مشاركة

บทที่ 2.4

last update تاريخ النشر: 2026-03-31 17:04:08

ตอนเห็นสมุดบัญชีบางส่วนถูกรื้อออกมาเขายังไม่เอะใจ มาตอนนี้ดูเหมือนเริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาแล้ว คิดได้ถึงตรงนี้เขาพลันจ้องบุตรสาวเขม็ง

“เจ้า...เห็นสิ่งใดผิดปกติในสมุดบัญชี?”

เขาคาดไม่ถึงว่าอาจารย์สวีนอกจากจะเก่งกาจเรื่องการคัดอักษรและบทกวี ยังสอนสั่งเรื่องการบัญชีและการคำนวณให้บุตรสาวด้วย?

ที่สำคัญไปกว่านั้นเดิมทีพ่อบ้านนับเป็นคนที่ซูหนิงหย่าไว้ใจที่สุด ไม่เพียงแต่เป็นคนของมารดาที่จากไป แต่พ่อบ้านยังเป็นคนเดียวที่เชื่อมโยงหญิงสาวกับคนตระกูลเดิมของมารดา

ซูป๋อครุ่นคิดครู่หนึ่ง “เขาเป็นคนของตระกูลเดิมของมารดาเจ้า ทำเช่นนี้...”

“หากท่านป้าถาม ก็บอกตามความจริงว่าเป็นลูกที่เสนอเรื่องนี้ อีกอย่างที่นี่คือจวนตระกูลซู ท่านพ่อคือนายของจวนนี้ เราไม่จำเป็นต้องคิดมากเพราะนี่เป็นเรื่องภายในของตระกูลซูเจ้าค่ะ”

ความหมายของนางชัดเจนตรงไปตรงมาจนซูป๋อนิ่งงัน เขามองบุตรสาวนานมากกว่าจะกล่าว “เขาทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจหรือ”

ซูหนิงหย่าเพียงยิ้ม “จวนตระกูลซูภายนอกแม้ดูสงบเรียบร้อย แต่เมื่อมองดูดีๆ จะเห็นว่าบ่าวไพร่บางคนถือว่าตัวเองมีคนหนุนหลังกระทั่งไม่สนใจสถานะระหว่างนายบ่าว ถือโอกาสนี้ลูกจะจัดระเบียบจวนตระกูลซูเสียใหม่ พยายามทำให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง”

เดิมทีซูป๋อไม่เคยใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในจวน หลังแต่งหวังหลินเข้ามาเขามอบหมายให้อีกฝ่ายดูแลจวน แม้บุตรสาวไม่เคยโวยวายแต่ก็มีท่าทีต่อต้านมาโดยตลอด

เขารู้ว่าพ่อบ้านทำเกินเลย แต่เพราะเห็นอีกฝ่ายเป็นคนของฮูหยินที่จากไป ดังนั้นหากไม่เกินกว่าเหตุก็มักจะทำเหมือนมองไม่เห็น

ที่สำคัญไปกว่านั้นเขาเองก็ไม่อยากให้หวังหลิน บุตรชาย และบุตรสาว มีความคิดที่จะก้าวขึ้นมาทัดเทียมซูหนิงหย่า บุตรสาวที่เขาทั้งรักและทะนุถนอมมาตั้งแต่เกิด เพียงแต่นี่เป็นเรื่องที่บุตรสาวของเขาเสนอตัวจัดการ...

“ทำตามที่เจ้าเห็นสมควรเถิด”

“ลูกยังมีเรื่องต้องรบกวนท่านพ่อ”

“ว่ามาสิ”

“ลูกขอยืมคนของท่านพ่อ”

“คน?”

