Home / วาย / ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก / บทที่ 15 โทสะของคนค้างคา กับการกลับนครที่น่าหวาดเสียว

Share

บทที่ 15 โทสะของคนค้างคา กับการกลับนครที่น่าหวาดเสียว

Author: SophiaPsp
last update publish date: 2026-03-16 13:07:46

เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในค่ายพักแรมเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บและรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากเรือนกายของท่านแม่ทัพใหญ่

จ้าวจินหลง ตื่นบรรทมแต่เช้ามืดเพราะมิอาจข่มตาหลับจากความขุ่นข้องหมองใจ ควบม้า 'ทัณฑ์สวรรค์' ออกไปกลางลานล่าสัตว์ด้วยแววตาแดงก่ำดุจปีศาจร้าย

การแข่งขันล่าสัตว์รอบสุดท้ายเริ่มขึ้น... แต่มันดูประหนึ่ง "การระบายโทสะ" ของท่านอ๋องเสียมากกว่า

ฟิ้ว! ฉึก!

ฟิ้ว! ฉึก!

ลูกธนูพุ่งออกจากแล่งด้วยความเร็วปานอัสนีบาต ทุกดอกเข้าเป้าอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นกวางป่าที่ปราดเปรียวที่สุด หรืออินทรีที่โผบินสูงเสียดฟ้า

หามีสัตว์ตัวใดรอดพ้นเงื้อมมือของท่านอ๋องผู้กำลัง "เดือดดาลถึงขีดสุด" ไปได้

"ตายเสียเถิด! เจ้าพวกมารผจญ!" ในห้วงความคิดคำนึงถึงใบหน้ามือสังหารเมื่อคืน

"บังอาจขัดจังหวะข้า!" ยิงหมูป่ากระเด็นไปสามตลบ

"ข้าจะควักตับไตไส้พุงพวกเจ้า!" ระบายความแค้นที่มิได้ลิ้มลอง 'กระต่ายน้อย'

เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ผู้อื่น ต่างพากันขี่ม้าหลบฉากด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง มิมีผู้ใดกล้าแย่งชิงเหยื่อ หรือแม้แต่จะเฉียดกรายเข้าใกล้รัศมีสังหารของชินอ๋อง

"ทะ... ท่านอ๋องทรงพิโรธเรื่องมือสังหารเมื่อคืนเป็นแน่แท้" ขุนนางผู้หนึ่งกระซิบเสียงสั่นเครือ

"ถูกแล้ว! พระองค์คงโกรธแค้นที่พวกมันบังอาจบุกรุกเข้าไปถึงเตียงพระชายา ความรักภรรยาของท่านอ๋องช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก!"

หารู้ไม่ว่า... ความจริงแล้วท่านอ๋องเพียงแค่หาที่ระบายพละกำลังที่ล้นเหลือ เพราะเมื่อคืนเครื่องติดแล้วมิได้ดับลงต่างหาก!

...

กลับมาที่ "ตำหนักผ้า"

หลินซีเหยาเพิ่งจะตื่น เขาเดินขยี้ตาออกมาหน้ากระโจม เห็นกองภูเขาซากสัตว์ที่ท่านอ๋องล่ามาได้วางกองพะเนินเทินทึก

"โอ้โห..." หลินซีเหยาอุทาน "นี่ท่านพี่ตั้งใจจะเปิดโรงชำแหละเนื้อสัตว์หรืออย่างไร?"

จ้าวจินหลงที่เพิ่งขี่ม้ากลับมา ลงจากหลังม้าด้วยท่าทางถมึงทึง เดินดุ่มๆ เข้ามาหาภรรยา

"ตื่นแล้วรึ? กินข้าวเสีย เราจะเดินทางกลับเมืองหลวงทันทีหลังมื้อเที่ยง"

"เหตุใดจึงเร่งรีบนัก?" หลินซีเหยาถามพลางรับถ้วยน้ำชาจากอาเป่า "การแข่งขันยังมิจบมิใช่หรือ?"

"จบสิ้นแล้ว" จ้าวจินหลงตอบห้วนๆ "ข้าล่าสัตว์ในป่าแถบนี้จนเกือบหมดสิ้นป่าแล้ว ไม่มีสิ่งใดให้ล่าแล้ว"

หลินซีเหยามองสามีตาปริบๆ

โกรธเคืองผู้ใดมา? หรือว่าหิวข้าว?

