Se connecterตอนที่ 92 ราชันอสูรกับราชันอสูร
หลังจากการปรากฏตัวของลัทธิราชันอสูร
โลกก็เริ่มเข้าสู่ความสับสนครั้งใหม่
เพราะครั้งนี้
ไม่มีใครสามารถแยกได้ชัดเจนว่า
ใครคือศัตรู
ใครคือผู้ช่วย
และใครกันแน่ที่กำลังพูดแทนราชันอสูรตัวจริง
ชื่อของธันวากลายเป็นคำที่มีความหมายสองด้าน
สำหรับบางคน
เขาคือภัยพิบัติ
คือชายที่โลกต้องหยุดก่อนสายเกินไป
แต่สำหรับบางคน
เขาคือความหวัง
คือผู้ที่จะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่โลก
และตอนนี้
ยังมีกลุ่มที่สาม
กลุ่มคนที่ไม่ได้เพียงเชื่อในตัวเขา
แต่สร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา
ตัวตนที่เรียกว่า
ราชันอสูร
ในแบบที่พวกเขาต้องการ
ภายในนครไร้ธง
ธันวายืนอยู่ในห้องสื่อสารลับ
เขามองอุปกรณ์ตรงหน้า
ช่องทางนี้ไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายโลก
ไม่ได้ผ่านรัฐบาล
ไม่ได้ผ่านสื่อ
เป็นเพียงช่องทางเล็ก ๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อให้เสียงของเขาไปถึงผู้คนโดยตรง
พิมพ์ชนกตรวจสอบระบบครั้งสุดท้าย
"ตอนนี้ยังไม่มีใครตัดสัญญาณได้"
เธอพูด
"แต่เราไม่รู้ว่าพวกเขาจะตอบโต้เมื่อไร"
ธันวาพยักหน้า
เขารู้
การพูดครั้งนี้อาจไม่มีผลอะไร
โลกอาจไม่เชื่อ
รัฐบาลอาจปิดกั้น
ลัทธิราชันอสูรอาจบิดเบือนคำพูดของเขา
แต่เขายังต้องพูด
เพราะถ้าเขาเงียบ
คนอื่นจะพูดแทนเขาต่อไป
และทุกครั้ง
เรื่องราวจะห่างไกลจากความจริงมากขึ้น
กล้องเปิดขึ้น
ธันวาปรากฏต่อผู้คนที่กำลังรับสัญญาณ
ไม่มีชุดเกราะ
ไม่มีพลัง
ไม่มีเงาราชันอสูรด้านหลัง
มีเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
ที่ดูเหนื่อยล้าจากการต่อสู้มานาน
เขามองกล้อง
และพูด
"ผมรู้ว่าหลายคนยังเรียกผมว่าราชันอสูร"
"ผมรู้ว่าหลายคนกลัวผม"
เขาหยุด
"และผมรู้ว่าหลายคนเชื่อว่าผมควรเป็นผู้นำของพวกคุณ"
ธันวาหายใจเข้า
"แต่ผมอยากบอกความจริง"
"ผมไม่ใช่พระเจ้า"
"และไม่ใช่ผู้นำของพวกคุณ"
ทั่วโลกที่ได้รับสัญญาณ
ผู้คนเริ่มฟัง
บางคนไม่เชื่อ
บางคนรอดู
แต่ทุกคนได้ยิน
"ผมไม่เคยสั่งให้ใครฆ่า"
"ไม่เคยสั่งให้ใครทำร้ายคนที่คิดต่าง"
"และไม่เคยต้องการให้อาณาจักรเกิดขึ้นจากความกลัว"
ภาพเหตุการณ์จากลัทธิราชันอสูรถูกแสดงขึ้น
เมืองที่ถูกเผา
ผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิต
คนที่ร้องขอความช่วยเหลือ
ธันวาพูดต่อ
"คนเหล่านี้ไม่ได้ทำตามคำสั่งของผม"
"พวกเขากำลังสร้างปีศาจในชื่อของผม"
คำพูดนั้นถูกส่งออกไป
แต่ในเวลาเดียวกัน
อีกสถานที่หนึ่ง
กวินทร์กำลังดูการถ่ายทอด
เขานั่งอยู่ในห้องมืด
รายล้อมด้วยสมาชิกของลัทธิ
เมื่อได้ยินคำพูดของธันวา
เขาไม่ได้โกรธ
กลับยิ้ม
เหมือนคนที่ได้ยินสิ่งที่ยืนยันความเชื่อของตัวเอง
"เห็นไหม"
กวินทร์พูด
สมาชิกด้านหลังมองเขา
"แม้แต่ตอนที่เขาปฏิเสธ"
เขายิ้มมากขึ้น
"เขาก็ยังพูดเหมือนราชันอสูร"
คนหนึ่งถาม
"หมายความว่าอย่างไรครับ"
กวินทร์ตอบ
"ตำนานบอกไว้"
"ราชันอสูรที่แท้จริงจะไม่แสวงหาอำนาจ"
"เพราะอำนาจจะมาหาเขาเอง"
เขามองภาพธันวา
"เขาปฏิเสธตำแหน่ง"
"เพราะเขายิ่งใหญ่เกินกว่าจะต้องการมัน"
คำพูดนั้นแพร่ไปในกลุ่มลัทธิ
และนั่นคือสิ่งที่ธันวากลัวที่สุด
ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร
พวกเขาก็สามารถตีความให้เข้ากับความเชื่อของตัวเอง
ที่หน้าจอ
ธันวาพูดจบ
แต่ก่อนสัญญาณจะตัด
ข้อความหนึ่งปรากฏขึ้น
เป็นการตอบกลับจากกวินทร์
ผู้คนทั่วโลกเห็นมัน
"ถึงราชันอสูร"
ธันวานิ่งเมื่อเห็นชื่อ
กวินทร์ปรากฏบนหน้าจอ
ใบหน้าของเขาสงบนิ่ง
เหมือนกำลังพูดกับบุคคลที่เขาเคารพที่สุด
"ข้าได้ยินคำพูดของท่าน"
"และข้าเข้าใจ"
เขาหยุด
"ท่านบอกว่าท่านไม่ใช่พระเจ้า"
"ท่านบอกว่าท่านไม่ใช่ผู้นำ"
กวินทร์ยิ้ม
"แต่ยิ่งเจ้าปฏิเสธ"
"เจ้าก็ยิ่งเหมือนราชันอสูรในตำนาน"
ทั่วโลกเงียบ
ธันวาจ้องหน้าจอ
กวินทร์พูดต่อ
"ราชันที่แท้จริงไม่เคยร้องขอการยอมรับ"
"เขาไม่เคยประกาศว่าตัวเองยิ่งใหญ่"
"เพราะคนอื่นจะเป็นผู้ประกาศแทน"
คำพูดนั้นทำให้ธันวากำหมัด
เพราะเขาเห็นปัญหา
กวินทร์ไม่ได้ฟังเขา
เขาฟังเพียงเรื่องราวที่ตัวเองอยากเชื่อ
ธันวาพูดกลับ
"กวินทร์"
เสียงของเขาดังผ่านระบบ
"เจ้ากำลังทำผิด"
กวินทร์ตอบทันที
"ไม่"
"ข้ากำลังทำสิ่งที่ท่านไม่กล้าทำ"
ธันวาขมวดคิ้ว
"อะไร"
"สร้างโลกใหม่"
กวินทร์ตอบ
"โลกที่ไม่มีใครกล้าทำร้ายผู้มีพลังอีก"
ธันวาเงียบ
เพราะเขาเข้าใจต้นเหตุของความคิดนั้น
กวินทร์อาจเริ่มจากความต้องการปกป้อง
แต่เขาเดินมาถึงจุดที่เชื่อว่า
ความกลัวคือวิธีเดียวที่จะสร้างความสงบ
และนั่นคือจุดเดียวกับศัตรูทุกคนก่อนหน้า
สถาบันอรุณ
