Home / แฟนตาซี / คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม / ตอนที่ 35 คนที่ไม่เชื่อนิมิต

Share

ตอนที่ 35 คนที่ไม่เชื่อนิมิต

last update publish date: 2026-07-28 07:02:57

ตอนที่ 35 คนที่ไม่เชื่อนิมิต

เสียงระฆังเตือนยังดังอยู่เหนือเมืองไร้ธง ขณะที่ม่านพรางสีเทาค่อย ๆ คลุมอาคาร ถนน และกำแพงทั้งหมดจนหายไปจากสายตาของโลกภายนอก ภายในห้องทำงานของอิงดาว แสงจากหน้าจอหลายสิบจอส่องให้เห็นใบหน้าของทุกคนอย่างชัดเจน เมธายืนอยู่หน้าเครื่องประมวลผลและพยายามไล่หาต้นทางของโดรนสอดแนมที่แทรกเข้ามา พิมพ์ชนกนั่งพักอยู่ข้างผนังหลังใช้พลังมองอนาคตมากเกินไป ส่วนธันวายืนมองภาพจากกล้องรอบเมือง เขาเห็นชาวเมืองกำลังเคลื่อนย้ายเด็ก คนชรา และผู้ป่วยลงสู่ที่หลบภัย เห็นผู้มีพลังหลายร้อยคนกระจายตัวไปตามแนวกำแพง และเห็นคนธรรมดาถืออาวุธเก่าขึ้นไปประจำจุดป้องกันโดยไม่มีใครสั่ง พวกเขาเคลื่อนไหวเหมือนเคยผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน อิงดาวเสียบสายเชื่อมต่อจากแขนกลเข้ากับเครื่องหลักแล้วดึงข้อมูลจากโดรนที่ยิงตก เพียงไม่กี่วินาทีภาพแผนที่ภายนอกก็ปรากฏขึ้น กองกำลังหลายกลุ่มกำลังล้อมพื้นที่กว้างรอบเมือง แต่ไม่มีฝ่ายใดมองเห็นตำแหน่งจริงของกำแพง พวกเขาเพียงรู้ว่าธันวาเข้ามาในเขตนี้และกำลังใช้วิธีปิดพื้นที่ค้นหาทีละส่วน หากม่านพรางยังทำงาน เมืองจะปลอดภัยชั่วคราว แต่การเปิดม่านระดับสูงใช้พลังจำนวนมาก และไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดวัน

อิงดาวพูด

"เรามีเวลาประมาณหกชั่วโมง ก่อนระบบพรางเริ่มอ่อน"

เมธาถาม

"ถ้าเพิ่มพลังจากเครื่องกำเนิดเขตตะวันออกล่ะ"

"ทำไม่ได้ เครื่องนั้นเลี้ยงโรงพยาบาลกับเขตกักกันพลัง"

ธันวาถาม

"มีกี่คนที่ต้องใช้เครื่องกักกัน"

อิงดาวมองจอหนึ่งซึ่งแสดงห้องใต้ดิน มีผู้มีพลังหลายสิบคนนอนอยู่บนเตียง แต่ละคนสวมกำไลควบคุมอาการ บางคนมีเปลวไฟไหลออกจากผิว บางคนมีน้ำแข็งเกาะตามร่าง และบางคนปล่อยคลื่นสั่นสะเทือนจนกำแพงรอบเตียงสั่นตลอดเวลา

"สี่สิบสองคน ถ้าตัดไฟ พวกเขาอาจเสียการควบคุม"

ธันวานิ่งไป

"งั้นอย่าตัด"

อิงดาวหันมอง

"นายไม่มีสิทธิ์ออกคำสั่งในเมืองนี้"

"ผมไม่ได้สั่ง ผมแค่บอกว่าอย่าให้คนพวกนั้นต้องเสียสละเพราะผม"

อิงดาวถอนสายออกจากเครื่อง

"พูดง่าย คนที่ถูกล่าทุกคนพูดแบบนี้ตอนยังไม่มีใครตาย"