"ท่านพี่... ท่านดูเคร่งเครียดนะ" หลินซีเหยาเอื้อมมือไปจิ้มแขนแกร่งเบาๆ "มามะ... มาให้ข้าเกาพุงให้ไหม? เสี่ยวเฮยชอบให้ทำเช่นนี้นะ เวลาหงุดหงิด"

จ้าวจินหลงก้มมองมือนุ่มนิ่มนั่น แล้วสูดลมหายใจลึก

เกาพุง? เจ้าเห็นข้าเป็นสุนัขหรือไร?

แต่พอมองหน้าซื่อๆ ไร้เดียงสาของภรรยา ความโกรธก็ระเหยหายไปกึ่งหนึ่ง เหลือไว้แต่ความ... 'มันเขี้ยว'

"มิต้องเกาพุง..." จ้าวจินหลงกระซิบเสียงลอดไรฟัน ก้มลงกระซิบข้างใบหูให้ได้ยินกันเพียงสองคน

"เก็บแรงนิ้วของเจ้าไว้เถิด... กลับถึงจวนเมื่อใด เจ้าจักได้ใช้มัน 'เกา' อย่างอื่นแน่"

หลินซีเหยาขนลุกซู่ รีบชักมือกลับทันควัน

สายตาเยี่ยงนี้อีกแล้ว! เหตุใดข้ารู้สึกว่าชะตาขาดกำลังรออยู่ที่เมืองหลวงหนอ?

...

การสืบสวนเบื้องหลัง

ก่อนขบวนเสด็จจะเคลื่อนย้าย องครักษ์เงาเข้ามารายงานผลการสอบสวนมือสังหารที่รอดชีวิต คนที่โดนหมอนฟาดจนศีรษะบวมปูด

"ทูลท่านอ๋อง... มันรับสารภาพแล้วพ่ะย่ะค่ะ ว่าผู้ว่าจ้างคือคนของ 'หอการค้าทิศอุดร'"

จ้าวจินหลงขมวดคิ้ว "พวกพ่อค้าหน้าเลือดนั่นรึ? พวกมันกล้าดีอย่างไรมาลอบสังหารข้า?"

"มิใช่ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ... เป้าหมายของพวกมันคือ พระชายา"

"ว่ากระไรนะ?"

"พวกมันได้รับว่าจ้างให้มา... เอ่อ... 'ทำลายความบริสุทธิ์' และ 'ลักพาตัว' พระชายา เพื่อให้ท่านอ๋องเสื่อมเสียพระเกียรติพ่ะย่ะค่ะ"

เพล้ง!

ถ้วยชาในมือท่านอ๋องแตกละเอียดคามือ เศษกระเบื้องบาดนิ้วจนโลหิตซึม แต่จ้าวจินหลงมิรู้สึกเจ็บปวด

ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่แท้จริง

"ทำลายความบริสุทธิ์? ..." น้ำเสียงเย็นเยียบดุจมัจจุราช "พวกมันกล้าแตะต้องคนของข้า..."

หลินซีเหยาที่นั่งกินขนมอยู่ข้างๆ สะดุ้งโหยงกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไป

"ท่านพี่... เศษแก้วบาดมือแล้ว" เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเลือดให้อย่างเบามือ มิได้รู้ความนัยว่าตนเองคือเป้าหมาย

จ้าวจินหลงมองภรรยาที่ก้มหน้าก้มตาทำแผลให้เขา

ความรู้สึกหวงแหนพุ่งทะยานขึ้นสมอง

"องครักษ์เงาฟังคำสั่ง!" จ้าวจินหลงสั่งเสียงเรียบ "กลับไปถึงเมืองหลวงเมื่อใด... ถล่มหอการค้าทิศอุดรให้ราบคาบ! จับตัวการมาลงโทษสถานหนัก! ผู้ใดที่กล้าคิดร้ายต่อพระชายา ข้าจะทำให้มันร้องขอความตาย!"

"รับทราบ!"

...

ขบวนเดินทางกลับ

การเดินทางกลับเมืองหลวงเต็มไปด้วยความตึงเครียดสำหรับผู้อื่น แต่สำหรับหลินซีเหยา มันคือการนอนมาราธอนอีกครั้งในรถม้าดัดแปลง

แต่ครานี้... จ้าวจินหลงมิได้ขี่ม้านำขบวน

เขาเข้ามานั่งเบียดเสียดอยู่ในรถม้าคันเดียวกับหลินซีเหยา!

