Masukหวังว่าตื่นมาคราวนี้ นิยายเรื่องนี้จะปังนะ
ดวงตากลมโตลืมตาโพลงมองรอบกายด้วยความประหลาดใจ เพดานห้องไม่ใช่คอนโดของฉางเห่ย แต่เป็นเพดานไม้โบราณ เรียวแขนยกขึ้นมาชูขึ้น เธออยู่ในชุดที่ไม่คุ้นตา ปกติแล้วฉางเห่ยมักจะใส่แค่เสื้อยืดกับกางเกงยีนเพียงเท่านั้น แต่นี่อยู่ในชุดโบราณ ก่อนดวงตาทั้งสองข้างยิ่งเบิกโพลงเข้าไปอีกเมื่อเห็นเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มแก้มแดงปลั่ง ดวงตาของเด็กน้อยมองเธอตาใส ก่อนฉีดยิ้มอวดฟันหน้าสองซี่ขาว ๆ “ท่านแม่” ท่านแม่ ท่านแม่อย่างนั้นหรือ เธอยังไม่มีลูก หรือมีสามี แล้วจะมีลูกได้ยังไง ฉางเห่ยงงไปหมดแล้ว “หนู...” “ท่านแม่ ข้าซีห่าว” เสียงเจื้อยแจ้วพร้อมกับรอยยิ้มแสนไร้เดียงสาของเด็กน้อย หูของเธอฟังไม่ผิด นามของเด็กน้อยแสนน่ารักคนนี้คือ ซีห่าว เป็นตัวละครที่น่าสงสาร เป็นลูกของนางร้ายที่ต้องมาถูกแม่ตนเองฆ่าตายอย่างน่าเวทนา อย่าบอกนะว่า ฉางเห่ยตายไปแล้ว....แล้วมาเกิดใหม่ในร่างของนางร้ายที่ตนเองเขียนมาเองกลับมือ เฟยห่วง นางร้ายที่ใคร ๆ ก็เกลียดชัง แม้แต่สามีของตนเอง จนนางต้องการชำระแค้นโดยใช้เด็กบริสุทธิ์ตรงหน้า นี่ฝันไปอย่างนั้นหรือ ฉางเห่ยตบหน้าตนเองเบา ๆ การกระทำนั้นทำให้เด็กน้อยที่อยู่ข้างเตียง เขย่าขาของนางแรง ๆ “ท่านแม่ ท่านจะทำอาราย...เดี๋ยวเจ็บนะ...” เสียงแสนสดใสชัดบ้างไม่ชัดบ้างรีบห้ามนาง เจ้าตัวจ้อยเอียงคอไปมาด้วยความสงสัยในการกระทำของมารดา แม้มารดาของเจ้าก้อนจะไม่ค่อยถูกใจในตัวของเด็กน้อยนัก อย่างไรแล้วเด็กก็คือเด็กน้อยอย่างไรก็โหยหาความรักจากมารดา ถ้าเช่นนั้น ร่างนี้ก็คือ เฟยห่วง แม่ใจร้ายที่กล้าฆ่าลูกของตนเอง ฉางเห่ย ตายแล้วหรือ.....ภาพจดจำในความคิดสุดท้ายทุกอย่างมืดดับ.... ไม่รู้จะตื่นตระหนก หรือเสียใจที่ไม่อาจเห็นนิยายของตนเองวางขายตามที่ฝัน หรือ มาเกิดใหม่เป็นแม่สุดใจร้ายทำร้ายลูกตนเอง “ซีห่าว มาหาแม่มา....” เด็กน้อยเลิกดกดำของตนเองเลิกสูงด้วยความประหลาด การกระทำนั้นทำให้ฉางเห่ยรับรู้ได้เป็นอย่างดี ก็เฟยห่วงถูกเขียนให้ร้ายกาจเกินเยียวยา ถ้านักอ่านมาอ่านคงไม่ชอบการทารุณกรรมเด็กน่ารักขนาดนี้ เหตุผลที่ฉางเห่ยเขียนให้นางร้าย มีจิตใจแสนโหดเหี้ยมเพียงเพื่อสร้างพล็อตเรื่องให้น่าสนใจก็เท่านั้น “หือ...” ฉางเห่ยในร่างเฟยห่วงยิ้มร่า.... เจ้าก้อนแป้นน่ารักเสียเหลือเกิน การมาอยู่ในร่างนี้ของนักเขียนสาวเป็นมาอย่างไรคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกอย่างล้วนมีเหตุและผล และคงมิใช่วันนี้ที่ต้องหาคำตอบ..... “มามะ....” เรียวแขนทั้งสองอ้ารอ เด็กน้อยตัวกลมพยายามกระโดดมาหานาง เฟยห่วงได้มีโอกาสมองใบหน้าของเจ้าลูกชายชัด ๆ ก็เกิดตกหลุมรักในความน่ารักของเจ้าแก้มป่อง อดคิดไม่ได้การมาครั้งนี้อาจเพราะนางขีดเขียนให้ดวงชะตาของนางร้ายไม่สมเหตุสมผลอย่างนั้นหรือ.... ฉางเห่ยคงต้องแก้ไขมันเอง....