ประตูด้านหลังเปิดออก ชายหนุ่มร่างใหญ่ผู้ถือค้อนจากหน้าประตูเมืองเดินเข้ามา เขาชื่อคราม ผิวบริเวณแขนทั้งสองมีรอยแตกคล้ายหินและมีประกายไฟวิ่งอยู่ข้างใน เขาโยนโดรนอีกตัวลงบนโต๊ะ มันถูกทุบจนแหลก

"เจออีกสามตัวทางเขตเหนือ"

อิงดาวถาม

"เข้ามาได้อย่างไร"

"ไม่รู้ พวกมันเหมือนรู้ช่วงที่ม่านเปิดรับคนเข้า"

ครามหันมองธันวาด้วยแววตาไม่เป็นมิตร

"หรืออาจมีใครนำเครื่องหมายติดตามเข้ามา"

ธันวาตอบ

"เราตรวจของทุกชิ้นแล้ว"

ครามเดินเข้ามาใกล้

"คนทั้งโลกตามล่าเจ้า ต่อให้ไม่มีเครื่องหมาย แค่เจ้ายังหายใจอยู่ก็เป็นปัญหา"

พิมพ์ชนกลุกขึ้น

"พวกเราไม่ได้ตั้งใจนำศัตรูมา"

ครามหัวเราะอย่างไม่มีอารมณ์ขัน

"ไม่มีใครตั้งใจทั้งนั้น ตอนกองทัพบุกหมู่บ้านข้า พวกมันก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่าคนบริสุทธิ์ ตอนรัฐบาลเผาศูนย์อพยพ พวกมันก็บอกว่าข้อมูลผิดพลาด ตอนสถาบันอรุณจับเด็กไปทดลอง พวกมันก็บอกว่าทำเพื่ออนาคตของมนุษยชาติ"

เขาชี้นิ้วไปที่ธันวา

"ตอนนี้คนทั้งโลกบอกว่าต้องฆ่าเจ้าเพื่อช่วยอนาคต เจ้าเห็นหรือยังว่าคำว่าอนาคตใช้ฆ่าคนได้ง่ายแค่ไหน"

ธันวาไม่เถียง เพราะทุกคำเป็นความจริง แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือครามไม่ได้พูดด้วยความกลัว เขาพูดด้วยความโกรธต่อผู้ไล่ล่ามากกว่าความเกลียดชังต่อตัวธันวา

ธันวาถาม

"คุณเชื่อนิมิตไหม"

ครามจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง

"ไม่"

คำตอบสั้นเกินคาด

ธันวาถามต่อ

"ทั้งที่เห็นผมยืนอยู่เหนือซากโลกเหมือนทุกคนหรือ"

"ข้าเห็น"

"แล้วทำไมไม่เชื่อ"

ครามยกแขนซึ่งเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวขึ้น

"เพราะก่อนเห็นนิมิต โลกก็ตัดสินว่าข้าเป็นสัตว์ประหลาดอยู่แล้ว"

อิงดาวพูด

"คนในเมืองนี้ไม่ค่อยสนใจภาพอนาคตของนาย"

เมธาหันมอง

"ทำไม"

อิงดาวตอบ

"เพราะอนาคตไม่เคยมีที่สำหรับพวกเรา"

คำพูดนั้นทำให้ห้องเงียบลง อิงดาวเดินไปเปิดประตูอีกด้าน เผยให้เห็นถนนภายในเมืองซึ่งกำลังเปลี่ยนเป็นแนวป้องกัน ผู้คนขนกระสอบทราย ตั้งเครื่องกีดขวาง และแจกอาวุธ ไม่มีใครตื่นตระหนกเหมือนคนภายนอก แม้ใบหน้าธันวาจะปรากฏบนจอทั่วโลกในฐานะราชาปีศาจ แต่เมื่อเขาเดินออกจากอาคารพร้อมอิงดาว ผู้คนเพียงมองแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตน เด็กบางคนหยุดดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่ได้ร้องไห้หรือวิ่งหนี ชายขายผักซึ่งเคยถามว่ากฎหมายโลกภายนอกช่วยเขาหรือไม่ กำลังใช้ลังไม้ทำแนวกั้น เขาเห็นธันวาแล้วโยนเชือกม้วนหนึ่งให้

