ข้าทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ลูกติด

ข้าทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ลูกติด

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-24
โดย:  Tuk Kungจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
10
3 การให้คะแนน. 3 ความคิดเห็น
102บท
13.7Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

อ้อมแอ้มนักเขียนสาวโสดดวงดีถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ เธอจึงให้รางวัลตัวเองบินลัดฟ้าไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์สานฝันวัยเด็ก ใช้จ่ายสนุกสุดเหวี่ยงให้สมกับเป็นนักเขียนไส้แห้งมานานนับปี แต่แล้วเมื่อชีวิตถึงฆาตดันมาลื่นเปลือกกล้วยล้ม จนหัวฟาดขอบถังขยะตายดับอนาถ ตื่นมาอีกทีกลายเป็นว่าตัวเองนอนอยู่ในกระท่อมผุพังท้ายหมู่บ้านในยุคจีนโบราณ ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ เธอดันเข้ามาอยู่ในร่างของคุณแม่ลูกติดนี่สิ โลกเก่าเป็นนักเขียนไส้แห้งไม่พอ สวรรค์ส่งมาเป็นคนแม่ลูกติดไส้แห้งอีก มาตามลุ้นกันว่านักเขียนไส้แห้งจะสู้ชีวิตอย่างไร เมื่อถูกชีวิตสู้กลับ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 นักเขียนไส้แห้ง

浴室からシャワーの音が聞こえてくる。

森川拓海(もりかわ たくみ)がシャワーを浴びているのだ。

午前3時。

さっき帰宅したばかりだった。

森川知佳(もりかわ ちか)は浴室の扉の前に立っていた。話したいことがあったのだ。

これから相談しようとしていることを、彼が聞いてくれるだろうか。少し不安になった。

どう話しかけようかと迷っていると、中から妙な音が聞こえてきた。

耳を澄ませて、やっと理解した。拓海が一人でしていることの音だった……

荒い息づかいと押し殺したうめき声。胸を重いハンマーで叩かれたような衝撃が走った。苦しみが波のように押し寄せてくる。その痛みに息が詰まった。

今日は二人の結婚記念日で、結婚して5年が経つ。それなのに夫婦として一度も……

結局、自分で済ませることを選んでも、私には触れたくないということなのか?

彼の息づかいがさらに荒くなる中、限界まで我慢したような低い声で果てた。「結衣……」

この一言が、心を完全に砕いた。

頭の中で何かが音を立てて崩れ、すべてが粉々になった。

必死に口を押さえ、声を漏らさないよう振り返った瞬間、よろめいた。洗面台にぶつかって床に倒れてしまった。

「知佳?」中から拓海の声がした。まだ息が整わず、必死に抑えようとしているのが分かったが、呼吸は荒いままだった。

「あ……お手洗いに行こうと思って、シャワー中だなんて知らなくて……」苦しい言い訳をしながら、慌てて洗面台につかまって立ち上がろうとした。

でも焦れば焦るほど、みじめになっていく。床も洗面台も水で濡れていた。やっとの思いで立ち上がったとき、拓海が出てきた。白いバスローブを慌てて羽織って乱れていたが、腰の紐だけはしっかりと結ばれていた。