ถ้านี่คือชีวิตใหม่ของเธอ..... “ท่านแม่ขอรับ....” ปากจิ้มลิ้มสีชมพูของเจ้าก้อนแป้งยิ้มกว้าง มือป้อมสองข้างมาแนบแก้มของมารดาด้วยความรัก ยามปรกตินั้นเจ้าหนูน้อยมักจะถูกกีดกั้น เพราะบิดามักบอกว่ามารดาของเจ้าหนูน้อยนั้นอารมณ์ขุ่นมัว กลัวว่าเจ้าหนูซีห่าวโดนดุด่า แต่ซีห่าวก็มักดื้อรั้นตามประสาเด็กชายผู้ฉลาดเฉลียว ภายในจิตใจของเด็กน้อยมักโหยหามารดาเหลือเกิน แม้ว่านางจะหมกตัวอยู่แต่ในห้อง มักเหม่อลอยเป็นประจำมีเพียงบิดาของซีห่าวเท่านั้นเป็นผู้ดูแลเจ้าก้อนแป้ง เฟยห่วงมีพฤติกรรมต่างจากเดิมจนเด็กน้อยวัยสามขวบเองก็สงสัยไม่ต่างกัน “ท่านแม่ใจดีกับข้า....ข้าประหลาดจาย.....” ซีห่าวช่างพูดช่างจา เด็กน้อยช่างฉลาดเกินวัย มองหน้าผู้เป็นมารดาพร้อมกับเอียงคอ สงสัย ท่าทางของเด็กน้อยทำให้เฟยห่วงคนใหม่ขมวดคิ้ว ก่อนหัวเราะออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยทำให้เฟยห่วงหัวเราะออกมา อดเอื้อมมือไปหยิกแก้มนุ่มละมุนของเจ้าก้อนแป้ง “นี่เจ้ากินเก่งตัว อ้วนท้วนขนาดนี้เชียวหรือ” เฟยห่วงหัวเราะตัวละครที่นางสร้างขึ้นไม่คิดเลยว่าจะน่ารักถึงเพียงนี้ .....จากนี้ฉางเห่ยผู้นี้คงต้องรีบปรับตัวเพื่อเป็นมารดาที่ดีของเด็กน้อยผู้นี้ ทดแทนความผิดในใจ “ข้ายาง....ไม่ได้อ้วน” ปากน้อยพ่นคำโต้เถียงมารดาแต่ก็ไม่นำพา ผู้เป็นมารดายังคงหัวเราะเสียงดัง เฟยห่วงยกมือขึ้นลูบแก้ม ๆ นุ่ม ๆ ของเด็กน้อย “แม่ขอโทษนะลูกที่แม่เป็นแม่ที่ไม่ดีเอาเสียเลย” “ม่าย เป็นไรขอรับ....ฮะ ฮ่า...” เด็กน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้ว...ก่อนจะหัวเราะเมื่อถูกผู้เป็นมารดาจักจี้ที่หน้าท้อง..... เด็กอะไรน่ามันเขี้ยว !“ท่านคิดว่านางจะคิดได้หรือเปล่า ว่าตัวนางเองนั้นสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมากขนาดไหน ข้าไม่คิดเลยว่านางจะถึงขั้นวางแผน สั่งการให้หยางฮัวเข้ามาในจวนของเรา หวังสร้างความวุ่นวาย สุดท้ายนางก็แพ้ภัยตัวเอง” เฟยห่วงเอ่ยถามซีอั่นที่นั่งนิ่งยกยิ้มมองนางไม่วางตาอยู่เช่นนั้น แววตาของเขามักทำให้นางสั่นไหวอยู่เสมอ “คนอย่างนางก็คงรู้ตัว หลี่อี้หมิงคงหาทางจัดการกับนางเอง เจ้าไม่ต้องกังวลสิ่งใดเลยฮูหยินข้า ว่าแต่เจ้าเถอะ เจ้านึกเป็นห่วงน้องสาวเจ้าถึงเพียงนี้ ขณะเดียวกันนางนั้นกลับคิดทำร้ายเจ้าอย่างนั้นหรือหึ” เขาถามเสียงแผ่วเบา ก่อนเอื้อมมือมาสัมผัสแก้มนุ่ม ๆ ของภรรยา เฟยห่วงส่ายหน้า “ความสัมพันธ์พี่น้องระหว่างข้ากับนางได้จบสิ้นแล้วเจ้าค่ะ ตั้งแต่นางคิดทำร้ายบุตรชายของเรา ข้าไม่อยากให้อภัยนางนัก แต่เพราะคิดว่าสาเหตุที่นางร้ายกาจ ล้วนเป็นเหตุผลมาจากการกระทำของข้าในอดีต ข้าคิดว่าสิ่งนั้นกำลังสนองข้าอยู่ พอใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนทั้งหมดล้วนเป็นการกระทำของนางเองทั้งสิ้น” “เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าดีใจนะที่เจ้าคิดเช่นนั้น มามะ” จู่ ๆ เขาก็
ทันทีที่ได้ยินชื่อของหยางฮัว เฟยหลงมีใบหน้าซีดเผือด หันมองหน้าไปมองยังสามีของตนที่มองนางด้วยแววตาหวาดหวั่น และสงสัยในตัวนางอย่างยิ่ง เฟยหลงเลียริมฝีปากของตนเอง ก่อนหันไปมองยังผู้มาเยือนคนใหม่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับชายชราที่ร่างกายไม่สู้ดีนัก นางรู้ทันทีว่าทั้งหมดเป็นแผนการของพี่สาวนาง “คารวะฮูหยินสกุลหลี่ หวังว่าท่านคงจำคำที่ท่านกล่าวกับข้าและท่านพ่อของข้าได้นะเจ้าค่ะ” หยางฮัวกล่าวทักทายเฟยหลงที่กำลังมองนางด้วยใบหน้าตะลึก ดวงตาแทบถลนออกมา “มันเรื่องอันใดกัน เฟยหลง เจ้าไปก่อเรื่องอันใด” หลี่อี้หมิงที่นั่งเงียบมานาน ถึงคราได้เอ่ยปากถาม “น้องสาวข้ามิสะดวกที่กล่าวเล่าความในอดีตที่ผ่านมาได้ ข้าขอเป็นฝ่ายเล่าเรื่องทุกอย่างแทนเอง” เฟยห่วงยกยิ้มมุมปาก ปรายตามองน้องสาวนอกไส้ เฟยหลงเสียดายที่ข้าเคยเอ็นดู ครานี้ถึงเวลารับกรรมของนางแล้ว นางคิดว่าชีวิตของตนนั้นไม่เป็นธรรมมาตลอด แต่การกระทำของนางก็ไม่เคยเป็นธรรมต่อคนอื่นเช่นกัน เฟยห่วงเล่าเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่งานเทศกาลดอกเบญจมาศเมื่อครั้งก่อน ส่วนเร
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อบิดาของหยางฮัวป่วยหนักจนต้องไปยืมเงินของสกุลหลี่ เฟยหลงเคยมาดื่มชาที่โรงเตี๊ยมของเถ้าแก่หยาง ครานั้นซีอั่นกับบุตรชายไปแวะดื่มชาดับกระหาย สายตาและการกระทำของหยางฮัวเด่นชัดเหลือเกินว่าสนใจในตัวของคุณชายแห่งสกุลซี เฟยห่วงนิ่งฟังด้วยความใจเย็น เฟยหลงนางช่างร้ายกาจถึงเพียงนี้ นางถึงขั้นหลอกใช้หยางฮัวผู้หลงรักซีอั่น คิดแล้วก็น่าสงสารผู้หญิงที่กำลังนั่งกอดขาของนางเอาไว้ ‘เจ้าไม่ต้องร้อง เจ้าเข้าไปดูแลพ่อของเจ้าเถอะ เรื่องค่ายาของพ่อเจ้า ข้าจะดูแลเอง เรื่องนี้ข้าคงต้องนำความไปหารือกับสามีของข้าเสียแล้ว’ ‘ขอบคุณฮูหยินที่เมตตาข้าเจ้าค่ะ’ หลังจากนั้นเฟยห่วงก็นำความมาแจ้งผู้เป็นสามี ซีอั่นดูไม่ตื่นตกใจเลยสักนิด ราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการคาดการณ์ของเขา แล้วการที่ไล่หยางฮัวออกจากจวนสกุลซีก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของสามีของนาง เฟยห่วงได้ยินสามีของตนพูดเช่นนั้น เขาดูฉลาดไปทุกเรื่องจริง ๆ เขาเองก็อยากเอาคืนเฟยหลงเช่นกัน ครั้งนั้นกล้ามาทำร้ายซีห่าว ยามนี้กำลังนอนหลับบนตักแกร่งของผู้เป็นบิดา ท้
