ข้าทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ลูกติด

ข้าทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ลูกติด

last updateLast Updated : 2025-03-24
By:  Tuk KungCompleted
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
3 ratings. 3 reviews
102Chapters
14.1Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

อ้อมแอ้มนักเขียนสาวโสดดวงดีถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ เธอจึงให้รางวัลตัวเองบินลัดฟ้าไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์สานฝันวัยเด็ก ใช้จ่ายสนุกสุดเหวี่ยงให้สมกับเป็นนักเขียนไส้แห้งมานานนับปี แต่แล้วเมื่อชีวิตถึงฆาตดันมาลื่นเปลือกกล้วยล้ม จนหัวฟาดขอบถังขยะตายดับอนาถ ตื่นมาอีกทีกลายเป็นว่าตัวเองนอนอยู่ในกระท่อมผุพังท้ายหมู่บ้านในยุคจีนโบราณ ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ เธอดันเข้ามาอยู่ในร่างของคุณแม่ลูกติดนี่สิ โลกเก่าเป็นนักเขียนไส้แห้งไม่พอ สวรรค์ส่งมาเป็นคนแม่ลูกติดไส้แห้งอีก มาตามลุ้นกันว่านักเขียนไส้แห้งจะสู้ชีวิตอย่างไร เมื่อถูกชีวิตสู้กลับ

View More

Chapter 1

บทที่ 1 นักเขียนไส้แห้ง

夏山家の家訓には、貧しい家の娘を跡継ぎの妻に迎えてはならないという掟があった。

だが、社交界で名を馳せる夏山家の御曹司、夏山清輔(なつやま せいすけ)は、あろうことか魚屋の娘である伏見絵麻(ふしみ えま)と恋に落ちてしまう。

彼女と一緒になるため、清輔は跡継ぎの座も家も捨てた。勘当を言い渡され、父に何度殴られても決意を曲げず、本家の仏間で3日3晩、正座を続けた。白いシャツを血で染めながらも、彼は笑ってこう言った。

「絵麻、怖がるな。俺には君だけがいればいい」

やがて夏山家もついに折れ、ふたりが家を離れて暮らすことを許した。ただし、家のために跡継ぎをひとりだけ残すという条件付きだった。

それから、清輔が絵麻に最も多く口にした言葉は……

「もう少し待ってくれ」

彼は彼女を待たせた。自分が別の女を孕ませる、その日まで。

……

1度目、彼は絵麻に「待ってくれ」と言った。自分が別の女を孕ませるまで、と。

そうして彼は草間知夏(くさま ちなつ)と何度も肌を重ね、彼女が子を宿すまで待ち続けた。

2度目、彼はまた絵麻に待てと言った。生まれたのが娘であり、夏山家には男の跡継ぎが必要だから、と。

そうして彼は再び知夏と数えきれないほど肌を重ね、彼女がまた身ごもるまで待ち続けた。

ようやく報われる。絵麻がそう思い始めた矢先のことだった。清輔と知夏の娘が百日祝いを終えた直後、突然高熱を出して血を吐いたのだ。誰もが、それを絵麻の仕業だと決めつけた。

知夏は狂乱して飛びかかり、爪で絵麻の顔を引っ掻きながら、身も世もなく泣き叫んだ。「恨むなら私を恨めばいいじゃない!どうしてあの子にまで手をかけるのよ!?」

清輔の両親は激怒した。

「これがうちの初孫だぞ、よくもそんな真似ができたな!」

絵麻が服を剥ぎ取られ、マイナス20度の冷凍倉庫へ放り込まれたとき、清輔は扉の外に立っていた。

霜の降りたガラス越しに、彼女はタバコに火を点ける彼の手が震えているのを見た。だが、かつて愛情に満ちていたはずのその瞳には、今はもう、骨まで凍らせるような冷たさしか残っていなかった。