“คนคุ้มกันเจ้าค่ะ” นางมองไปยังหม่าหวงซึ่งเป็นคนมีฝีมือที่สุด “เพียงวันนี้วันเดียว ลูกจะคืนเขาให้ท่านพ่อพรุ่งนี้เช้า”

“ได้สิ” ซูป๋อพยักหน้าให้หม่าหวงรั้งอยู่ที่จวน

“ยังมี...” นางหันไปมองซูจินซาน “เดือนหน้าแม่นมซิ่วคนของท่านป้าจะมาอบรมมารยาทและธรรมเนียมการปฏิบัติของสตรีชั้นสูง ลูกอยากให้เสี่ยวเสวี่ยเข้าเรียนเป็นเพื่อนลูกเจ้าค่ะ”

เห็นซูจินซานอ้าปากค้าง หญิงสาวลอบกลอกตา “จะอย่างไรวันๆ นางก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ลูกคิดว่าเรียนรู้เอาไว้ย่อมดีกว่าปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เรื่องนี้ลูกปรึกษาอี๋เหนียงแล้วแต่เสี่ยวเสวี่ยจะมาหรือไม่...ให้แล้วแต่นาง ลูกเพียงอยากแจ้งให้ท่านพ่อทราบก่อน”

“น้องเพิ่งเจ็ดขวบ”

“ลูกทราบเจ้าค่ะ ถึงอย่างนั้นนางก็นับว่าเป็นคนตระกูลซู ในอนาคตบางทีอาจมีโอกาสได้พบคู่ค้าของท่านพ่อ ไม่ก็อาจได้ติดตามท่านพ่อไปงานเลี้ยงต่างๆ ร้านแลกเงินตระกูลซูขยายกิจการใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ การพบปะบางคราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้”

บรรดาคหบดีล้วนพบปะสังสรรค์ งานเลี้ยงย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ บุรุษเบื้องหน้าดื่มสุราแลกเปลี่ยนความคิด สตรีเบื้องหลังก็พบปะพูดคุยเชื่อมไมตรี ที่ผ่านมาซูป๋อไม่เคยพาหวังหลินออกงานเพราะเป็นเพียงอนุ บุตรสาวบุตรชายเองก็ยังเล็กนัก ดังนั้นจึงไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน

ซูจินซานลอบมองผู้เป็นพี่สาวเงียบๆ เขาเองก็เห็นด้วยในเรื่องที่อีกฝ่ายกล่าว ซูเสวี่ยเติบโตขึ้นทุกวันแต่เพราะหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างทำให้เขาเองก็ไม่อาจเปิดปาก เขาเองก็อยากให้น้องสาวได้มีโอกาสพานพบกับสิ่งดีๆ ไม่ใช่ต้องอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวเช่นนี้ไปตลอดชีวิต

“เสี่ยวซาน”

เด็กหนุ่มชะงักเมื่อผู้เป็นพี่สาวเรียก “ขอรับ”

เสี่ยวอวี๋ส่งกล่องของว่างให้เสี่ยวซุ่นจื่อซึ่งเป็นเด็กรับใช้ของซูจินซาน เขามองพี่สาวด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม

นางกล่าวเสียงเรียบ “ของว่าง ข้าให้ห้องครัวเตรียมเอาไว้สองชุด ชุดนี้ให้เจ้า อีกชุดข้าให้คนส่งไปที่เรือนชิวสุ่ยแล้ว ได้ยินมาว่าเสี่ยวเสวี่ยเองก็ชอบกิน เอาละรีบไปได้แล้ว” เห็นน้องชายมองนางด้วยไม่อยากเชื่อ หญิงสาวได้แต่แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

มองรถม้าของบิดาจากไปนางยังไม่ทันได้เดินกลับเข้าข้างใน รถม้าของตระกูลเสวียนก็วิ่งสวนมาจอดหน้าประตู ซูหนิงหย่าตัดสินใจยืนรออยู่กับที่ มองบุรุษล้ำเลิศหล่อเหลาก้าวลงมาจากรถม้าด้วยสายตาชื่นชม

เสวียนหลางผู้นี้น่ามองไปหมดไม่ว่าจะทำอะไร นางยิ้มให้เมื่อเขาจ้องมองมา “ท่านหมอเสวียน”

“เรียกข้าคุณชายใหญ่เถิด เรียกท่านหมอเสวียนข้ากลับนึกถึงท่านพ่อขึ้นมา”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 10.7 จบ