จวนสกุลหลี่ จวนสกุลหลี่เต็มไปด้วยเสียงเอะอะโวยวายตั้งแต่เช้า เพราะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาแต่เช้าตรู่ เฟยหลงกับหลี่อี้หมิงตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเฟยห่วงและซีอั่นจะมาหาพวกนางถึงจวนสกุลหลี่ ทั้ง ๆ ที่เฟยห่วงไล่นางออกจากจวนสกุลซีในวันนั้น เฟยหลงก็ติดต่อผู้เป็นพี่สาวอีกเลย.... มาคราวนี้อยากเฟยหลงก็อยากถามนางเหมือนกันว่ามีเรื่องร้อนใจอันในถึงขั้นมาหานางถึงที่เช่นนี้ เดือดร้อนนางและสามีต้องตื่นขึ้นมาในยามเช้า เฟยหลงและหลี่อี้หมิงใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็มารอแขกที่มิได้รับเชิญที่ห้องรับรอง แขกที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เฟยห่วงนางดูไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ สมกับเป็นนางเสียจริง “ท่านพี่และคุณชายซีอั่นมาหาข้าและสามีถึงจวน คงมีเรื่องอันใดร้อนอกร้อนใจอย่างนั้นหรือ” เฟยหลงเอ่ยปากยกยิ้มมุมปากอย่างเหลือร้าย เฟยห่วงส่ายหน้า นับวันเฟยหลงนางก็ยิ่งกู่ไม่กลับ เฟยห่วงและซีอั่นมาที่ก็เพื่อจัดการคนที่ไม่รู้ถูกผิด อย่างไรวันนี้สามีของนางต้องรู้พฤติกรรมของภรรยา “ข้าและซีอั่นไม่มีธุระอันใดต้องมาที่จวนของคุณชายหลี่อี้หมิง แต่ข้ามาทวงความยุติธรรมให้
สวนผักหลังบ้านเริ่มโล้นเตียนเหลือแต่พื้นดินเปล่า ๆ ช่วงที่ผ่านเพราะมัวแต่เก็บผักไปขายที่ตลาด สนุกสนานกับการขายผัก จนลืมหว่านเมล็ดพันธุ์ในแปลงผัก วันนี้ได้โอกาสนั้นที่หว่านเมล็ดพันธุ์ สองแม่ลูกจูงมือกันมายังสวนท้ายจวน ซีอั่นสั่งให้บ่าวหลายคนมาช่วยนางและบุตรชาย ซีอั่นมองภาพสองแม่ลูกที่กำลังหว่านเมล็ดพันธุ์ลงดิน ส่วนมือก็จับกำลังวาดภาพสองคนลงบนกระดาษช่างเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก หลายปีที่ผ่านมาภาพวาดของซีอั่นไร้ชีวิตชีวา และจิตวิญญาณ วันนี้เขาได้ค้นพบมันแล้ว ความสุข....และคำว่าครอบครัว เพียะ! เสียงของฝ่ามือฟาดลงบนแก้มของหยางฮัวอย่างแรง โดยไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวได้แต่ข่มความไม่พอใจเอาไว้ ยามนี้หยางฮัวไร้กำลังต่อสู้ บิดาอ่อนแอเกินกว่าจะทำให้นางเหิมเกริมกับสตรีตรงหน้าได้ สาเหตุที่หยางฮัวไร้ยางอายนั่งคุกเข่า เป็นหนึ่งแผนการของเฟยหลง ต้องการให้ครอบครัวของผู้เป็นพี่สาวนั้นแตกแยก หยางฮัวรับข้อเสนอของฮูหยินสกุลหลี่ บิดาของหยางฮัวป่วยหนัก จนต้องการใช้เงินมากมายกับซื้อยามารักษาผู้เป็นบิดา หยางฮัวแม้จะไม่พอใจนักที่