「もう少し待てと言ったはずだ」彼はタバコをもみ消し、失望の色を隠さずに言った。「なんで俺の子供に手を出した」

――なるほど。「俺の」子供、か。

絵麻は痛みに体を折った。心臓を生きたまま抉り取られるような痛みだった。

ふと、脳裏によみがえる記憶があった。

雨の中で跪き、彼はこう誓った。「絵麻、この先の人生、俺には君だけでいい」

彼女の額に己の額を重ね、彼はこう言った。「絵麻、俺が我が子と呼べるのは、君の腹から生まれた子だけだ」

情事の余韻の中、彼女の指先に口づけながら、彼はこう約束した。「絵麻、もう少し待ってくれ。もうすぐ、俺たちふたりだけになれるから」

それなのに今、彼は知夏の傍らに立ち、腕にはふたりの子を抱き、彼女に向ける眼差しはまるで悪意ある赤の他人を見るようだった。

冷凍倉庫の扉が再び開いたとき、絵麻の凍りついた指は、なおも固く掌に爪を食い込ませていた。

今度はもう、待たない。

絵麻は夏山家の本邸へと電話をかけた。

「清輔とは別れます」その声は、恐ろしいほど平静だった。「ただし、ひとつだけ条件があります。彼が絶対に見つけられない場所へ、私を送ってください」

電話の向こうから、夏山也哉子(なつやま ややこ)の満足げな笑い声が漏れた。

「ふふふ。最初からそう素直だったらよかったのよ。冷凍倉庫に一度入れられただけで、ずいぶん賢くなったこと。魚屋の娘風情が、うちの敷居をまたごうなんて」

「半月後には、こちらですべて手配しておく」夏山繁晴(なつやま しげはる)の声には、隠しきれない侮蔑が滲んでいた。「その後は、二度と清輔の前に姿を見せるな」

通話が切れた後も、絵麻は屋敷の玄関先に立ち尽くしたまま、指先を震わせていた。

リビングでは清輔が娘をあやし、知夏がその肩にもたれて優しく微笑んでいる。それは、どこから見ても仲睦まじい親子3人の光景だった。

絵麻はその場に立ち尽くしたまま、胸の奥を鋭い刃で抉られるような痛みを覚えた。

「あっ、絵麻さん、お帰りなさい」先に気づいた知夏が、慌てて背筋を伸ばした。

清輔は反射的に娘を家政婦へ預け、「二階へ連れていってくれ」と命じた。

その警戒するような眼差しが、刃物のように絵麻の胸へ突き刺さる。

彼は、彼女が我が子を傷つけると恐れているのだ。

かつて「我が子と呼べるのは君の腹から生まれた子だけだ」と言った男が、今は彼女を殺人犯でも見るように警戒していた。

娘が2階へ連れて行かれるのを見届けてから、清輔はようやく絵麻に歩み寄り、彼女の無事を確かめようと手を伸ばした。「戻ったか。倉庫で……怪我はなかったか?」

絵麻は、かつて自分をかばい、父に何度殴られても耐え抜いた男を見つめた。胸の奥が激しく痛み、思わず顔を背けて、差し伸べられた手を避けた。

彼は眉をひそめ、弁解するように口を開いた。

「絵麻、昨夜のあの状況では、俺が君をかばえばかばうほど、罰が重くなるだけだったんだ。

もうすぐふたりでここを出るだろ?今、余計な波風は立てたくない。それに、あの子に罪はないだろう。何もそこまで……」

「私じゃないって言ってるでしょう!」絵麻は突然、目を真っ赤にした。

清輔は彼女の激しい反応に驚いたように一瞬固まり、それから語調を和らげた。「わかった、わかったから。もういいだろう」

もういい。

その一言が、氷の錐となって胸を貫いた。

彼はまだ、自分を信じていない。

張り詰めた空気の中、知夏がふくらみかけた腹を撫でながら歩み寄り、殊勝な顔つきで言った。「絵麻さん、私からも謝らせて。あのときは、私も気が動転していたの。子供を産んだことのない絵麻さんには、母親の気持ちなんて分からないでしょうけれど……」

