เข้าสู่ระบบหลายวันต่อมา ณ ร้านเบเกอรี่จิรกานต์ บรรยากาศที่เคยสงบสุขกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงโทรศัพท์จากฉายดนัย เขาจงใจสั่งอาหารชุดใหญ่และระบุเจาะจงว่าจิรพิมนตร์ จะต้องเป็นคนนำไปส่งให้เขาที่บริษัทด้วยตัวเองเท่านั้น โดยอ้างว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย แต่ทันทีที่เธอเปิดประตูห้องทำงานเข้าไป กลับพบว่าคู่หมั้นหนุ่มกำลังนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่กับนภัสสรอย่างไม่เกรงใจ
“กว่าจะโผล่หัวมาได้นะ จะพบตัวเธอแต่ละครั้งนี่มันยากเย็นกว่านัดพบรัฐมนตรีซะอีก!” ฉายดนัยเปิดฉากต่อว่าทันทีด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
สาเหตุที่เขาเกรี้ยวกราดขนาดนี้ ก็เพราะเมื่อเช้านิตยามารดาของจิรพิมนตร์ แอบไปฟ้องท่านทวีปเรื่องที่เขาควงสาวอื่นกลางงานวันเกิดจนเขาถูกบิดาด่าทออย่างหนัก เขาจึงพาลมาลงที่จิรพิมนตร์เพื่อเป็นการสั่งสอน
“มนตร์ยุ่งค่ะ ถ้าพี่ดนัยจะต่อว่าเรื่องอะไร โทรศัพท์คุยก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องให้มนตร์หอบของพะรุงพะรังมาถึงที่นี่เลย” เธอตอบเสียงเรียบ พยายามระงับอารมณ์
“หยุดพูด! เธอไปฟ้องพ่อฉันทำไม!”
“ฟ้อง!!! ฟ้องเรื่องอะไรคะ? มนตร์ไม่เคยฟ้องอะไรเกี่ยวกับพี่เลย” หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
“อย่ามาไขสือ! ก็เรื่องที่ฉันควงสาวในงานวันเกิดคืนนั้นไง ถ้าไม่ใช่เธอ แล้วจะเป็นใคร!”
“มนตร์ไม่ได้ฟ้องค่ะ... แต่คุณอาท่านก็มีตา ท่านคงเห็นเองมากกว่า ก็ในเมื่อพี่เล่นให้สาวๆ นั่งประกบซ้ายขวาเปิดเผยขนาดนั้น ใครเห็นเขาก็ดูออก”
“อย่ามาปากดี!”
ในขณะเดียวกัน เจตนิพัทธ์ที่ตั้งใจมาหาจิรพิมนตร์ถึงที่ร้าน กลับพบเพียงณัฐกานต์ที่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดการออเดอร์เดลิเวอรี่ เมื่อเขาทราบว่าจิรพิมนตร์ไปส่งอาหารที่บริษัทของฉายดนัย สัญชาตญาณความเป็นห่วงก็พุ่งพล่าน เขาจึงขอให้ณัฐกานต์ช่วยขับรถนำทางไปหาเธอที่นั่นทันที
ภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยรังสีความกดดัน นภัสสรปรายตามองจิรพิมนตร์ด้วยสายตาจิกกัด
“ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ ไปเตรียมอาหารให้คุณดนัยเขาสิ!” นภัสสรแหวใส่
จิรพิมนตร์จำต้องเดินเข้าไปในโซนครัวของออฟฟิศ จัดแจงตักต้มยำกุ้งและอาหารอื่นๆ ใส่ถ้วยมาเสิร์ฟให้ทั้งคู่ประหนึ่งพนักงานบริการ เมื่อเตรียมเสร็จเธอก็รีบขอตัวกลับ
“หยุดเดี๋ยวนี้! ใครสั่งให้กลับ!” ฉายดนัยตวาดลั่น
“มนตร์จะรีบกลับไปดูร้านค่ะ ช่วงกลางวันแบบนี้ที่ร้านยุ่ง”
“ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้าเธอไม่อยากมีปัญหากับฉันอีกละก็ แต่งงานกับฉันซะ! คุณพ่อได้จะเลิกวุ่นวายกับฉันซะที” คำพูดส่งเดชของฉายดนัยทำให้นภัสสรหน้าถอดสี
“ถ้าพี่ดนัยไม่อยากแต่ง ก็ควรไปบอกคุณอาตรงๆ นะคะ ไม่ใช่มาบอกมนตร์”
“แล้วเธอคิดว่าพ่อฉันจะยอมเหรอ! ไปเอาจานข้าวของเธอมา แล้วนั่งทานด้วยกันเดี๋ยวนี้!”
