Home / วาย / ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก / บทที่ 1 ข่าวลือกับความจริงที่ (นอน) นิ่งสนิท

Share

ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก
ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก
Author: SophiaPsp

บทที่ 1 ข่าวลือกับความจริงที่ (นอน) นิ่งสนิท

Author: SophiaPsp
last update publish date: 2026-03-16 12:45:28

ณ ใจกลางมหานครแห่งแคว้นจ้าว ยามเมื่อดวงตะวันทอแสงแรงกล้า โรงน้ำชา ‘หอหมื่นอักษร’ อันเลื่องชื่อกลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศ เสียงจอแจอื้ออึงดั่งฝูงผึ้งแตกรังดังระงมไปทั่วโถงไม้สักขนาดใหญ่ กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาชั้นดีเคล้าคลอไปกับกลิ่นสุรารสแรงและกลิ่นเหงื่อไคลของเหล่าบุรุษที่จับกลุ่มสนทนา

ทว่าท่ามกลางสรรพเสียงเหล่านั้น หัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอย่างออกรสที่สุด มิใช่เรื่องราชกิจบ้านเมือง หรือศึกสงครามชายแดน หากแต่เป็นเรื่องราวฉาวโฉ่ในมุ้งของตระกูลขุนนางใหญ่

“พี่ชายท่านนี้... ท่านได้ยินข่าวลือเรื่องคุณชายรองสกุลหลินอีกแล้วหรือไม่?”

ชายร่างท้วมผู้หนึ่งในอาภรณ์สีตุ่นเอ่ยขึ้นพลางยกจอกสุราดินเผาขึ้นจรดริมฝีปาก นัยน์ตาฉายแววใคร่รู้ระคนขบขัน

สหายร่วมโต๊ะที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามวางตะเกียบลง กระแทกจอกสุราลงกับพื้นโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “หึ! เรื่องอัปยศพรรค์นั้น ใครบ้างในเมืองหลวงจะไม่รู้? ข้าได้ยินมาหนาหูว่า เมื่อราตรีที่ผ่านมา คุณชายผู้นั้นหายตัวไปจากเรือนพักจนเกือบรุ่งสาง... ครั้นเมื่อกลับมา สภาพหรือก็ดูไม่ได้ อาภรณ์หลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง มิหนำซ้ำทั่วทั้งร่างยังคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกายของบุรุษเพศ!”

“ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!” ชายอีกคนในวงสนทนาโพล่งขึ้นด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ “บุตรหลานตระกูลขุนนางแท้ๆ กลับทำตัวเหลวแหลกเยี่ยงนี้”

“ช้าก่อนเถิด...” ชายร่างท้วมเอ่ยแทรก แววตาเป็นประกายวาววับยามเอ่ยถึงบุคคลในข่าวลือ “แต่ถึงกระนั้น ก็มิอาจปฏิเสธได้ว่า ‘หลินซีเหยา’ ผู้นี้ มีรูปโฉมงดงามปานล่มเมือง ผิวพรรณนั้นเล่าก็ขาวผ่องดุจหิมะแรกฤดู หากแต่สวรรค์ช่างกลั่นแกล้ง ประทานความงามให้ แต่กลับไร้ซึ่งยางอาย จิตใจใฝ่ต่ำมักมากในรสกามารมณ์... บุรุษหนุ่มฉกรรจ์ในเมืองหลวงนี้ มีใครบ้างเล่าที่ไม่เคยผ่านมือเขา?”

“น่าเสียดาย... น่าเสียดายความงามนั้นยิ่งนัก” ชายหนุ่มผู้หนึ่งรำพึงรำพัน สายตาเหม่อลอยคล้ายจินตนาการถึงใบหน้านั้น “หากข้ามีวาสนาสักครา... ข้าเองก็ใคร่รู้นักว่ารสชาติของยอดพธูอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจ้าวจะเป็นเช่นไร จะหวานล้ำปานน้ำผึ้งเดือนห้า หรือจะเร่าร้อนดุจไฟบรรลัยกัลป์”

เสียงหัวเราะหยาบโลนระเบิดขึ้นประสานกันดังลั่นโรงน้ำชา ท่ามกลางสายตาดูแคลนและคำก่นด่าของผู้คนที่เดินผ่านไปมา ราวกับว่าชื่อของ ‘หลินซีเหยา’ นั้นเป็นเพียงสิ่งสกปรกที่พวกเขาสามารถเหยียบย่ำเล่นเพื่อความบันเทิงใจ

...