そう言って、彼女は髪をかき上げるように手を上げた。その手首にはめられたブレスレットが、照明の下で光を放った。

絵麻は瞳を震わせ、思わずその手首を掴んだ。「そのブレスレット、どこで手に入れたの」

「知夏が気に入ったようだったから、俺が譲ったんだ」清輔が彼女の手を振り払った。「君からの詫びの品だと思えばいい」

「これは母の形見よ!」絵麻の声が震えた。「なんで勝手に人にあげたりできるの?私にとってどれだけ大切なものか、知らないわけじゃないでしょう!」

彼女がそれを取り返そうと手を伸ばした瞬間、知夏がよろめきながら後ろに倒れ、腹を押さえて悲鳴を上げた。

「あっ……お腹が……」

「絵麻!」清輔は真っ先に彼女を突き飛ばし、ぞっとするほど冷たい目で言い放った。「彼女のお腹には俺の子供がいるんだぞ、いい加減にしろ!」

その力があまりに強く、絵麻はテーブルの角に叩きつけられ、後頭部を激しく打った。みるみるうちに鮮血が溢れ出した。

だが清輔は振り返りもせず、知夏を抱き上げて外へと駆け出していった。

「清輔さん……」知夏は彼の腕の中で、弱々しく泣いた。「子供、大丈夫かな……」

「大丈夫だ、俺がついてる」その声は、耳を疑うほど優しかった。「君も、子供も、何も心配いらない」

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
สนุกอ่านได้เนื่อยๆไม่น่าเบื่อ น่าติดตาม
2025-10-04 06:07:11
0
0
Supannee Kangwalsup
Supannee Kangwalsup
สนุกดีอยากอ่านถึงตอนพระเอกจีบนางเอก
2025-07-10 03:19:17
1
0
jjomjaij
jjomjaij
สนุกมาก เพิ่งเริ่มอ่าน เนื้อเรื่องไม่ยืดเยื้อ เร็วกระชับ พระเอกก็รุกเร็วจริงตามเนื้อเรื่อง ......... นางเอกก็ตามน้ำ มาชาติที่2แล้วก็รับรักเร็ว
2025-05-08 18:20:39
4
0
102 Chapters
บทที่ 1 นักเขียนไส้แห้ง
อ้อมแอ้มสาวโสดวัยยี่สิบหกปีใช้ชีวิตเพียงลำพังคนเดียว ตั้งแต่หญิงสาวจบมัธยมศึกษาปีที่หก จากนั้นจึงได้ออกจากบ้านเด็กกำพร้าที่เธออาศัยมาตลอดตั้งแต่จำความได้เมื่อออกมาใช้ชีวิตคนเดียวหญิงสาวหางานทำและส่งตัวเองเรียนไปด้วย แต่ด้วยพิษเศรษฐกิจทำให้อ้อมแอ้มต้องตกงาน จนวันหนึ่งเธอลองแต่งนิยายลงในแอปพลิเคชันสีฟ้าและมันก็ได้สร้างรายได้ให้กับเธอด้วยเห็นว่าสามารถทำเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ อ้อมแอ้มจึงยึดการแต่งนิยายลงแอปพลิเคชันฟ้าและแอปพลิเคชันส้ม อีกทั้งยังทำอีบุ๊กลงขายในแอปพลิเคชันเขียวควบคู่กันไปด้วยใครว่าการเป็นนักเขียนแล้วจะไส้แห้ง บอกได้ตรงนี้เลยว่ามันแห้งมาก เพราะตัวเธอชมชอบการแต่งนิยายแนวดราม่าน้ำตาแตก บีบคั้นจิตใจนักอ่านไม่ว่าจะลงเรื่องไหนไปคนอ่านก็ตามจิกตามด่า แต่จะถามว่าเธอสนใจไหมก็ตอบได้คำเดียวว่า ไม่และในตอนนี้เธอก็กำลังนั่งอ่านคอมเมนต์ของนักอ่าน เพื่อว่าจะได้เช็กเรตติ้งในผลงานใหม่ของเธอในเรื่อง ‘รักโคตรเลว’ ที่เธอลงงานเขียนไปเมื่อคืน‘ไรท์ถ้าคุณมึงจะแต่งให้นางเอกเป็นเมียน้อย อย่าทำเลย’‘คนแต่งประสาทกลับป่ะเนี่ย บทตัวละครกลับกันเลย นางร้ายจิตใจดี นางเอกก็เล๊วเลว’‘นั่นพระเอกหรือควาย