"ท่านพี่... ที่กว้างขวางมีตั้งมากมาย ไฉนต้องมาเบียดข้าด้วย?" หลินซีเหยาบ่นอุบ นอนตะแคงหันหลังให้

"ข้าต้องคุ้มกันเจ้า" จ้าวจินหลงตอบหน้านิ่ง เอื้อมมือไปโอบเอวบางมากอดไว้แน่น "มือสังหารอาจจะยังมีพรรคพวกหลงเหลืออยู่ ห่างกายข้าแม้แต่ก้าวเดียวก็มิได้"

"แต่ในรถม้านี่ปลอดภัยจะตายไป..."

"เงียบเถิดน่า นอนไปเสีย" ท่านอ๋องซุกหน้าลงกับไหล่ลาด "ขอกำไรข้าหน่อย... เมื่อคืนข้าขาดทุนย่อยยับ"

หลินซีเหยาถอนหายใจ ยอมให้กอดแต่โดยดี

เอาเถอะ... เป็นหมอนข้างให้เขาก็ยังดีกว่าต้องเดินเอง

...

ถึงเมืองหลวง... และความจริงของ "หนี้สิน"

ทันทีที่ขบวนเข้าสู่จวนชินอ๋อง ประตูจวนปิดลง ปัง!

จ้าวจินหลงมิรอช้า เขาอุ้มหลินซีเหยาลงจากรถม้า แล้วเดินตรงดิ่งไปยังเรือนนอนทันที โดยไม่แยแสสายตาบ่าวไพร่ที่ออกมาต้อนรับ

"ท่านพี่! ช้าก่อน! ข้ายังมิได้กินมื้อเย็น!" หลินซีเหยาร้องประท้วง ดิ้นดุ๊กดิ๊กในอ้อมแขน

"กินในห้อง!" จ้าวจินหลงตอบเสียงเข้ม "และเจ้าคืออาหารจานหลัก!"

"ไม่เอา! ข้าไม่อร่อย! ข้าเค็ม! ข้ามิได้อาบน้ำมาทั้งวัน!" หลินซีเหยาหาข้ออ้างสารพัด

"ข้าชอบกินของเค็ม!"

ปัง!

ประตูเรือนหอถูกเตะปิดลงอย่างแรง พร้อมกับลงกลอนสามชั้น!

หลินซีเหยาถูกวางลงบนเตียงกว้างหนานุ่มที่เพิ่มชั้นเป็น 5 ชั้นแล้ว

เขารีบถดตัวหนีไปชิดหัวเตียง มองสามีที่กำลังปลดเข็มขัดด้วยท่าทางดุจพยัคฆ์หิวโซ

"ท่านพี่... ใจเย็นๆ นะ..." หลินซีเหยาพยายามเจรจา "ท่านจำได้หรือไม่... ข้าเคยบอกว่าข้าขี้เกียจ... เรื่องเช่นนี้มันใช้แรงเยอะ... ข้า..."

"เจ้ามิต้องออกแรง..." จ้าวจินหลงแสยะยิ้มที่ดูอันตรายและงดงามเย้ายวนที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

เขาก้าวขึ้นเตียง คลานเข่าเข้าไปหาเหยื่อตัวน้อย

"ข้าบอกแล้วอย่างไร... ว่าข้าจะทำให้เจ้าเอง เจ้าเพียงแค่นอนเฉยๆ ... ทำหน้าที่ที่เจ้าถนัดที่สุด"

"นอนเฉยๆ จริงนะ?" หลินซีเหยาตาโต "ห้ามใช้ข้าแบกหามนะ?"

"หึ..." จ้าวจินหลงโน้มหน้าลงมาจนจมูกชนกัน

"แต่หากร้องคราง... ข้าไม่ถือว่าเป็นงานแบกหามนะ"

สิ้นคำพูด ริมฝีปากหยักได้รูปก็ประทับจูบลงมาปิดปากคนช่างเจรจา คราวนี้มิใช่จูบที่อ่อนโยนเหมือนในอ่างน้ำ แต่เป็นจูบที่เรียกร้อง ร้อนแรง และโหยหา อาภรณ์ที่เกะกะเริ่มถูกกำจัดออกไปทีละชิ้น... และราตรีนี้...ไร้เงาแห่งมือสังหาร ไร้ภารกิจราชการ ไร้ผู้ใดมาขัดจังหวะ มีเพียง "มังกรหนุ่มผู้หิวกระหาย" กับ "กระต่ายจอมเกียจคร้าน"