ทว่า... ความจริงที่เกิดขึ้น ณ อีกฟากฝั่งของกำแพงสูงตระหง่าน กลับแตกต่างจากคำครหาเหล่านั้นราวฟ้ากับเหว

ณ เรือนหลังเล็กที่ตั้งอยู่อย่างสันโดษท้ายจวนสกุลหลิน บรรยากาศเงียบสงบไร้เสียงรบกวน มีเพียงเสียงนกร้องขับขานแผ่วเบาและเสียงใบไผ่เสียดสีกันตามแรงลม

แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านลวดลายฉลุของหน้าต่างบานไม้เนื้อแข็ง ทอดเงาเป็นลวดลายวิจิตรลงบนพื้นเรือน ละอองฝุ่นสีทองเต้นระบำอยู่ในลำแสงนั้น ก่อนจะตกกระทบลงบนเตียงไม้จันทน์หอมหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง

บนเตียงกว้างนั้น ปรากฏก้อนผ้าห่มไหมปักลายนกยวนยางคู่พองฟูดูหนานุ่ม หากเพ่งมองให้ดี จะเห็นกลุ่มเกศาสีดำขลับดุจน้ำหมึกแผ่สยายออกมาจากก้อนผ้านั้นราวกับม่านไหม และท่อนแขนเรียวเสลาขาวนวลเนียนดุจหยกรัมมันที่โผล่ออกมาพาดขอบเตียงอย่างเกียจคร้าน ปลายนิ้วเรียวงามขยับไหวเพียงเล็กน้อย บ่งบอกถึงการมีชีวิตอยู่ของร่างภายใต้ผ้าห่ม

“คุณชาย! คุณชายขอรับ! ตื่นเถิดขอรับ ตะวันจะตรงหัวแล้ว!”

เสียงร้องเรียกอันร้อนรนของ ‘อาเป่า’ บ่าวรับใช้คนสนิท ดังทำลายความเงียบสงบนั้น พร้อมกับแรงเขย่าที่ต้นแขนขาวผ่องอย่างไม่เกรงใจ

“อือ...”

เสียงครางแผ่วเบาในลำคอดังลอดออกมาจากก้อนผ้าห่ม ร่างบางบนเตียงเพียงแค่ขยับตัวเชื่องช้า พลิกกายหนีไปอีกฝั่ง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงหนีแสงแดดที่แยงตาอย่างดื้อรั้น

“คุณชาย! ท่านจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงยามใดกันขอรับ!” อาเป่าแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงด้วยท่าทีหมดอาลัยตายอยาก “ท่านรู้หรือไม่ว่าข่าวลือข้างนอกนั่นลุกลามใหญ่โตไปกันใหญ่แล้ว! ข้าเป็นบ่าวคนเดียวที่รู้ความจริง แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ แก้ต่างไปก็มีแต่คนหัวเราะเยาะ!”

ความพยายามของบ่าวผู้ซื่อสัตย์ดูเหมือนจะส่งผลในที่สุด ผ้าห่มไหมเนื้อดีถูกเลิกออกอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นดวงหน้าหนึ่งที่สามารถสะกดลมหายใจของผู้พบเห็นได้ในชั่วพริบตา

หลินซีเหยา ค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย ขนตายาวงอนเป็นแพหนากระพริบถี่ๆ เพื่อปรับสายตากับแสงสว่าง ดวงตาดอกท้อคู่สวยฉ่ำน้ำคล้ายคนเพิ่งตื่นนอนดูเย้ายวนอย่างเป็นธรรมชาติ พวงแก้มขาวเนียนละเอียดซับสีเลือดฝาดจางๆ ริมฝีปากแดงระเรื่ออิ่มน้ำเผยอขึ้นหาวหวอดใหญ่โดยไม่รักษาจริตแห่งชนชั้นสูงแม้แต่น้อย