    “งั้นพ่อก็ให้คุณอาหมอปั้นเขาให้เป็นหมอมือหนึ่งของโรงพยาบาลได้เลยค่ะ เพราะนี่ละเขยตระกูลซูละ”ซูป๋อหัวเราะ “ให้มันแน่เถอะ ไม่ใช่คบสองสามเดือนแล้วมาบ่นว่ามีแฟนหมอแล้วเขาไม่มีเวลาให้”“หนูไม่ใช่ผู้หญิงไร้สาระแถมไม่รู้จักแยกแยะพวกนั้นเสียหน่อย อีกอย่างทำงานที่เดียวกันแอบไปเจอตอนไหนก็ได้ สะดวกจะตาย”เลิกงานแล้ว...ซูหนิงหย่าเดินออกมาที่ลานจอดรถ ชายหนุ่มหล่อเหลายืนรออยู่ที่ข้างรถยนต์ของเธอ หญิงสาวยิ้มกว้างวิ่งเข้าไปหาเขาทั้งที่สวมรองเท้าส้นสูงปรี๊ด“คิดถึงจังเลยค่ะ!”เสวียนหลางยื่นสองแขนออกไปรับเธอ หญิงสาวกอดเขาแน่น สูดกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยอย่างแสนคิดถึง เขาเข้าเวรส่วนเธอก็ทำงานจนแทบไม่ได้เจอกันทั้งที่อยู่โรงพยาบาลเดียวกัน"ผมมีเวลาสามชั่วโมง ทำอะไรให้คุณกินดีมั้ย ผมเตรียมของเอาไว้แล้ว”“ได้ค่ะ เหนื่อย...วันนี้ค้างที่อพาร์ทเม้นของคุณดีกว่า”เขาออกมาทำงานช่วงกลางคืน บางครั้งเธอก็จะไปค้างที่อพาร์ทเม้นของเขา ดังนั้นข้าวของบางอย่างก็เลยทิ้งเอาไว้ที่ห้องของเขาเสียเลย“เอาสิ เหนื่อยเหรอ ตัวคุณอุ่นๆ เมื่อวานฝนตกตากฝนหรือเปล่า”“นิดหน่อยค่ะแต่กินยาแล้วนอนพักน่าจะดีขึ้น”“งั้นรีบกลับกันเถอะ ผมขับเอง”

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 10.6

    “ตอนนี้รู้แล้วจะถอยเหรอคะ แต่บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่ถอยแน่นอน ฉันจะจีบคุณหมอเสวียนดังนั้นเตรียมใจเอาไว้ให้ดีนะคะ”เขาเบิกตาอ้าปากค้าง “หยาหย่า คุณ...” เขามองไปรอบๆ เห็นพยาบาลสองคนที่อยู่แถวนั้นปิดปากแอบหัวเราะ“กลัวถูกมองเป็นหนูตกถังข้าวสารเหรอคะ ไม่ลองดูหน่อยเหรอ เป็นหนูตกถังข้าวสารอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้ อีกอย่าง...ข้าวสารบ้านฉันอร่อยนะ”เขากลอกตาอย่างยอมแพ้ คว้าข้อมือของเธอเดินออกไปด้านนอก สวนนี้เองที่เขากับเธอเจอกันครั้งแรก “ผมขอโทษครับ กะทันหันผมเลยทำอะไรไม่ถูก แต่...”“ฉันอยากมีแฟนเป็นหมอค่ะ แล้วก็ต้องเป็นหมอแซ่เสวียนด้วย คุณละคะอยากลองมีแฟนเป็นลูกสาวท่านประธานโรงพยาบาลมั้ย สวยด้วยนะ”เธอจริงจังมากจนเขาหลุดหัวเราะออกมา “อย่าเที่ยวประกาศว่าจะจีบใครต่อหน้าคนอื่นสิครับ อีกอย่างผมต่างหากที่จีบคุณ”“ฉันเป็นคนขอแลกวีแชต”“แต่คืนนั้นผมจะให้นามบัตรคุณอยู่แล้ว ไม่งั้นคงไม่ใจง่ายพาใครไปที่อพาร์ทเม้นตั้งแต่พบกันวันแรก กลัวจะแย่ว่าจะถูกหาว่าล่อลวง”“ฉันไม่กลัวถูกล่อลวงค่ะ เพราะฉันจะเป็นฝ่ายล่อลวงคุณหมอเอง”เขาได้แต่จนใจ เห็นดวงตาคู่สวยนั่นแล้วบอกตามตรงว่าเขาไม่อยากขัดใจเธอ ไม่อยากทำให้