「転んだのか?俺が手伝うよ」彼女を抱き上げようとした。

痛みで涙が溢れそうになったが、それでも彼の手を振り払った。そして意地を張って、「大丈夫、一人でできるから」と言った。

そして再び滑りそうになりながら、足を引きずって寝室へと逃げ帰った。

「逃げる」という表現は決して大げさではない。

拓海と結婚したこの5年間、知佳はずっと逃げ続けていた。

外の世界から逃げ、周囲の視線から逃げ、そして拓海の憐憫の視線からも逃げていた――拓海の妻が足の不自由な人だなんて。

足の不自由な人が、端正で事業も成功している拓海と釣り合うはずがない。

でも彼女にも以前は健康で美しい脚があったのに……

拓海もすぐに出てきて、やさしい口調で心配そうに尋ねた。「痛くないか?見せてくれ」

「大丈夫」知佳は布団を引き寄せ、自分のみじめさと一緒に布団の中に身を隠した。

「本当に大丈夫か?」彼は本当に心配していた。

「うん」彼女は背中を向けて、強くうなずいた。

「じゃあもう寝るか?お手洗いに行きたかったんじゃなかったのか?」

「もう行きたくない。寝ましょうか?」知佳は小さく言った。

「わかった。そうそう、今日は俺たちの記念日だから、君にプレゼントを買ったんだ。明日開けて、気に入るかどうか見てくれ」

「うん」知佳は答えた。プレゼントはベッドサイドに置かれており、もう見ていた。ただ、開けなくても中身がわかる。

毎年同じ大きさの箱で、中には全く同じ時計が入っている。

知佳の引き出しには、誕生日プレゼントと合わせて、すでに9個の同じ時計が眠っており、これが10個目だった。

会話はそこで途切れ、彼は電気を消して横になった。空気中にボディソープの湿った香りが漂っていた。でもベッドの沈み込みをほとんど感じなかった。2メートルの大きなベッドで、彼女がこちら側に寝て、彼は向こう側の端に横になっている。二人の間にはまだ3人が寝られるほどの距離があった。

二人とも結衣という名前を口にすることはなく、ましてや彼が浴室でしていたことについても触れなかった。まるで、何も起こらなかったかのように。

知佳は固まったまま仰向けに横たわり、ただ目の奥がヒリヒリと痛むのを感じていた。

結衣、立花結衣(たちばな ゆい)は彼の大学の同級生で、初恋であり、憧れの人だった。

大学卒業のとき、結衣は海外に行き、二人は別れた。拓海は一時期立ち直れず、毎日酒に溺れていた。

知佳と拓海は中学の同級生だった。

中学時代からひそかに彼を好きだった。

その頃、拓海は学校一のイケメンで、クールな優等生だった。一方知佳は芸術系の生徒だった。美しくはあったが、美しい女の子は大勢いた。成績がすべてだった学生生活において、芸術系の生徒はそれほど目立たず、偏見を持たれることさえあった。

だから、それは彼女だけの片思いで、いつか彼の前に立てる日が来るなんて思ったこともなかった。

芸術大学のダンス学科を卒業して夏休みに実家に帰っていた時、落ち込んでいる拓海と再会するまでは。

その夜も拓海は酔っぱらっており、ふらふらと歩いていた。横断歩道を渡るとき信号を見ておらず、一台の車がブレーキも間に合わず突っ込んできた。彼を突き飛ばしたのは彼女だった。心配で彼の後をついていた知佳が、彼を押しのけて自分が車にはねられたのだった。

知佳はダンス専攻で、大学院への推薦も決まっていた。

しかし、この交通事故で、足は不自由になった。

もう二度と踊ることができなくなった。

その後、拓海は酒をやめ、知佳と結婚した。

知佳に対して罪悪感を抱き続け、感謝し続け、優しい言葉をかけ続けた。でも同時に冷淡で水のように冷たく、そしてたくさんのプレゼントをくれ、たくさんのお金をくれた。

ただ一つだけ、愛してはくれなかった。

知佳は、時間がすべてを癒してくれると思っていたし、時間がすべてを薄れさせてくれるとも思っていた。

しかし想像もしなかったのは、5年が過ぎても、彼は「結衣」という名前をこれほど深く心に刻んでいるということだった。さらには、自分で処理するときでさえ、呟いているのはその名前だということだった。

結局は私があまりにも愚かで世間知らずだったのだ……

一睡もできず、スマホの中のそのメールを、この夜100回は見返した。

海外のある大学からの大学院入学許可通知で、今夜彼と相談するつもりだったこと――私が海外の大学院に行くことは可能かどうか?