รัฐบาล
ทุกคนเคยคิดแบบเดียวกัน
พวกเขาแค่เปลี่ยนคำเรียก
จากการควบคุม
เป็นการปกป้อง
จากความรุนแรง
เป็นความจำเป็น
ธันวาพูด
"เจ้ากำลังสร้างสิ่งเดียวกับที่เจ้าบอกว่าเกลียด"
กวินทร์เงียบ
"อะไร"
"โลกที่ตัดสินคนจากความกลัว"
คำพูดนั้นทำให้สมาชิกบางคนของลัทธิเริ่มลังเล
แต่กวินทร์ยังคงนิ่ง
"ท่านยังไม่เข้าใจ"
เขาพูด
"ท่านยังคิดว่ามนุษย์สามารถเปลี่ยนได้"
"แต่โลกนี้พิสูจน์แล้ว"
"มนุษย์ต้องการผู้ที่แข็งแกร่งกว่า"
ธันวาส่ายหน้า
"ไม่"
เขาตอบ
"มนุษย์ต้องการคนที่ไม่ทิ้งพวกเขา"
"ไม่ใช่คนที่บังคับให้พวกเขาเดินตาม"
ความเงียบเกิดขึ้น
ทั้งสองฝ่ายมองกัน
เป็นครั้งแรก
ที่โลกเห็นภาพแปลกประหลาด
ราชันอสูรสองคน
คนหนึ่งคือธันวา
ผู้ถูกเรียกว่าเป็นปีศาจ
แต่ปฏิเสธอำนาจ
อีกคนคือกวินทร์
ผู้ไม่ได้มีพลังระดับเดียวกัน
แต่ต้องการสร้างอาณาจักรในนามของปีศาจนั้น
ราชันอสูรคนหนึ่ง
ไม่ต้องการให้ใครติดตาม
อีกราชันอสูรหนึ่ง
ต้องการให้ทุกคนยอมจำนน
คืนนั้น
หลังการถ่ายทอดจบลง
ผู้คนทั่วโลกไม่ได้มีคำตอบ
แต่มีคำถาม
ถ้าราชันอสูรไม่ใช่ผู้ทำลาย
แล้วใครกันแน่ที่กำลังสร้างปีศาจ
ธันวานั่งอยู่ในห้องเงียบ
พิมพ์ชนกเดินเข้ามา
"นายรู้ไหม"
เธอพูด
"วันนี้นายไม่ได้แพ้"
ธันวามองเธอ
"แต่เขายังคงเชื่อแบบเดิม"
พิมพ์ชนกพยักหน้า
"ใช่"
"เพราะบางครั้ง"
"ศัตรูที่ยากที่สุด"
เธอหยุด
"ไม่ใช่คนที่เกลียดเรา"
"แต่เป็นคนที่รักเราในแบบที่ทำลายเรา"
ธันวาเงียบ
คำพูดนั้นติดอยู่ในใจ
เพราะกวินทร์ไม่ใช่ศัตรูแบบเดิม
เขาไม่ต้องการฆ่าธันวา
เขาต้องการสร้างธันวาในแบบที่เขาเชื่อ
และนั่นอาจอันตรายยิ่งกว่า
ในเวลาเดียวกัน
กวินทร์ยืนมองภาพธันวาบนหน้าจอ
เขายิ้ม
"อีกไม่นาน"
"โลกจะเข้าใจ"
ด้านหลังเขา
ประตูห้องเปิดออก
ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา
ใบหน้าถูกซ่อนในเงามืด
กวินทร์หันไป
"ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผน"
ชายคนนั้นตอบ
"ใช่"
"เพราะตอนนี้"
"โลกกำลังมีราชันอสูรสองคน"
และในเงามืด
ใครบางคนกำลังหัวเราะ
เพราะสงครามครั้งนี้
ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับปีศาจอีกต่อไป
แต่มันคือการต่อสู้ว่า
ใครมีสิทธิ์กำหนดความหมายของคำว่า
ราชันอสูร.
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







