共有

ตอนที่ 4 อุโมงค์ของแม่

last update 公開日: 2026-07-20 15:50:48

ตอนที่ 4 อุโมงค์ของแม่

อุโมงค์ใต้ดินทอดยาวไปข้างหน้าอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด แสงจากไฟฉายในมือแม่ส่องให้เห็นผนังคอนกรีตเก่าที่ชื้นและแตกร้าวเป็นทางยาว พื้นบางช่วงมีน้ำขังจนรองเท้าของธันวาส่งเสียงแฉะทุกครั้งที่ก้าวผ่าน อากาศภายในเย็นกว่าด้านบนมาก กลิ่นดิน กลิ่นสนิม และกลิ่นอับของสถานที่ที่ถูกปิดมานานปะปนกันจนหายใจได้ไม่เต็มปอด ทว่าแม่กลับเดินนำหน้าอย่างมั่นคงราวกับคุ้นเคยกับเส้นทางนี้เป็นอย่างดี นางไม่หยุดมองผนัง ไม่ลังเลเมื่อต้องเลี้ยวผ่านทางแยก และไม่ต้องค้นหาเครื่องหมายใดเพื่อบอกทิศทาง สิ่งนั้นทำให้ความสงสัยในใจธันวารุนแรงขึ้นทุกก้าว หญิงที่เขารู้จักมาตลอดชีวิตเป็นเพียงแม่ป่วยติดเตียง ผู้หญิงธรรมดาที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องแคบ คอยรอเขากลับจากงาน และกังวลเรื่องค่ายากับค่าเช่า แต่มารดาคนเดียวกันกลับรู้จักอุโมงค์ลับใต้บ้าน เตรียมทางหลบหนี และรู้ว่ามีคนสร้างสถานที่นี้ไว้เพื่อวันที่โลกจะตามล่าเขา ธันวาเดินตามเงียบ ๆ อยู่พักใหญ่ จนในที่สุดแม่หยุดตรงหน้าประตูเหล็กสีดำบานหนึ่ง นางคุกเข่าลง ใช้นิ้วกดจุดเล็ก ๆ บนผนังสามครั้ง จากนั้นหมุนวาล์วสนิมเขรอะไปทางซ้าย ประตูส่งเสียงครืดต่ำและเปิดออกช้า ๆ ด้านในไม่ใช่ทางอุโมงค์ต่อเนื่อง แต่เป็นห้องคอนกรีตขนาดพอประมาณที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ ชั้นเหล็กวางเต็มสองฝั่ง ผนังด้านหนึ่งมีลังพลาสติกซ้อนกันสูง อีกด้านมีโต๊ะพับ เก้าอี้สองตัว วิทยุสื่อสาร แบตเตอรี่สำรอง และหลอดไฟพกพาหลายดวง ธันวายืนอยู่หน้าประตูด้วยความตกตะลึง เขาไม่รู้ว่าสิ่งใดน่าตกใจกว่ากัน ระหว่างการมีห้องหลบภัยใต้บ้านเช่าเก่า หรือการที่ทุกอย่างภายในดูเหมือนเพิ่งถูกตรวจสอบและเตรียมใช้งานไม่นานมานี้ แม่เดินตรงไปยังลังสีเทาใบหนึ่ง เปิดฝาออก แล้วหยิบกระเป๋าเป้สองใบขึ้นมาวางบนโต๊ะ กระเป๋าแต่ละใบถูกจัดของแน่นจนแทบปิดซิปไม่ได้ นางเปิดใบแรกให้ธันวาดู ภายในมีเสื้อผ้า อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาสามัญ ไฟฉาย มีดพับ เชือก และกล่องปฐมพยาบาล ใบที่สองมีเอกสารหลายชุด เงินสดเป็นปึก โทรศัพท์สองเครื่อง เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน

"แม่เตรียมของพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไร"

