LOGINแม้จะคาดไว้อยู่แล้วว่าตระกูลเข่อมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เมื่อชื่อของคนในจวนปรากฏตรงกับที่ดินซึ่งใช้ซ่
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผนผังบนโต๊ะ“จึงตัดเสบียง ทำลายผลงาน และโยนความผิดให้พวกเขา”“เพคะ”“แล้วเงินที่ยักยอกไปส่วนหนึ่งถูกใช้เลี้ยงค่ายลับ”“จากหลักฐานตอนนี้เป็นไปได้สูงเพคะ แต่ยังต้องยืนยันจำนวนทหารและผู้บังคับบัญชา”พระองค์หันไปสั่งหัวหน้าองครักษ์“ส่งคนไปตรวจโกดังที่เมืองชิงเหอทันที ห้ามใช้กำลังจากพื้นที่นั้น ให้ส่งทหารจากเมืองข้างเคียงซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเข่อ”“รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”“จับเจียงเต๋อและผู้ดูแลโกดังทั้งหมดเป็น ๆ”“พ่ะย่ะค่ะ”“ส่วนค่ายลับ ห้ามบุกโดยไม่รู้กำลังแน่ชัด ส่งหน่วยลาดตระเวนไปก่อน”หัวหน้าองครักษ์รับคำแล้วถอยออกไป หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่คนอื่นเริ่มแยกเอกสารตามหมวดหมู่ ซีฮันจึงเดินไปตรวจหีบใบสุดท้ายซึ่งยังมีของอยู่ก้นหีบไม่มากนัก ใต้สมุดบัญชีชุดหนึ่งมีห่อผ้าเก่า นางเปิดออกและพบกล่องไม้เล็ก ๆ ภายในไม่ใช่บัญชีเสบียง แต่เป็นจดหมายหลายฉบับ จ่าหน้าถึงหมอหลวงผู้เคยรักษาฮองเฮาในอดีต
แม้จะคาดไว้อยู่แล้วว่าตระกูลเข่อมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เมื่อชื่อของคนในจวนปรากฏตรงกับที่ดินซึ่งใช้ซ่อนเสบียง ทุกอย่างก็เริ่มชัดเจนจนปฏิเสธได้ยากเจ้าหน้าที่สภาตรวจราชการกล่าว“แต่เพียงชื่อผู้ถือครองที่ดินยังไม่อาจพิสูจน์ว่าเสบียงถูกนำเข้าไปในโกดังนั้นพ่ะย่ะค่ะ”“ถูกต้อง”ซีฮันตอบ“จึงต้องดูสิ่งนี้”นางเปิดสมุดอีกเล่มหนึ่ง เป็นบันทึกของทหารผู้ติดตามขบวนเสบียงโดยลับ เขียนวันและเวลาที่รถบางส่วนแยกออกจากขบวนหลัก พร้อมจำนวนม้า คนขับ และเครื่องหมายบนล้อรถ ทุกครั้ง รถที่แยกออกไปจะเดินทางเข้าสู่เมืองชิงเหอในเวลากลางคืน จากนั้นกลับออกมาก่อนรุ่งสาง โดยบรรทุกกระสอบชุดใหม่ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าเดิม หัวหน้าองครักษ์หยิบกระสอบตัวอย่างที่นำมาจากชายแดนขึ้นมาเปิด ด้านบนเป็นข้าวสารธรรมดา แต่เมื่อเทออกจนถึงครึ่งถุง กลับพบทราย เมล็ดหญ้า และเศษหินขนาดเล็กปะปนอยู่จำนวนมาก ฮ่องเต้ทอดพระเนตรสิ่งเหล่านั้นด้วยพระพักตร์มืดครึ้ม“ทหารชายแดนกินของเช่นนี้หรือ”เจ้าหน้าที่ก้มศีรษะ“จากรายงานหลายฉบับ มีทห
