสองปีแล้ว แต่ฉันกลับรู้สึกว่าเมื่อสองปีที่แล้วเขามองฉันยังไง ตอนนี้ก็ยังคงมองแบบนั้นบ้าดีนะ คิดว่าไม่รู้รึไงผู้ชายมักมากเป็นปาร์ตี้สังสรรค์ของครอบครัวที่เฟคที่สุด แค่หน้าของพี่เหมียวก็เฟคพอแล้วทำเป็นพูดดีด้วย อยากจะอ้วกฉันรีบผละออกจากบ้านที่เคยอยู่ทันทีเพราะทนความอยากตบพี่สาวตัวเองไม่ไหว แล้วรอจนเที่ยงคืนถึงออกมาตามนัดที่พี่เวย์ สาวหล่อชวนไว้ผู้หญิงเท่ๆ มันดีต่อใจแบบนี้นี่เองฉันลงทุนเปลี่ยนชุดให
ฉันโกรธมาก และไม่สามารถให้อภัยทั้งพี่เหมียวและครามได้พ่อแม่ที่คิดว่าเราคือพี่น้องที่รักกันดีได้ตาสว่างก็วันนั้น เขาเรียกเรามาคุยกัน แต่ฉันไม่อยากทนเห็นหน้าพี่เหมียวในบ้านหลังนี้ได้อีกแล้ว เธอแสดงออกชัดเจนว่าเธอยังคงเกลียดฉันไม่เปลี่ยน แล้วจงใจหักหลังกันฉันหนีออกจากบ้าน ยกผู้ชายสารเลวให้พี่เหมียวได้ครอบครองตามใจอยาก แล้วตั้งใจว่าจะเปลี่ยนตัวเองใหม่ แล้วจะไม่ผูกมัดกับใครอีกเลยพอฉันอายุยี่สิบ ฉันรวบรวมเงินทั้งหมดและโทรบอกพ่อแม่ผ่านทางโทรศัพท์ว่า ฉันจะไปทำงาน เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก แล้วกลับมาเรียนต่อที่นี่ตอนอายุยี่สิบสองฉันจำเป็นต้องพึ่งพาพ่อแม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งยิ่งใหญ่ตอนแรกพ่อแม่คัดค้าน แต่ฉันขู่ว่าถ้าพวกเขาไม่ยอม ฉันจะหนีไปไม่กลับ และไม่ติดต่อกับทางบ้านอีกเลยฉันเลือกไปอยู่ที่เกาหลีเพราะเรียนเอกภาษาเกาหลีอยู่แล้ว ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสองปี หัดเข้าผับกินเหล้า แล้วเริ่มทำตัวเองให้เปรี้ยวขึ้น คบเพื่อนผู้ชายที่นั่นเยอะแยะ แล้วให้พวกนั้นสอนให้รู้จักมองคนให้ออกผู้ชายเกาหลีน่ะไม่ใช่เล่นๆ กันสักคนหรอก ฉันเชื่อว่าก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าครามเลยและนี่ก็เป็นเหตุ
หมับ“กูรักมึง” กูดึงร่างขาวเนียนเข้ามากอดไว้แน่น แทบไม่มีความเสียใจที่กูมีความคิดว่าจะทิ้งผู้หญิงทุกคน เพราะที่ผ่านมา กูมีคนในใจ แต่ที่เลือกรัก เพราะมันคล้ายคนในใจมากเกินไปแต่คนในใจแม่งก็คือคนในใจ ไม่มีหน้าไหนแทนได้สองปีกับห้าเดือน คงรู้อยู่ว่ากูจะเลือกใคร“...”“แต่ครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่กูจะให้มึง เหมียว”แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นมิว... ก็ไม่เว้น[จบพาร์ท : พี่คราม]ฉันตื่นเช้ามาพร้อมกับแชทที่ถูกครามบล็อก เบอร์ก็ถูกบล็อก โทรหาเขาแต่กลับไม่มีใครรับสายฉันนั่งทะมึนอยู่ในห้องนอนของตัวเอง กับร่างเปลือยเปล่าที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล มันเพิ่งตื่นตัวจากเมื่อวานเลย ที่เรามีอะไรกันแล้วเขาบอกรักฉันเมื่อคืนเขายังอยู่กับฉันแท้ๆ แต่วันนี้เขากลับบล็อกฉันแวบแรกฉันกลัวว่าครามจะเป็นอะไรไป เพราะปกติถึงเขาจะนอนกับผู้หญิงคนอื่นเวลามีฉันจนฉันโกรธ แล้วตามมาง้อฉันอย่างรุนแรง แต่ครามก็ไม่เคยแสดงออกว่าจะขาดการติดต่อกับฉันไปทั้งอย่างนี้ เขายังแสดงออกว่าจะมีฉันเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอห้าเดือนที่ผ่านมาฉันลงหลักปักฐานว่าจะลงเอยที่เขา หวังไว้สูงมากทีเดียวว่าจะต้องเป็นเขาที่ฉันจะแต่งงานด้วยหรือเพราะเมื่อวาน
แน่นอนว่าฉันไม่บอกพี่เหมียวแน่ ครามคือสมบัติอันล้ำค่าของฉันฉันทำเพียงแค่บอกพี่เหมียวว่าเขาเป็นคนในความลับ ไว้จะพามาให้รู้จักตอนที่พาเข้าบ้าน ไม่รู้ว่าพี่เหมียวจะไปบอกแม่รึเปล่า แต่เพราะตอนนี้ฉันอายุสิบเก้าแล้ว พ่อแม่ก็ปล่อยในระดับหนึ่งแต่เหมือนมันผิดคาด แทบไม่มีเรื่องของฉันกับแฟนหลุดไปจากปากของพี่เหมียวตลอดเวลาที่นอนอยู่ด้วยกันที่บ้านฉันเผลอคิดไปว่าพี่เหมียวเลิกเมินฉันแล้ว เธอคงกลับมามองฉันเหมือนน้องอย่างที่ควรจะเป็น ก็เลยโล่งอก แล้วกลับหออย่างสบายใจและเชื่อสิ ทันทีที่กลับถึงหอ ก็เห็นครามที่ท่าทางเหมือนเก็บกดกอดอกอยู่ใต้ตึกและเพราะที่นี่เป็นหอนอก ฉันถึงได้พาเขาเข้าห้องได้“อื้อ! คราม”ศีรษะฉันชนเข้ากับหัวเตียงเพราะได้รับแรงกระแทกจากด้านล่างอย่างหนักหน่วง ทันทีที่กลับมาแล้วเห็นว่าครามมารอ ฉันก็ถูกเขาลากขึ้นไป โดนจูบในลิฟต์ที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ก่อนที่จะถูกลากเข้าห้องครามดูหื่นกระหาย เขาเคยบอกว่าไม่มีร่างกายไหนรัญจวนเท่าฉันแล้ว อาจเพราะเขารักฉันมาก จนมีอะไรกับใครก็ไม่ดีเท่ามีกับฉันแต่การที่เขาไปมีเซ็กส์กับคนอื่น นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเหมือนกัน“อ๊ะ อ๊ะ คราม! มิวเจ็บนะ” ฉันกรีดร้อง มื