"ยืนดูอยู่ทำไม ช่วยผูก"

ธันวารับเชือกอย่างงุนงง

"คุณไม่กลัวผมหรือ"

ชายขายผักตอบ

"ตอนนี้ข้ากลัวกำแพงถล่มมากกว่า"

ครามหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งแรก

"ชื่อเขาคืออำนาจ เขาเคยเป็นครู ก่อนโรงเรียนถูกปิดเพราะรับเด็กมีพลังเข้าเรียน"

อำนาจชี้ไปยังกองไม้

"เอาแผ่นยาววางขวาง แล้วร้อยเชือกสามชั้น อย่าผูกแบบนั้น มันหลุดง่าย"

ธันวาทำตาม เขาใช้ทักษะที่กฤตภาสสอนเรื่องปมเชือกและแนวกีดขวาง แม้มือยังเจ็บจากการฝึก แต่ก็ทำได้เร็วพอ อำนาจมองปมแล้วพยักหน้า

"ไม่เลว"

ธันวาถาม

"คนที่นี่รู้ไหมว่าผมอาจกลายเป็นราชาปีศาจ"

อำนาจตอบโดยไม่เงยหน้า

"ทุกคนรู้"

"แล้วไม่มีใครอยากขับผมออกไปหรือ"

"มี"

คำตอบตรงทำให้ธันวาชะงัก

อำนาจพูดต่อ

"บางคนเสียครอบครัวในนิมิต บางคนเห็นลูกตาย บางคนเห็นเมืองนี้ถูกเผา พวกเขากลัวเจ้า แต่ความกลัวไม่ใช่เหตุผลพอให้ฆ่าคน"

ธันวานิ่งไป

อำนาจหันมามองเขา

"โลกข้างนอกชอบพูดว่าต้องฆ่าเจ้าตอนนี้เพราะอนาคตอาจเกิด คนในเมืองนี้เคยถูกจับเพราะพลังอาจอันตราย เคยถูกขังเพราะวันหนึ่งอาจควบคุมไม่ได้ เคยถูกยิงเพราะอาจทำร้ายคนอื่น พวกเรารู้ดีว่าคำว่าอาจมีคมกว่ามีด"

เสียงเด็กหัวเราะดังจากอีกฝั่ง เด็กชายมีเขาเล็กบนหน้าผากวิ่งมากับเด็กหญิงผิวเป็นเกล็ดสีฟ้า ทั้งคู่ลากถุงทรายใบเล็ก พวกเขาวางลงข้างแนวกั้นแล้วมองธันวา เด็กชายชื่อภูผา ส่วนเด็กหญิงชื่อสายรุ้ง จากที่ธันวาได้ยินคนรอบข้างเรียก

ภูผาถาม

"พี่คือราชาปีศาจหรือ"

ผู้ใหญ่หลายคนหันมอง แต่อำนาจไม่ห้ามคำถาม ธันวาคุกเข่าลงให้ระดับสายตาเท่ากับเด็ก

"ตอนนี้ยังไม่ใช่"

สายรุ้งถาม

"แล้วอนาคตเป็นไหม"

ธันวาตอบ

"พี่ยังไม่รู้"

ภูผาขมวดคิ้ว

"ถ้าไม่อยากเป็นก็ไม่ต้องเป็นสิ"

คำพูดเรียบง่ายทำให้ธันวานิ่งไป เด็กพูดเหมือนเรื่องทุกอย่างไม่ซับซ้อน ไม่มีเส้นเวลา ไม่มีแผนการของอคิน และไม่มีแก่นอนันต์ มีเพียงการตัดสินใจว่าจะเป็นหรือไม่เป็น

