เข้าสู่ระบบ
“นับรีบลงมาเร็ว เดี๋ยวพี่เสือก็กลับมาจากสนามบินแล้ว!”
เสียงของม่านมุก เพื่อนสนิทของนับดาวตะโกนมาจากชั้นล่าง
นับดาวรีบหยิบลิปกลอสในกระเป๋าแล้วแต้มเบา ๆ บนริมฝีปาก กัดฟันมองเงาในกระจกพลางพึมพำกับตัวเอง
“ไม่ได้เจอกันห้าปีเขาจะจำเราได้ไหมนะ”
พี่เสือพี่ชายของม่านมุก คือผู้ชายคนแรกที่ทำให้หัวใจของ
นับดาวเต้นไม่เป็นจังหวะตั้งแต่ตอนมัธยม เขาอายุห่างจากนับดาวสี่ปี ตอนนั้นนับดาวก็แค่นักเรียนตัวเล็กๆ ที่ชอบแอบมองเขาตอนมาส่งม่านมุกที่โรงเรียน ทุกครั้งที่เขายิ้ม หรือแม้แต่ตอนที่เขาว่าม่านมุกเสียงเข้ม มันก็ทำให้ใจฉันเต้นแรงแบบไม่เข้าใจตัวเองเลย
นับดาวแอบรักเขา
แอบรักมาตลอด โดยไม่เคยพูดมันออกไปให้ใครฟังแม้แต่กับม่านมุก
กลับมาจากอเมริกา หลังจากไปเรียนแพทย์และทำงานอยู่ที่นั่นนานถึงห้าปีเต็ม
ห้าปีที่เขาหายไปจากชีวิตของนับดาว ราวกับหายไปจากโลกใบนี้
ไม่มีภาพ ไม่มีเสียง ไม่มีแม้แต่ข่าวคราวนอกจากคำบอกเล่าผ่านม่านมุกเพื่อนสนิทของเธอและน้องสาวของเขา“พี่เสือสอบบอร์ดผ่านแล้วนะเว้ย”
“ปีหน้าอาจได้เป็น นักเรียนแพทย์อยู่ที่บอสตันเลยนะ แม่ปลื้มมาก” “เฮ้ย นับ! ถ้าพี่ฉันแต่งงานกับหมอสาวอเมริกันล่ะ ฉันจะทำยังไงดีว่ะแก”ทุกประโยคเหล่านั้น นับดาวยิ้มรับได้แต่เงียบๆ
ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มจางๆ ของนับดาว มันมีอะไรบางอย่างแอบซ่อนอยู่เสมอเธอแอบรักพี่ชายเพื่อนและไม่เคยลืมเขาเลย
แม้วันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แม้นับดาวจะโตขึ้น เป็นพนักงานบริษัทคุณดารินแม่ของณภัทร และกลายเป็นสาวมั่นมากกว่าเมื่อก่อน แต่ในความทรงจำเขายังเป็นผู้ชายคนนั้น
พี่ชายของม่านมุก ผู้ชายที่ชอบผูกเชือกรองเท้าหละหลวม ผู้ชายที่มักทำหน้าดุแต่เผลอยิ้มตอนแอบฟังน้องเล่าเรื่องเพื่อนในห้องและเป็นผู้ชายที่ทำให้เด็กผู้หญิงอายุสิบหกคนหนึ่ง เรียนรู้คำว่า “แอบรัก” ครั้งแรกในชีวิต
ตอนนี้นับดาวยืนอยู่ในบ้านของม่านมุก สวมเสื้อไหมพรมแขนยาวสีครีมกับกางเกงยีนส์พอดีตัว หน้าผมเธอจัดเต็มกว่าปกตินิดหน่อย แต่ก็พยายามไม่ให้ดูจงใจเกินไป
เสียงแตรรถหน้าบ้านดังขึ้นในตอนที่หัวใจนับดาวเต้นแรงจน
น่ากลัว
“มาแล้ว!”