しかし今となっては、拓海と相談する必要はなさそうだった。

5年間の結婚生活、数え切れない眠れぬ夜。それがついにこの瞬間から終わりに向かって歩み始めるのだ。

拓海が起きたとき、知佳はまだ寝たふりをしていた。外で家政婦の中村さんと話している声が聞こえた。「今夜は接待があるから、彼女には待たずに休むよう伝えて」

言い終えると、彼はまた部屋に戻ってきて様子を見た。知佳は布団をかぶっており、涙で枕が濡れていた。

普段拓海が会社に行くときは、知佳が彼の着る服をコーディネートして脇に置いておき、彼はそれを着るだけだった。

しかし今日はそれをしなかった。

拓海は自分でクローゼットに行って着替え、会社に向かった。

知佳はそのとき目を開け、ただ目がひどく腫れぼったいのを感じた。

スマホのアラームが鳴った。

それは自分で設定した時間で、起きて英語を読む時間だった。

結婚後の知佳は、足のことで9割の時間を家に閉じこもっていた。もう外出することはない。一日の時間を区切って、それぞれに何かすることを見つけて時間を潰すしかなかった。

スマホを手に取ってアラームを止め、それからさまざまなアプリを目的もなく見始めた。

頭の中はぼんやりと混乱していて、何も頭に入らなかった。

それが、ある動画アプリで突然一つの動画を見つけるまでは。

画面の中の人があまりにも見覚えがある……

もう一度アカウント名を見ると――結衣CC。

このおすすめ機能は……

投稿時間は、昨夜だった。

知佳が動画をタップすると、すぐに賑やかな音楽が響き、それから誰かが叫んでいる声が聞こえた。「いち、に、さん、結衣おかえり!乾杯!」

この声は、なんと拓海だった。

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
สนุกอ่านได้เนื่อยๆไม่น่าเบื่อ น่าติดตาม
2025-10-04 06:07:11
0
0
Supannee Kangwalsup
Supannee Kangwalsup
สนุกดีอยากอ่านถึงตอนพระเอกจีบนางเอก
2025-07-10 03:19:17
1
0
jjomjaij
jjomjaij
สนุกมาก เพิ่งเริ่มอ่าน เนื้อเรื่องไม่ยืดเยื้อ เร็วกระชับ พระเอกก็รุกเร็วจริงตามเนื้อเรื่อง ......... นางเอกก็ตามน้ำ มาชาติที่2แล้วก็รับรักเร็ว
2025-05-08 18:20:39
4
0
102
บทที่ 1 นักเขียนไส้แห้ง
อ้อมแอ้มสาวโสดวัยยี่สิบหกปีใช้ชีวิตเพียงลำพังคนเดียว ตั้งแต่หญิงสาวจบมัธยมศึกษาปีที่หก จากนั้นจึงได้ออกจากบ้านเด็กกำพร้าที่เธออาศัยมาตลอดตั้งแต่จำความได้เมื่อออกมาใช้ชีวิตคนเดียวหญิงสาวหางานทำและส่งตัวเองเรียนไปด้วย แต่ด้วยพิษเศรษฐกิจทำให้อ้อมแอ้มต้องตกงาน จนวันหนึ่งเธอลองแต่งนิยายลงในแอปพลิเคชันสีฟ้าและมันก็ได้สร้างรายได้ให้กับเธอด้วยเห็นว่าสามารถทำเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ อ้อมแอ้มจึงยึดการแต่งนิยายลงแอปพลิเคชันฟ้าและแอปพลิเคชันส้ม อีกทั้งยังทำอีบุ๊กลงขายในแอปพลิเคชันเขียวควบคู่กันไปด้วยใครว่าการเป็นนักเขียนแล้วจะไส้แห้ง บอกได้ตรงนี้เลยว่ามันแห้งมาก เพราะตัวเธอชมชอบการแต่งนิยายแนวดราม่าน้ำตาแตก บีบคั้นจิตใจนักอ่านไม่ว่าจะลงเรื่องไหนไปคนอ่านก็ตามจิกตามด่า แต่จะถามว่าเธอสนใจไหมก็ตอบได้คำเดียวว่า ไม่และในตอนนี้เธอก็กำลังนั่งอ่านคอมเมนต์ของนักอ่าน เพื่อว่าจะได้เช็กเรตติ้งในผลงานใหม่ของเธอในเรื่อง ‘รักโคตรเลว’ ที่เธอลงงานเขียนไปเมื่อคืน‘ไรท์ถ้าคุณมึงจะแต่งให้นางเอกเป็นเมียน้อย อย่าทำเลย’‘คนแต่งประสาทกลับป่ะเนี่ย บทตัวละครกลับกันเลย นางร้ายจิตใจดี นางเอกก็เล๊วเลว’‘นั่นพระเอกหรือควาย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 โลกใหม่