ที่จะต้องพิสูจน์กันว่า... "การนอนเฉยๆ" บนเตียงของท่านอ๋องนั้น มันจะสบายจริงดังว่าหรือไม่?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 4 บทส่งท้าย บันทึกของมังกร เหตุผลที่ข้าตกหลุมรัก “ก้อนหิน”

    ในสายตาของชาวบ้านร้านตลาด ขุนนางในราชสำนัก หรือแม้กระทั่งศัตรูในสมรภูมิ... ข้าคือใคร? ข้าคือ “ชินอ๋อง จ้าวจินหลง” อนุชาคนโปรดของฮ่องเต้ ข้าคือ “เทพสงคราม” ผู้เหี้ยมหาญที่บดขยี้กองทัพศัตรูนับหมื่นด้วยมือเปล่า ข้าคือ “มัจจุราชหน้าหยก” ที่เพียงแค่ปรายตามอง เด็กที่กำลังร้องไห้ยังต้องเงียบกริบด้วยความหวาดกลัว แต่พักหลังมานี้... ฉายาของข้าเริ่มเปลี่ยนไป จากแม่ทัพปีศาจ กลายเป็น “ชายผู้หลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้น” หรือหนักกว่านั้น... “ทาสรักพระชายาขี้เซา” ข้าได้ยินคำครหาเหล่านั้นแว่วมาตามลมเสมอ ทั้งจากวงน้ำชาของเหล่าฮูหยินขุนนาง และจากเสียงซุบซิบในตรอกซอกซอย “พระชายาหลินมีดีอะไร? นอกจากรูปโฉมที่งดงามล่มเมืองแล้ว วันๆ เอาแต่นอน ไม่เห็นทำหน้าที่ภรรยาที่ดี” “ได้ยินว่าตื่นสายตะวันโด่ง งานบ้านไม่แตะ งานครัวไม่ทำ วันๆ ดีแต่ผลาญสมบัติท่านอ๋อง” “ทำไมบุรุษที่สมบูรณ์แบบอย่างท่านอ๋อง ถึงได้ยอมสยบแทบเท้าคนขี้เกียจเช่นนั้น? หรือจะโดนมนต์ดำ?” หึ... มนุษย์พวกนี้ช่างโง่เขลานัก พวกเขาตัดสินคนจากสิ่งที่ตาเห็น ตัดสินคุณค่าจากกรอบประเพณีค

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 3 คิมหันต์ฤดู...กับภารกิจดับร้อน ให้ "ก้อนน้ำแข็งที่รัก"

    ย่างเข้าสู่เดือนห้า บรรยากาศในเมืองหลวงเริ่มแปรเปลี่ยนจากความอบอุ่นในวสันตฤดู (ฤดูใบไม้ผลิ) กลายเป็นความร้อนระอุของคิมหันตฤดู เปลวแดดแผดเผาจนไอร้อนเต้นระยิบระยับเหนือพื้นหิน เสียงจั๊กจั่นกรีดปีกร้องระงมไปทั่วราชธานี แม้แต่สุนัขยังนอนลิ้นห้อยหมดสภาพอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ทว่า... ณ "เรือนเหมันต์พิสุทธิ์" ของจวนชินอ๋อง สถานที่พำนักของพระชายาผู้เลอโฉม บรรยากาศกลับตึงเครียดยิ่งกว่าสนามรบ "ร้อน..." เสียงครางแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจดังลอดออกมาจากก้อนผ้าไหมสีขาวมุกที่กองอยู่บนตั่งไม้จันทน์หอมตัวยาวริมหน้าต่าง หลินซีเหยา ในอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อบางเบาที่สุดเท่าที่จะหาได้ในแผ่นดิน นอนแผ่หราหมดสภาพประหนึ่งปลาเค็มตากแห้ง ใบหน้างดงามแดงระเรื่อด้วยไอแดด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมและปลายจมูกรั้น "ร้อน... ร้อนจนตัวข้าจักละลายกลายเป็นน้ำแกงอยู่รอมร่อ... งือ" เขากลิ้งกายไปมาอย่างทรมาน พัดใบตองในมือโบกสะบัดด้วยความเร็วเพียงสองครั้งต่อหนึ่งอึดใจ (ด้วยเพราะคร้านจะออกแรงมากกว่านั้น) เหล่าบ่าวไพร่ในเรือนต่างวิ่งวุ่นกันจนเหงื่อตก ยิ่งกว่ายามท่านอ๋องสั่งเคลื่อนทัพ "น้ำแกงถั