ม่านมุกตะโกนอย่างตื่นเต้น วิ่งผ่านหน้านับดาวลงไปที่ประตูรั้ว
เธอยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และค่อย ๆ เดินตามลงไปช้า ๆ
ในใจเต้นแรงจนหมือนจะหลุดออกมาเขาจะจำเธอได้ไหมเขาจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน
และเธอยังมีที่ว่างในความทรงจำของเขาอยู่บ้างหรือเปล่านะประตูรั้วถูกเปิดออก ร่างสูงในเสื้อโค้ทสีเทาเข้มกับทรงผมที่ตัดเรียบร้อย ก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
แค่เห็นเงาแรกเธอก็รู้แล้วว่า
ห้าปีที่ผ่านมา ไม่เคยลบเขาไปจากใจนับดาวได้เลยนับดาวยังจำได้ดี วินาทีสุดท้ายก่อนเขาจะขึ้นเครื่อง เธอแค่ยืนอยู่ในมุมเงียบ ๆ ข้าง ๆ ม่านมุก ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปกอดลา ไม่มีแม้แต่โอกาสบอกว่า
“เดินทางปลอดภัยนะคะ พี่เสือ”
นับดาวตื่นจากภวังค์ รีบลงจากบันไดและพบว่า ม่านมุกกำลังวิ่งไปเปิดประตูให้พี่ชายของเธอ ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขนสีอ่อนเดินเข้ามา ดวงตาเข้มของเขายังเหมือนเดิมอบอุ่นแต่เด็ดขาด และเขาก็ยังดูดีเหมือนเดิม ไม่สิอาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
“นับดาว” เสียงของเขาดังขึ้นทำให้นับดาวชะงักไป
เขาจำเธอได้แค่ได้ยินชื่อจากริมฝีปากเขา หัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะรับไม่ไหว
“เออ สวัสดีค่ะพี่เสือ” เธอยิ้มบาง ๆ พยายามเก็บอาการดีใจเอาไว้ให้ลึกที่สุด
“โตเป็นสาวแล้วนะเรา” เขาว่า พลางยิ้มให้ นับดาวได้แต่หัวเราะเบา ๆ
แค่เขายิ้ม เธอก็แทบละลายตรงนั้นแล้ว
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือณภัทรเองก็จดจำภาพของเด็กสาวที่มักจะซ่อนสายตาไว้ในเงามืดได้เช่นกัน
“พี่เสือ!” ม่านมุกร้องเรียกแล้วกระโดดเข้าไปกอดแน่น “ในที่สุดก็กลับมาจนได้!”
เสียงหัวเราะของณภัทรดังขึ้นต่ำ ๆ แผ่วเบาแต่คุ้นเคย
“กลับมาแล้วครับ คุณน้องสาว”
เขาอุ้มม่านมุกหมุนหนึ่งรอบก่อนจะวางลงอย่างง่ายดาย แล้วจึงหันมาหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่จากท้ายรถ
นับดาวยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปทัก หัวใจเหมือนถูกดึงถอยหลังไปอยู่ตรงบันไดบ้าน ราวกับเป็นเด็กมัธยมคนเดิมที่แอบซ่อนอยู่ในเงามืดหลังต้นไม้ตอนที่เขามาส่งน้องสาวไปโรงเรียน
“พี่เสือ นี่ไง นับดาว” ม่านมุกเรียกชื่อนับดาวขึ้นมาเฉย ๆ
เธอสะดุ้งเล็กน้อย ยิ้มบางๆ แล้วเดินเข้าไปช้า ๆบอกตัวเองว่าอย่าคาดหวัง อย่าหวั่นไหว อย่า
“นับดาว”
เสียงของเขาเรียกชื่อเธอขึ้นอีกครั้ง ดวงตาเข้มสบตาของนับดาวตรง ๆ อย่างไม่รีรอ
นับดาวพยักหน้า ยิ้มให้ “คะ…พี่เสือ”
ณภัทรหัวเราะเบา ๆ มุมปากยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่มันกลับทำให้ใจของนับดาวเต้นผิดจังหวะไปเฉย ๆ
“ดูเปลี่ยนไปเยอะด้วย”
แค่นั้นเองแค่คำว่า “จำได้” กับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมาให้
นับดาวก็แทบลืมหายใจ
“พี่เสือเพิ่งลงเครื่องเลยนะ แก๊ ฉันบอกแกให้มานอนบ้านฉันวันนี้แหละ พี่เสือจะได้เจอแกนานๆไง” ม่านมุกหันมาพูดกับนับดาวด้วยท่าทีร่าเริง
“จริงเหรอ?” นับดาวหันไปมองม่านมุกอย่างตกใจนิด ๆ
“อือ คืนนี้อยู่นี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยกลับ เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะเล่าเรื่องพี่เสือให้ฟังหมดเลยว่าเขามีแฟนรึยัง”ม่านมุกกระซิบประโยคสุดท้ายเบา ๆ แล้วแอบยักคิ้วใส่
นับดาวหัวเราะ แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนหล่นวูบลงไปในช่องว่างอะไรบางอย่าง‘เขามีแฟนรึยัง’