อ้อมแอ้มลืมตาตื่นขึ้นมาในรุ่งเช้าด้วยอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว และที่เจ็บมากที่สุดคือตรงส่วนท้ายทอย มันปวดหนึบราวกับว่าโดนของแข็งมากระทบอย่างแรง หญิงสาวกะพริบตาถี่ ๆ ค่อยปรับสายตาให้เข้ากับแสงที่ส่องออกมาตามรูของผนังบ้าน ที่ทำจากใบไม้และหญ้าหรือจะเรียกได้ว่าเป็นกระท่อมคงจะไม่เกินจริงเดี๋ยวนะผนังบ้านที่ทำจากใบไม้และหญ้าอย่างนั้นหรือ คราวนี้ร่างบางได้ตื่นเต็มตาเธอมองไปรอบ ๆ ทุกอย่างในนี้มุงจากหญ้าและใบไม้ ดีที่สุดก็คือเตียงที่เหมือนกับแคร่ไม้ไผ่ปูด้วยผ้าผืนบาง อ้อมแอ้มยกฝ่ามือขึ้นดูมือที่ดูเหมือนจะเล็กนิดเดียว กับเสื้อเก่า ๆ ถูกปะชุนจนแทบจะหาพื้นที่ดีไม่ได้เอาเสียเลยจะบ้าตายนี่มันที่ไหนกัน เธอควรจะอยู่ในโรงแรมที่เซี่ยงไฮ้ไม่ใช่หรือ แล้วตอนนี้ตัวเธอมาอยู่ที่ไหน การแต่งตัวก็ดูประหลาดอย่างไรชอบกล และร่างกายนี้ดูผอมมากเกินไปราวกับว่าไม่ใช่ตัวของเธอด้วยซ้ำ“โอ๊ย ปวดหัว” หญิงสาวยกมือขึ้นกุมขมับ ความปวดร้าวแล่นขึ้นสมอง ภาพทั้งหลายหลั่งไหลเข้ามาราวกับพายุ เริ่มตั้งแต่ภาพวัยเด็กเรื่อยไปจนถึงโตเป็นสาว แต่ภาพที่สะเทือนใจจนอ้อมแอ้มต้องร้องไห้ออกมา มันคือภาพของครอบครัวเจ้าของร่างถูกฆ่าตายในสงครามแ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 เริ่มต้นใช้ชีวิตในโลกใหม่
ลี่อินตื่นขึ้นมาในยามเหม่า(05.00-06.59 น.) เสียงอ้อแอ้ของเจ้าตัวเล็กที่นอนตาแป๋วอยู่ข้างกาย มือไม้โบกพัดไปมาราวกับจะบอกว่าท่านแม่ตื่นได้แล้ว“แอ้ แอ้”“ว่าอย่างไร เสี่ยวเหลียนของแม่” หญิงสาวหยอกเย้าบุตรสาว ก้มลงหอมฟัดแก้มนุ่มนั้นอย่างมันเขี้ยวส่วนเจ้ามนุษย์เหงือกน้อยหัวเราะชอบใจใหญ่ เพราะมีคนตื่นมาเล่นกับตนเสียที“แอ้” ใบหน้าน้อย ๆ เริ่มเบะปากจนกลายเป็นร้องจ้า ลี่อินจึงได้เปิดผ้าอ้อมออกดูปรากฏว่านางได้ฉี่จนเปียกไปทั้งช่วงล่าง“หืม ไม่สบายตัวล่ะสิ มาเดี๋ยวแม่เช็ดตัวให้ก่อนจะได้สบายตัวเนอะเจ้ามนุษย์เหงือกน้อย” ลี่อินพูดหยอกล้อบุตรสาว เจ้าเด็กอ้วนก็เอาแต่เบะปากร้องอ้อแอ้ประท้วงไม่หยุดก่อนจะออกไปล้างหน้าล้างตาและนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตัวให้เสี่ยวเหลียนตัวน้อย เพื่อให้นางได้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น พอเช็ดตัวเปลี่ยนผ้าอ้อมเสร็จแล้วเจ้าเด็กน้อยจึงได้อารมณ์ดีขึ้น และได้เคลิ้มหลับไปในที่สุดเมื่อเห็นว่าเสี่ยวเหลียนได้เคลิ้มหลับไปแล้ว หญิงสาวต้องมานั่งหนักใจพลางขบคิดไปว่า วันนี้จะหาอะไรให้เสี่ยวเหลียนน้อยกิน เด็กตัวเท่านี้นมแม่ก็มิได้ดื่มดั่งเช่นเด็กคนอื่นแต่พอมองใบหน้าที่หลับพริ้มอย่างมีความส