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 10.5

    ซูหนิงหย่าหัวใจเต้นแรงมาก แน่นอนว่าเธอต้องไปอยู่แล้ว “ไปค่ะ”“งั้นก็ขึ้นรถเมล์เถอะครับมาแล้ว”โชคร้าย...ร้านโจ๊กดันมาปิดวันนี้พอดี“เอ่อ...” เสวียนหลางดูอึดอัด “ไม่งั้น...ผมหมายถึงผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดี อพาร์ทเม้นของผมพอจะมีวัตถุดิบ ผม...ทำอะไรให้คุณกินเป็นมื้อเช้าได้นะครับ ผมไม่ได้คิดไม่ดีนะครับ จริงๆ!”เธอต่างหากที่กำลังคิดไม่ดีกับเขา “ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย ไปสิคะ มาแล้วต้องไม่เสียเที่ยวสิ ยังไงต่อไปก็เป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้ว”เขาดูโล่งใจมากจนซูหนิงหย่ากลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ สองข้างแก้มรู้สึกเจ็บๆ เพราะเอาแต่แอบยิ้ม ยิ่งตอนเห็นอพาร์ทเม้นว่างๆ ของเขาไม่มีข้าวของของผู้หญิง ไม่มีร่องรอยของคนอื่น เหมือนเขาเพิ่งเริ่มผ่อนที่นี่จริงๆ และยังไม่เคยพาใครมา หญิงสาวก็ยิ่ง...ดีใจมาก“ผมมีหนังสือ ถ้ายังไงคุณนั่งอ่านหนังสือไปก่อนผมจะรีบเข้าครัว”“ได้ค่ะ”เห็นผู้ชายเข้าครัวอย่างคล่องแคล่ว ซูหนิงหย่าอ่านนิยายสืบสวนที่ถืออยู่แทบไม่รู้เรื่อง ในใจก็กำลังกังวลว่าจะทำให้เขาดูถูกหรือเปล่า เพิ่งรู้จักกันเขาชวนมาก็มากับเขา แถมยังขึ้นห้องมาโดยไม่มีใครรู้อีกด้วย!เห็นเสวียนหลางสับไข่เยี่ยวมา มือไม้ขยับคล่องแคล่ว

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 10.4

    “ทำไมละคะ”“เพราะพยาบาลที่ผมรู้จักส่วนใหญ่...ไม่มีใครชอบกดโคล่าจากตู้กดน่ะครับ”“จริงเหรอคะ” โดนจับได้แล้วหรือยังนะ!! “ก็...เห็นคุณจากตรงนั้น” หญิงสาวชี้ไปที่หน้าต่างกระจก “นอนไม่หลับน่ะค่ะก็เลยหาเพื่อนคุย แล้วถ้าไม่ชอบโคล่าคุณหมอชอบดื่มอะไรคะ”“กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลครับ”“อ่อ แต่ฉันชอบชามากกว่า”“ชาผมก็ชอบนะครับ ยี่ห้อXXX กลิ่นหอมรสชาติดี”“ไว้จะลองหามาดื่มนะคะ แต่ฉันคงแนะนำกาแฟให้คุณหมอตอบแทนไม่ได้”“กาแฟที่นี่ก็อร่อยนะครับ”“ที่นี่?”“ครับ ที่ร้านอาหารสวัสดิการของโรงพยาบาล”“งั้นไว้มีโอกาสจะลองนะคะ แต่คงไม่ใช่กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล” เธอหัวเราะเขาเองก็ยิ้ม พระเจ้า...คิดถึงรอยยิ้มของเขาชะมัดเสียงมือถือของเขาดังขึ้นขัดจังหวะ เขากดรับสายจากนั้นรีบร้อนลุกขึ้น “ผมต้องไปแล้วครับ”“อ้อ...เอ่อค่ะ” เธอลุกขึ้นยืนกำลังลังเล “คือคุณหมอคะ!” ปล่อยไปอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด!! “ขอแลกวีแชตได้มั้ยคะ”“เอ่อ” เขาเลิกคิ้วตอนหันกลับมา มือของเขายังลูบไปมาที่กระเป๋าเสื้อ “ดะได้ครับ” เขากดมือถือสแกนแลกวีแชต[1]กับเธอ“ไว้ค่อยเจอกันนะครับ”แล้วเขาก็ต้องวิ่งแบบวิ่งสู้ฟัดไปจากสวน ตอนผ่านหน้าต่างกระจกเขาหันมามองเธอแล้วโบ

