Home / วาย / ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก / บทที่ 20 การล้างมลทินฉบับคนขี้เกียจ และจุดจบของจอมลวงโลก

Share

บทที่ 20 การล้างมลทินฉบับคนขี้เกียจ และจุดจบของจอมลวงโลก

Author: SophiaPsp
last update publish date: 2026-03-16 13:10:13

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ เรือนเหมันต์พิสุทธิ์ บรรยากาศเงียบสงบผิดปกติวิสัย เพราะวันนี้พระชายาหลินซีเหยาตื่นสายกว่าทุกวัน ซึ่งปกตินั้นก็สายมากอยู่แล้ว

"โอ๊ย..." เสียงครางแผ่วเบาดังลอดออกมาจากก้อนผ้าห่มบนเตียง หลินซีเหยาค่อยๆ โผล่ศีรษะออกมา สภาพเกศายุ่งเหยิง ขอบตามีรอยคล้ำจางๆ เขาพยายามจะขยับกายลุกขึ้น แต่ความร้าวระบมที่ช่วงเอวและสะโพกแล่นปราดขึ้นมาจนน้ำตาเล็ด

"ท่านอ๋องคนบ้า! ท่านอ๋องคนมุสา! ไหนบอกว่ารอบเดียว!" หลินซีเหยาทุบหมอนระบายโทสะ

"ข้าบอกว่า 'รอบเดียวสำหรับราตรีนี้' แต่ข้ามิได้บอกว่ารอบละกี่ชั่วยามนี่" สุรเสียงทุ้มต่ำอย่างคนอารมณ์ดีดังขึ้นจากโต๊ะน้ำชา จ้าวจินหลง นั่งจิบชาอย่างเกษมสำราญ อยู่ในชุดเต็มยศสีน้ำเงินเข้มปักลายพยัคฆ์ ดูสง่างามและทรงอำนาจ ต่างจากบุรุษที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาเมื่อคืนราวฟ้ากับเหว

"ตื่นแล้วหรือ? มากินข้าวต้มสิ ข้าให้คนเพิ่มไข่เยี่ยวม้าให้เจ้าด้วย" ท่านอ๋องกวักมือเรียก

"ข้าลุกไม่ไหว!" หลินซีเหยาเบะปาก "ท่านต้องรับผิดชอบ! วันนี้ข้าจะไม่ทำสิ่งใดทั้งนั้น ข้าจะนอนเป็นผัก!"

"ตามใจเจ้า" จ้าวจินหลงวางถ้วยชาลง เดินเข้ามาอุ้มภรรยาพร้อมผ้าห่มไปวางที่เก้าอี้ตั่งนุ่มๆ แล้วป้อนข้าวต้มให้ถึงริมฝีปาก "กินให้อิ่มหนำ... เพราะบ่ายนี้เรามีที่ที่ต้องไปเยือน"

"ไม่ไป!" หลินซีเหยาเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ "ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าจะนอน"

"เราจะไป 'จวนตระกูลหลิน'" จ้าวจินหลงเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ไปชำระบัญชีเรื่อง 'ข่าวลือ' ที่ทำให้เจ้าต้องมัวหมองมาตลอดหลายปี"

หลินซีเหยาชะงัก ช้อนสายตามองสามี "ข่าวลือที่ว่าข้าแพศยาน่ะหรือ? ช่างมันเถิด ข้าเกียจคร้านจะแก้ข่าว ปากคนยาวกว่าปากกา..."

"แต่ข้าไม่ชอบ" จ้าวจินหลงวางชามข้าวลง เช็ดปากให้ภรรยา "ภรรยาข้าสะอาดบริสุทธิ์ดุจหยกเนื้อดี แต่กลับถูกสาดโคลนว่าเป็นกรวดทราย... เปิ่นหวางยอมมิได้ วันนี้ข้าจะไปตบปากคนพวกนั้นให้เจ้าดู"

...