“พี่ดนัย...”
“บอกให้ไปเอามา! เร็วซิ! อย่าให้ฉันต้องโมโหไปมากกว่านี้นะ!” ฉายดนัยตวาดเสียงดังจนจิรพิมนตร์สะดุ้ง นภัสสรลอบยิ้มเยาะอยู่ข้างๆ จิรพิมนตร์ไม่มีทางเลือก จึงเดินไปหยิบจานข้าวมานั่งร่วมโต๊ะอย่างขมขื่น
“วานไปหยิบน้ำมาให้ฉันหน่อยสิคะคุณมนตร์” นภัสสรแสร้งทำเป็นสั่งบ้าง
ในจังหวะที่จิรพิมนตร์ลุกไปหยิบน้ำ นภัสสรที่ล่วงรู้ความลับจากฉายดนัยว่า จิรพิมนตร์แพ้กุ้งอย่างรุนแรง ก็ลอบตักน้ำต้มยำกุ้งราดลงบนจานข้าวของหญิงสาวอย่างรวดเร็วโดยที่ฉายดนัยไม่ทันสังเกตเห็น เพราะเขากำลังมองตามแผ่นหลังของจิรพิมนตร์ไปด้วยความรู้สึกหวงแหน ใจหนึ่งก็อยากจะเผด็จศึกให้เธอเชื่องเหมือนลูกไก่ในกำมือ
จิรพิมนตร์กลับมานั่งทานข้าว เธอตักข้าวเข้าปากคำแรกเพียงครู่เดียว รสชาติสัมผัสของน้ำต้มยำก็ทำให้เธอรู้ทันทีว่าถูกแกล้ง เธอฝืนกลืนมันลงคอไปเพื่อไม่ให้เสียมารยาทก่อนจะรวบช้อนทันที
“กินให้หมดจานสิ! กินทิ้งกินขว้างแบบนี้ไงพ่อของเธอถึงได้สร้างหนี้ไว้ให้คนอื่นตามเช็ดตามล้าง!” ฉายดนัยประชดแรงถึงบุพการี จิรพิมนตร์มองตาขวางใส่นภัสสรที่นั่งลอยหน้าลอยตา
“คุณแกล้งฉัน... คุณก็รู้ว่าฉันแพ้กุ้ง!”
“อุ๊ย! พัชไม่รู้เรื่องนะคะ แพ้กุ้งก็ทานอย่างอื่นไปสิคะ กับข้าวออกจะเยอะแยะ”
“แต่เมื่อกี้มีคนตั้งใจตักต้มยำกุ้งราดใส่จานฉัน!”
“บ้าจริง! ใครเขาจะทำเรื่องเด็กๆ แบบนั้น พี่ดนัยเห็นพัชทำไหมคะ” นภัสสรรีบหันไปออดอ้อนแฟนหนุ่ม
“พี่... พี่ก็ไม่เห็นนะ” ฉายดนัยตอบตามจริง เพราะเขามัวแต่มองจิรพิมนตร์จนไม่ทันสังเกตจานข้าว แต่ในใจเขาก็เริ่มสงสัย เพราะเขารู้ดีว่าจิรพิมนตร์แพ้กุ้งมาตั้งแต่เด็ก
“มนตร์อิ่มแล้วค่ะ ขอตัวก่อน” จิรพิมนตร์เริ่มรู้สึกคันยุบยิบที่ลำคอ เธอต้องการออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อนที่อาการแพ้จะกำเริบหนัก
“อ๋อเหรอ... แต่บางทีนะมนตร์ ถ้าเธอกินข้าวในจานนี้ให้หมด ฉันอาจจะพิจารณายกเลิกงานแต่งให้เธอก็ได้นะ”
คำเสนอของฉายดนัยทำให้จิรพิมนตร์หยุดกึก เธอหันไปมองจานข้าวที่มีพิษร้ายสำหรับเธอสลับกับใบหน้าเจ้าเล่ห์ของคู่หมั้น หากการแลกด้วยชีวิตที่เหลือเพื่อหลุดพ้นจากผู้ชายคนนี้... เธอก็พร้อมจะเสี่ยง จิรพิมนตร์ตัดสินใจทรุดตัวลงนั่งและจับช้อนขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางรอยยิ้มสะใจของนภัสสร!
