Masukตอนที่ 98 ความทรงจำของราชันอสูร
หลังจากได้รับข้อมูลต้นฉบับจากเพียงฟ้า
นครไร้ธงไม่ได้มีเพียงคำถามใหม่
แต่มันมีความจริงบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ทุกคนพยายามค้นหาว่า
ราชันอสูรในนิมิตคืออะไร
ผู้ทำลายโลก
ผู้ครองอาณาจักร
หรือปีศาจที่นำมนุษย์ไปสู่จุดจบ
แต่ข้อมูลของเพียงฟ้ากลับบอกอีกอย่าง
นิมิตไม่ได้ถูกสร้างเพื่อแสดงสิ่งที่ธันวาจะทำ
มันถูกสร้างเพื่อปิดบังสิ่งที่ธันวาต้องทำ
คำตอบนั้นทำให้ทุกคนสับสน
เพราะถ้าเป็นจริง
หมายความว่า
ภาพที่โลกเห็น
อาจไม่ใช่ภาพของผู้ทำลาย
แต่เป็นภาพของผู้ที่กำลังต่อสู้กับบางสิ่ง
ในห้องข้อมูลกลาง
พิมพ์ชนกกำลังตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด
เธอรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง
โครงการนิมิตปฐมกาล
บันทึกของเพียงฟ้า
ข้อมูลจากมาลี
และข้อมูลภายในแก่นอนันต์
แต่มีบางอย่างที่ไม่สามารถอ่านได้
ข้อมูลส่วนหนึ่งถูกล็อก
ไม่ใช่ด้วยรหัส
แต่ด้วยพลังบางอย่าง
ธันวายืนมองมัน
เขารู้สึกถึงบางอย่าง
เหมือนเสียงจากแก่นอนันต์กำลังเรียก
ไม่ใช่เสียงหัวเราะ
ไม่ใช่เสียงล่อลวง
แต่เป็นเสียงที่เหมือนกำลังรอคอย
พิมพ์ชนกพูด
"ข้อมูลนี้อาจไม่ได้ถูกสร้างเพื่อคนทั่วไป"
ธันวาถาม
"หมายความว่าอย่างไร"
เธอตอบ
"มันอาจถูกสร้างไว้สำหรับคนที่มีแก่นอนันต์"
ทุกคนเงียบ
เพราะนี่คือสิ่งที่ไม่เคยมีใครคิด
บางที
แก่นอนันต์อาจไม่ได้เป็นเพียงพลัง
แต่มันอาจเป็นกุญแจ
ธันวาถาม
"ถ้าข้าเปิดมัน"
พิมพ์ชนกมองเขา
"เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
กฤตภาสพูดทันที
"มันอันตราย"
ธันวารู้
เขารู้ดีกว่าใคร
ทุกครั้งที่ใช้แก่นอนันต์
เขาเสี่ยงสูญเสียตัวเอง
ทุกครั้งที่ดูดกลืนพลัง
เสียงในหัวจะดังขึ้น
ทุกครั้งที่ใช้พลังมากเกินไป
เขาจะเข้าใกล้ตัวตนในนิมิตมากขึ้น
แต่ครั้งนี้แตกต่าง
เพราะเขาไม่ได้ใช้มันเพื่อสู้
เขาใช้มันเพื่อรู้ความจริง
ธันวาวางมือบนข้อมูล
จากนั้นปล่อยพลัง
แก่นอนันต์ตอบสนองทันที
แสงสีดำไหลออกมาจากมือ
แต่ครั้งนี้
มันไม่ได้รุนแรง
มันเหมือนกำลังเปิดประตู
ข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่จิตของเขา
เสียง
ภาพ
ความทรงจำ
ทุกอย่างถาโถมเข้ามา
ธันวาหลับตา
และโลกตรงหน้าก็เปลี่ยนไป
เขายืนอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง
ไม่ใช่โลกปัจจุบัน
ไม่ใช่สถานที่ที่เขาเคยเห็น
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยรอยแตก
เหมือนจักรวาลกำลังพังทลาย
เมืองต่าง ๆ ถูกทำลาย
แต่ไม่ใช่จากกองทัพมนุษย์
ไม่ใช่จากสงคราม
บนท้องฟ้า
มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนตัว
สิ่งที่ใหญ่เกินกว่าความเข้าใจของมนุษย์
เงาขนาดมหึมา
กำลังลอยอยู่เหนือโลก
ธันวาเห็นตัวเอง
แต่ไม่ใช่ตัวเองในแบบที่โลกเคยเห็น
เขาสวมชุดเกราะสีดำ
พลังมหาศาลปกคลุมร่างกาย
แต่ใบหน้าของเขา
ไม่ได้เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
ไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
มันคือใบหน้าของคนที่กำลังแบกรับบางสิ่ง
หนักเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งควรรับได้
ธันวาในอนาคตยืนอยู่กลางสนามรบ
ด้านหลังเขา
ไม่ใช่กองทัพปีศาจ
แต่เป็นผู้คน
มนุษย์
ผู้มีพลัง
และเด็กจำนวนมาก
ทุกคนกำลังมองเขา
ไม่ใช่ด้วยความกลัว
แต่ด้วยความหวัง
จากนั้น
เสียงหนึ่งดังขึ้น
"เจ้ามาช้า"
ธันวาหันไป
เขาเห็นบางสิ่งบนท้องฟ้า
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหนาว
มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดา
มันเหมือนจุดจบของบางสิ่ง
เสียงนั้นพูด
"เจ้าคิดว่าการเป็นราชันอสูรคือการครองโลก"
"แต่เจ้าคิดผิด"
ภาพเปลี่ยน
ธันวาเห็นความทรงจำมากมาย
ไม่ใช่ของเขา
แต่ของราชันอสูรในอนาคต
เขาเห็นวันที่โลกยังไม่ล่มสลาย
เห็นวันที่เขาพยายามหยุดสงคราม
เห็นวันที่เขาปกป้องผู้คน
เห็นวันที่เขาถูกเรียกว่าราชันอสูร
ไม่ใช่เพราะเขาทำลายโลก
แต่เพราะเขาเป็นคนเดียวที่สามารถต่อสู้กับสิ่งนั้นได้
ภาพหนึ่งทำให้เขาหยุด
เขาเห็นตัวเองยืนอยู่หน้าประตูขนาดมหึมา
ด้านหลังประตูคือความมืด
และมีเสียงพูด
"ถ้าเจ้าเปิดประตูนี้"
"เจ้าจะเสียทุกอย่าง"
ธันวาในอนาคตตอบ
"ถ้าไม่เปิด"
"ทุกคนจะเสียทุกอย่าง"
จากนั้นภาพก็หายไป
ธันวากลับมา
เขาล้มลงกับพื้น
ทุกคนรีบเข้ามา
พิมพ์ชนกถาม
"เจ้าเห็นอะไร"
ธันวาหายใจหนัก
เขาไม่ได้ตอบทันที
เพราะสิ่งที่เขาเห็น
เปลี่ยนทุกอย่าง
"ข้าไม่ได้เห็นตัวเองทำลายโลก"
ทุกคนเงียบ
"ข้าเห็นตัวเองกำลังต่อสู้"
กฤตภาสถาม
"กับใคร"
ธันวามองไปยังข้อมูล
"บางสิ่งบนท้องฟ้า"
คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบ
เพราะมันหมายความว่า
นิมิตที่โลกเห็น
อาจเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของเรื่อง
พิมพ์ชนกถาม
"แล้วทำไมภาพนั้นถึงถูกแสดงว่าเจ้าคือผู้ทำลาย"
ธันวาหลับตา
เขาตอบ
"เพราะพวกเขาไม่แสดงสิ่งที่อยู่ข้างหน้า"
"พวกเขาแสดงสิ่งที่อยู่ข้างหลัง"
ทุกคนไม่เข้าใจ
ธันวาอธิบาย
"ภาพที่โลกเห็น"
"คือภาพหลังจากสงคราม"
"ไม่ใช่ภาพของสงคราม"
เขาหยุด
"พวกเขาเห็นข้ายืนอยู่เหนือซากโลก"
"แต่ไม่ได้เห็นว่าอะไรทำให้โลกกลายเป็นซาก"
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเข้าใจ
นิมิตไม่ได้โกหกทั้งหมด
แต่มันตัดบางส่วนออก
มันทำให้มนุษย์เห็นผลลัพธ์
โดยไม่เห็นเหตุผล
และนั่นทำให้ทุกคนเลือกผิด
ในเวลาต่อมา
ธันวาเปิดเผยข้อมูลบางส่วนให้ทีม
ภาพที่เขาเห็นถูกบันทึกไว้
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถบันทึกได้
เสียงสุดท้ายจากความทรงจำ
ก่อนเขากลับมา
เสียงนั้นพูดกับเขา
"อย่าเชื่อแม้แต่ความทรงจำของตัวเอง"
ธันวาไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร
แต่เขารู้ว่า
มีบางอย่างซ่อนอยู่
แม้แต่ในอนาคตที่เขาเห็น
คืนนั้น
เขายืนอยู่คนเดียว
มองผ้าสีขาวของนครไร้ธง
เสียงจากแก่นอนันต์ดังขึ้น
ครั้งนี้
มันไม่ได้หัวเราะ
"ในที่สุดเจ้าก็เห็น"
ธันวาถาม
"เจ้าเป็นใคร"
เสียงนั้นเงียบไป
ก่อนตอบ
"ส่วนหนึ่งของสิ่งที่เจ้าจะต้องกลายเป็น"
ธันวานิ่ง
"ราชันอสูร"
เสียงตอบ
"ไม่"
"สิ่งที่เจ้าต้องเลือกว่าจะเป็น"
คำตอบนั้นทำให้เขาเงียบ
เพราะตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว
ปัญหาไม่ใช่ว่าเขาจะกลายเป็นราชันอสูรหรือไม่
แต่คือ
ราชันอสูรมีความหมายว่าอะไร
สำหรับโลก
มันคือปีศาจ
สำหรับลัทธิ
มันคือผู้นำ
แต่สำหรับอนาคตที่เขาเห็น
มันอาจเป็นเพียงชื่อของคนคนหนึ่ง
ที่ยืนอยู่ระหว่างมนุษย์
กับสิ่งที่กำลังจะกลืนกินทุกอย่าง
เช้าวันต่อมา
ข้อมูลใหม่ถูกค้นพบ
พิกัดจากไฟล์เพียงฟ้าสามารถเปิดได้
สถานที่นั้น
ไม่ได้อยู่บนโลก
แต่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเวลา
และคำเรียกในข้อมูลคือ
"ประตูปฐมกาล"
ธันวามองชื่อดังกล่าว
เขารู้ว่า
คำตอบทั้งหมดอยู่ที่นั่น
ต้นกำเนิดของนิมิต
ตัวตนของผู้สังเกตการณ์
และความจริงของราชันอสูร
ครั้งนี้
เขาไม่ได้กำลังหนีจากอนาคต
เขากำลังเดินไปหาอนาคต
ที่ถูกซ่อนจากโลกทั้งใบ.
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