“อาเป่า...” สุรเสียงหวานทว่าแหบพร่ายานคางเอ่ยขึ้นอย่างไม่ทุกข์ร้อน “เจ้าจะเอะอะโวยวายไปไย... ข้ากำลังฝันดี ฝันว่าได้ลิ้มรสขาหมูตุ๋นน้ำแดงรสเลิศอยู่เชียว”

“ขาหมูอันใดกันเล่าขอรับ!” อาเป่ากระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจ “ท่านรู้หรือไม่ว่ายามนี้ ชาวบ้านร้านตลาดเขาลือกันให้แซ่ด ว่าเมื่อคืนท่านแอบหนีไปเสพสุขกับบุรุษที่หอคณิกา จนกลับมาสภาพดูไม่ได้เยี่ยงนั้น!”

หลินซีเหยาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง อาภรณ์สีขาวตัวในหลุดลุ่ยเผยให้เห็นไหปลาร้าได้รูปและผิวเนียนละเอียด เส้นผมยาวสลยายยุ่งเหยิงชี้ไปคนละทิศละทาง เขาเอามือเกาหน้าท้องที่แบนราบไร้ส่วนเกินเบาๆ ก่อนจะเอียงคอถามด้วยสีหน้ามึนงง

“เมื่อคืน?”

“ใช่ขอรับ! เรื่องเมื่อคืน!”

“เมื่อคืน... อ้อ...” หลินซีเหยากระพริบตาปริบๆ พลางนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ภาพความทรงจำค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา... เนื่องจากอากาศในเรือนอบอ้าวจนเกินทน เขาจึงแอบปีนหน้าต่างออกไปหาสถานที่เย็นสบายเพื่อเอนหลัง ศาลาริมสระบัวท้ายจวนคือเป้าหมาย สายลมยามดึกพัดเย็นสบายยิ่งนัก แต่ทว่า...

“เมื่อคืนอากาศร้อนอบอ้าว ข้าจึงหนีไปนอนตากลมที่ศาลาริมสระบัว... ลมมันเย็นดีแท้ แต่ยุงชุมไปหน่อย ข้าเลยนอนดิ้นปัดป่ายจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเยี่ยงนั้น...” หลินซีเหยาหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “ส่วนกลิ่นบุรุษที่ว่า... น่าจะเป็นกลิ่นปุ๋ยหมักสูตรเข้มข้นที่คนสวนเพิ่งขนเอามาลงกระมัง? กลิ่นมันฉุนกึกติดจมูกข้าจนถึงเช้าเลยเทียว”

เพี๊ยะ!

เสียงฝ่ามือตบหน้าผากตนเองของอาเป่าดังฉาดใหญ่ บ่าวหนุ่มส่ายหน้าด้วยความระอาใจ “ข้าก็ว่าแล้ว! ข้ารู้ความจริงข้อนี้ดี แต่คนภายนอกเขาหาได้คิดเช่นนั้นไม่นะขอรับ! ชื่อเสียงท่านป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแล้ว ฮูหยินใหญ่กับคุณหนูรองก็เอาแต่หัวเราะเยาะสมน้ำหน้า กล่าวหาว่าท่านทำวงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย อับอายขายขี้หน้าบรรพชน”

หลินซีเหยาไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หระ เขาค่อยๆ ลุกออกจากเตียง บิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ แล้วเดินลากเท้าเปลือยเปล่าไปหยุดยืนหน้าอ่างล้างหน้า

“ช่างเถิด อาเป่า... ปากคนยาวกว่าปากกา* ห้ามไปก็เหนื่อยเปล่า รังแต่จะเปลืองแรง สู้เอาเวลาไปนอนหลับพักผ่อนเสียยังจะดีกว่า”

(*หมายเหตุ: ปากคนยาวกว่าปากกา เป็นสำนวนเปรียบเทียบว่าคำพูดคนแพร่ไปไกลและรวดเร็วกว่านกกาบิน)