Read more
บทที่ 2 โลกใหม่
อ้อมแอ้มลืมตาตื่นขึ้นมาในรุ่งเช้าด้วยอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว และที่เจ็บมากที่สุดคือตรงส่วนท้ายทอย มันปวดหนึบราวกับว่าโดนของแข็งมากระทบอย่างแรง หญิงสาวกะพริบตาถี่ ๆ ค่อยปรับสายตาให้เข้ากับแสงที่ส่องออกมาตามรูของผนังบ้าน ที่ทำจากใบไม้และหญ้าหรือจะเรียกได้ว่าเป็นกระท่อมคงจะไม่เกินจริงเดี๋ยวนะผนังบ้านที่ทำจากใบไม้และหญ้าอย่างนั้นหรือ คราวนี้ร่างบางได้ตื่นเต็มตาเธอมองไปรอบ ๆ ทุกอย่างในนี้มุงจากหญ้าและใบไม้ ดีที่สุดก็คือเตียงที่เหมือนกับแคร่ไม้ไผ่ปูด้วยผ้าผืนบาง อ้อมแอ้มยกฝ่ามือขึ้นดูมือที่ดูเหมือนจะเล็กนิดเดียว กับเสื้อเก่า ๆ ถูกปะชุนจนแทบจะหาพื้นที่ดีไม่ได้เอาเสียเลยจะบ้าตายนี่มันที่ไหนกัน เธอควรจะอยู่ในโรงแรมที่เซี่ยงไฮ้ไม่ใช่หรือ แล้วตอนนี้ตัวเธอมาอยู่ที่ไหน การแต่งตัวก็ดูประหลาดอย่างไรชอบกล และร่างกายนี้ดูผอมมากเกินไปราวกับว่าไม่ใช่ตัวของเธอด้วยซ้ำ“โอ๊ย ปวดหัว” หญิงสาวยกมือขึ้นกุมขมับ ความปวดร้าวแล่นขึ้นสมอง ภาพทั้งหลายหลั่งไหลเข้ามาราวกับพายุ เริ่มตั้งแต่ภาพวัยเด็กเรื่อยไปจนถึงโตเป็นสาว แต่ภาพที่สะเทือนใจจนอ้อมแอ้มต้องร้องไห้ออกมา มันคือภาพของครอบครัวเจ้าของร่างถูกฆ่าตายในสงครามแ
Read more
บทที่ 3 เริ่มต้นใช้ชีวิตในโลกใหม่
ลี่อินตื่นขึ้นมาในยามเหม่า(05.00-06.59 น.) เสียงอ้อแอ้ของเจ้าตัวเล็กที่นอนตาแป๋วอยู่ข้างกาย มือไม้โบกพัดไปมาราวกับจะบอกว่าท่านแม่ตื่นได้แล้ว“แอ้ แอ้”“ว่าอย่างไร เสี่ยวเหลียนของแม่” หญิงสาวหยอกเย้าบุตรสาว ก้มลงหอมฟัดแก้มนุ่มนั้นอย่างมันเขี้ยวส่วนเจ้ามนุษย์เหงือกน้อยหัวเราะชอบใจใหญ่ เพราะมีคนตื่นมาเล่นกับตนเสียที“แอ้” ใบหน้าน้อย ๆ เริ่มเบะปากจนกลายเป็นร้องจ้า ลี่อินจึงได้เปิดผ้าอ้อมออกดูปรากฏว่านางได้ฉี่จนเปียกไปทั้งช่วงล่าง“หืม ไม่สบายตัวล่ะสิ มาเดี๋ยวแม่เช็ดตัวให้ก่อนจะได้สบายตัวเนอะเจ้ามนุษย์เหงือกน้อย” ลี่อินพูดหยอกล้อบุตรสาว เจ้าเด็กอ้วนก็เอาแต่เบะปากร้องอ้อแอ้ประท้วงไม่หยุดก่อนจะออกไปล้างหน้าล้างตาและนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตัวให้เสี่ยวเหลียนตัวน้อย เพื่อให้นางได้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น พอเช็ดตัวเปลี่ยนผ้าอ้อมเสร็จแล้วเจ้าเด็กน้อยจึงได้อารมณ์ดีขึ้น และได้เคลิ้มหลับไปในที่สุดเมื่อเห็นว่าเสี่ยวเหลียนได้เคลิ้มหลับไปแล้ว หญิงสาวต้องมานั่งหนักใจพลางขบคิดไปว่า วันนี้จะหาอะไรให้เสี่ยวเหลียนน้อยกิน เด็กตัวเท่านี้นมแม่ก็มิได้ดื่มดั่งเช่นเด็กคนอื่นแต่พอมองใบหน้าที่หลับพริ้มอย่างมีความส