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 อยู่เพื่อกันและกัน [1]
“แมะ เอิ๊ก ๆ” ร่างอวบอ้วนของเสี่ยวเหลียนที่กำลังนั่งเล่นกองดินอยู่ใต้ร่มไม้ เมื่อมองสบตากับมารดานางจะยิ้มกว้างเห็นฟันสวย ๆ หนึ่งซี่ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับท่านแม่ด้านลี่อินยามใดได้มองหน้าเจ้าตัวน้อย ส่งยิ้มหน้าบานหัวเราะเสียงดัง เพียงเท่านี้นางก็หายเหนื่อยได้ในทันที พร้อมกับส่งยิ้มหวานตอบกลับบุตรสาวตัวน้อย“รอแม่อยู่ตรงนั้นก่อนนะเสี่ยวเหลียน แม่ปลูกมันเสร็จแล้วจะรีบไปหาหนูเลย” หญิงสาวพูดเสียงเล็กเสียงน้อย เจ้าตัวเล็กก็รู้เรื่องเสียจริงเพียงได้ยินเสียงมารดาบอก เสี่ยวเหลียนก็ตอบรับในทันที“จ๋า จ้ะ” ยิ้มหวานให้ท่านแม่หนึ่งที เสี่ยวเหลียนก็ก้มลงเล่นดินต่อ มิได้สนใจมารดาอีกเลยจากนั้นลี่อินจึงหันกลับมาปลูกหัวมันตามร่องดินที่ขุดไว้ต่อ แม้พื้นที่หลังกระท่อมน้อยที่นางใช้ปลูกจะไม่ใช่ที่ดินของตนเอง แต่ด้วยความสงสารชาวบ้านและหัวหน้าหมู่บ้านหงชุน ได้อนุญาตให้นางใช้สอยพื้นที่ว่างไปก่อนได้ จนกว่าที่ดินผืนนี้จะมีเจ้าของครอบครองลี่อินจึงได้เลือกปลูกหัวมันและต้นกล้วย เผื่อว่าในอนาคตนางจะได้เก็บผลผลิตนำมากินและขายได้ จะได้มีตำลึงเงินไว้เลี้ยงเสี่ยวเหลียนน้อยของนางด้วย เพราะรายนั้นยิ่งโตก็ยิ่งกินเก่งเห
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 อยู่เพื่อกันและกัน [2]
ลี่อินยังคิดว่าจะตัดเอาหน่อกล้วยนำมาปลูกไว้ จะได้ไม่ต้องเข้าไปเก็บในป่าให้เสียเวลา และไม่ต้องทิ้งเสี่ยวเหลียนให้อยู่คนเดียวอีกด้วย หากเก็บตำลึงเงินได้มากพอนางจะขอซื้อที่ดินผืนนี้ไว้เสียเองดังนั้นพื้นที่จากกระท่อมที่นางใช้อาศัยเลยไปจนเกือบจะถึงริมคลอง หญิงสาวก็จัดการปลูกมันหวานที่ขุดมาได้จากป่าเมื่อหลายวันก่อน นำมาปลูกไว้กินเสียเลยและนางจะปลูกกล้วย ผักหวาน ผักหนาม หอมและกระเทียมป่าที่นางบังเอิญไปเจอมา ปลูกไว้หากว่างอกงามจะได้เอาไปขายและเอาไว้กินเองเมื่อผลผลิตโตพอที่ลี่อินจะนำไปขายได้ นางก็จะได้มีตำลึงเงินมากขึ้น จากนั้นลี่อินกับเสี่ยวเหลียนก็จะสบายไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกต่อไป“มาแล้วเจ้าค่ะท่านป้าเจียง