“คุณชายจะไม่แก้ต่างสักหน่อยหรือขอรับ? หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าชาตินี้จะไม่มีคุณชายตระกูลดีๆ ที่ไหนมาสู่ขอท่านนะขอรับ!” อาเป่าร้อนรนแทนเจ้านายจนแทบนั่งไม่ติด

มือเรียวที่กำลังวักน้ำเย็นเฉียบขึ้นล้างหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง

หยดน้ำเกาะพราวบนใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติ หลินซีเหยาเงยหน้าขึ้นมองเงาสะท้อนของตนในคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ ดวงตาดอกท้อจ้องมองกลับมา เขารู้ตัวดี... รู้ดียิ่งกว่าใครว่าตนเองงดงามเพียงใด งามจนน่ารำคาญใจ

เพราะความงามนี้เองที่ทำให้เหล่าสตรีในเมืองหลวงต่างพากันริษยาจนหน้ามืดตามัว สรรหาเรื่องราวเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีเพื่อทำลายเขา ส่วนบุรุษพวกนั้นเล่า... ปากก็ว่ารังเกียจข่าวน่าอาย แต่สายตากลับจ้องจะกลืนกินเขาไม่วางตา ช่างน่าขันสิ้นดี

“อาเป่า...”

หลินซีเหยาหันกลับมา แย้มรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ทำให้โลกทั้งใบพลันสว่างไสวให้กับบ่าวคนสนิท

“เจ้าไม่ต้องห่วงดอก ข้ามีแผนการของข้า”

“แผนการอันใดหรือขอรับ?” อาเป่าทำหน้าฉงน

“แผนการเฟ้นหา ‘สามี’ อย่างไรเล่า”

หลินซีเหยาเดินนวยนาดไปทิ้งตัวลงบนตั่งนุ่มริมหน้าต่าง มือเรียวหยิบขนมกุ้ยฮวาสีเหลืองนวลเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะเอ่ยต่อทั้งที่ขนมยังเต็มปาก

“ข้าหาได้ต้องการสามีตระกูลบัณฑิตคร่ำครึที่วันๆ เอาแต่จ้องจับผิดกิริยามารยาท หรือสามีตระกูลขุนนางตงฉินที่จนกรอบ... สิ่งที่ข้าต้องการ คือสามีที่ ‘มั่งคั่ง’ มีอำนาจวาสนาล้นฟ้า และที่สำคัญที่สุด... ต้องรักและตามใจข้าประดุจไข่ในหิน”

“แล้วข่าวลือพวกนั้น...”

“ปล่อยให้ลือไปสิ” หลินซีเหยายิ้มกริ่ม แววตาเจ้าเล่ห์พาดผ่านดวงตาคู่สวย “ของดีย่อมต้องเก็บไว้ให้ผู้ที่คู่ควรเท่านั้น ดูนี่สิ อาเป่า...”

เขายกมือขาวผ่องราวกับลำเทียนขึ้นมา พลิกฝ่ามือเนียนนุ่มให้บ่าวดู “มือนุ่มๆ นี้ยังไม่เคยให้ชายใดเกาะกุม ริมฝีปากนี้ก็ยังไม่เคยให้ใครได้ลิ้มลอง ร่างกายนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง สะอาดหมดจดยิ่งกว่าจานชามที่เจ้าเพิ่งล้างเสียอีก”

แท้จริงแล้ว หลินซีเหยามีปณิธานอันแรงกล้ายิ่งกว่าผู้ใด

เขาเป็นคนขี้เกียจ... ขี้เกียจเกินกว่าจะทำงานทำการ ขี้เกียจเกินกว่าจะลงสนามแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในราชสำนัก และขี้เกียจเกินกว่าจะมีเรื่องชู้สาวให้วุ่นวายใจ ความฝันสูงสุดในชีวิตของเขาคือการได้ตบแต่งเข้าจวนของบุรุษที่แข็งแกร่งดั่งภูผา เพื่อที่เขาจะได้กลายร่างเป็นเถาวัลย์เกาะเกี่ยว... แล้วนอนเสวยสุขไปตลอดชั่วอายุขัย!