แม่ไม่ตอบ นางตรวจดูขวดน้ำทีละขวดก่อนเก็บกลับเข้าที่ แล้วหยิบซองพลาสติกใสจากลังอีกใบมาวางตรงหน้าเขา ธันวาก้มมองและรู้สึกเหมือนอากาศในห้องหายไป ภายในซองมีบัตรประจำตัวประชาชนหลายใบ ทุกใบติดรูปของเขา แต่ชื่อและที่อยู่แตกต่างกัน บางใบระบุว่าเขาอายุยี่สิบปี บางใบระบุอายุสิบเก้า วันเกิดไม่ตรงกันสักชุด นอกจากนี้ยังมีใบขับขี่ หนังสือเดินทาง และบัตรพนักงานของบริษัทที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อ

"นี่ของปลอมใช่ไหม"

แม่ยังคงเงียบ นางหยิบซองอีกชุดออกมา คราวนี้เป็นเอกสารของตนเอง ภาพบนบัตรคือใบหน้าของนาง แต่แต่ละใบใช้ชื่อไม่เหมือนกัน ธันวาหยิบหนึ่งในนั้นขึ้นมาดู มือเริ่มสั่นเล็กน้อย ชื่อบนบัตรไม่ใช่ชื่อแม่ที่เขารู้จักมาตลอดสิบแปดปี และวันเกิดก็แตกต่างจากที่เคยบอกเขาอย่างสิ้นเชิง

"แม่ชื่ออะไรกันแน่"

แม่ดึงบัตรกลับจากมือเขาแล้วใส่คืนในซอง

"ตอนนี้ชื่อไม่สำคัญ"

"สำหรับผมมันสำคัญ"

"เราต้องออกจากที่นี่ก่อนรุ่งเช้า"

"ผมถามว่าแม่ชื่ออะไร"

เสียงของธันวาดังขึ้นมากกว่าที่ตั้งใจ มันสะท้อนกลับมาจากผนังคอนกรีตจนฟังเหมือนมีคนอีกหลายคนกำลังตะโกนถามพร้อมกัน แม่หยุดมือชั่วครู่ แต่ไม่นานก็กลับไปจัดกระเป๋าต่อ นางหยิบเงินสดออกมานับอย่างรวดเร็ว ธนบัตรไทยจำนวนมากถูกแบ่งใส่ซองไว้แล้ว นอกจากนี้ยังมีเงินต่างประเทศหลายสกุล ธันวาจำได้เพียงดอลลาร์กับหยวน แต่บางชนิดเขาไม่รู้จัก ปริมาณเงินทั้งหมดมากกว่ารายได้ที่เขาหามาได้ทั้งชีวิตเสียอีก เขามองปึกธนบัตรแล้วนึกถึงคืนก่อนที่แม่ยังพูดว่าไม่ต้องซื้อยาราคาแพง นึกถึงวันที่เขาอดอาหารเพื่อเก็บเงินค่าเช่า นึกถึงครั้งที่ต้องยืมเงินเบสเพียงห้าร้อยบาทเพื่อซื้อยา ความเหนื่อย ความกังวล และความอับอายตลอดหลายปีพลันแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนที่ปนด้วยความเจ็บปวด

"แม่มีเงินทั้งหมดนี่มาตลอดหรือ"

"เงินนี้ใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้"

"แต่เรากำลังจะถูกไล่ออกจากห้องเมื่อหลายเดือนก่อน ผมต้องขอให้เจ้าของบ้านเลื่อนค่าเช่า แม่ก็รู้"

"แม่รู้"

"ผมทำงานจนแทบไม่ได้นอน แม่ก็รู้"

"แม่รู้"

"แล้วทำไมไม่ใช้เงินพวกนี้"

แม่เม้มริมฝีปาก สีหน้าของนางดูเหนื่อยล้ากว่าก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ยอมตอบตรง ๆ

"เพราะถ้าเงินพวกนี้เคลื่อนไหว จะมีคนรู้ว่าเราอยู่ที่ไหน"