วันก่อนข้าเข้าป่าได้เห็ดเยื่อไผ่มาเยอะเลย แบ่งให้ท่านป้าเอาไปทำอาหารด้วยเจ้าค่ะ” ลี่อินยื่นกล้วยสองหวีและเห็ดที่ห่อด้วยใบกล้วยกำใหญ่ให้กับท่านป้าเจียง“ให้อะไรข้ามาเยอะแยะ เจ้าเก็บไว้ให้เสี่ยวเหลียนกินเถอะ ดูสิเนี่ยหลานสาวยายกำลังถึงวัยต้องกิน” ท่านป้าเจียงหยอกเย้าเจ้าเด็กน้อย ที่นับวันจะอ้วนจ้ำม่ำพุงยื่นจนน่าหยิก“จ๋าจ้ะ ยาย” แม้จะพูดประโยคยาว ๆ ยังไม่ได้ แต่เสี่ยวเหลียนก็ยังสามารถตอบ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 เข้าป่าหาเสบียง [1]
ลี่อินมองดูเสบียงที่นางมีก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะว่ามันเหลือน้อยเต็มทน ของที่นางปลูกไว้ก็ยังไม่สามารถนำมาทำอะไรได้ จึงจำเป็นจะต้องเข้าป่าหาเสบียงเก็บไว้ทำอาหาร ในระหว่างที่รอพืชผลที่ปลูกไว้โตพอเก็บกินได้เสียก่อนหญิงสาวได้พาเสี่ยวเหลียนน้อยไปฝากป้าเจียงไว้ก่อน เด็กน้อยรู้ว่ามารดาต้องทำงานก็ไม่ได้งอแงให้รำคาญใจ นางเพียงแค่เบะปากทำปากยื่นน้ำตาคลอหน่วย แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ออกมา ราวกับว่าเสี่ยวเหลียนพยายามจะไม่ทำให้ท่านแม่ไม่สบายใจ เสี่ยวเหลียนจะเป็นเด็กดีรอท่านแม่กลับมารับกลับบ้าน“ท่านป้าเจียงข้าฝากเสี่ยวเหลียนก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะรีบไปรีบกลับไม่รบกวนท่านนาน” ลี่อินบอกกับท่านป้าเจียงด้วยความเกรงใจ แม้ไม่อยากจะเป็นภาระใครแต่เรื่องปากท้องก็สำคัญเช่นกัน“เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก เสี่ยวเหลียนก็เหมือนหลานข้า นางเลี้ยงง่ายจะตายเจ้าไปเถอะ เข้าป่าคนเดียวดูแลตัวเองให้ดี” ป้าเจียงรับเจ้าเด็กน้อยมาอุ้มไว้ ก่อนที่แม่ของเจ้าเด็กอ้วนในอ้อมแขนจะเข้าป่า ป้าเจียงจึงได้เตือนให้ระมัดระวังตัว เป็นเพียงสตรีร่างเล็กเข้าป่าคนเดียวอันตรายมีรอบด้าน“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านป้า ข้าจะระวังตัวให้ดี” หญิงสาวกล่าวขอบคุณท่านป้าเจียงอย่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 เข้าป่าหาเสบียง [2]
เสียงที่ดังออกมาไม่ไกลจากที่ลี่อินยืนอยู่เท่าไหร่ นางจึงได้เดินตามเสียงว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะเจอกับชายผู้หนึ่งกำลังถือไม้อยู่ในมือ จากนั้นก็ฟาดไปมาใส่เจ้าสิ่งนั้นไม่หยุดเมื่อลี่อินเพ่งสายตามมองให้ดีแล้ว หญิงสาวเจอกับงูตัวยาวเฟื้อยกำลังชูคอเตรียมเข้าหาชายตรงหน้า แล้วทำไมเขาถึงไม่รีบออกไปจากตรงนั้น จะยืนอยู่ให้มันฉกทำไม“โอ๊ย!” ชายผู้นั้นร้องลั่น