ในอีกมุมหนึ่งร่างของฉายดนัยในชุดเจ้าบ่าวเปื้อนเลือดถูกหามขึ้นรถฉุกเฉินอย่างเร่งด่วนแต่ความแค้นจากกระสุนของนภัสสรนั้นแม่นยำและรุนแรงเกินกว่าที่เครื่องมือแพทย์ใด ๆ จะยื้อยุดลมหายใจของเขาได้ ระหว่างทางนำสู่โรงพยาบาล ฉายดนัยก็ปิดฉากชีวิตของตัวเองลง ทิ้งไว้เพียงชื่อเสียที่เน่าเฟะและคำประณามที่ไม่มีวันลบเลือนไปจากสังคมภายในห้องคุมขังที่เงียบสงัด กลิ่นอับชื้นและแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนยิ่งตอกย้ำถึงความตกต่ำของอดีตผู้เรืองอำนาจอย่างรัฐมนตรีทวีป ชายสูงวัยนั่งหมดสภาพอยู่บนม้านั่งไม้ แววตาที่เคยฉายแววโอหังบัดนี้กลับเลื่อนลอย เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่ดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ข่าวร้ายที่ในชีวิตจะมาถึง“ลูกชายท่าน... คุณฉายดนัยเสียชีวิตแล้วครับ เขาเสียชีวิตระหว่างทางไปโรงพยาบาล” คำพูดสั้นๆ นั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางอก รัฐมนตรีทวีปนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแผดร้องออกมาราวกับคนเสียสติ เสียงร้องไห้โฮอย่างบ้าคลั่งดังระงมไปทั่วห้องคุมขัง มือที่เคยใช้อำนาจเซ็นคำสั่งทำร้ายผู้คนมากมายบัดนี้กลับใช้ทุบกำแพงปูนเย็นชาราวกับจะระบายความเจ็บปวด“ไม่จริง! ลูกชายฉัน... ดนัย! แกจะทิ้งพ่อไปแบบนี้ไม่ได้นะดนัย!” ร่างกาย
สองวันต่อมา...บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงสุดหรูของโรงแรมห้าดาวใจกลางเมือง ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์บนดินเพื่อต้อนรับงานมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลูกชายรัฐมนตรี ฉายดนัยในชุดเจ้าบ่าวสีขาวบริสุทธิ์ดูสง่างาม เขาส่งยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีให้แก่แขกเหรื่อผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง เขายืนเคียงคู่กับจิรพิมนตร์เจ้าสาวที่สวยสะดุดตาจนเป็นที่ร่ำลือ แต่ภายใต้ชุดเจ้าสาวราคาแพงนั้น ใบหน้าของเธอกลับเรียบเฉยและเย็นชา แววตาคู่งามไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความสุข จนแขกในงานบางคนเริ่มกระซิบกระซาบถึงท่าทางที่ดูเหมือนถูกบังคับทางด้านประตูทางเข้ารัฐมนตรีทวีปยืนกุมบังเหียนสั่งการลูกน้องด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด“ตรวจสอบแขกทุกคนให้ละเอียด! อย่าให้ไอ้เจตนิพัทธ์หรือคนของมันเล็ดลอดเข้ามาป่วนงานของลูกชายฉันได้ ห้ามให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด!”“รับรองครับท่าน พวกผมวางกำลังแน่นหนาบริเวณทางเข้าออกเอาไว้อย่างรัดกุมแล้วครับ รับรองว่าต่อให้มดตัวเดียวก็ผ่านเข้ามาไม่ได้ครับ” ลูกน้องตอบรับอย่างหนักแน่นก่อนจะแยกย้ายไปประจำจุดต่าง ๆ เพื่อดูแลความเรียบร้อยจนงานเสร็จสิ้น“ต่อให้น้องมนตร์ชะเง้อจนคอแทบหัก ก็คงไม่ได้เห็นแม้แต่เง