ธันวาถาม

"ถ้าทุกคนบอกว่าจะต้องเป็นล่ะ"

ภูผายักไหล่

"ทุกคนไม่ได้อยู่ในหัวพี่"

สายรุ้งพยักหน้า

"แม่บอกว่าคนอื่นตั้งชื่อเราได้ แต่เลือกชีวิตแทนเราไม่ได้"

อำนาจยิ้มเล็กน้อย

"ไปช่วยเขตตะวันออกต่อ อย่าอยู่ใกล้แนวกำแพง"

เด็กทั้งสองวิ่งจากไป ธันวายังคงมองตาม คำพูดของพวกเขาไม่ได้เปิดเผยความลับหรือแก้ปัญหาใด แต่กลับทำให้สิ่งที่หนักอยู่ในอกเบาลงเล็กน้อย เป็นครั้งแรกตั้งแต่คืนแห่งนิมิตที่คนมองเขาแล้วถามว่าเขาอยากเป็นอะไร แทนที่จะบอกว่าเขาจะกลายเป็นอะไร

เมธากับพิมพ์ชนกตามมาจากอาคาร อิงดาวสั่งให้เมธาช่วยตรวจระบบสื่อสาร ส่วนพิมพ์ชนกถูกขอให้มองหาจุดซึ่งม่านพรางจะถูกเจาะ แต่พลังของนางยังถูกรบกวนจากผู้ใช้พลังภายในเมืองจำนวนมาก จึงเห็นเพียงภาพสั้นและไม่ต่อเนื่อง

พิมพ์ชนกพูด

"ฉันเห็นประตูตะวันออกเปิด"

ครามถาม

"ศัตรูบุกหรือ"

"ไม่ มีคนในเมืองเปิด"

อิงดาวหรี่ตา

"คนทรยศ"

พิมพ์ชนกส่ายหน้า

"ฉันไม่เห็นหน้า เห็นแค่มือมีรอยสักรูปวงกลมสามวง"

ครามสบถเบา ๆ

"สัญลักษณ์ของพวกนายหน้าความหวัง"

ธันวาถาม

"ใคร"

อิงดาวตอบ

"กลุ่มที่เชื่อว่าผู้มีพลังต้องยอมอยู่ใต้การควบคุมของรัฐบาลเพื่อแลกกับความปลอดภัย พวกมันเคยอยู่ในเมือง แต่ถูกขับออกเมื่อพยายามส่งรายชื่อเด็กให้ศูนย์ไล่ล่า"

เมธาถาม

"อาจยังมีสมาชิกซ่อนอยู่หรือ"

"แน่นอน เมืองนี้รับคนหนีมาเสมอ เราไม่สามารถอ่านใจทุกคน"

เสียงระเบิดเบาดังจากทิศตะวันออก ทุกคนหันพร้อมกัน ควันสีดำลอยขึ้นเหนือหลังคา แต่ม่านพรางยังไม่แตก เสียงประกาศแจ้งว่าเครื่องกำเนิดสำรองหนึ่งถูกทำลาย อิงดาววิ่งกลับเข้าอาคาร ครามคว้าค้อนและเรียกกลุ่มป้องกันหลายคนตามไป พิมพ์ชนกกับเมธากำลังจะตาม แต่ธันวาหยุดเมื่อได้ยินเสียงร้องจากตรอกใกล้ ๆ หลังคาไม้ส่วนหนึ่งพังเพราะแรงสั่น เด็กหลายคนติดอยู่ใต้คาน ชาวเมืองพยายามยกแต่ไม้ถูกแผ่นเหล็กกดทับ ธันวาหันมองครามซึ่งหายไปทางเขตตะวันออก แล้วตัดสินใจวิ่งเข้าหาเด็กแทน

อำนาจตะโกน

"คานกำลังจะลงอีก"

ธันวาสอดตัวเข้าใต้ช่องแคบ ใช้ไหล่ดันไม้ แม้บาดแผลจากรินรดายังเจ็บ เขาก็ฝืนยกขึ้น

"พาเด็กออก"