Read more
บทที่ 4 อยู่เพื่อกันและกัน [1]
“แมะ เอิ๊ก ๆ” ร่างอวบอ้วนของเสี่ยวเหลียนที่กำลังนั่งเล่นกองดินอยู่ใต้ร่มไม้ เมื่อมองสบตากับมารดานางจะยิ้มกว้างเห็นฟันสวย ๆ หนึ่งซี่ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับท่านแม่ด้านลี่อินยามใดได้มองหน้าเจ้าตัวน้อย ส่งยิ้มหน้าบานหัวเราะเสียงดัง เพียงเท่านี้นางก็หายเหนื่อยได้ในทันที พร้อมกับส่งยิ้มหวานตอบกลับบุตรสาวตัวน้อย“รอแม่อยู่ตรงนั้นก่อนนะเสี่ยวเหลียน แม่ปลูกมันเสร็จแล้วจะรีบไปหาหนูเลย” หญิงสาวพูดเสียงเล็กเสียงน้อย เจ้าตัวเล็กก็รู้เรื่องเสียจริงเพียงได้ยินเสียงมารดาบอก เสี่ยวเหลียนก็ตอบรับในทันที“จ๋า จ้ะ” ยิ้มหวานให้ท่านแม่หนึ่งที เสี่ยวเหลียนก็ก้มลงเล่นดินต่อ มิได้สนใจมารดาอีกเลยจากนั้นลี่อินจึงหันกลับมาปลูกหัวมันตามร่องดินที่ขุดไว้ต่อ แม้พื้นที่หลังกระท่อมน้อยที่นางใช้ปลูกจะไม่ใช่ที่ดินของตนเอง แต่ด้วยความสงสารชาวบ้านและหัวหน้าหมู่บ้านหงชุน ได้อนุญาตให้นางใช้สอยพื้นที่ว่างไปก่อนได้ จนกว่าที่ดินผืนนี้จะมีเจ้าของครอบครองลี่อินจึงได้เลือกปลูกหัวมันและต้นกล้วย เผื่อว่าในอนาคตนางจะได้เก็บผลผลิตนำมากินและขายได้ จะได้มีตำลึงเงินไว้เลี้ยงเสี่ยวเหลียนน้อยของนางด้วย เพราะรายนั้นยิ่งโตก็ยิ่งกินเก่งเห
Read more
บทที่ 5 อยู่เพื่อกันและกัน [2]
ลี่อินยังคิดว่าจะตัดเอาหน่อกล้วยนำมาปลูกไว้ จะได้ไม่ต้องเข้าไปเก็บในป่าให้เสียเวลา และไม่ต้องทิ้งเสี่ยวเหลียนให้อยู่คนเดียวอีกด้วย หากเก็บตำลึงเงินได้มากพอนางจะขอซื้อที่ดินผืนนี้ไว้เสียเองดังนั้นพื้นที่จากกระท่อมที่นางใช้อาศัยเลยไปจนเกือบจะถึงริมคลอง หญิงสาวก็จัดการปลูกมันหวานที่ขุดมาได้จากป่าเมื่อหลายวันก่อน นำมาปลูกไว้กินเสียเลยและนางจะปลูกกล้วย ผักหวาน ผักหนาม หอมและกระเทียมป่าที่นางบังเอิญไปเจอมา ปลูกไว้หากว่างอกงามจะได้เอาไปขายและเอาไว้กินเองเมื่อผลผลิตโตพอที่ลี่อินจะนำไปขายได้ นางก็จะได้มีตำลึงเงินมากขึ้น จากนั้นลี่อินกับเสี่ยวเหลียนก็จะสบายไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกต่อไป“มาแล้วเจ้าค่ะท่านป้าเจียง วันก่อนข้าเข้าป่าได้เห็ดเยื่อไผ่มาเยอะเลย