ธันวาชะงัก ประโยคนั้นทำให้ทุกอย่างในหัวเงียบลงชั่วคราว

"ใครจะรู้"

"คนที่ตามหาเรา"

"ใครตามหาเรา"

แม่ไม่ตอบ นางหันไปเปิดตู้เหล็กติดผนัง ภายในมีขวดยาหลายสิบขวดเรียงเป็นแถว ธันวาจำชื่อยาบางชนิดได้ มันคือยารักษาโรคหัวใจและปอดที่แม่กินทุกวัน แต่จำนวนที่เก็บอยู่ในตู้มากพอสำหรับหลายเดือน บางขวดมีฉลากภาษาต่างประเทศ บางกล่องไม่มีตราของโรงพยาบาลหรือร้านยา นอกจากนี้ยังมีหลอดฉีดยา เข็มฉีดยา และกล่องโลหะขนาดเล็กที่ถูกปิดด้วยรหัส แม่หยิบยาสองแผงใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว ธันวาจ้องมองโดยไม่เข้าใจ หากมียาอยู่ที่นี่มาตลอด เหตุใดนางจึงปล่อยให้เขาออกไปซื้อยากลางดึก เหตุใดจึงปล่อยให้เขากังวลเรื่องยาจนต้องรับกะเพิ่ม และเหตุใดจึงต้องทำให้ชีวิตของทั้งคู่ลำบากเช่นนั้น

"ยาพวกนี้มีมาตลอดใช่ไหม"

"มีบางส่วน"

"แล้วทำไมให้ผมไปซื้อ"

"เพราะเราต้องใช้ชีวิตให้เหมือนคนปกติ"

"เหมือนคนปกติหรือ"

ธันวาหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่เสียงนั้นไม่มีความขบขันแม้แต่น้อย

"แม่คิดว่าการให้ผมทำงานจนหมดแรง ให้ผมกลัวว่าแม่จะตายเพราะไม่มียา นั่นเรียกว่าปกติหรือ"

แม่หันกลับมา สีหน้าของนางเจ็บปวดอย่างชัดเจน

"แม่ไม่เคยอยากให้ลูกลำบาก"

"แต่แม่ก็ทำ"

"แม่ไม่มีทางเลือก"

"แม่มีเงิน มียา มีที่ซ่อน มีเอกสารปลอม แม่มีทุกอย่างที่ผมไม่เคยรู้ แล้วแม่ยังบอกว่าไม่มีทางเลือกอีกหรือ"

เสียงฝีเท้าของธันวากระทบพื้นหนักขึ้นเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะ ความรู้สึกถูกหลอกลวงค่อย ๆ กดทับอกจนหายใจลำบาก ตลอดสิบแปดปี เขาเชื่อว่าแม่คือคนเพียงคนเดียวที่ไม่มีวันปิดบังเขา ต่อให้ทั้งโลกหันหลังให้ เขายังคิดว่านางจะเป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าทุกสิ่งในชีวิตอาจถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้า แม้แต่ความจน แม้แต่อาการป่วย แม้แต่บ้านเช่าที่เลือกอยู่ ธันวาไม่อยากเชื่อว่าแม่โกหก แต่หลักฐานทั้งหมดวางอยู่ตรงหน้า นางรู้จักทางลับ รู้วิธีเปิดประตู รู้ว่าของแต่ละชิ้นอยู่ตรงไหน และเตรียมเอกสารหนีไว้อย่างพร้อมเพรียงเกินกว่าจะเรียกว่าเหตุบังเอิญ แม่เดินไปยังโต๊ะอีกมุมหนึ่งแล้วเปิดกล่องแข็งสีดำ ข้างในมีอุปกรณ์ขนาดใกล้เคียงโทรศัพท์มือถือ แต่ตัวเครื่องหนากว่าและมีเสาอากาศพับอยู่ด้านบน นางดึงเสาออก ตรวจดูแบตเตอรี่ ก่อนเสียบสายเข้ากับชุดพลังงานสำรอง ธันวาจำอุปกรณ์นั้นได้จากภาพในข่าว แม้ไม่เคยสัมผัสของจริงก็ตาม