ณ จวนตระกูลหลิน

บรรยากาศในจวนตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อขบวนเกี้ยวหยกขาวของชินอ๋องและพระชายาเคลื่อนมาจอดเทียบหน้าประตู หลินลู่ (บิดา) , ฮูหยินรอง, และ หลินเมิ่ง รีบออกมาต้อนรับด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง โดยเฉพาะหลินเมิ่งที่หน้าซีดเผือด นางได้ยินข่าวเล่าลือเรื่อง "ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยม" และ "มือสังหาร" มาแล้ว

"ถวายบังคมท่านอ๋อง ถวายบังคมพระชายา!" ทุกคนคุกเข่าลงกับพื้นธรณี

จ้าวจินหลงก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าองอาจ ก่อนจะหันไปประคองกึ่งอุ้มหลินซีเหยาลงมา หลินซีเหยาวันนี้สวมชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายดอกบัว ดูสูงส่งและงดงามราวกับเทพเซียนแม้ท่าทางจะดูง่วงงุนก็ตาม

"ลุกขึ้นเถิด ท่านพ่อตา" จ้าวจินหลงเอ่ยเสียงเรียบ แต่มิยิ้มแย้ม "วันนี้ข้าพาซีเหยากลับมาเยี่ยมบ้าน... และมีเรื่องใคร่จะ 'สอบถาม' สักหน่อย"

...

ในโถงรับรอง

หลินซีเหยานั่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้ที่มีเบาะรองนั่งขนสัตว์ที่พกพามาเอง จิบชาชั้นเลิศที่บ่าวไพร่รีบนำมาถวาย ส่วนคนตระกูลหลินนั่งตัวเกร็งอยู่ฝั่งตรงข้าม

"ท่านอ๋องมีเรื่องอันใดจะสอบถามหรือพ่ะย่ะค่ะ?" หลินลู่ถามเสียงสั่นเครือ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก

"ข้าใคร่รู้ว่า..." จ้าวจินหลงวางถ้วยชาลงดัง กึก! "ข่าวลือที่ว่าหลินซีเหยา 'มักมากในกาม' และ 'ผ่านมือบุรุษมานับร้อย' ...มันเริ่มต้นมาจากที่ใด?"

ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้อง หลินเมิ่งก้มหน้าต่ำ มือจิกกระโปรงแน่น

"เอ่อ... คือ... มันเป็นเพียงข่าวลือชาวบ้าน..." ฮูหยินรองพยายามแก้ต่าง

"ชาวบ้าน?" จ้าวจินหลงแค่นหัวเราะ "ข้าให้หน่วยองครักษ์เงาสืบมาแล้ว ต้นตอของข่าวลือมิได้มาจากตลาด... แต่มาจาก 'งานเลี้ยงน้ำชาในสวนหลังเรือน' ของตระกูลหลินเมื่อสามปีก่อน"

สายตาคมกริบตวัดไปมองหลินเมิ่ง "คุณหนูใหญ่หลิน... วันนั้นเจ้าพูดอันใดกับสหายของเจ้าบ้าง จำได้หรือไม่?"

หลินเมิ่งตัวสั่นเทิ้ม "มะ... หม่อมฉัน... หม่อมฉันจำมิได้เพคะ!"

"จำมิได้?" จ้าวจินหลงหยิบม้วนกระดาษออกมาจากอกเสื้อ โยนลงตรงหน้านาง "นี่คือคำให้การของสาวใช้คนสนิทของเจ้า นางสารภาพว่าเจ้าเป็นผู้สั่งให้ปล่อยข่าว เพราะริษยาที่ซีเหยางดงามกว่า และมีบุรุษมาติดพันมากกว่า!"

