Teilen

บทที่ 11

last update Veröffentlichungsdatum: 18.09.2026 00:11:11

           “สัปดาห์หน้าเป็นไงคะ มีวันหยุดยาวติดกันสี่วัน เราจะได้มีเวลาอยู่กับคุณยายนาน ๆ”

            “ก็ดีเหมือนกัน ว่าจะชวนพิซซี่ไปด้วย ไม่รู้จะว่างไปกับเราหรือเปล่า”

            “พี่พิซซี่ต้องไม่ปฏิเสธแน่ เพราะติดใจรสชาติอาหารและขนมที่คุณยายทำ”

            “แต่คงต้องกำชับพิซซี่ไม่ให้ปากสว่างพูดเรื่องพี่ถูกให้ออกจากงาน และก็เรื่องแต่งงานนั่นอีก พูดไม่ได้เด็ดขาด ห้ามหลุดแม้แต่คำเดียว ไม่งั้นล่ะเป็นเรื่อง”

            “ห้ามปากพี่พิซซี่ได้ง่าย ๆ แบบนั้นได้ก็ดีสิคะพี่มัท”

            “ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็ห้ามหลุดปากพูดเรื่องเหล่านี้ให้คุณยายรู้เด็ดขาด ขืนคุณยายรู้ล่ะก็พี่ชะตาขาดแน่”

            สองสาวต่างก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน 

            “พรุ่งนี้พี่มัทจะไปพบคุณติณณภพยังไงคะ ลียาขับรถไปส่งให้เอาไหม” ที่เอ่ยถามเช่นนี้เพราะรู้นิสัยของอีกฝ่ายเป็นอย่างดีว่า อะไรก็ตามที่ได้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำก็คือจะลงมือทำตามที่คิดไว้ทุกครั้ง เรื่องนี้ก็เช่นกัน แม้ปากบอกว่าจะโทรศัพท์ติดต่อเขาก่อน แต่ฬียากรก็รู้ดีว่าพรุ่งนี้มัฑณาวีจะต้องบุกไปขอพบติณณภพตามที่ได้ตั้งใจไว้แน่นอน

            “ไม่ต้องหรอกลียา รถพี่ซ่อมเสร็จแล้วพรุ่งนี้พี่จะเข้าไปรับก่อนจะแวะไปหาเขา”

            ฬียากรเผลอยิ้มเมื่อได้ยินคำตอบนั้น เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด

             “นี่ก็ดึกแล้วเราแยกย้ายกันไปพักผ่อนดีกว่านะคะ”

            “ไปสิ พี่ก็เริ่มง่วงเหมือนกัน”

            สายวันต่อมามัฑณาวีตัดสินใจโทรศัพท์เข้ามือถือของติณณภพอยู่หลายครั้ง แต่ผลที่ออกมาก็ยังคงเหมือนเดิมคือเขาไม่รับสาย เธอจึงตัดสินใจที่จะขับรถไปพบติณณภพตามที่ได้ตั้งใจไว้

            ระหว่างที่กำลังจะเดินไปขึ้นลิฟต์ก็ได้พบกับลุงคนที่เกือบจะขับรถชนเธอเมื่อวานนี้ มัฑณาวีดีใจที่ได้พบลุงคนนั้นอีกครั้ง หรือสวรรค์จะเป็นใจเปิดทางให้เธอได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ หญิงสาวรีบเดินตรงไปทักทายชายคนดังกล่าว

            “สวัสดีค่ะลุง จำมัทได้ไหมคะ”

            ทิมหันกลับไปมองตามเสียงเรียก เขายิ้มให้เธอก่อนที่จะตอบ

            “จำได้ครับ”

            “ดีใจจังที่ได้พบลุงอีกครั้ง” มัฑณาวีเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่สดใส

            “เมื่อวานมัทมัวแต่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เลยลืมแนะนำตัวเอง มัฑณาวีค่ะเรียกมัทก็ได้นะคะง่ายดี”

            “ผมชื่อทิมครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ว่าแต่มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ”

            “มัทอยากพบคุณติณณภพเจ้านายของลุง ช่วยพามัทไปพบเขาได้ไหมคะ”

            “คุณอยากพบคุณติณณ์เพราะเรื่องอุบัติเหตุเมื่อวานนี้ใช่ไหมครับ”

            “ก็ไม่เชิงค่ะ ที่จริงมัทเคยโทรหาคุณติณณภพตามนามบัตรที่ลุงให้ไว้ก่อนหน้านี้ แต่เขาไม่รับสาย มัทก็เลยมาที่นี่เพื่อมาขอพบเขา ลุงทิมช่วยมัทหน่อยนะคะ แค่บอกก็ได้ค่ะว่ามัทจะไปพบเขาได้ที่ไหน”