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 10.3

    “อ้อ...เอ่อ ฉันแค่ตกใจเข้ามาแล้วเธอไม่อยู่ โทรไปมือถือก็วางอยู่ในห้อง”ประตูถูกเคาะเบาๆ และเปิดออก ซูป๋อเดินเข้ามาพร้อมกับตะกร้าอาหารเช้า “หยาหย่า อ้าวเสี่ยวเซี่ยก็อยู่ด้วยเหรอ”“ค่ะคุณลุง”“พ่อเอาอาหารเช้ามาให้ หิวแล้วหรือยัง ข้าวของโรงพยาบาลไม่อร่อยพ่อเลยให้ป้าสวีทำมาให้”“รู้ว่าไม่อร่อยก็น่าจะให้ปรับปรุงนะคะ”“พ่อรู้แล้ว เอาไว้จะเอาเข้าที่ประชุม แล้วนี่เสี่ยวเซี่ยมานานแล้วหรือยัง วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ”“ไปค่ะ แต่นึกว่าหยาหย่าออกจากโรงพยาบาลวันนี้ก็เลยลาช่วงเช้า”“อ้าวงั้นก็รีบไปทำงานเถอะ หยาหย่าอยู่ต่ออีกวันน่ะ”“เอ่อ งั้นหนูไปก่อนนะคะ พรุ่งนี้จะมาใหม่ หยาหย่าฉันไปทำงานก่อนนะ”“อืม” เธอพยักหน้ามองส่งฟางเล่อเซี่ยออกไปทำงาน “พ่อละคะไม่กลับไปทำงานเหรอ หนูอยู่เองได้ค่ะ สบายดีแค่ขี้เกียจอยู่บ้านเลยขออยู่ต่อสักวัน”“ลูกนี่นะ แน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ”“ค่ะ สบายดีมาก” ตอนซูป๋อกำลังจะออกไปอยู่ๆ ซูหนิงหย่าก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “พ่อคะ”“หืม”“หนู...จะเข้ามาดูแลโรงพยาบาลค่ะ”“อะไรนะ!!!”พ่อของเธอดูตกใจมากจริงๆ ตั้งแต่ส่งลูกสาวเรียนจนจบปริญญาตรีเอกบริหาร แม้ลูกสาวสุดรักไม่อยากเรียนแต่ก็เรียนจนจบ