"ไม่จริง! ใส่ร้าย! หม่อมฉันถูกใส่ร้าย!" หลินเมิ่งกรีดร้อง ปฏิเสธเสียงแข็ง

หลินซีเหยามองพี่สาวที่กำลังดิ้นพล่าน แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ "พี่หญิง... ยอมรับเสียเถิด ข้าเกียจคร้านจะฟังเสียงกรีดร้องของท่าน มันแสบแก้วหู"

"เจ้าหุบปากนะ นังตัวดี!" หลินเมิ่งหลุดกิริยา ตวาดใส่น้องชาย "เจ้ามันก็แค่เศษสวะ! ถึงข้าจะเป็นคนปล่อยข่าว แต่ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าลับหลังเจ้าทำตัวเยี่ยงไร! เจ้าอาจจะแพศยาจริงๆ ก็ได้!"

"บังอาจ!"

จ้าวจินหลงตบโต๊ะจนน้ำชาในถ้วยกระฉอก พื้นสะเทือนเลื่อนลั่น "ต่อหน้าเปิ่นหวาง เจ้ายังกล้าสามหาว!"

ท่านอ๋องลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ข่มขวัญทุกคนจนแทบหยุดหายใจ "ข้าคือสามีของหลินซีเหยา... ข้าย่อมรู้แจ้งที่สุดว่าภรรยาข้าเป็นเช่นไร"

เขาเดินไปหยุดอยู่กลางห้อง ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกังวาน "ในคืนเข้าหอ... และทุกค่ำคืนที่ผ่านมา หลินซีเหยาคือผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง! ร่างกายของเขาไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนข้า! หลักฐานคือ... ความไร้เดียงสาที่ข้าสัมผัสได้ด้วยตนเอง!"

"คำยืนยันจากปาก 'ชินอ๋อง จ้าวจินหลง' ...พวกเจ้าคิดว่าไม่เพียงพอหรือ!?"

หลินลู่รีบโขกศีรษะกับพื้น "เพียงพอพ่ะย่ะค่ะ! เชื่อแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ลูกเมิ่งโง่เขลา บังอาจใส่ร้ายพระชายา ขอท่านอ๋องโปรดอภัย!"

หลินเมิ่งหน้าซีดเป็นไก่ต้ม นางรู้ตัวแล้วว่าหมดหนทางต่อสู้ "หม่อมฉัน... หม่อมฉันผิดไปแล้ว..."

จ้าวจินหลงมองนางด้วยสายตาเหยียดหยาม "ความริษยาทำให้เจ้าอัปลักษณ์ยิ่งกว่าปีศาจ... โทษฐานหมิ่นพระเกียรติพระชายา โทษประหารคือตัดศีรษะ..."

"ท่านพี่!" หลินซีเหยารีบเรียก

"ว่าอย่างไร?" จ้าวจินหลงหันมาเสียงอ่อนลงทันที

"อย่าประหารเลย... โลหิตสาดเลอะเทอะ ข้าเกียจคร้านจะเห็นภาพสยดสยอง ประเดี๋ยวฝันร้าย" หลินซีเหยาโบกมือ "เอาเพียงแค่... ส่งนางไปบวชชีที่วัดบนยอดเขาซงซานตลอดชีวิตก็พอ ให้สวดมนต์สงบจิตใจ... อ้อ วัดนั้นต้องเดินขึ้นบันไดพันขั้นนะ นางจะได้เลิกฟุ้งซ่าน"

จ้าวจินหลงยิ้มกริ่ม "ความคิดเข้าท่า... วัดซงซานกันดารและหนาวเหน็บ เหมาะแก่การดัดนิสัย"

"ทหาร! ลากตัวหลินเมิ่งไป! ส่งตัวไปวัดซงซานเดี๋ยวนี้! ห้ามผู้ใดไปเยี่ยม ห้ามกลับเมืองหลวงชั่วชีวิต!"