หลังจากฉายดนัยกลับมาที่ห้องแล้วพบเพียงความว่างเปล่า เขาคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น รื้อข้าวของกระจุยกระจายเมื่อรู้ว่าตนเองถูกล่อลวงด้วยแผนตื้นๆ ของจิรพิมนตร์ เจตนิพัทธ์มาช่วยเธอลงมาที่รถได้อย่างเฉียดฉิว คล้อยหลังฉายดนัยไปเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นณัฐกานต์บึ่งรถมาส่งเพื่อนรักที่บ้านทันที สถานการณ์บีบคั้นทำให้เธอตัดสินใจระเบิดความจริงออกมาต่อหน้านิตยาและพ่อเลี้ยง เพื่อหวังจะยุติงานแต่งงานที่แสนอัปยศนี้“มนตร์มันท้องกับคุณเจตได้สองสัปดาห์แล้วนะคะคุณแม่!”“มนตร์สารภาพกับแม่หมดแล้ว...” นิตยาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาเย็นชาจนน่าใจหาย“แล้วแบบนี้คุณแม่ยังจะให้ยัยมนตร์แต่งงานกับคุณฉายดนัยอีกเหรอคะ!” ณัฐกานต์ถามแทนเพื่อนด้วยความอัดอั้น“แต่งสิ! เรื่องงานแต่งงานมันยกเลิกไม่ได้หรอก แขกเหรื่อระดับผู้ใหญ่ทั้งนั้น โดยเฉพาะแขกของท่านรัฐมนตรีทวีป แม่คงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก”“แม่! เห็นใจมนตร์เถอะค่ะ มนตร์ไม่ได้รักพี่ดนัย แล้วลูกในท้องก็ไม่ใช่ลูกของเขา แต่งงานกันไปถ้าพี่ดนัยรู้ เค้าเอามนตร์ตายแน่ ๆ เลยที่ไปหลอกเขา!” จิรพิมนตร์ปาดน้ำตา พูดขึ้นบ้าง“แกเพิ่งท้องไม่ถึงเดือน! คุณดนัยเค้าไม่รู้หรอก” นิตยาตวาดกลับอ
หลังจากมื้อกลางวันที่แสนอึดอัดสิ้นสุดลง ฉายดนัยเดินนำเธอไปที่รถ เขาทำท่าผายมือเชื้อเชิญให้เธอนั่งเบาะหน้าอย่างอารมณ์ดี จิรพิมนตร์เบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ในอากัปกิริยาจอมปลอมนั้น แต่เพียงไม่นานความหมั่นไส้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก เมื่อเขาเลี้ยวรถเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน มุ่งหน้าตรงไปยังคอนโดหรูส่วนตัวของเขาแทนที่จะเป็นบ้านเธอ!จังหวะนั้นเอง เบอร์ที่เธอไม่คุ้นตาแต่เดาว่าเป็นเจตนิพัทธ์ก็โทรเข้ามา จิรพิมนตร์ที่ปิดเสียงไว้ตั้งแต่แรกแอบกดรับสายอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้พูดกับปลายสาย แต่พยายามโต้ตอบกับฉายดนัยด้วยเสียงอันดังเพื่อให้เจตนิพัทธ์ได้รับรู้สถานการณ์ร้ายแรงในขณะนี้“พี่ดนัย! นี่พี่จะพามนตร์ไปไหน ทางนี้มันไม่ใช่ทางกลับบ้านนะ!” เธอตวาดถามหัวใจสั่นระรัว“พี่ยังไม่อยากส่งมนตร์กลับตอนนี้ครับ... ไปนั่งเล่นที่คอนโดพี่ก่อนดีกว่า วิวสวยๆ อาจจะทำให้น้องมนตร์ใจอ่อนกับพี่บ้าง” เขาพูดหน้าตาเฉย แววตาเริ่มฉายแววหิวกระหาย“ไม่เอา! มนตร์จะกลับบ้าน เดี๋ยวนี้!”“อีกวันสองวันน้องมนตร์ก็จะต้องแต่งงานกับพี่ เป็นเมียพี่อยู่ดี อย่ามาทำเป็นดื้อดึงไปหน่อยเลย!” ฉายดนัยเริ่มหมดความอดทน น้ำเสียงเข้มงวดและคุกคาม