ดังนั้น ‘พรหมจรรย์’ และ ‘ครั้งแรก’ ทุกอย่างของเขา ทั้งการสัมผัส กอด จูบ หรือแม้แต่เรื่องลึกซึ้งบนเตียง เขาจึงหวงแหนมันยิ่งชีพ เพื่อเก็บไว้เป็นของกำนัลล้ำค่ามัดใจ ‘ว่าที่สามี’ ให้หลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วเลี้ยงดูปูเสื่อเขาให้อุดมสมบูรณ์พูนสุขไปจนแก่เฒ่า

“ชีวิตที่ตื่นมาก็มีสำรับวางตรงหน้า ง่วงก็นอนหนุนหมอนนุ่ม อยากได้สิ่งใดเพียงแค่ชี้นิ้ว... อ่า นั่นแหละคือชีวิตที่ข้าถวิลหา” หลินซีเหยาหลับตาพริ้ม ทำหน้าเคลิ้มฝันอย่างมีความสุข

“แต่ด้วยชื่อเสียงฉาวโฉ่ในตอนนี้ เกรงว่าคนที่กล้ามาสู่ขอ จะมีแต่พวกเฒ่าหัวงูตัณหากลับกระมังขอรับ” อาเป่าเอ่ยขัดความสุข ดับฝันเจ้านายอย่างไม่ไยดี

ยังไม่ทันที่หลินซีเหยาจะได้อ้าปากเถียง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นหน้าเรือน พร้อมกับการปรากฏตัวของพ่อบ้านใหญ่ตระกูลหลิน ใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นเคร่งขรึมดูจริงจัง

“เรียนคุณชายรอง นายท่านเรียกให้ไปพบที่โถงใหญ่ขอรับ”

“ท่านพ่อ?” หลินซีเหยาถอนหายใจยาวเหยียด ไหล่ลู่ลงอย่างเบื่อหน่าย “มีเรื่องอันใดอีกเล่า ข้ายังไม่ได้เอนหลังนอนกลางวันเลยนะ”

“เห็นว่าเป็นเรื่องเทียบเชิญจากวังหลวง... งานเลี้ยงฉลองชัยชนะของท่านแม่ทัพใหญ่ ‘ชินอ๋อง’ จ้าวจินหลง ขอรับ”

ทันทีที่ได้ยินนามนั้น ดวงตาที่มักจะง่วงซึมของหลินซีเหยาก็พลันเบิกกว้างขึ้น ประกายวาววับพาดผ่านนัยน์ตา

ชินอ๋อง จ้าวจินหลง... พระอนุชาเพียงองค์เดียวของฮ่องเต้ แม่ทัพไร้พ่ายผู้เปี่ยมด้วยบารมี ทรัพย์สินเงินทองมากมายมหาศาลจนใช้สิบชาติก็ไม่หมด แถมยังครองตัวเป็นโสดมาจนป่านนี้... ไม่มีสตรีหรือเกอคนใดสามารถปีนขึ้นเตียงพระองค์ได้

มุมปากสวยได้รูปยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แสนกล

“อาเป่า...” น้ำเสียงของหลินซีเหยาเปลี่ยนไป มันเจือไปด้วยความกระตือรือร้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เตรียมน้ำอุ่น โรยกลีบกุหลาบให้เต็มอ่าง ขัดผิวข้าให้ผ่องใส อบร่ำเสื้อผ้าให้หอมฟุ้ง... ดูท่า โอกาสทองที่จะได้นอนสบายไปทั้งชาติของข้า อาจจะมาถึงแล้วก็ได้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 4 บทส่งท้าย บันทึกของมังกร เหตุผลที่ข้าตกหลุมรัก “ก้อนหิน”