พร้อมกับทิ้งไม้ที่อยู่ในมือจับกุมตรงขาที่ถูกงูฉกแต่เหมือนว่าเจ้างูตัวนั้นไม่ยอมจากไปง่าย ๆ จะเข้าไปฉกซ้ำอีกรอบให้ได้ หญิงสาวเห็นท่าไม่ดีจึงได้มองหาไม้ที่อยู่ใกล้มือ ฟาดเข้าใส่งูเต็มแรงจนมันลงไปนอนดิ้นบนพื้น ลี่อินจึงฟาดไม้ซ้ำอีกหลายทีจนแน่ใจแล้วว่ามันตายในที่สุด“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านถูกกัดนี่” หญิงสาวรีบเข้าไปช่วยอย่างไม่ลังเล เพราะนางไม่รู้ว่าเจ้างูตัวนั้นเป็นงูชนิดใดและมีพิษหรือไม่นางใช้มีดกรีดชายกระโปรงของตน นำมามัดเหนือบาดแผลที่ถูกฉกไว้ให้แน่น ก่อนจะมองรอบ ๆ เพื่อหาบางอย่าง“นั่นไงเจอแล้ว” เมื่อเจอเป้าหมาย ร่างบางจึงได้รีบวิ่งไปหาสิ่งนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วรีบขุดเอารากของรางจืดขึ้นมา นำเอาแต่ส่วนรากมาล้างน้ำให้สะอาด แต่ต้องบดให้ละเอียด
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 กลับคืนสู่เจ้าของ [1]
“ท่านหมอขอรับ ช่วยคุณชายข้าด้วยขอรับ” บ่าวทั้งสองเมื่อพาเจ้านายของตนเองมาถึงยังโรงหมอ พวกเขารีบแบกเจ้านายหนุ่มเข้าไปด้านในทันที พร้อมกับร้องเรียกหมอเสียงดังอย่างร้อนรนท่านหมอชราเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียก จึงได้รีบร้อนออกมาดู“รีบ ๆ พาเข้ามาด้านในเลย นั่นเป็นอะไรมาหรือ” ท่านหมอสอบถามสาเหตุเบื้องต้น พร้อมกับรีบเดินไปเปิดประตูห้องพักผู้ป่วย“ถูกงูกัดมาขอรับ ช่วยคุณชายข้าด้วยเถอะท่านหมอ” บ่าวชายร่างใหญ่โตผู้แบกเจ้านายหนุ่มเข้ามา พูดด้วยอาการเหนื่อยหอบ ภายในใจก็ยังเป็นกังวลอยู่ว่าผู้เป็นนายจะเป็นอะไรมากหรือไม่“โอ้ พาคุณชายไปที่เตียงคนไข้ก่อน แล้วรู้หรือไม่ว่าเป็นงูชนิดใด” ท่านหมอรีบเตรียมอุปกรณ์การรักษาออกมาในทันที เมื่อทราบแล้วว่าคนไข้เป็นอะไรมา“นี่ขอรับท่านหมอ” บ่าวชายอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกัน รีบนำงูชะตาขาดตัวนั้นออกมาให้ท่านหมอดูหลังจากนั้นท่านหมอได้ตรวจชีพจร และเปิดเปลือกตาของผู้ป่วยดูอาการ ดูเหมือนว่าจะยังโชคดีอยู่มาก เมื่อตรวจอาการอย่างละเอียดแล้วพิษงูได้เจือจางไปมาก และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ดีมากเช่นกัน เขาเป็นหมอต้องชื่นชมในการรักษาเบื้องต้น ทั้งยังรอบคอบโดยการนำงูร้ายตัวนั้นมา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 กลับคืนสู่เจ้าของ [2]