ถ้อยคำนี้อันตรายยิ่งกว่าคำบอกรักเพราะพระองค์กำลังกล่าวว่าความรู้สึกมีต่อตัวตนที่เปลี่ยนแปลงของนาง ไม่ใช่ฮองเฮาซีฮันผู้อ่อนแอในอดีตนางพยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง“ฝ่าบาทอาจเพียงหลงใหลในความแปลกใหม่เพคะ”“เราเคยคิดเช่นนั้น”“แล้วตอนนี้เล่า”“ตอนนี้เรารู้ว่าไม่ใช่”พระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นช้า ๆ แตะเส้นผมที่ตกข้างแก้มของนาง ก่อนเกลี่ยไปทัดหลังใบหู สัมผัสนั้นเบามาก แต่กลับทำให้ผิวของซีฮันร้อนวูบ นางควรถอย ควรบอกให้พระองค์หยุด ควรเตือนตนเองว่าความรู้สึกเป็นสิ่งไม่น่าไว้ใจ แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามเหตุผลในทันที ฮ่องเต้มองท่าทีของนาง ก่อนโน้มพระพักตร์ลงมาใกล้“หากไม่ต้องการ ก็ผลักเราออก”ซีฮันกำมือแน่นอยู่ข้างลำตัวระยะห่างระหว่างใบหน้าทั้งคู่ลดลงเรื่อย ๆ นางได้ยินเสียงลมหายใจของพระองค์ ได้กลิ่นเครื่องหอมอ่อน ๆ จากฉลองพระองค์ ได้เห็นแววตาซึ่งปกติเต็มไปด้วยอำนาจ แต่ในขณะนี้กลับมีเพียงความต้องการที่ไม่ได้ปิดบังริมฝีปากของฮ่องเต้แตะลงบนริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบ
ซีฮันถอนหายใจ“ฝ่าบาททรงเป็นผู้ครองแผ่นดิน วันนี้ทรงเชื่อหม่อมฉัน วันหน้าหากหลักฐานเปลี่ยน หากขุนนางกดดันหนักขึ้น หรือหากมีสตรีผู้หนึ่งทำให้พระองค์ทรงโปรดปรานมากกว่า ความเชื่อในวันนี้อาจไม่เหลือความหมาย”พระพักตร์ของฮ่องเต้เคร่งขึ้น“เจ้ามองความรู้สึกของเราต่ำถึงเพียงนั้นหรือ”“หม่อมฉันมองตามความจริงเพคะ”“ความจริงใด”“ความโปรดปรานของฮ่องเต้เปลี่ยนแปลงได้เสมอ”ซีฮันตอบอย่างตรงไปตรงมา“วังหลังมีสตรีจำนวนมาก ทุกคนเคยคิดว่าตนเป็นคนพิเศษ จนถึงวันที่พระองค์ไม่เสด็จไปหาอีก”“เจ้าเปรียบตนเองกับพวกนางหรือ”“หม่อมฉันเป็นสตรีในวังหลังคนหนึ่งเช่นกัน”“ไม่เหมือนกัน”พระสุรเสียงดังขึ้นทันที ซีฮันมองพระองค์ ฮ่องเต้ก้าวเข้าใกล้อีกครึ่งก้าว“ไม่มีผู้ใดทำให้เราต้องระวังทุกถ้อยคำเช่นเจ้า ไม่มีผู้ใดกล้าปฏิเสธเราโดยไม่กลัวโทษ ไม่มีผู้ใดทำให้เรารู้สึกว่า หากไม่ยืนให้มั่นคงพอ วันหนึ่งเจ้าจะเดินจากไปโดยไ
หัวใจของซีฮันสะดุดไปชั่วขณะ ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนางด้วยสายตาจริงจัง“เจ้าไม่ต้องขอความเมตตา ไม่ต้องร้องไห้ ไม่ต้องอ่อนแอเพื่อให้เราปกป้อง เพียงยืนอยู่ในสิ่งที่เจ้าคิดว่าถูกต้อง แล้วเราจะพิจารณาด้วยตนเองว่าเจ้าควรได้รับความเชื่อใจหรือไม่”พระองค์ลดพระหัตถ์ลง“และครั้งนี้ เราเลือกเชื่อเจ้า”ซีฮันไม่อาจตอบได้ทันที ถ้อยคำเหล่านั้นเรียบง่าย แต่กลับสั่นคลอนกำแพงที่นางสร้างไว้ในใจทีละชั้น นางเคยคิดว่าความรู้สึกของฮ่องเต้เป็นเพียงความหลงใหลชั่วคราว คิดว่าพระองค์สนใจเพราะนางแตกต่างจากซีฮันคนเดิมคิดว่าเมื่อวันหนึ่งความสงสัยมากกว่าความโปรดปราน พระองค์อาจหันหลังให้นางเหมือนบุรุษผู้มีอำนาจทั่วไป แต่คืนนี้ ฮ่องเต้ส่งองครักษ์หลวงออกไปโดยไม่บอกนาง ไม่ใช่เพื่อควบคุมไม่ใช่เพื่อแย่งผลงาน แต่เพื่อปกป้องหลักฐานและคนของนางจากการถูกสังหาร นางมองรอยเลือดบนรถที่จอดอยู่นอกคลัง ก่อนหันกลับมามองชายตรงหน้า ในดวงตาของเขาไม่มีความระแวง มีเพียงความแน่วแน่ซีฮันเคยยืนหยัดท่ามกลางศัตรูได้โดยไม่กลัว เคยเผชิญคมมีด ยาพิษ และคำใส่ร้ายโดยไม่ร้องขอผู้