    ในสายตาของชาวบ้านร้านตลาด ขุนนางในราชสำนัก หรือแม้กระทั่งศัตรูในสมรภูมิ... ข้าคือใคร? ข้าคือ “ชินอ๋อง จ้าวจินหลง” อนุชาคนโปรดของฮ่องเต้ ข้าคือ “เทพสงคราม” ผู้เหี้ยมหาญที่บดขยี้กองทัพศัตรูนับหมื่นด้วยมือเปล่า ข้าคือ “มัจจุราชหน้าหยก” ที่เพียงแค่ปรายตามอง เด็กที่กำลังร้องไห้ยังต้องเงียบกริบด้วยความหวาดกลัว แต่พักหลังมานี้... ฉายาของข้าเริ่มเปลี่ยนไป จากแม่ทัพปีศาจ กลายเป็น “ชายผู้หลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้น” หรือหนักกว่านั้น... “ทาสรักพระชายาขี้เซา” ข้าได้ยินคำครหาเหล่านั้นแว่วมาตามลมเสมอ ทั้งจากวงน้ำชาของเหล่าฮูหยินขุนนาง และจากเสียงซุบซิบในตรอกซอกซอย “พระชายาหลินมีดีอะไร? นอกจากรูปโฉมที่งดงามล่มเมืองแล้ว วันๆ เอาแต่นอน ไม่เห็นทำหน้าที่ภรรยาที่ดี” “ได้ยินว่าตื่นสายตะวันโด่ง งานบ้านไม่แตะ งานครัวไม่ทำ วันๆ ดีแต่ผลาญสมบัติท่านอ๋อง” “ทำไมบุรุษที่สมบูรณ์แบบอย่างท่านอ๋อง ถึงได้ยอมสยบแทบเท้าคนขี้เกียจเช่นนั้น? หรือจะโดนมนต์ดำ?” หึ... มนุษย์พวกนี้ช่างโง่เขลานัก พวกเขาตัดสินคนจากสิ่งที่ตาเห็น ตัดสินคุณค่าจากกรอบประเพณีค

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 3 คิมหันต์ฤดู...กับภารกิจดับร้อน ให้ "ก้อนน้ำแข็งที่รัก"

    ย่างเข้าสู่เดือนห้า บรรยากาศในเมืองหลวงเริ่มแปรเปลี่ยนจากความอบอุ่นในวสันตฤดู (ฤดูใบไม้ผลิ) กลายเป็นความร้อนระอุของคิมหันตฤดู เปลวแดดแผดเผาจนไอร้อนเต้นระยิบระยับเหนือพื้นหิน เสียงจั๊กจั่นกรีดปีกร้องระงมไปทั่วราชธานี แม้แต่สุนัขยังนอนลิ้นห้อยหมดสภาพอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ทว่า... ณ "เรือนเหมันต์พิสุทธิ์" ของจวนชินอ๋อง สถานที่พำนักของพระชายาผู้เลอโฉม บรรยากาศกลับตึงเครียดยิ่งกว่าสนามรบ "ร้อน..." เสียงครางแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจดังลอดออกมาจากก้อนผ้าไหมสีขาวมุกที่กองอยู่บนตั่งไม้จันทน์หอมตัวยาวริมหน้าต่าง หลินซีเหยา ในอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อบางเบาที่สุดเท่าที่จะหาได้ในแผ่นดิน นอนแผ่หราหมดสภาพประหนึ่งปลาเค็มตากแห้ง ใบหน้างดงามแดงระเรื่อด้วยไอแดด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมและปลายจมูกรั้น "ร้อน... ร้อนจนตัวข้าจักละลายกลายเป็นน้ำแกงอยู่รอมร่อ... งือ" เขากลิ้งกายไปมาอย่างทรมาน พัดใบตองในมือโบกสะบัดด้วยความเร็วเพียงสองครั้งต่อหนึ่งอึดใจ (ด้วยเพราะคร้านจะออกแรงมากกว่านั้น) เหล่าบ่าวไพร่ในเรือนต่างวิ่งวุ่นกันจนเหงื่อตก ยิ่งกว่ายามท่านอ๋องสั่งเคลื่อนทัพ "น้ำแกงถั

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 2 พันธะสัญญาข้าวต้มมื้อเช้า (แห่งความหายนะ)