ชายหญิงหลายคนรีบคลานเข้าไปดึงเด็กทีละคน มีทั้งหมดสี่คน คนสุดท้ายคือภูผา ขาของเด็กติดใต้เศษกำแพง ธันวาวางไม้ค้ำตามวิธีที่กฤตภาสสอน แล้วใช้ท่อนเหล็กงัดก้อนหิน พลังในร่างยังไม่ตอบสนอง เขาไม่มีเงาช่วยยก ไม่มีแก่นอนันต์เพิ่มแรง มีเพียงแขนที่สั่นและเลือดไหลซึมจากแผลเก่า

ภูผาถามทั้งน้ำตา

"พี่จะทิ้งผมไหม"

ธันวากัดฟันดันเหล็ก

"ไม่"

"ถ้าหลังคาลงล่ะ"

"พี่ก็ยังไม่ทิ้ง"

อำนาจกับชายอีกสองคนเข้ามาช่วย ก้อนหินถูกยกพอให้ดึงขาเด็กออก ทุกคนคลานพ้นในวินาทีก่อนหลังคาส่วนที่เหลือถล่มลงมา ฝุ่นฟุ้งเต็มตรอก ธันวานอนหอบอยู่บนพื้น หูอื้อและไหล่แทบขยับไม่ได้ ภูผาถูกแม่กอดไว้แน่น แต่เด็กดิ้นออกแล้ววิ่งกลับมาหาเขา

"พี่ช่วยผม"

ธันวายิ้มเหนื่อย

"เพราะพี่อยู่ใกล้"

ภูผาส่ายหน้า

"คนอยู่ใกล้มีตั้งเยอะ แต่พี่เข้าไป"

ผู้คนรอบตรอกมองธันวาต่างจากเดิมเล็กน้อย ความระแวงยังอยู่ แต่มีบางอย่างเพิ่มเข้ามา อำนาจยื่นมือให้ ธันวาจับและลุกขึ้น

อำนาจพูด

"คนที่นี่ไม่ได้ตัดสินใครจากนิมิต"

ธันวาถาม

"ตัดสินจากอะไร"

"จากสิ่งที่ทำตอนมีโอกาสเลือก"

หญิงผู้มีผิวโปร่งใสจากร้านซ่อมเดินเข้ามาพร้อมกล่องยา นางชื่อแก้วตาและเป็นหมอของเขต นางเปิดเสื้อธันวาดูแผลแล้วขมวดคิ้ว

"แผลเก่ายังไม่หาย ยังวิ่งเข้าไปอีก"

ธันวาตอบ

"เด็กติดอยู่"

"ข้าเห็น"

"งั้นคุณก็คงเข้าใจ"

แก้วตาตบแผลเขาเบา ๆ จนสะดุ้ง

"เข้าใจไม่ได้แปลว่าจะไม่ด่า"

นางพาเขาไปนั่งข้างกำแพงและพันผ้าใหม่ คนอื่นกลับไปเก็บซาก ธันวาสังเกตว่าพวกเขาไม่ล้อมชื่นชม ไม่มีใครเรียกเขาว่าวีรบุรุษ เมืองนี้มีคนช่วยกันทุกวันจนการเสี่ยงชีวิตเพื่อคนอื่นไม่ใช่เรื่องพิเศษ มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชุมชนที่ไม่มีใครจากภายนอกมาช่วย

แก้วตาถาม

"เจ้าชื่อธันวาจริงหรือ"

"จริง"

"ข้าชื่อแก้วตา ข้าเห็นนิมิตว่าเจ้าฆ่าข้า"

ธันวาหันมองทันที

นางพันแผลต่ออย่างสงบ

"เจ้าใช้เงาแทงกลางอกข้า ตอนนั้นข้ายืนหน้าประตูโรงพยาบาล"

ธันวาพูดไม่ออก

"แล้วคุณยังรักษาผม"

"วันนี้เจ้ายังไม่ได้แทงข้า"