ซีฮันกล่าว“ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะได้รับการดูแลจากตำหนักหงส์ และข้าจะขอพระราชทานเกียรติยศให้พวกเขา”ชายผู้นั้นหลับตาลงอย่างโล่งใจ ซีฮันลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในคลัง หีบเหล็กสามใบถูกเปิดต่อหน้าผู้แทนจากสามฝ่าย เอกสารด้านในบางส่วนมีคราบเขม่า แต่ส่วนใหญ่ยังสมบูรณ์ สมุดบัญชีเสบียง ตราประทับปลอม รายชื่อขุนนางผู้รับเงิน เส้นทางลับสำหรับนำเสบียงออกจากขบวน และแผนที่ค่ายฝึกทหารนอกบัญชี ฮ่องเต้ยืนอยู่หน้าโต๊ะ กำลังทอดพระเนตรบัญชีเล่มหนึ่ง สีพระพักตร์เย็นชา ซีฮันเข้าไปถวายพระพร“ฝ่าบาท”พระองค์เงยหน้าขึ้น “มาแล้วหรือ”“เพคะ”นางมองเอกสารบนโต๊ะ“ฝ่าบาททรงทราบเรื่องขบวนได้อย่างไร”ฮ่องเต้ปิดสมุดบัญชีลง“เราพบว่าคนของเข่อหยวนฉิงส่งม้าเร็วออกจากเมืองหลวงสามกลุ่มเมื่อคืนก่อน”“จึงทรงคาดเดาว่าพวกเขารู้เรื่องหลักฐาน”“ไม่ใช่เพียงคาดเดา”พระองค์หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งส่งให้นาง เป็นรายงานจากองครักษ์หลวง ระบุว่าคนของตระกูลเข่อกำล
ว่าแล้วก็ผละเดินไปอีกทาง ขณะนั้นเซียวจื่อเฟยเข้ามายืนข้างยู่จินเซียงกุ้ยเฟยและถามว่า“ท่านพี่เข่อชิงว่าเช่นไรบ้างคะ”ยู่จินเซียงเหยียดปากออกก่อนตอบ “จะว่าเช่นไร นางก็คิดว่าตัวเองฉลาดหลักแหลมที่สุดนั่นอย่างไร...หึ! ถือว่าตัวเองเป็นอัครมเหสีรองทีมีเพียงตำแหน่งเดียว แต่คงลืมไปแล้วว่าฮ่องเต้ยังมีมเหสีรอ
“ว่ายังไงนะท่านองครักษ์ ฟ้าผ่าที่ตำหนักของฮองเฮาเช่นนั้นรึ”“ใช่...ข้าให้ทหารตามไปดูแล้ว ข้าเห็นกับตา เมื่อครู่นี้สายฟ้าฟาดลงมาที่ตำหนักของฮองเฮาน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”“นี่มันเกิดอาเภทอะไรกัน ฮองเฮาทรงประชวรหนักแล้วยังจะมีเรื่องร้าย ๆ เช่นนี้อีกรึ”“ข้าว่าเรารีบไปที่ตำหนักของฮองเฮากันเถิด”“เดี๋ยวท่า
“พระนางอาจต้องการกำลังใจ นี่อาจเป็นอาการของผู้กำลังเรียกร้องหากำลังใจก็เป็นได้”พอได้ยินหมอหลวงกล่าวเช่นนั้นขันทีตงเปียนก็ทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนดวงตาฉายประกายนึกได้“เช่นนั้นแล้วข้าต้องรีบไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้”“ด้วยเหตุผลอันใด ในเมื่อท่านก็รู้นี่ว่า...”“พระองค์อาจทรงเบื่อหน่ายและไม่สนพระทัยฮองเฮา แต่ในเ
ราชวงศ์ชิง รัชสมัยองค์จักรพรรดิเฉียนหลง เสียงร้องโหยหวนสลับกับกรีดแหลมดังมาจากตำหนักใหญ่อันเป็นที่ประทับของฮองเฮาซีฮัน พระอัครมเหสีเอกแห่งเฉียนหลงฮ่องเต้ในยามวิกาลที่รอบ ๆ มีนางสนมนั่งคอยเฝ้าและเหล่าทหารยามยืนนิ่งราวรูปปั้น ห่างจากตำหนักใหญ่ของฮองเฮาเป็นรั้วตำหนักเล็กลดหลั่นกันไปของม