    ยามโฉ่ว (๐๑.๐๐-๐๒.๕๙ น.) ช่วงเวลาที่ราตรีกาลโอบล้อมผืนแผ่นดินไว้อย่างแน่นหนาที่สุด ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า สายลมแห่งเหมันต์พัดผ่านยอดไม้เกิดเสียงหวีดหวิวแผ่วเบา ชวนให้ผู้คนต่างมุดกายซุกหาไออุ่นใต้ผ้าห่มผืนหนา ณ ห้องบรรทมกว้างขวางในเรือน 'เหมันต์พิสุทธิ์' ความเงียบสงบถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่เริ่มติดขัดของร่างโปร่งบางบนเตียงกว้าง หลินซีเหยา กำลังเผชิญกับ 'มหาสงคราม' ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในจิตใจ เปลือกตาบางใสที่ประดับด้วยแพขนตายาวงอนนั้น หนักอึ้งประหนึ่งถูกถ่วงด้วยศิลาพันชั่ง ร่างกายที่จมจ่อมอยู่ในฟูกขนเป็ดหนานุ่มและอ้อมกอดอุ่นจัดของสามี ร้องประท้วงอย่างเกรี้ยวกราดว่า 'จงนอนต่อเถิด! โลกภายนอกนั้นหนาวเหน็บและโหดร้าย!' แต่ทว่า... จิตสำนึกส่วนลึกกลับกระซิบเตือนด้วยเสียงอันแผ่วเบา 'วันนี้คือวันคล้ายวันประสูติของจ้าวจินหลง...' หลินซีเหยาขมวดคิ้วมุ่นทั้งที่ยังหลับตา พลิกกายตะแคงหนีความจริง แต่ภาพใบหน้าของสามีที่คอยตามใจเขามาตลอดทั้งปี ภาพกองเงินกองทองที่ให้เขาถลุงเล่น และภาพแผ่นหลังกว้างที่คอยแบกเขาเดินเที่ยวชมตลาด กลับฉายชัดเ

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 1 เมื่อลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่หล่นลงบนฟูก

    กาลเวลาล่วงเลย: สองปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคหลัก (จ้าวอัน อายุ 11 ปี) สถานที่ สำนักศึกษาหลวง แหล่งบ่มเพาะเหล่าเชื้อพระวงศ์และบุตรหลานขุนนางระดับสูง แสงตะวันยามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย เข้ากระทบกับละอองฝุ่นที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศภายในห้องเรียนวิชา "ยุทธวิธีทางทหารและพิชัยสงคราม" ความร้อนอบอ้าวของฤดูคิมหันต์ ผสมผสานกับเสียงแมลงจักจั่นที่ร้องระงมอยู่ภายนอก ชวนให้หนังตาของผู้ที่อยู่ในห้องหนักอึ้งดุจถูกถ่วงด้วยก้อนตะกั่ว "การจะนำทัพอ้อมตีกองทัพศัตรูที่ตั้งค่ายพักแรมอยู่บนยอดเขา 'พยัคฆ์หมอบ' นั้น..." เสียงของท่านราชครูอาวุโสผู้เคร่งขรึม ดังเนิบนาบชวนง่วงงุน มือเหี่ยวย่นถือไม้เรียวชี้ไปยังแผนที่ยุทธภูมิขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่หน้าชั้นเรียน "เส้นทางลัดเลาะหุบเขานั้นเต็มไปด้วยอันตรายและกับดักธรรมชาติ เราจำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางอ้อมสันเขาทางทิศบูรพาเป็นเวลาสามทิวาราตรี เพื่อมิให้หน่วยลาดตระเวนของศัตรูล่วงรู้ถึงการเคลื่อนพล..." ราชครูกวาดสายตามองเหล่าศิษย์ตัวน้อยที่นั่งหลังตรง แต่บางคนเริ่มสัปหงก "สามวันนี้ ทหารต้องเดินเท้า ก

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทที่ 31 ความฝันที่เป็นจริง และชีวิตที่ (นอน) อยู่เหนือคนทั้งหล้า [The end]