"แต่คุณไม่กลัวหรือ"

"กลัว"

แก้วตาตอบตรง ๆ

"แต่ข้าเคยเห็นหมอจากรัฐบาลปล่อยคนตายตรงหน้า เพราะเอกสารบอกว่าไม่มีงบ ข้าเคยเห็นเจ้าหน้าที่ฆ่าเด็กเพราะผลตรวจบอกว่าอนาคตอาจคลุ้มคลั่ง ข้ากลัวคนที่อ้างเหตุผลดีแล้วทำเรื่องเลวมากกว่ากลัวภาพในหัว"

ธันวาก้มมองมือของตน

"ถ้าวันหนึ่งผมกลายเป็นแบบในภาพจริง"

แก้วตาผูกปมผ้าแน่น

"วันนั้นข้าจะหยุดเจ้าเอง แต่วันนี้เจ้ายังเป็นคนเจ็บที่ต้องรักษา"

คำตอบนั้นทำให้ธันวารู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างติดในลำคอ คนทั้งโลกต้องการฆ่าเขาเพราะสิ่งที่ยังไม่เกิด แต่คนเหล่านี้ซึ่งไม่มีประเทศปกป้อง กลับยอมให้เขามีสิทธิ์เป็นคนจนกว่าจะเลือกทิ้งสิทธิ์นั้นด้วยตนเอง

เมธาวิ่งกลับมาจากอาคารพร้อมข่าว เครื่องกำเนิดถูกทำลายจากภายในจริง ผู้ก่อเหตุหนีไปยังเขตพักพิงเก่า ครามกำลังตามจับ แต่อิงดาวต้องการธันวากลับไปช่วยตรวจข้อมูลบางอย่าง

ระหว่างเดินกลับ ผู้คนเริ่มเรียกชื่อเขา บางคนโยนขวดน้ำให้ บางคนบอกทางลัด หญิงขายอาหารยื่นขนมปังสองก้อนโดยไม่รับเงิน

ธันวาถาม

"ทำไมให้ผม"

นางตอบ

"เพราะเจ้าหน้าซีดเหมือนจะล้ม"

ชายข้างร้านพูด

"กินเถอะ ถ้าจะทำลายโลกอย่างน้อยอย่าทำตอนท้องว่าง"

เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบร้าน ธันวาชะงักก่อนหัวเราะตาม แม้เป็นมุกเกี่ยวกับสิ่งที่ทำลายชีวิตเขา แต่ครั้งนี้ไม่มีความเกลียดชังแฝงอยู่ มันเป็นครั้งแรกที่คำว่าราชาปีศาจถูกพูดต่อหน้าเขาโดยไม่กลายเป็นคำพิพากษา

เมื่อกลับถึงห้องทำงาน อิงดาวแสดงข้อมูลจากโดรนที่กู้ได้ ภายในมีแผนผังเมืองบางส่วนซึ่งไม่น่าหลุดออกไปได้ มีคนส่งข้อมูลจากภายในจริง และสัญญาณล่าสุดมาจากเขตพักพิงเก่าใกล้ประตูตะวันออก

อิงดาวพูด

"คนทรยศอาจเปิดประตูในอีกหนึ่งชั่วโมง"

ธันวาถาม

"จะปิดจากศูนย์กลางไม่ได้หรือ"

"ระบบเมืองแบ่งอิสระแต่ละเขต ไม่มีศูนย์กลางเดียว นั่นคือเหตุผลที่รัฐบาลยึดเมืองไม่ได้ แต่ก็ทำให้คนในเปิดประตูได้"

พิมพ์ชนกพูด

"ฉันเห็นคนตายถ้าประตูเปิด"

ธันวาถาม

"กี่คน"

"มากเกินนับ"

ครามติดต่อผ่านเครื่องสื่อสาร เสียงหอบและเสียงต่อสู้ดังอยู่ด้านหลัง

"เจอตัวแล้ว แต่พวกมันจับคนเป็นตัวประกัน"

อิงดาวถาม

"ใคร"