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 2 พันธะสัญญาข้าวต้มมื้อเช้า (แห่งความหายนะ)

    ยามโฉ่ว (๐๑.๐๐-๐๒.๕๙ น.) ช่วงเวลาที่ราตรีกาลโอบล้อมผืนแผ่นดินไว้อย่างแน่นหนาที่สุด ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า สายลมแห่งเหมันต์พัดผ่านยอดไม้เกิดเสียงหวีดหวิวแผ่วเบา ชวนให้ผู้คนต่างมุดกายซุกหาไออุ่นใต้ผ้าห่มผืนหนา ณ ห้องบรรทมกว้างขวางในเรือน 'เหมันต์พิสุทธิ์' ความเงียบสงบถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่เริ่มติดขัดของร่างโปร่งบางบนเตียงกว้าง หลินซีเหยา กำลังเผชิญกับ 'มหาสงคราม' ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในจิตใจ เปลือกตาบางใสที่ประดับด้วยแพขนตายาวงอนนั้น หนักอึ้งประหนึ่งถูกถ่วงด้วยศิลาพันชั่ง ร่างกายที่จมจ่อมอยู่ในฟูกขนเป็ดหนานุ่มและอ้อมกอดอุ่นจัดของสามี ร้องประท้วงอย่างเกรี้ยวกราดว่า 'จงนอนต่อเถิด! โลกภายนอกนั้นหนาวเหน็บและโหดร้าย!' แต่ทว่า... จิตสำนึกส่วนลึกกลับกระซิบเตือนด้วยเสียงอันแผ่วเบา 'วันนี้คือวันคล้ายวันประสูติของจ้าวจินหลง...' หลินซีเหยาขมวดคิ้วมุ่นทั้งที่ยังหลับตา พลิกกายตะแคงหนีความจริง แต่ภาพใบหน้าของสามีที่คอยตามใจเขามาตลอดทั้งปี ภาพกองเงินกองทองที่ให้เขาถลุงเล่น และภาพแผ่นหลังกว้างที่คอยแบกเขาเดินเที่ยวชมตลาด กลับฉายชัดเ

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 1 เมื่อลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่หล่นลงบนฟูก

    กาลเวลาล่วงเลย: สองปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคหลัก (จ้าวอัน อายุ 11 ปี) สถานที่ สำนักศึกษาหลวง แหล่งบ่มเพาะเหล่าเชื้อพระวงศ์และบุตรหลานขุนนางระดับสูง แสงตะวันยามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย เข้ากระทบกับละอองฝุ่นที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศภายในห้องเรียนวิชา "ยุทธวิธีทางทหารและพิชัยสงคราม" ความร้อนอบอ้าวของฤดูคิมหันต์ ผสมผสานกับเสียงแมลงจักจั่นที่ร้องระงมอยู่ภายนอก ชวนให้หนังตาของผู้ที่อยู่ในห้องหนักอึ้งดุจถูกถ่วงด้วยก้อนตะกั่ว "การจะนำทัพอ้อมตีกองทัพศัตรูที่ตั้งค่ายพักแรมอยู่บนยอดเขา 'พยัคฆ์หมอบ' นั้น..." เสียงของท่านราชครูอาวุโสผู้เคร่งขรึม ดังเนิบนาบชวนง่วงงุน มือเหี่ยวย่นถือไม้เรียวชี้ไปยังแผนที่ยุทธภูมิขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่หน้าชั้นเรียน "เส้นทางลัดเลาะหุบเขานั้นเต็มไปด้วยอันตรายและกับดักธรรมชาติ เราจำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางอ้อมสันเขาทางทิศบูรพาเป็นเวลาสามทิวาราตรี เพื่อมิให้หน่วยลาดตระเวนของศัตรูล่วงรู้ถึงการเคลื่อนพล..." ราชครูกวาดสายตามองเหล่าศิษย์ตัวน้อยที่นั่งหลังตรง แต่บางคนเริ่มสัปหงก "สามวันนี้ ทหารต้องเดินเท้า ก