"โทรศัพท์ดาวเทียม"

แม่พยักหน้าเล็กน้อย

"ใช้เครือข่ายปกติไม่ได้แล้ว ทุกสายของลูกถูกติดตามแน่นอน"

"แม่ใช้ของแบบนี้เป็นได้ยังไง"

"มันไม่ได้ยาก"

"สำหรับแม่ที่บอกว่าเปิดโทรศัพท์ธรรมดาไม่ค่อยเป็นหรือ"

คำถามนั้นทำให้มือของนางหยุดอยู่เหนือปุ่มกด ธันวาจำได้ว่าแม่มักขอให้เขาช่วยตั้งค่าโทรศัพท์ ช่วยเปิดวิดีโอ และช่วยอ่านข้อความจากโรงพยาบาล ทุกครั้งนางทำเหมือนคนไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี แต่ตอนนี้กลับตรวจอุปกรณ์สื่อสารดาวเทียมได้อย่างคล่องแคล่วโดยแทบไม่ต้องมองคู่มือ เขาเริ่มย้อนนึกถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ในอดีต แม่ไม่เคยยอมถ่ายรูปหน้าตรงมากนัก ไม่เคยสมัครบัญชีเครือข่ายสังคม ไม่เคยเล่าเรื่องบ้านเกิดชัดเจน และไม่เคยพาเขาไปพบญาติแม้แต่คนเดียว เมื่อธันวาถาม นางมักตอบว่าญาติทั้งหมดตายไปแล้วหรือแยกย้ายกันอยู่ต่างจังหวัด เรื่องราวเหล่านั้นเคยดูธรรมดา แต่เมื่อรวมกับสิ่งที่เห็นในคืนนี้ ทุกอย่างกลับเต็มไปด้วยช่องว่าง ธันวาเดินไปที่ชั้นเหล็กด้านหลังและพบกล่องเอกสารอีกใบ เขาเปิดฝาโดยไม่รออนุญาต ด้านในมีแผนที่หลายจังหวัด เส้นทางข้ามชายแดน รายชื่อสถานที่ และภาพถ่ายบุคคลไม่รู้จัก ชายหญิงหลายคนถูกวงกลมสีแดงไว้ บางภาพมีคำเขียนกำกับว่าเสียชีวิต บางภาพเขียนว่าหายตัว และบางภาพมีเพียงวันที่กับพิกัด ธันวาหยิบภาพหนึ่งขึ้นมา เป็นภาพแม่ในวัยสาว นางไม่ได้สวมเสื้อผ้าธรรมดา แต่แต่งกายด้วยชุดสีดำคล้ายเครื่องแบบ ยืนอยู่ข้างชายหลายคนหน้าประตูโลหะขนาดใหญ่ ใบหน้าของนางในภาพไม่มีความอ่อนโยนแบบแม่ที่เขารู้จัก ดวงตาคมเข้มและท่าทางมั่นคงราวกับผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ด้านหลังภาพมีตัวเลขชุดหนึ่งและตราสัญลักษณ์รูปดวงตาที่ถูกล้อมด้วยวงแหวน ธันวาหันภาพให้แม่ดู

"นี่คือแม่ใช่ไหม"

แม่เดินเข้ามาแล้วแย่งภาพจากมือทันที

"อย่ารื้อของพวกนั้น"

"คนในรูปคือใคร"

"ไม่เกี่ยวกับตอนนี้"

"ทุกอย่างเกี่ยวกับตอนนี้"

"ธันวา"

"แม่บอกว่ามีคนรู้ว่าสักวันโลกจะตามล่าผม แม่มีอุโมงค์ มีเอกสารปลอม มีเงิน มีโทรศัพท์ดาวเทียม แล้วตอนนี้ยังมีรูปแม่ในชุดอะไรสักอย่างอีก แม่จะให้ผมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือ"