            “คุณมัทต้องขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสาม แล้วก็ไปต่อลิฟต์ในส่วนของสำนักงานกดขึ้นไปชั้นบนสุด จะเป็นชั้นของผู้บริหาร คุณติณณ์ทำงานอยู่ที่ชั้นนั้นครับ พอดีผมต้องขับรถไปรับคุณไตรภพก็เลยพาคุณขึ้นไปที่นั่นไม่ได้”

            “ไม่เป็นไรค่ะ มัทไปเองได้ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ มัทไม่รบกวนเวลางานของลุงแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”

            “เชิญครับ”

            ทิมมองตามเธอไปจนลับตา เท่าที่ดูร่างกายของเธอก็ปกติดี ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมายจากเหตุการณ์เมื่อวาน แล้วทำไมถึงได้อยากพบคุณติณณภพ หรือว่าจะมาเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ดูจากท่าทางแล้วก็ไม่เหมือนพวกสิบแปดมงกุฎ แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่มีเวลามาคิดหาคำตอบ เพราะต้องรีบขับรถไปรับเจ้านายที่บ้าน

            ในเวลาเดียวกันนั้นเองติณณภพกำลังนั่งอ่านแฟ้มรายงานเกี่ยวกับยอดขายประจำเดือนที่ผ่านมา จากรายงานระบุว่ายอดขายสูงขึ้นกว่าเดือนก่อน ๆ และสามารถทำกำไรให้บริษัทเพิ่มมากขึ้นถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ นับเป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจ แต่กว่าจะเห็นผลแบบนี้ได้เขาและทีมงาน ต้องเข้ามาวางโครงสร้างและจัดระบบการทำงานใหม่หมด โดยจัดการงานในส่วนที่ซ้ำซ้อนออกไป

            ช่วงแรก ๆ ก็ได้รับเสียงบ่นจากพนักงานดังมาให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายพวกเขาเหล่านั้นก็ได้รับรู้ด้วยตัวเองว่าระบบใหม่ที่ถูกปรับเปลี่ยนไปนั้น มันทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม แถมยังขจัดขั้นตอนในส่วนงานที่ซ้ำซ้อนออกไป จากเสียงบ่นจึงกลายเป็นเสียงชื่นชมในตัวซีอีโอคนใหม่ และให้การยอมรับในความสามารถของเขา

            เมื่ออ่านรายงานจบติณณภพเปลี่ยนอิริยาบถ เพื่อขจัดความเมื่อยล้าจากการนั่งคร่ำเคร่งทำงานเป็นเวลานาน ๆ ด้วยการเดินไปยืนมองวิวทิวทัศน์ด้านนอก ผ่านกระจกใสในห้องทำงานของตนเอง สองมือล้วงกระเป๋า สายตาก็จับจ้องสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ใจกลับย้อนคิดถึงเรื่องราวก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามายืนอยู่ในจุดนี้

            ถ้าไม่มีเหตุการณ์ในวันนั้นเขาก็คงไม่ได้มายืนอยู่ที่นี่ เหตุการณ์ทุกอย่างเหมือนม้วนฟิล์มที่ถูกกรอกลับอย่างรวดเร็ว

            จำได้ว่าในวันนั้นเป็นวันหยุด ขณะที่เขากำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้านก็มีเสียงกริ่งที่หน้าประตูห้องพักดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คิ้วเข้มของเขาขมวดมุ่นก่อนจะเดินไปเปิดประตู

            “ใครกันที่มารบกวนเวลาแต่เช้าแบบนี้”

            ฉับพลับใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย เย็นชา ไร้ความรู้สึก เมื่อเปิดประตูออกไปพบกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ บุรุษที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าเป็นชายแต่งตัวภูมิฐาน สมกับฐานะมหาเศรษฐีชื่อดังติดอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย

            ซึ่งอยู่ในวัยหกสิบห้าปีและไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นบิดาของเขาเอง บิดาที่ไม่เคยสนใจในตัวเขาซึ่งเป็นลูก และตัดขาดการติดต่อกับเขานับตั้งแต่พ่อกับแม่แยกทางกัน ชายคนนั้นและเขาหน้าเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว ไม่ว่าจะเป็นดวงตาลึกลับน่าค้นหา คิ้วเข้ม หรือแม้แต่จมูกโด่งเป็นสันได้รูปก็เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน มีเพียงวัยเท่านั้นที่ต่างกัน มองปราดเดียวก็รู้ว่าทั้งคู่ต้องเป็นพ่อลูกกันไม่ผิดแน่

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 113

    พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 112

    หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 111

    ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 110

    ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 109

    ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 108

    “ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status