แบ่งให้ท่านป้าเอาไปทำอาหารด้วยเจ้าค่ะ” ลี่อินยื่นกล้วยสองหวีและเห็ดที่ห่อด้วยใบกล้วยกำใหญ่ให้กับท่านป้าเจียง“ให้อะไรข้ามาเยอะแยะ เจ้าเก็บไว้ให้เสี่ยวเหลียนกินเถอะ ดูสิเนี่ยหลานสาวยายกำลังถึงวัยต้องกิน” ท่านป้าเจียงหยอกเย้าเจ้าเด็กน้อย ที่นับวันจะอ้วนจ้ำม่ำพุงยื่นจนน่าหยิก“จ๋าจ้ะ ยาย” แม้จะพูดประโยคยาว ๆ ยังไม่ได้ แต่เสี่ยวเหลียนก็ยังสามารถตอบ
Read more
บทที่ 6 เข้าป่าหาเสบียง [1]
ลี่อินมองดูเสบียงที่นางมีก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะว่ามันเหลือน้อยเต็มทน ของที่นางปลูกไว้ก็ยังไม่สามารถนำมาทำอะไรได้ จึงจำเป็นจะต้องเข้าป่าหาเสบียงเก็บไว้ทำอาหาร ในระหว่างที่รอพืชผลที่ปลูกไว้โตพอเก็บกินได้เสียก่อนหญิงสาวได้พาเสี่ยวเหลียนน้อยไปฝากป้าเจียงไว้ก่อน เด็กน้อยรู้ว่ามารดาต้องทำงานก็ไม่ได้งอแงให้รำคาญใจ นางเพียงแค่เบะปากทำปากยื่นน้ำตาคลอหน่วย แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ออกมา ราวกับว่าเสี่ยวเหลียนพยายามจะไม่ทำให้ท่านแม่ไม่สบายใจ เสี่ยวเหลียนจะเป็นเด็กดีรอท่านแม่กลับมารับกลับบ้าน“ท่านป้าเจียงข้าฝากเสี่ยวเหลียนก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะรีบไปรีบกลับไม่รบกวนท่านนาน” ลี่อินบอกกับท่านป้าเจียงด้วยความเกรงใจ แม้ไม่อยากจะเป็นภาระใครแต่เรื่องปากท้องก็สำคัญเช่นกัน“เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก เสี่ยวเหลียนก็เหมือนหลานข้า นางเลี้ยงง่ายจะตายเจ้าไปเถอะ เข้าป่าคนเดียวดูแลตัวเองให้ดี” ป้าเจียงรับเจ้าเด็กน้อยมาอุ้มไว้ ก่อนที่แม่ของเจ้าเด็กอ้วนในอ้อมแขนจะเข้าป่า ป้าเจียงจึงได้เตือนให้ระมัดระวังตัว เป็นเพียงสตรีร่างเล็กเข้าป่าคนเดียวอันตรายมีรอบด้าน“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านป้า ข้าจะระวังตัวให้ดี” หญิงสาวกล่าวขอบคุณท่านป้าเจียงอย่
Read more
บทที่ 7 เข้าป่าหาเสบียง [2]
เสียงที่ดังออกมาไม่ไกลจากที่ลี่อินยืนอยู่เท่าไหร่ นางจึงได้เดินตามเสียงว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะเจอกับชายผู้หนึ่งกำลังถือไม้อยู่ในมือ จากนั้นก็ฟาดไปมาใส่เจ้าสิ่งนั้นไม่หยุดเมื่อลี่อินเพ่งสายตามมองให้ดีแล้ว หญิงสาวเจอกับงูตัวยาวเฟื้อยกำลังชูคอเตรียมเข้าหาชายตรงหน้า แล้วทำไมเขาถึงไม่รีบออกไปจากตรงนั้น จะยืนอยู่ให้มันฉกทำไม“โอ๊ย!” ชายผู้นั้นร้องลั่น พร้อมกับทิ้งไม้ที่อยู่ในมือจับกุมตรงขาที่ถูกงูฉกแต่เหมือนว่าเจ้างูตัวนั้นไม่ยอมจากไปง่าย