แม่เก็บภาพลงในกล่องและปิดฝาอย่างแรง

"ลูกไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างในคืนนี้"

"แต่คนทั้งโลกเพิ่งเห็นว่าผมจะทำลายมัน บ้านเราถูกเผา ทหารกำลังตามล่าเรา แล้วแม่ยังคิดว่าผมไม่จำเป็นต้องรู้อีกหรือ"

เสียงของธันวาสั่นจากทั้งความโกรธและความกลัว เขาไม่เคยขึ้นเสียงกับแม่มาก่อน ต่อให้เหนื่อยหรือทะเลาะกันเรื่องเงิน เขาก็มักยอมเงียบเสมอ แต่คืนนี้ขีดจำกัดทุกอย่างถูกทำลาย โลกทั้งใบเรียกเขาว่าราชันอสูร รัฐบาลต้องการควบคุมตัว ฝูงชนพยายามเผาบ้าน และคนที่เขาไว้ใจที่สุดกลับซ่อนความลับมากกว่าทุกคน แม่หลับตาลงชั่วครู่ราวกับกำลังพยายามควบคุมอารมณ์ จากนั้นจึงหยิบเสื้อคลุมสีเข้มออกจากกระเป๋าแล้วโยนให้เขา

"เปลี่ยนเสื้อ"

ธันวาไม่รับ เสื้อคลุมตกลงบนโต๊ะ

"แม่เป็นใคร"

"แม่ของลูก"

"นั่นไม่ใช่คำตอบ"

"มันเป็นคำตอบเดียวที่สำคัญ"

"สำหรับแม่อาจสำคัญ แต่สำหรับผมไม่พอแล้ว"

แม่มองตรงเข้ามาในดวงตาเขา ความเงียบระหว่างทั้งคู่หนักอึ้งกว่าผนังคอนกรีตรอบด้าน เสียงฝีเท้าและแรงกระแทกจากด้านบนยังดังแว่วมาตามอุโมงค์เป็นระยะ เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาทางเข้าที่พวกเขาใช้หลบหนี มีเวลาไม่มาก แต่แม่กลับยืนนิ่งอยู่นานก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"ถ้าแม่บอกตอนนี้ ลูกอาจไม่เชื่อ"

"ลองบอกก่อน"

"บางความจริงทำให้คนตาย"

"ตอนนี้คนก็อยากฆ่าผมอยู่แล้ว"

"ไม่เหมือนกัน"

"ต่างกันอย่างไร"

แม่กำมือแน่น

"คนบนโลกกลัวสิ่งที่ลูกอาจเป็นในอีกสิบปี แต่คนที่แม่พูดถึง กลัวสิ่งที่ลูกเป็นมาตั้งแต่เกิด"

ธันวารู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้าหายไป

"ผมเป็นอะไร"

แม่ไม่ตอบ นางหันไปเปิดแผนที่บนโต๊ะ ใช้นิ้วลากไปตามเส้นสีแดงที่เชื่อมอุโมงค์กับจุดหนึ่งทางตะวันตกของเมือง

"เราจะออกไปที่โกดังร้างใกล้คลอง จากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าและใช้รถที่เตรียมไว้"

"แม่ได้ยินคำถามผมไหม"

"ได้ยิน"

"แล้วทำไมไม่ตอบ"

"เพราะการตอบตอนนี้จะทำให้ลูกตัดสินใจผิด"

"แม่กำลังตัดสินใจแทนผมมาตลอดชีวิต"

ประโยคนั้นทำให้นางนิ่งไป ธันวาเห็นแววเจ็บปวดปรากฏขึ้นในดวงตา แต่เขาไม่อาจหยุดได้อีกแล้ว