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทที่ 31 ความฝันที่เป็นจริง และชีวิตที่ (นอน) อยู่เหนือคนทั้งหล้า [The end]

    ห้าปีล่วงเลยผ่านไป...กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน ฤดูกาลผันผ่านดุจสายน้ำไหล แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นนิรันดร์ ณ จวนชินอ๋อง มิเคยแปรเปลี่ยน คือ... ความเงียบสงบยามบ่าย ณ สวนท้อท้ายจวนอันร่มรื่นเปลญวนผ้าไหมขนาดใหญ่พิเศษสั่งทำขึ้นสำหรับสามคนโดยเฉพาะ ผูกโยงอยู่ระหว่างต้นท้อใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา บนเปลนั้นมีก้อนสิ่งมีชีวิตสามก้อนนอนเบียดเสียดกันอยู่อย่างกลมกลืนก้อนแรก จ้าวอัน (อันอัน) บัดนี้เติบโตเป็นเด็กชายวัยเก้าขวบ หน้าตาคมคายเริ่มฉายแววหล่อเหลาเหมือนบิดาบุญธรรม แต่นิสัยใจคอ... ถอดแบบมารดาบุญธรรมมาทุกกระเบียดนิ้ว เขานอนกอดดาบไม้ไผ่ หลับน้ำลายยืดเปรอะแก้มก้อนที่สอง เสี่ยวเฮย สุนัขทิเบตันแมสทิฟฟ์ที่บัดนี้แก่ชราลงเล็กน้อย แต่น้ำหนักตัวเพิ่มพูนขึ้นมหาศาล นอนแผ่พุงรับสายลมก้อนที่สาม หลินซีเหยา พระชายาเอกผู้เลอโฉม กาลเวลาไม่อาจทำร้ายผิวพรรณของเขาได้เลยแม้แต่น้อย อาจเพราะนอนมากเกินไปจนแสงตะวันมิอาจสัมผัสผิว เขานอนหนุนพุงนุ่มๆ ของเสี่ยวเฮย มือถือพัดค้างไว้ที่หน้าอก"อาหญิง..." เสียงละเมอของจ้าวอันดังขึ้น "ข้าหิว... หมูหันสุกหรือยัง...""ยังกระมัง..." หลินซีเหยาตอบทั้งที่ยังหลับตาพริ้ม "นอนไปก

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทที่ 30 การฝึกฝนของก้อนหินน้อย และความลับของป้ายหยก

    การมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาในจวนชินอ๋อง มิได้ทำให้ความวุ่นวายทวีคูณแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม... มันกลับทำให้บรรยากาศดู "เชื่องช้า" ลงกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำจ้าวอัน (อันอัน) คุณชายน้อยวัยสี่ขวบปี ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์หรืออาจกล่าวได้ว่ามิได้ปรับเลย เพราะเขายังคงนอนเป็นกิจวัตรยามสาย ณ ศาลาริมสระบัวหลินซีเหยาและจ้าวอัน นอนเรียงเคียงกันอยู่บนตั่งไม้ไผ่ตัวใหญ่ ทั้งคู่ผินหน้าไปทางสระบัว เหม่อมองมัจฉาที่แหวกว่ายวนเวียนไปมาท่วงท่าของทั้งคู่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว... มือข้างหนึ่งเท้าคาง อีกข้างวางพาดหน้าท้อง และสายตาว่างเปล่าไร้จุดหมาย"ท่านอาหญิง..." จ้าวอันติดเรียกตามจ้าวหมิง ทั้งที่ความจริงต้องเรียกท่านแม่บุญธรรม หรือท่านน้า"หือ?""ปลาว่ายน้ำ... มิเหนื่อยหรือ?""เหนื่อยสิ... ดูสิ มันว่ายไปก็อ้าปากพะงาบๆ ไป... น่าเวทนายิ่งนัก""อือ... เป็นมนุษย์ดีกว่ากระมัง นอนเฉยๆ ก็มีข้าวกิน"บทสนทนาที่ดูไร้แก่นสารแต่แฝงปรัชญาความเกียจคร้าน ดำเนินไปอย่างเนิบนาบทันใดนั้น จ้าวจินหลง ก็เดินย่างสามขุมเข้ามาพร้อมดาบไม้ไผ่สองเล่ม"ลุกขึ้นได้แล้วทั้งแม่ทั้งลูก!" ท่านอ๋องประกาศก้อง "วันนี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status