ๆ จะเข้าไปฉกซ้ำอีกรอบให้ได้ หญิงสาวเห็นท่าไม่ดีจึงได้มองหาไม้ที่อยู่ใกล้มือ ฟาดเข้าใส่งูเต็มแรงจนมันลงไปนอนดิ้นบนพื้น ลี่อินจึงฟาดไม้ซ้ำอีกหลายทีจนแน่ใจแล้วว่ามันตายในที่สุด“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านถูกกัดนี่” หญิงสาวรีบเข้าไปช่วยอย่างไม่ลังเล เพราะนางไม่รู้ว่าเจ้างูตัวนั้นเป็นงูชนิดใดและมีพิษหรือไม่นางใช้มีดกรีดชายกระโปรงของตน นำมามัดเหนือบาดแผลที่ถูกฉกไว้ให้แน่น ก่อนจะมองรอบ ๆ เพื่อหาบางอย่าง“นั่นไงเจอแล้ว” เมื่อเจอเป้าหมาย ร่างบางจึงได้รีบวิ่งไปหาสิ่งนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วรีบขุดเอารากของรางจืดขึ้นมา นำเอาแต่ส่วนรากมาล้างน้ำให้สะอาด แต่ต้องบดให้ละเอียด
Read more
บทที่ 8 กลับคืนสู่เจ้าของ [1]
“ท่านหมอขอรับ ช่วยคุณชายข้าด้วยขอรับ” บ่าวทั้งสองเมื่อพาเจ้านายของตนเองมาถึงยังโรงหมอ พวกเขารีบแบกเจ้านายหนุ่มเข้าไปด้านในทันที พร้อมกับร้องเรียกหมอเสียงดังอย่างร้อนรนท่านหมอชราเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียก จึงได้รีบร้อนออกมาดู“รีบ ๆ พาเข้ามาด้านในเลย นั่นเป็นอะไรมาหรือ” ท่านหมอสอบถามสาเหตุเบื้องต้น พร้อมกับรีบเดินไปเปิดประตูห้องพักผู้ป่วย“ถูกงูกัดมาขอรับ ช่วยคุณชายข้าด้วยเถอะท่านหมอ” บ่าวชายร่างใหญ่โตผู้แบกเจ้านายหนุ่มเข้ามา พูดด้วยอาการเหนื่อยหอบ ภายในใจก็ยังเป็นกังวลอยู่ว่าผู้เป็นนายจะเป็นอะไรมากหรือไม่“โอ้ พาคุณชายไปที่เตียงคนไข้ก่อน แล้วรู้หรือไม่ว่าเป็นงูชนิดใด” ท่านหมอรีบเตรียมอุปกรณ์การรักษาออกมาในทันที เมื่อทราบแล้วว่าคนไข้เป็นอะไรมา“นี่ขอรับท่านหมอ” บ่าวชายอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกัน รีบนำงูชะตาขาดตัวนั้นออกมาให้ท่านหมอดูหลังจากนั้นท่านหมอได้ตรวจชีพจร และเปิดเปลือกตาของผู้ป่วยดูอาการ ดูเหมือนว่าจะยังโชคดีอยู่มาก เมื่อตรวจอาการอย่างละเอียดแล้วพิษงูได้เจือจางไปมาก และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ดีมากเช่นกัน เขาเป็นหมอต้องชื่นชมในการรักษาเบื้องต้น ทั้งยังรอบคอบโดยการนำงูร้ายตัวนั้นมา
Read more
บทที่ 9 กลับคืนสู่เจ้าของ [2]