"แม่เลือกให้เราอยู่บ้านหลังนี้ แม่เลือกให้ผมเชื่อว่าเราจน แม่เลือกให้ผมคิดว่าแม่อาจตายเพราะไม่มีเงินซื้อยา แม่เลือกให้ผมไม่รู้เรื่องทุกอย่าง และตอนนี้แม่ยังจะเลือกว่าผมควรรู้อะไรอีก"

"แม่ทำเพื่อให้ลูกมีชีวิตอยู่"

"มีชีวิตอยู่แบบไหน ชีวิตที่ทุกอย่างเป็นเรื่องโกหกหรือ"

"อย่างน้อยลูกก็ยังมีชีวิต"

ธันวาจ้องหน้าแม่ เขาอยากโต้กลับ แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ เพราะส่วนหนึ่งรู้ว่านางอาจพูดความจริง หากมีคนตามหาเขามาตั้งแต่เกิด การสร้างชีวิตธรรมดาอาจเป็นวิธีซ่อนตัวที่ดีที่สุด ทว่าการเข้าใจเหตุผลไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดหายไป เขายังรู้สึกเหมือนเด็กที่เพิ่งค้นพบว่าบ้านทั้งหลังสร้างอยู่บนคำโกหก แม่หยิบโทรศัพท์ดาวเทียมขึ้นมา กดหมายเลขชุดหนึ่งอย่างรวดเร็วแล้วรอสัญญาณ ธันวาเฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหว อุปกรณ์ส่งเสียงสั้นสองครั้ง ก่อนมีเสียงปลายสายรับ

"รหัสยืนยัน"

แม่พูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันเย็น สุขุม และชัดเจน ไม่ใช่น้ำเสียงของผู้ป่วยที่อ่อนแรง แต่เป็นเสียงของคนที่คุ้นเคยกับคำสั่งและการรักษาความลับ

"ดวงอาทิตย์ดับก่อนรุ่งสาง ประตูที่เจ็ดถูกเปิดแล้ว"

ปลายสายเงียบไปสองวินาที ก่อนตอบกลับด้วยเสียงที่ธันวาได้ยินไม่ชัด

"ยืนยันตัวตน"

แม่มองธันวาเล็กน้อย แล้วกล่าวคำที่ทำให้เขาขมวดคิ้ว

"ผู้พิทักษ์หมายเลขศูนย์"

ธันวารู้สึกหนาววาบไปทั่วแผ่นหลัง แม่ฟังปลายสายอีกครู่หนึ่ง ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด

"ไม่ เราออกจากจุดเดิมแล้ว เป้าหมายอยู่กับฉัน"

คำว่าเป้าหมายทำให้ธันวารู้สึกเหมือนถูกตบหน้า เขาก้าวเข้าไปใกล้

"แม่เรียกผมว่าเป้าหมายหรือ"

แม่ยกมือห้ามโดยยังฟังปลายสาย สีหน้าของนางแข็งขึ้นเรื่อย ๆ

"ใครเป็นคนออกคำสั่งนั้น"

เสียงจากโทรศัพท์ดังลอดออกมาเพียงเล็กน้อย ธันวาจับคำไม่ได้ แต่เห็นชัดว่าคำตอบทำให้แม่ตกใจ

"เป็นไปไม่ได้ เขาตายไปแล้ว"

นางหันไปมองทางอุโมงค์ที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมา ก่อนพูดเร็วขึ้น

"ยกเลิกจุดนัดพบทั้งหมด พวกเขาเจาะระบบได้แล้ว อย่าติดต่อกลับ"

แม่กดตัดสายทันที จากนั้นถอดแบตเตอรี่ออกจากโทรศัพท์และโยนเครื่องลงในกล่องโลหะ

"เราต้องไปเดี๋ยวนี้"

ธันวายืนขวางทาง

"ใครตายไปแล้ว ใครออกคำสั่ง เป้าหมายคือผมใช่ไหม"

"ธันวา หลบ"

"ไม่ จนกว่าแม่จะบอกความจริง"

