เข้าสู่ระบบ“หือ?” ชายหนุ่มตอบรับพลางส่งยาเม็ดเล็กให้ เมื่อเธอกรอกยาเข้าปาก เขาก็ป้อนน้ำและเช็ดปาดให้อย่างอ่อนโยนทั้งที่ในใจยังมีตะกอนขุ่นมัวอยู่
“ถ้าฉันบอกคุณว่า ฉันกอดกับโอลิเวอร์แบบพี่น้อง คุณจะเชื่อฉันหรือเปล่า”
อคิณวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ ทั้งที่พยายามวางอย่างเบามือที่สุดแล้วแต่ก็เกิดเสียงกระแทกดัง ‘ปัง’ ให้อมลรดาสะดุ้งจนได้ เขาเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนตอบเสียงเรียบโดยไม่มองหน้าคนถาม “ถ้าตอบว่าเชื่อก็คงจะโลกสวยเกินไป”
อมลรดาหลับตา ทิ้งแผ่นหลังพิงกับหัวเตียงแล้วระบายลมหายใจออกมาแผ่วเบา
แพรวาพูดถูก...อคิณไม่เชื่อ!
“ผมขอสั่งห้ามเด็ดขาดนะรดา อย่าทำแบบนั้นอีก เราตกลงกันไว้แล้วว่าคุณจะไม่ยุ่งกับผู้ชายคนอื่นระหว่างที่อยู่ในสัญญา แล้วผมก็เพิ่มเงินให้คุณห้าล้านตามที่คุณขอแล้ว เพราะฉะนั้น ผมขอให้คุณทำตามเงื่อนไขของเราด้วย”
“ค่ะ...ฉันจะทำตามสัญญา ฉันยอมรับว่าฉันทำผิดเงื่อนไขในสัญญาจริงๆ เอาเป็นว่าฉันขอโทษคุณด้วยก็แล้วกัน” อมลรดาพยายามข่มเสียงให้นิ่งที่สุดเพราะไม่อยากให้เขาจับความรู้สึกได้ว่าเธอน้อยใจแค่ไหนที่เขาชอบย้ำเรื่องสัญญาตลอดเวลา
อคิณพาอมลรดามารักษาตัวที่โรงพยาบาลอินเตอร์เนชั่นแนลที่ดีที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่ ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มที่หญิงสาวต้องอยู่โรงพยาบาล เขาดูแลเธออย่างดี ทั้งป้อนข้าว ป้อนยา เช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า แม้กระทั่งอุ้มพาไปเข้าห้องน้ำ เหมือนอย่างตอนนี้ เพียงแค่อมลรดาขยับตัวทำท่าจะลงจากเตียง เขาก็รีบพุ่งตัวเข้ามาหาทันที
“จะเข้าห้องน้ำเหรอ ผมพาไป” ชายหนุ่มช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มอย่างสบายๆ ราวกับเธอไร้น้ำหนัก
“ไม่ต้องอุ้ม ฉันเดินเองได้”
“ข้อเท้ายังเจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“หายแล้ว”
“เอาน่า ให้ผมอุ้มก็สบายดีไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องเดินเอง” อคิณพูดหน้าตาเฉยขณะวางร่างเล็กลงบนโถชักโครก และปล่อยให้เธอทำธุระส่วนตัวโดยมีเขายืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง คอยช่วยกดชักโครกให้ พาไปล้างมือก่อนจะอุ้มเธอกลับมาวางที่เตียงนอนตามเดิม
“คุณกลับบ้านไปเถอะ ไม่ต้องมานั่งเฝ้านอนเฝ้าฉันทุกวันก็ได้ ฉันป่วยขนาดนี้ หนีคุณไปไหนไม่ได้หรอก”
“ไล่ทุกวันไม่เหนื่อยเหรอ”
“คุณก็หน้าด้านหน้าทน โดนไล่ทุกวันก็ไม่กลับ”
“กล้าด่าผัวว่าหน้าด้านเลยเหรอ” อคิณโวยสายเสียงดัง
“เลิกพูดแบบนี้สักที คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าความสัมพันธ์ของเรามันไม่ใช่แบบนั้น ฉันเป็นแค่แม่พันธุ์ที่คุณเอาไว้ทำลูก พอคุณได้ลูกแล้ว เราก็จะจบความสัมพันธ์นี้ เราไม่ใช่ ‘สามี-ภรรยา’ กัน”
“คุณเองก็เลิกย้ำสักทีเถอะ ผมรู้ว่าถึงเวลาผมก็ต้องปล่อยคุณไปหาผู้ชายของคุณ ผมไม่ลืมสัญญาหรอก มีลูกให้ผมเร็วๆ ก็แล้วกัน จะได้จบเกมกันสักที” อคิณพูดอย่างขัดเคืองใจ
อมลรดาอยากจะบ้าตาย เถียงกันไปเถียงกันมา สุดท้ายกลายเป็นเธอที่เป็นคนอยากไปหาผู้ชายคนใหม่ได้ยังไงกัน
ผู้ชายบ้าอะไร ปากเสียก็ที่หนึ่ง คิดเองเออเองก็ที่หนึ่ง!