ด้านลี่อินที่เดินออกมาพ้นจากแนวป่าแล้ว หญิงสาวได้นำของที่หาได้ไปเก็บที่กระท่อมหลังน้อยก่อน ล้างเนื้อล้างตัวให้เรียบร้อยก่อนจะไปรับบุตรสาวกลับบ้าน ป่านนี้เจ้าลูกหมีน้อยของนางคงจะงอแงร้องหาตนแล้ว“เสี่ยวเหลียนแม่มาแล้ว” ลี่อินร้องเรียกเจ้าตัวน้อยมาแต่ไกล เมื่อเห็นว่าท่านป้าเจียงพานางออกมานั่งรออยู่ใต้ร่มไม้หน้าบ้าน คงจะออกมารอนางกระมังนั่งชะเง้อคอมองซะขนาดนั้น“ยาย แม่” มือน้อย ๆ ชี้มาทางมารดา เพื่อบอกให้ท่านยายเจียงรู้ว่าท่านแม่มาแล้ว ทั้งยังยิ้มจนเห็นฟันสองซี่ที่เพิ่งจะขึ้นอีกด้วย“พอเจอหน้าแม่ลืมยายอย่างข้าเลยนะเสี่ยวเหลียน” ป้าเจียงเอ่ยหยอกเย้าเด็กน้อย พอเสี่ยวเหลียนได้อยู่ในอ้อมกอดมารดา ทั้งอ้อนทั้งหอมไม่สนใจนางอีกเลย“ขอบคุณท่านป้ามากนะเจ้าคะ ที่ช่วยดูแลเสี่ยวเหลียนให้ข้า” ลี่อินโค้งตัวเล็กน้อย ขอบคุณที่ป้าเจียงช่วยดูแลบุตรสาวให้ระหว่างที่นางเข้าป่า“ไม่เป็นไร เสี่ยวเหลียนก็เหมือนหลานข้าคนหนึ่ง” อยู่กับเสี่ยวเหลียนนางไม่เหงาเลยสนุกเสียด้วยซ้ำ“ขอบคุณเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะท่านป้า” เมื่อเห็นว่ารบกวนท่านป้าเจียงมานานแล้ว หญิงสาวจึงได้ขอตัวลาท่านป้าเจียงจะได้พักผ่อนเ
Read more
บทที่ 10 ช่วยเหลือ [1]
ตั้งแต่วันที่ลี่อินได้ช่วยชายแปลกหน้าเอาไว้ ตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว หญิงสาวอดเป็นห่วงไม่ได้หวังว่าชายผู้นั้นจะถึงโรงหมอได้ทันการ และยังมีช่วยชีวิตอยู่ไม่ตายไปเสียก่อนส่วนเสี่ยวเหลียนน้อยอายุนางหนึ่งหนาวกับอีกสามเดือนแล้ว ลี่อินไม่รู้ว่าเจ้าลูกหมีน้อยเกิดวันเดือนอะไร นางจึงถือว่าวันที่ได้พบหน้ากันครั้งแรกเป็นวันเกิดของเสี่ยวเหลียนแทนค่ำคืนนี้สองแม่ลูกจึงได้ฉลองวันเกิดกันสองคน ลี่อินทำซาลาเปาเป็นรูปหมูสีชมพูลูกขาวอวบ วางเรียงกันสี่ลูกแทนเค้กปักด้วยเทียนอันเล็กหนึ่งเล่ม ก็เป็นอันเสร็จพร้อมร้องเพลงวันเกิดแล้วเป่าเทียนได้“เสี่ยวเหลียนอย่าเพิ่งกินลูก ร้องเพลงวันเกิดแล้วเป่าเทียนก่อน” หญิงสาวรีบคว้ามือเล็ก ๆ นั้นไว้เกือบไม่ทัน แรงม้าที่ว่าวิ่งเร็วแล้วยังเร็วไม่เท่ากับมือเจ้าลูกหมีของนางเลย ยิ่งช่วงวัยกำลังอยากรู้อยากเห็น เผลอเป็นไม่ได้ต้องคว้าของเอาเข้าปากตลอด“หม่ำๆ” เหนือสิ่งอื่นใดคือซาลาเปาลูกโตช่างน่ากินนัก นางนั่งมองจนน้ำลายสอหมดแล้ว ท่านแม่ก็ยังมิยอมให้ตนได้หม่ำสักที“เรามาร้องเพลงวันเกิดก่อน เสี่ยวเหลียนช่วยแม่ปรบมือด้วยนะ” ลี่อินบอกแก่เจ้าตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตัก ที่เอาแต่จะคว
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status