ด้านลี่อินที่เดินออกมาพ้นจากแนวป่าแล้ว หญิงสาวได้นำของที่หาได้ไปเก็บที่กระท่อมหลังน้อยก่อน ล้างเนื้อล้างตัวให้เรียบร้อยก่อนจะไปรับบุตรสาวกลับบ้าน ป่านนี้เจ้าลูกหมีน้อยของนางคงจะงอแงร้องหาตนแล้ว“เสี่ยวเหลียนแม่มาแล้ว” ลี่อินร้องเรียกเจ้าตัวน้อยมาแต่ไกล เมื่อเห็นว่าท่านป้าเจียงพานางออกมานั่งรออยู่ใต้ร่มไม้หน้าบ้าน คงจะออกมารอนางกระมังนั่งชะเง้อคอมองซะขนาดนั้น“ยาย แม่” มือน้อย ๆ ชี้มาทางมารดา เพื่อบอกให้ท่านยายเจียงรู้ว่าท่านแม่มาแล้ว ทั้งยังยิ้มจนเห็นฟันสองซี่ที่เพิ่งจะขึ้นอีกด้วย“พอเจอหน้าแม่ลืมยายอย่างข้าเลยนะเสี่ยวเหลียน” ป้าเจียงเอ่ยหยอกเย้าเด็กน้อย พอเสี่ยวเหลียนได้อยู่ในอ้อมกอดมารดา ทั้งอ้อนทั้งหอมไม่สนใจนางอีกเลย“ขอบคุณท่านป้ามากนะเจ้าคะ ที่ช่วยดูแลเสี่ยวเหลียนให้ข้า” ลี่อินโค้งตัวเล็กน้อย ขอบคุณที่ป้าเจียงช่วยดูแลบุตรสาวให้ระหว่างที่นางเข้าป่า“ไม่เป็นไร เสี่ยวเหลียนก็เหมือนหลานข้าคนหนึ่ง” อยู่กับเสี่ยวเหลียนนางไม่เหงาเลยสนุกเสียด้วยซ้ำ“ขอบคุณเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะท่านป้า” เมื่อเห็นว่ารบกวนท่านป้าเจียงมานานแล้ว หญิงสาวจึงได้ขอตัวลาท่านป้าเจียงจะได้พักผ่อนเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 ช่วยเหลือ [1]
ตั้งแต่วันที่ลี่อินได้ช่วยชายแปลกหน้าเอาไว้ ตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว หญิงสาวอดเป็นห่วงไม่ได้หวังว่าชายผู้นั้นจะถึงโรงหมอได้ทันการ และยังมีช่วยชีวิตอยู่ไม่ตายไปเสียก่อนส่วนเสี่ยวเหลียนน้อยอายุนางหนึ่งหนาวกับอีกสามเดือนแล้ว ลี่อินไม่รู้ว่าเจ้าลูกหมีน้อยเกิดวันเดือนอะไร นางจึงถือว่าวันที่ได้พบหน้ากันครั้งแรกเป็นวันเกิดของเสี่ยวเหลียนแทนค่ำคืนนี้สองแม่ลูกจึงได้ฉลองวันเกิดกันสองคน ลี่อินทำซาลาเปาเป็นรูปหมูสีชมพูลูกขาวอวบ วางเรียงกันสี่ลูกแทนเค้กปักด้วยเทียนอันเล็กหนึ่งเล่ม ก็เป็นอันเสร็จพร้อมร้องเพลงวันเกิดแล้วเป่าเทียนได้“เสี่ยวเหลียนอย่าเพิ่งกินลูก ร้องเพลงวันเกิดแล้วเป่าเทียนก่อน” หญิงสาวรีบคว้ามือเล็ก ๆ นั้นไว้เกือบไม่ทัน แรงม้าที่ว่าวิ่งเร็วแล้วยังเร็วไม่เท่ากับมือเจ้าลูกหมีของนางเลย ยิ่งช่วงวัยกำลังอยากรู้อยากเห็น เผลอเป็นไม่ได้ต้องคว้าของเอาเข้าปากตลอด“หม่ำๆ” เหนือสิ่งอื่นใดคือซาลาเปาลูกโตช่างน่ากินนัก นางนั่งมองจนน้ำลายสอหมดแล้ว ท่านแม่ก็ยังมิยอมให้ตนได้หม่ำสักที“เรามาร้องเพลงวันเกิดก่อน เสี่ยวเหลียนช่วยแม่ปรบมือด้วยนะ” ลี่อินบอกแก่เจ้าตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตัก ที่เอาแต่จะคว
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status