"ไม่นะ! ท่านพ่อช่วยข้าด้วย! กรี๊ดดดด!" หลินเมิ่งถูกทหารลากตัวออกไป ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่ค่อยๆ เลือนหายไป

หลินลู่และฮูหยินรองนั่งตัวสั่น มิกล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง

จ้าวจินหลงหันกลับมานั่งลงข้างหลินซีเหยา เปลี่ยนสีหน้าเป็นอบอุ่นทันที "พอใจหรือไม่?"

"อื้ม..." หลินซีเหยาพยักหน้า หาววอดใหญ่ "จัดการเสร็จสิ้นแล้วใช่หรือไม่? ข้าหิวแล้ว... ได้ยินว่าครัวตระกูลหลินมี 'ซุปไก่ดำตุ๋นยาจีน' รสเลิศมาก"

หลินลู่รีบเงยหน้า "จะ... จัดเตรียมเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ! จะให้คนยกมาถวายเดี๋ยวนี้!"

...

ขากลับจวนอ๋อง (บนรถม้า)

หลินซีเหยานอนหนุนตักท่านอ๋องอย่างสบายใจ ความหนักอึ้งในใจที่ถูกคนตราหน้ามาหลายปีถูกยกออกไปจนหมดสิ้น

"ท่านพี่..." 

"หืม?" 

"ขอบคุณนะ"

จ้าวจินหลงลูบเกศานุ่มของภรรยา "เรื่องเพียงเท่านี้เอง... ข้าบอกแล้วว่าข้าจะเลี้ยงดูเจ้า จะดูแลเจ้า... ผู้ใดที่ทำให้เจ้าขุ่นข้องหมองใจ ข้าจะจัดการให้สิ้นซาก"

"ท่านดีที่สุดเลย..." หลินซีเหยาถูไถใบหน้ากับหน้าท้องแกร่ง "คืนนี้... ข้าจะมอบรางวัล"

"รางวัล?" จ้าวจินหลงตาเป็นประกาย "อย่าบอกนะว่า..."

"คืนนี้ข้าจะยอม... 'ขยับเอง'" หลินซีเหยากระซิบเสียงเบา หน้าแดงระเรื่อ "ท่านเพียงแค่นอนเฉยๆ ... ข้าจะปรนนิบัติท่านเอง"

ตู้ม! พลุแตกในความคิดคำนึงของท่านอ๋อง!

จ้าวจินหลงกลืนน้ำลายเอือก เร่งตะโกนบอกคนขับรถม้า "บังคับม้าให้เร็วที่สุด! กลับจวนเดี๋ยวนี้! ผู้ใดชักช้าข้าจะสั่งโบย!"

รถม้าพุ่งทะยานออกไปราวกับติดปีก หลินซีเหยาแอบยิ้มเจ้าเล่ห์ หึหึ... ขยับเองที่ว่า คือขยับไปหยิบหมอนให้ท่านนอนต่างหากเล่า เจ้าทึ่มเอ๋ย! (หรือเขาจะยอมจริงๆ ต้องรอลุ้น)

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 4 บทส่งท้าย บันทึกของมังกร เหตุผลที่ข้าตกหลุมรัก “ก้อนหิน”