รุจิราส่งสายตาเย้ายวนก่อนจะค่อยๆ คุกเข่าลงเบื้องหน้าเจ้านายหนุ่ม มือเรียวบางลูบไล้ผ่านเนื้อผ้ากางเกงสแลคเนื้อดีไปจนถึงตำแหน่งสำคัญ เธอรูดซิปออกอย่างเบามือ ปล่อยให้แก่นกายที่แข็งขึงตั้งโด่เป็นอิสระออกมาทักทายสายตา“หูย... แข็งเชียว” เธอแกล้งใช้นิ้วเขี่ยส่วนหัวบานหยักเบาๆ จนชายหนุ่มหลุดเสียงคราง “เสียวจัง รุจี อื้มมมม ดูดเลยที่รัก” เลขาฯ สาวไม่รอช้า เธอตัดสินใจกลืนกินความยิ่งใหญ่ของเขาเข้าไปในโพรงปากอุ่น สัมผัสเร่าร้อนจู่โจมฉายดนัยราวกับพายุที่โหมกระหน่ำซัดเรือลำน้อยออกสู่กลางทะเลคลั่ง เขาประคองร่างบางให้ลุกขึ้นมานั่งบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองเอกสาร ก่อนจะจัดการถอดชุดทำงานของเธอออกอย่างรวดเร็ว ตะขอบราเซียร์ถูกปลดปล่อยให้เต้านมอวบอิ่มพุ่งเด่นเป็นอิสระฉายดนัยใช้นิ้วสะกิดยอดปทุมถันจนแข็งเป็นไต ก่อนจะอ้าปากงับและดูดดึงอย่างหิวกระหาย เสียงครางหวานลั่นห้องทำงานเมื่อเจ้านายหนุ่มทั้งฟัดทั้งไซ้เนินเนื้อคู่งามอย่างหนำใจ กลิ่นเนื้อนางและอารมณ์ใคร่ที่พุ่งสูงทำให้นาทีนี้ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งพายุรักลูกนี้ได้อีกต่อไป!“คุณดนัย ถ้าจะเอาจริง ๆ รุจีขอล็อกประตูห้องก่อน เดี๋ยวใครเกิดพรวดเข้ามา”“เอาสิ” เล
หลังจากนภัสสรหายไปจากชีวิต ฉายดนัยก็ได้รุจิรามาเป็นเลขาฯ คนใหม่ เธอโชคดีไม่ตกงาน แถมยังได้เลื่อนขั้นด้วยมารยาหญิงบวกกับสองเต้าอันอวบอิ่มที่สามารถพิชิตใจผู้บริหารหนุ่มได้สำเร็จ พนักงานหลายคนต่างลือกันหนาหูว่า นภัสสรถูกไล่ออกเพราะไปมีสัมพันธ์ลับกับสามีเก่า แต่ดูเหมือนฉายดนัยจะไม่สนข่าวลือเหล่านั้น เพราะเร็วๆ นี้ เขากำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับจิรพิมนตร์“เรียกรุจีเข้ามาหา มีอะไรหรือเปล่าคะ” รุจิราเลขาฯ คนใหม่ที่เพิ่งมาทำงานไม่ถึงเดือน ถูกเจ้านายหนุ่มรุกหนักจนเลยเถิดไปถึงขั้นมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะในห้องทำงานส่วนตัวที่เต็มไปด้วยความลับของทั้งคู่“ผมคิดถึงคุณ กลางวันนี้ไปทานข้าวกับผมนะ”“ได้สิคะ แต่แหม่!..เดี๋ยวนี้สาว ๆ ในสต๊อกของคุณดนัยหายไปไหนหมดคะ”“ไม่หรอกครับ ผมมีคุณคนเดียว” คำพูดนี้ แม้เธอจะรู้ว่าเขาพูดเพียงเพื่อเอาใจ แต่ก็ทำเอารุจิราร้อนวูบไปทั้งตัวด้วยความหวามไหว“ปากหวานแบบนี้ จะเชื่อดีมั้ยคะ”“เชื่อเถอะ ยังไงผมก็ไม่ทิ้งคุณหรอก”“ถ้าคุณดนัยแต่งงานกับคุณมนตร์ไปแล้ว... คุณยังจะกล้าพูดแบบนี้กับรุจีอีกไหมคะ” เธอถามตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อม ฉายดนัยยิ้มกว้าง ไม่ได้