    ห้าปีล่วงเลยผ่านไป...กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน ฤดูกาลผันผ่านดุจสายน้ำไหล แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นนิรันดร์ ณ จวนชินอ๋อง มิเคยแปรเปลี่ยน คือ... ความเงียบสงบยามบ่าย ณ สวนท้อท้ายจวนอันร่มรื่นเปลญวนผ้าไหมขนาดใหญ่พิเศษสั่งทำขึ้นสำหรับสามคนโดยเฉพาะ ผูกโยงอยู่ระหว่างต้นท้อใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา บนเปลนั้นมีก้อนสิ่งมีชีวิตสามก้อนนอนเบียดเสียดกันอยู่อย่างกลมกลืนก้อนแรก จ้าวอัน (อันอัน) บัดนี้เติบโตเป็นเด็กชายวัยเก้าขวบ หน้าตาคมคายเริ่มฉายแววหล่อเหลาเหมือนบิดาบุญธรรม แต่นิสัยใจคอ... ถอดแบบมารดาบุญธรรมมาทุกกระเบียดนิ้ว เขานอนกอดดาบไม้ไผ่ หลับน้ำลายยืดเปรอะแก้มก้อนที่สอง เสี่ยวเฮย สุนัขทิเบตันแมสทิฟฟ์ที่บัดนี้แก่ชราลงเล็กน้อย แต่น้ำหนักตัวเพิ่มพูนขึ้นมหาศาล นอนแผ่พุงรับสายลมก้อนที่สาม หลินซีเหยา พระชายาเอกผู้เลอโฉม กาลเวลาไม่อาจทำร้ายผิวพรรณของเขาได้เลยแม้แต่น้อย อาจเพราะนอนมากเกินไปจนแสงตะวันมิอาจสัมผัสผิว เขานอนหนุนพุงนุ่มๆ ของเสี่ยวเฮย มือถือพัดค้างไว้ที่หน้าอก"อาหญิง..." เสียงละเมอของจ้าวอันดังขึ้น "ข้าหิว... หมูหันสุกหรือยัง...""ยังกระมัง..." หลินซีเหยาตอบทั้งที่ยังหลับตาพริ้ม "นอนไปก

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทที่ 30 การฝึกฝนของก้อนหินน้อย และความลับของป้ายหยก

    การมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาในจวนชินอ๋อง มิได้ทำให้ความวุ่นวายทวีคูณแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม... มันกลับทำให้บรรยากาศดู "เชื่องช้า" ลงกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำจ้าวอัน (อันอัน) คุณชายน้อยวัยสี่ขวบปี ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์หรืออาจกล่าวได้ว่ามิได้ปรับเลย เพราะเขายังคงนอนเป็นกิจวัตรยามสาย ณ ศาลาริมสระบัวหลินซีเหยาและจ้าวอัน นอนเรียงเคียงกันอยู่บนตั่งไม้ไผ่ตัวใหญ่ ทั้งคู่ผินหน้าไปทางสระบัว เหม่อมองมัจฉาที่แหวกว่ายวนเวียนไปมาท่วงท่าของทั้งคู่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว... มือข้างหนึ่งเท้าคาง อีกข้างวางพาดหน้าท้อง และสายตาว่างเปล่าไร้จุดหมาย"ท่านอาหญิง..." จ้าวอันติดเรียกตามจ้าวหมิง ทั้งที่ความจริงต้องเรียกท่านแม่บุญธรรม หรือท่านน้า"หือ?""ปลาว่ายน้ำ... มิเหนื่อยหรือ?""เหนื่อยสิ... ดูสิ มันว่ายไปก็อ้าปากพะงาบๆ ไป... น่าเวทนายิ่งนัก""อือ... เป็นมนุษย์ดีกว่ากระมัง นอนเฉยๆ ก็มีข้าวกิน"บทสนทนาที่ดูไร้แก่นสารแต่แฝงปรัชญาความเกียจคร้าน ดำเนินไปอย่างเนิบนาบทันใดนั้น จ้าวจินหลง ก็เดินย่างสามขุมเข้ามาพร้อมดาบไม้ไผ่สองเล่ม"ลุกขึ้นได้แล้วทั้งแม่ทั้งลูก!" ท่านอ๋องประกาศก้อง "วันนี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status