"เด็กจากโรงเรียนเขตเจ็ด"

ธันวากำหมัด

"ผมไปด้วย"

อิงดาวมองเขา

"พลังเจ้ายังถูกผนึก"

"ผมใช้ปืนได้"

เมธาพูด

"เพิ่งฝึกสองวัน"

ธันวาตอบ

"มากกว่าสองวันก่อน"

พิมพ์ชนกจับแขนเขา

"นายยังเจ็บ"

"เด็กพวกนั้นไม่มีเวลาให้ผมหาย"

อิงดาวจ้องเขานาน ก่อนหยิบปืนพกอีกกระบอกโยนให้ ธันวารับ ตรวจรังเพลิง และเก็บนิ้วออกจากไกตามที่กฤตภาสสอน

อิงดาวพูด

"กฎของเมืองห้ามล่าค่าหัว แต่ไม่ได้ห้ามให้คนถูกล่าช่วยปกป้องเมือง"

ธันวาถาม

"คุณไว้ใจผมหรือ"

"ไม่"

อิงดาวหยิบอาวุธของตน

"แต่ข้าไว้ใจสิ่งที่เห็นวันนี้มากกว่าสิ่งที่เห็นในนิมิต"

เมื่อพวกเขาออกจากอาคาร อำนาจ แก้วตา และชาวเมืองอีกหลายคนยืนรออยู่พร้อมอาวุธ ภูผากับสายรุ้งมองจากทางเข้าที่หลบภัย เด็กทั้งสองยกกำปั้นให้ธันวา เขายกกำปั้นตอบ

ครามพูดผ่านเครื่องสื่อสาร

"พวกมันเริ่มเปิดกลไกประตูแล้ว"

อิงดาวสั่งให้ทุกคนเคลื่อนที่ ธันวาวิ่งไปพร้อมคนในเมืองที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังเป็นคนแปลกหน้า ไม่มีใครเรียกเขาว่าความหวัง ไม่มีใครเรียกเขาว่าผู้กอบกู้ และไม่มีใครขอให้พิสูจน์ว่าอนาคตเป็นเท็จ พวกเขาเพียงส่งอาวุธให้ แบ่งเส้นทางให้ และยอมให้เขายืนในแถวเดียวกัน

ธันวาเริ่มเข้าใจว่าเพื่อนไม่จำเป็นต้องเชื่อว่าเขาจะไม่มีวันกลายเป็นปีศาจ

เพื่อนอาจเป็นคนที่รู้ว่าเขามีโอกาสกลายเป็นปีศาจ แต่ยังยอมยืนข้างเขาในวันนี้

คนในเมืองไร้ธงไม่เชื่ออนาคต ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่กลัว แต่เพราะพวกเขาเคยถูกโลกตัดสินจากสิ่งที่ยังไม่เกิดมามากพอแล้ว พวกเขารู้ว่าคนหนึ่งคนไม่ควรถูกฆ่าเพียงเพราะสิ่งที่อาจเลือกทำในวันข้างหน้า

เมื่อเสียงกลไกประตูตะวันออกเริ่มดังขึ้น ธันวากระชับปืนในมือและวิ่งตามอิงดาวเข้าสู่ตรอกแคบ เขายังไม่มีพลัง แก่นอนันต์ยังถูกปิดผนึก และรินรดายังตามล่าอยู่ภายนอก

แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้วิ่งเพียงลำพัง

เบื้องหลังเขามีเสียงฝีเท้าของคนซึ่งโลกทอดทิ้ง

คนที่ไม่มีธง

ไม่มีประเทศ

ไม่มีอนาคตที่ใครรับรอง

และคนเหล่านั้นกำลังยอมรับธันวาเป็นหนึ่งในพวกเดียวกัน โดยไม่สนใจว่าอีกสิบปีข้างหน้าเขาจะกลายเป็นอะไร

เพราะสำหรับเมืองไร้ธง สิ่งสำคัญมีเพียงสิ่งที่เขาเลือกทำในวันนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status