แม่เงยหน้ามองเพดานเหมือนได้ยินบางอย่าง ธันวาเงียบตาม เสียงจากด้านบนไม่ใช่เพียงฝีเท้าหรือแรงกระแทกอีกต่อไป แต่เป็นเสียงเครื่องยนต์หนักและเสียงประกาศที่ฟังไม่ชัด จากนั้นมีเสียงสัญญาณเตือนยาวดังลอดผ่านชั้นดิน แม่หน้าซีดลงทันที นางคว้ากระเป๋าสองใบขึ้นสะพายและผลักอีกใบใส่อกธันวา

"พวกเขาจะทำลายบ้าน"

"ตำรวจยังอยู่ข้างบนไม่ใช่หรือ"

"หน่วยที่มาไม่ได้สนใจตำรวจ"

"ทำลายยังไง"

แม่ไม่ตอบ นางดึงแขนเขาไปทางประตูอีกด้านของห้อง ธันวายังไม่ยอมขยับ แต่แล้วเสียงคำสั่งจากลำโพงด้านบนก็ดังชัดขึ้นผ่านท่อระบายอากาศ

"กำลังพลทั้งหมดถอนออกจากรัศมีเป้าหมายทันที"

หัวใจของธันวากระตุกวูบ เขาหันมองเพดาน รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากพื้นดิน ฝุ่นละเอียดร่วงลงจากรอยต่อคอนกรีต แม่เปิดประตูเหล็กอีกบาน เผยให้เห็นอุโมงค์ที่ลาดต่ำลงไปกว่าเดิม

"วิ่ง"

"แม่"

"วิ่งเดี๋ยวนี้"

ทั้งสองพุ่งเข้าไปในอุโมงค์ ธันวาสะพายกระเป๋าที่หนักเกินคาดและพยายามตามแม่ให้ทัน แม้นางป่วยและหอบหนัก แต่ยังเคลื่อนไหวเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เสียงสัญญาณด้านบนดังต่อเนื่อง แรงสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นทุกวินาที หลอดไฟฉุกเฉินตามผนังติดขึ้นเองเป็นช่วง ๆ แสงสีแดงทำให้อุโมงค์ดูเหมือนทางเดินเข้าสู่นรก ธันวาวิ่งไปได้ไม่ถึงห้าสิบเมตร เสียงระเบิดมหึมาก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ แรงกระแทกถาโถมผ่านชั้นดินจนพื้นทั้งอุโมงค์สั่นสะเทือน ผนังแตกร้าว เศษปูนร่วงลงมา แสงไฟดับวูบ และคลื่นอากาศร้อนพุ่งตามหลังเข้ามา ธันวาถูกเหวี่ยงล้มลงกับพื้น หูอื้อจนไม่ได้ยินเสียงใดชั่วขณะ เขาหันกลับไปมอง เห็นเปลวไฟสีส้มพุ่งลอดมาตามทางอุโมงค์ด้านหลัง บ้านเช่าที่เขาอาศัยมาตลอดหลายปีถูกระเบิดทำลายไปแล้ว ทุกสิ่งที่เคยเป็นชีวิตของเขา ทั้งเตียงเก่า โต๊ะกินข้าว รูปถ่ายวัยเด็ก เสื้อพนักงานสำรอง และความทรงจำของสองแม่ลูก ถูกกลืนหายไปในเปลวเพลิงภายในเสี้ยววินาที แม่คลานกลับมาคว้าแขนเขาแล้วดึงให้ลุกขึ้น ธันวายังจ้องเปลวไฟด้วยดวงตาว่างเปล่า ก่อนจะหันมองนางช้า ๆ ความตกใจ ความโกรธ และความสงสัยรวมตัวกันจนเหลือเพียงคำถามเดียวที่ดังขึ้นในใจ แม่ของเขาเป็นใครกันแน่ และเหตุใดคนเหล่านั้นจึงยอมระเบิดบ้านทั้งหลัง เพียงเพื่อไม่ให้เขาหลบหนีไปจากเงื้อมมือของโลก

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status