รุ่งสางของวันใหม่ ซีห่าวที่ลืมตามาในห้องอันเปล่าเปลี่ยว ช่างไม่คุ้นเคยเสียเลยสำหรับเด็กน้อย....ปรกติเขามักนอนเคียงคู่กับบิดามารดา ไยวันนี้ลืมตาตื่นขึ้นมาโดดเดี่ยวเช่นนี้ เมื่อเด็กน้อยตื่นบ่าวรับใช้ก็รีบเข้ามาในห้องของคุณชายโดยที่ซีห่าวยังไม่ทันได้เอ่ยปากร้องหาด้วยซ้ำ “ท่านพ่อท่านแม่ข้าล่ะ” ซีห่าวขยี้ตาถามบ่าวรับใช้ที่ก้มหน้า เอาผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาใบหน้าจิ้มลิ้มของคุณชายซีห่าวแสนน่ารัก เจ้าก้อนป้อนยิงฟันให้บ่าวเอาขัดฟันมาถู ช่างสบายไม่มีผู้ใดเกินหน้าเกินตา คุณชายน้อย พลันบ่าวช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ให้เจ้าก้อนแป้ง ขาสั้น ๆ ก็รีบวิ่งไปทางเรือนนอนฝั่งซ้ายโดยที่บ่าวรับใช้ส่งเสียงร้องห้ามแทบไม่ทัน ต้องพากันวิ่งวุ่นตามคุณชายน้อย เสียงฝีเท้าดังของฝีเท้าน้อย ๆ กำลังวิ่งมาทางเรือนนอนฝั่งซ้าย ขาสั้นป้อมของซีห่าววิ่งแรงจนได้ยินเสียงตึกตักของฝีเท้า ปลุกสองสามีภรรยาที่กำลังกกกอดกันอย่างมีความสุขลืมตาขึ้นมาทันควัน “ท่านพ่อ ท่านแม่....” เสียงคางยานดังมาแต่ใกล้ ซีอั่นรีบลุกขึ้นแล้วผลัดผ้าทันที เฟยห่วงก็เช่นกัน เฟยห่วงไม่
“เฟยห่วง เจ้าเป็นแม่ประสาอะไร แกล้งแม้กระทั่งบุตรชายของเจ้า” เสียงประชดประชัดทำให้เฟยห่วงต้องแบะปากใส่ ซีห่าวลืมตามองมารดาก่อนเบือนหน้าไปมองบิดา นิ่งเงียบราวกับมารดากับบิดาทะเลาะกัน “ก็เสี่ยวห่าวเป็นบุตรชายของข้า เสี่ยวห่าวอีกหน่อยเจ้าต้องโตเป็นบุรุษผู้สง่าง
ยามเช้าเวียนมาถึง เจ้าก้อนแป้งอาการดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ดวงตากลมลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นบิดามาอยู่ในห้องเดียวกับมารดา นัยน์ตาของเจ้าหนูเปล่งประกายเมื่อเห็นมารดานอนเอาใบหน้าแนบเตียง ซีห่าวไม่เคยเห็นบิดาอยู่รวมกันเช่นนี้สักเท่าไหร่ เด็กน้อยไม่เคยเข้าใจสักเท่าไหร่ มารดาที่ไม่ออกม
“เจ้าเป็นแม่ประสาอะไรกัน เจ้าปล่อยให้ซีห่าวตัวร้อนเป็นไข้ขนาดนี้เชียวหรือ ถ้าเจ้าไม่รักเขา เจ้าไม่ควรทรมานเขาขนาดนี้ ข้าไม่น่าตามใจเสี่ยวห่าวเลย..” เฟยห่วงกะพริบตาปริบ ๆ ในหัวกำลังประมวลความคิด นางเองก็ไม่คิดเช่นกันว่าเจ้าตัวน้อยจะอ่อนแอถึงเพียงนี้ ตอนนี้พาเจ้าตัวน้อยออกไปน
ท่านแม่รักซีห่าวแล้วขอรับ น้ำเสียงของลูกชายนั้นสดใสจนคนเป็นพ่อไม่กล้าขัดอะไรบุตรวัยเพียงสามขวบ แต่กลับรู้ความเกินวัยเสียเหลือเกิน.... เขากับเฟยห่วงต่างก็ร่วมหอกันอย่างจำใจ วันที่เข้าหอกับนางเขาพยายามร่ำสุราให้เมามายจนไร้สติ นางเองก็ไม่ต่างกัน ต่างคนต่างก็ร่ำส