    ในสายตาของชาวบ้านร้านตลาด ขุนนางในราชสำนัก หรือแม้กระทั่งศัตรูในสมรภูมิ... ข้าคือใคร? ข้าคือ “ชินอ๋อง จ้าวจินหลง” อนุชาคนโปรดของฮ่องเต้ ข้าคือ “เทพสงคราม” ผู้เหี้ยมหาญที่บดขยี้กองทัพศัตรูนับหมื่นด้วยมือเปล่า ข้าคือ “มัจจุราชหน้าหยก” ที่เพียงแค่ปรายตามอง เด็กที่กำลังร้องไห้ยังต้องเงียบกริบด้วยความหวาดกลัว แต่พักหลังมานี้... ฉายาของข้าเริ่มเปลี่ยนไป จากแม่ทัพปีศาจ กลายเป็น “ชายผู้หลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้น” หรือหนักกว่านั้น... “ทาสรักพระชายาขี้เซา” ข้าได้ยินคำครหาเหล่านั้นแว่วมาตามลมเสมอ ทั้งจากวงน้ำชาของเหล่าฮูหยินขุนนาง และจากเสียงซุบซิบในตรอกซอกซอย “พระชายาหลินมีดีอะไร? นอกจากรูปโฉมที่งดงามล่มเมืองแล้ว วันๆ เอาแต่นอน ไม่เห็นทำหน้าที่ภรรยาที่ดี” “ได้ยินว่าตื่นสายตะวันโด่ง งานบ้านไม่แตะ งานครัวไม่ทำ วันๆ ดีแต่ผลาญสมบัติท่านอ๋อง” “ทำไมบุรุษที่สมบูรณ์แบบอย่างท่านอ๋อง ถึงได้ยอมสยบแทบเท้าคนขี้เกียจเช่นนั้น? หรือจะโดนมนต์ดำ?” หึ... มนุษย์พวกนี้ช่างโง่เขลานัก พวกเขาตัดสินคนจากสิ่งที่ตาเห็น ตัดสินคุณค่าจากกรอบประเพณีค

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 3 คิมหันต์ฤดู...กับภารกิจดับร้อน ให้ "ก้อนน้ำแข็งที่รัก"

    ย่างเข้าสู่เดือนห้า บรรยากาศในเมืองหลวงเริ่มแปรเปลี่ยนจากความอบอุ่นในวสันตฤดู (ฤดูใบไม้ผลิ) กลายเป็นความร้อนระอุของคิมหันตฤดู เปลวแดดแผดเผาจนไอร้อนเต้นระยิบระยับเหนือพื้นหิน เสียงจั๊กจั่นกรีดปีกร้องระงมไปทั่วราชธานี แม้แต่สุนัขยังนอนลิ้นห้อยหมดสภาพอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ทว่า... ณ "เรือนเหมันต์พิสุทธิ์" ของจวนชินอ๋อง สถานที่พำนักของพระชายาผู้เลอโฉม บรรยากาศกลับตึงเครียดยิ่งกว่าสนามรบ "ร้อน..." เสียงครางแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจดังลอดออกมาจากก้อนผ้าไหมสีขาวมุกที่กองอยู่บนตั่งไม้จันทน์หอมตัวยาวริมหน้าต่าง หลินซีเหยา ในอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อบางเบาที่สุดเท่าที่จะหาได้ในแผ่นดิน นอนแผ่หราหมดสภาพประหนึ่งปลาเค็มตากแห้ง ใบหน้างดงามแดงระเรื่อด้วยไอแดด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมและปลายจมูกรั้น "ร้อน... ร้อนจนตัวข้าจักละลายกลายเป็นน้ำแกงอยู่รอมร่อ... งือ" เขากลิ้งกายไปมาอย่างทรมาน พัดใบตองในมือโบกสะบัดด้วยความเร็วเพียงสองครั้งต่อหนึ่งอึดใจ (ด้วยเพราะคร้านจะออกแรงมากกว่านั้น) เหล่าบ่าวไพร่ในเรือนต่างวิ่งวุ่นกันจนเหงื่อตก ยิ่งกว่ายามท่านอ๋องสั่งเคลื่อนทัพ "น้ำแกงถั

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 2 พันธะสัญญาข้าวต้มมื้อเช้า (แห่งความหายนะ)