ราวห้าโมงเย็น ก้องภพถูกแพรวาเรียกมาพบที่ห้องทำงานเป็นการด่วน
“ก้องเห็นข่าวนี่หรือยัง” แพรวายื่นไอแพดที่แสดงหน้าเพจ ‘ใต้เตียงคนดัง’ ซึ่งมีการโพสท์รูปของอคิณขณะประคองอมลรดาเดินอยู่ในสวนของโรงพยาบาล ชุดคนไข้ที่อมลรดาสวมอยู่เดาได้ไม่ยากว่าเป็นโรงพยาบาลอะไร เนื้อหาในโพสท์นั้นมีการจิกกัดพอแสบๆ คันๆ ประมาณว่า อคิณกำลังควงอยู่กับน้องสาวของเจ้าสาวที่ทิ้งเขาไปในคืนวันวิวาห์ งานนี้ก็ไม่รู้ว่าพลาดจากพี่สาวแล้วจะคว้าเอาน้องสาวมาเป็นตัวตายตัวแทนหรือเปล่า แถมท้ายด้วยการเตือนว่า ระวังประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย
“เห็นแล้วครับ ผมโทร. ไปบอกท่านประธานให้ระวังตัวแล้ว พรุ่งนี้ผมจะรีบไปเชียงใหม่แต่เช้า”
“ทำไมไม่ไปตอนนี้เลย” แพรวาเป็นห่วงอคิณมาก เพราะถ้าเจษฎารู้ที่ซ่อนตัวของอคิณ เขาต้องรีบส่งคนไปจัดการแน่นอน
“คืนนี้ผมต้องตรวจสอบเอกสารการทุจจริตร่วมกับฝ่ายกฎหมายครับ เราเพิ่งได้เอกสารลับมา น่าจะใช้เอาผิดคุณเจษฎาได้”
“แล้วพ่อของรดามีส่วนรู้เห็นด้วยจริงๆ ใช่มั้ย”
“ครับ คุณสุรชัยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ ตอนนี้พนักงานระดับล่างที่ร่วมกันทุจจริตถูกจับได้สองคนแล้ว และให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก”
“ฉันฝากด้วยนะ ทั้งเรื่องคดี และเรื่องความปลอดภัยของคิณ”
“ครับ” ก้องภพรับคำแล้วรีบเดินออกไป เพราะเขายังมีงานต้องสะสางอีกมาก
หลังจากก้องภพออกไปได้ราวห้านาที สุมาลีก็เดินเข้ามานั่งที่หน้าโต๊ะทำงานของแพรวาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ทำหน้าแบบนี้แปลว่าเห็นข่าวคิณกับรดาแล้วใช่มั้ยคะ”
“เห็นแล้ว คุณปู่ก็เห็นแล้วเหมือนกัน โทร.มาเฉ่งแม่ใหญ่เลยว่าทำไมปล่อยให้คิณอยู่กับรดา ทั้งที่รู้ว่าพ่อกับพี่สาวของแม่นั่นทำอะไรกับครอบครัวเราไว้ นี่ก็สั่งให้คิณกลับกรุงเทพด่วน แม่โทร. ไปบอกคิณ ขานั้นก็อิดออด บอกขอเวลาอีกสองสามวัน ตอนนี้รดาป่วยอยู่ยังเดินทางไม่ไหว จะห่วงอะไรกันนักหนา ก็แค่เมียชั่วคราว” สุมาลีบ่นยาวเหยียดแทบไม่เว้นช่องไฟให้แพรวาพูดเลย
“ใจเย็นค่ะคุณแม่ เดี๋ยวเป็นลม” แพรวาแซวยิ้มๆ
“แม่เครียดขนาดนี้แกยังจะยิ้มได้อีกเหรอ” สุมาลีค้อนขวับ
“เครียดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกค่ะ เราต้องตั้งสติรับมือกับปัญหาค่ะ เรื่องความปลอดภัยของคิณ ก้องจะไปอารักขาให้พรุ่งนี้ ส่วนเรื่องคุณปู่ คิณเคยบอกแพรว่าคุณปู่ให้คิณมีลูกกับผู้หญิงคนไหนก็ได้นี่คะ แล้วทำไมพอเป็นรดาแล้วถึงไม่พอใจ”
“คุณปู่คงไม่คิดน่ะสิว่าคิณจะคว้าแม่นี่มาเป็นแม่พันธุ์”
“ทำไมเรียกรดาแบบนั้นคะ รดาเป็นคน ไม่ใช่หมู ไม่ใช่แมวซะหน่อย”
“แม่นั่นมีหน้าที่แค่คลอดลูกให้คิณ มันก็ไม่ต่างจากแม่พันธุ์หรอก”
“งั้นลูกชายคุณแม่ก็ต้องเป็นพ่อพันธุ์ด้วย”
“ยัยแพร!” สุมาลีจิกตามองลูกสาวคนโตอย่างไม่พอใจ ทำให้แพรวาต้องยอมสงบปากสงบคำ เพราะไม่อย่างนั้นสุมาลีต้องความดันขึ้นแน่
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