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 10.2

    ซูหนิงหย่าที่กำลังส่งห่อข้าวเนื้อตุ๋นให้เขาชะงัก นางเลิกคิ้วมองเสวียนหลางที่ยืนยิ้มกว้าง ใบหน้าหล่อเหลายังคงล้ำเลิศเช่นเคย รอยยิ้มของเขาให้ความรู้สึกราวแสงแดดในฤดูใบไม้ผลิ ทั้งอบอุ่นและอ่อนโยน...นางหัวเราะ “ขอบคุณเจ้าค่ะ”ที่ศาลาริมแม่น้ำสั่วเหอชายหนุ่มและหญิงสาวเดินเคียงข้างกัน บทสนทนาทั่วไปที่ไม่มีอะไรพิเศษ แต่รอยยิ้มและบรรยากาศรอบตัวของคนทั้งสอง ก็ทำให้ผู้ที่พบเห็นล้วนรู้สึกเช่นเดียวกันหมดนั่นก็คือ...คู่สวรรค์สรรสร้างชายหนุ่มหล่อเหลาอ่อนโยน...หญิงสาวงดงามเฉลียวฉลาด...เสี่ยวอวี๋เพิ่งยกน้ำชาและของว่างเข้ามาวาง คนของโรงหมอก็มาตามเสวียนหลางกลับไปยังลานรักษาคนไข้“ข้าไปครู่เดียวจะกลับมานั่งเป็นเพื่อนเจ้า” เขายังคงออกไปแม้เป็นเวลาพัก“ข้ารอท่าน” นางพยักหน้าลุกขึ้นมองส่งเขาเดินไปยังสะพานเชื่อมศาลา ทว่า...อยู่ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด ซูหนิงหย่ามองแผ่นหลังของเสวียนหลางเดินไกลออกไปช้าๆ เสี่ยวอวี๋เองก็ยืนอยู่ข้างหน้านาง หันหลังมองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นยังโรงหมอ ดูเหมือนมีคนไข้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งมากะทันหันนางสะบัดหน้าไปมาเพราะดวงตาทั้งสองข้างพร่ามัว ศีรษะเต้นตุบ หัวใจเต้นเร็วขึ้นจนน่าตกใจ ขณะที

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 2.3

    “หมายความว่าอย่างไรที่ว่า...เป็นอย่างไร”“ก็...นางมีนิสัยเกรี้ยวกราดโมโหร้ายหรือไม่”เสวียนหรงเลิกคิ้วมองบุตรชาย “ดูเหมือน...จะไม่ นั่นสินะชื่อเสียงของนางในเรื่องอารมณ์เกรี้ยวกราดเลื่องลือไปทั่ว ทว่าตอนรู้สึกตัวนางก็ดูสงบดี หากที่ชาวบ้านลือกันเป็นเรื่องจริง เช่นนั้นสิ่งแรกที่นางต้องทำทันทีที่ลืมตาค

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 2.2

    ...บุรุษหล่อเหลาล่มเมืองเองก็มีเช่นกัน เขานี่อย่างไรเล่า! เสวียนหลาง ท่านหมอหนุ่มรูปงามที่ไม่แน่ว่าสตรีเช่นนางเองก็คงดูหม่นหมองหากยืนเคียงข้างเขา!จมูกโด่งคมสัน สันกรามคมกริบ ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรงทว่ามุมปากกลับยกขึ้นราวยิ้มในที ดวงตาคมรับเรียวคิ้วยาวจรดหางตา รูปหน้ากับองคาพยพทั้งห้าที่ลงตัวกั

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 2.1

    ท่านอาจารย์สวีอนุญาตให้มีวันหยุดวันหนึ่ง ซูป๋อบิดาของนางอยู่ๆ ก็ชวนไปที่วัดเพื่อไหว้พระ ทั้งสองลงจากรถม้าเดินขึ้นบันไดไปยังโถงพระประธาน วันนี้คนพลุกพล่านอาจเพราะเป็นวันพระ หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ เมื่อตามบิดาเข้าไปไหว้พระสายตาก็มองทุกอย่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น“นายท่านซู”“ท่านหมอเส

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 1.6

    สายตากลิ้งกลอกของพ่อบ้านทำให้หญิงสาวพยายามควบคุมอารมณ์โกรธกรุ่น นางไม่สงสัยเลยว่าทำไมทุกอย่างเป็นเช่นนี้ซูหนิงหย่าใช้ชีวิตท่ามกลางความเกลียดชัง นางเสียมารดาตั้งแต่เด็ก จากนั้นกลัวว่าบิดาจะไม่รัก เมื่อบิดาแต่งอนุเข้ามาทั้งยังคลอดน้องชายน้องสาว นางก็กังวลว่านางจะถูกละเลย หารู้ไม่ว่าซูป๋อกลับยังคงให้

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status