    ยามโฉ่ว (๐๑.๐๐-๐๒.๕๙ น.) ช่วงเวลาที่ราตรีกาลโอบล้อมผืนแผ่นดินไว้อย่างแน่นหนาที่สุด ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า สายลมแห่งเหมันต์พัดผ่านยอดไม้เกิดเสียงหวีดหวิวแผ่วเบา ชวนให้ผู้คนต่างมุดกายซุกหาไออุ่นใต้ผ้าห่มผืนหนา ณ ห้องบรรทมกว้างขวางในเรือน 'เหมันต์พิสุทธิ์' ความเงียบสงบถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่เริ่มติดขัดของร่างโปร่งบางบนเตียงกว้าง หลินซีเหยา กำลังเผชิญกับ 'มหาสงคราม' ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในจิตใจ เปลือกตาบางใสที่ประดับด้วยแพขนตายาวงอนนั้น หนักอึ้งประหนึ่งถูกถ่วงด้วยศิลาพันชั่ง ร่างกายที่จมจ่อมอยู่ในฟูกขนเป็ดหนานุ่มและอ้อมกอดอุ่นจัดของสามี ร้องประท้วงอย่างเกรี้ยวกราดว่า 'จงนอนต่อเถิด! โลกภายนอกนั้นหนาวเหน็บและโหดร้าย!' แต่ทว่า... จิตสำนึกส่วนลึกกลับกระซิบเตือนด้วยเสียงอันแผ่วเบา 'วันนี้คือวันคล้ายวันประสูติของจ้าวจินหลง...' หลินซีเหยาขมวดคิ้วมุ่นทั้งที่ยังหลับตา พลิกกายตะแคงหนีความจริง แต่ภาพใบหน้าของสามีที่คอยตามใจเขามาตลอดทั้งปี ภาพกองเงินกองทองที่ให้เขาถลุงเล่น และภาพแผ่นหลังกว้างที่คอยแบกเขาเดินเที่ยวชมตลาด กลับฉายชัดเ

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 1 เมื่อลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่หล่นลงบนฟูก

    กาลเวลาล่วงเลย: สองปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคหลัก (จ้าวอัน อายุ 11 ปี) สถานที่ สำนักศึกษาหลวง แหล่งบ่มเพาะเหล่าเชื้อพระวงศ์และบุตรหลานขุนนางระดับสูง แสงตะวันยามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย เข้ากระทบกับละอองฝุ่นที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศภายในห้องเรียนวิชา "ยุทธวิธีทางทหารและพิชัยสงคราม" ความร้อนอบอ้าวของฤดูคิมหันต์ ผสมผสานกับเสียงแมลงจักจั่นที่ร้องระงมอยู่ภายนอก ชวนให้หนังตาของผู้ที่อยู่ในห้องหนักอึ้งดุจถูกถ่วงด้วยก้อนตะกั่ว "การจะนำทัพอ้อมตีกองทัพศัตรูที่ตั้งค่ายพักแรมอยู่บนยอดเขา 'พยัคฆ์หมอบ' นั้น..." เสียงของท่านราชครูอาวุโสผู้เคร่งขรึม ดังเนิบนาบชวนง่วงงุน มือเหี่ยวย่นถือไม้เรียวชี้ไปยังแผนที่ยุทธภูมิขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่หน้าชั้นเรียน "เส้นทางลัดเลาะหุบเขานั้นเต็มไปด้วยอันตรายและกับดักธรรมชาติ เราจำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางอ้อมสันเขาทางทิศบูรพาเป็นเวลาสามทิวาราตรี เพื่อมิให้หน่วยลาดตระเวนของศัตรูล่วงรู้ถึงการเคลื่อนพล..." ราชครูกวาดสายตามองเหล่าศิษย์ตัวน้อยที่นั่งหลังตรง แต่บางคนเริ่มสัปหงก "สามวันนี้ ทหารต้องเดินเท้า ก

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทที่ 31 ความฝันที่เป็นจริง และชีวิตที่ (นอน) อยู่เหนือคนทั้งหล้า [The end]

    ห้าปีล่วงเลยผ่านไป...กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน ฤดูกาลผันผ่านดุจสายน้ำไหล แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นนิรันดร์ ณ จวนชินอ๋อง มิเคยแปรเปลี่ยน คือ... ความเงียบสงบยามบ่าย ณ สวนท้อท้ายจวนอันร่มรื่นเปลญวนผ้าไหมขนาดใหญ่พิเศษสั่งทำขึ้นสำหรับสามคนโดยเฉพาะ ผูกโยงอยู่ระหว่างต้นท้อใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา บนเปลนั้นมีก้อนสิ่งมีชีวิตสามก้อนนอนเบียดเสียดกันอยู่อย่างกลมกลืนก้อนแรก จ้าวอัน (อันอัน) บัดนี้เติบโตเป็นเด็กชายวัยเก้าขวบ หน้าตาคมคายเริ่มฉายแววหล่อเหลาเหมือนบิดาบุญธรรม แต่นิสัยใจคอ... ถอดแบบมารดาบุญธรรมมาทุกกระเบียดนิ้ว เขานอนกอดดาบไม้ไผ่ หลับน้ำลายยืดเปรอะแก้มก้อนที่สอง เสี่ยวเฮย สุนัขทิเบตันแมสทิฟฟ์ที่บัดนี้แก่ชราลงเล็กน้อย แต่น้ำหนักตัวเพิ่มพูนขึ้นมหาศาล นอนแผ่พุงรับสายลมก้อนที่สาม หลินซีเหยา พระชายาเอกผู้เลอโฉม กาลเวลาไม่อาจทำร้ายผิวพรรณของเขาได้เลยแม้แต่น้อย อาจเพราะนอนมากเกินไปจนแสงตะวันมิอาจสัมผัสผิว เขานอนหนุนพุงนุ่มๆ ของเสี่ยวเฮย มือถือพัดค้างไว้ที่หน้าอก"อาหญิง..." เสียงละเมอของจ้าวอันดังขึ้น "ข้าหิว... หมูหันสุกหรือยัง...""ยังกระมัง..." หลินซีเหยาตอบทั้งที่ยังหลับตาพริ้ม "นอนไปก

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทที่ 30 การฝึกฝนของก้อนหินน้อย และความลับของป้ายหยก

    การมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาในจวนชินอ๋อง มิได้ทำให้ความวุ่นวายทวีคูณแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม... มันกลับทำให้บรรยากาศดู "เชื่องช้า" ลงกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำจ้าวอัน (อันอัน) คุณชายน้อยวัยสี่ขวบปี ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์หรืออาจกล่าวได้ว่ามิได้ปรับเลย เพราะเขายังคงนอนเป็นกิจวัตรยามสาย ณ ศาลาริมสระบัวหลินซีเหยาและจ้าวอัน นอนเรียงเคียงกันอยู่บนตั่งไม้ไผ่ตัวใหญ่ ทั้งคู่ผินหน้าไปทางสระบัว เหม่อมองมัจฉาที่แหวกว่ายวนเวียนไปมาท่วงท่าของทั้งคู่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว... มือข้างหนึ่งเท้าคาง อีกข้างวางพาดหน้าท้อง และสายตาว่างเปล่าไร้จุดหมาย"ท่านอาหญิง..." จ้าวอันติดเรียกตามจ้าวหมิง ทั้งที่ความจริงต้องเรียกท่านแม่บุญธรรม หรือท่านน้า"หือ?""ปลาว่ายน้ำ... มิเหนื่อยหรือ?""เหนื่อยสิ... ดูสิ มันว่ายไปก็อ้าปากพะงาบๆ ไป... น่าเวทนายิ่งนัก""อือ... เป็นมนุษย์ดีกว่ากระมัง นอนเฉยๆ ก็มีข้าวกิน"บทสนทนาที่ดูไร้แก่นสารแต่แฝงปรัชญาความเกียจคร้าน ดำเนินไปอย่างเนิบนาบทันใดนั้น จ้าวจินหลง ก็เดินย่างสามขุมเข้ามาพร้อมดาบไม้ไผ่สองเล่ม"ลุกขึ้นได้แล้วทั้งแม่ทั้งลูก!" ท่านอ๋องประกาศก้อง "วันนี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status