แค่คิดถึงคำถามนี้ ใจเธอก็เต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้งขณะที่เดินเข้าไปในบ้านพร้อมกัน นับดาวก็แอบมองเงาร่างสูงที่เดินนำหน้า ใจหนึ่งบอกให้หยุดความรู้สึกไว้ตรงนี้ แต่อีกใจกลับร้องเรียกเขาเงียบ ๆ
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมเธอหันหน้ามาสบตาเขาช้า ๆ แล้วถามกลับเสียงเบา“แล้วที่ผ่านมา…พี่แน่ใจหรือยังคะ ว่าใจพี่…ไม่ได้ล่องลอยไปหาคนอื่น”ณภัทรขยับเข้าไปใกล้ ดวงตาของเขานิ่งแน่วจนเธอรู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงหน้าความจริงทั้งมวล“พี่เคยสับสน ใช่พี่ไม่ปฏิเสธ แต่วันนี้พี่รู้แล้ว ว่าสิ่งที่พี่ต้องการไม่ใช่แค่ใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ พี่เวลาเหงา” เขาหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “แต่คือคนที่พี่ไม่อยากให้หายไปจากชีวิต ไม่ว่าจะมีใครผ่านเข้ามา หรือพี่จะต้องผ่านเรื่องอะไรไปก็ตาม”เขาหยิบบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อออกมา แผ่นกระดาษเก่าที่พับไว้อย่างดี เป็นภาพวาดดินสอของนับดาวในวันที่เขาเคยแอบมองเธอวาดรูปอยู่“พี่เก็บไว้ตั้งแต่วันนั้น” เขายื่นให้เธอ “วันที่รู้ตัวว่าพี่หลงรักผู้หญิง คนหนึ่ง ที่มองโลกด้วยสายตาอ่อนโยนกว่าใคร”นับดาวรับกระดาษนั้นไว้ มือของเธอสั่นนิด ๆ ดวงตารื้นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“แต่พี่ก็ทำให้เธอเสียใจ” เขาพูดเสียงแผ่ว “และถ้าคำว่าขอโทษยังมีค่ามากพอ พี่อยากใช้มันเพื่อเริ่มต้นใหม่กับนับอีกครั้งไม่ใช่ในฐานะพี่ชายของเพื่อน หรือคนรู้จัก แต่ในฐานะคนรัก ที่พร้อมจะรักนับไปทุกวัน”ความเงียบไหลผ่านระหว่างเขาและเธออีกครั้งหนึ่งแต
วันเสาร์เช้า ท้องฟ้าแจ่มใสอย่างน่าประหลาด ราวกับรู้ว่ามีบางอย่างกำลังจะเริ่มต้นใหม่ณภัทรขับรถลัดเลาะออกนอกตัวเมือง ฝ่าทางคดเคี้ยวที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งเขียวขจี ไร่ผลไม้และเนินเขาไกล ๆ ที่โอบล้อมอยู่รอบทิศม่านมุกนั่งเงียบอยู่ข้างเขา สายตาจ้องออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเงียบๆ“ที่นี่สวยกว่าที่คิดนะคะพี่เสือบรรยากาศดีมาก” เธอพูดขึ้นเบา ๆ ขณะรถแล่นผ่านป้ายไม้เก่า ๆ ที่เขียนว่า “ไร่นับดาว”ณภัทรเหลือบมองป้ายแล้วถอนหายใจเบา ๆ รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อรถแล่นเข้าเขตไร่ พวกเขาเห็นบ้านหลังเล็กสไตล์บ้านสวนตั้งอยู่ไม่ไกลนัก มีต้นองุ่นปลูกเรียงเป็นแนวยาวทอดตัวลงไปตามเนินดิน เสียงลมพัดแผ่วเบาทำให้ใบไม้สั่นไหวราวกับทักทายผู้มาเยือนเขาจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวังม่านมุกเดินตามหลังมาเงียบ ๆ เธอหันมามองพี่ชาย แล้วพยักหน้าเล็กน้อยเป็นกำลังใจให้ณภัทรสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าบ้านเขาไม่รู้ว่าตัวเองตื่นเต้นเพราะอะไร อาจเพราะไม่แน่ใจว่าเธอจะออกมาหรือเปล่าหรือกลัวว่าเขาจะต้องกลับไปโดยไม่ได้พูดอะไรเลยเขาเคาะประตูเบา ๆเงียบเขาเคาะอีกครั้ง แล้วถอยออกม
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก แต่ความเงียบนั้นกลับไม่อึดอัดเลยสักนิด มันเป็นความเงียบที่สบายเหมือนต่างฝ่ายต่างก็รับรู้ถึงอะไรบางอย่างเมื่อถึงหน้าบ้านของนับดาว เธอหันมายิ้มให้เขาอีกครั้ง“ขอบคุณนะคะที่เดินมาส่ง”“ไม่เป็นไรครับ ผมชวนคุณนับคุยจนมืดค่ำต้องเป็นคนเดินมาส่งอยู่แล้วครับ”เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความห่วงใยอยู่ในนั้นเธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ“วันนี้สนุกดีนะคะนับโชคดีจังที่ได้รู้จักคุณธาร”“ผมก็เหมือนกันครับ โชคดีที่ได้รู้จักคนน่ารักอย่างคุณนับ” เขายิ้มมุมปาก ขณะมองเธอด้วยสายตาที่ต่างจากเมื่อตอนแรกที่พบกันนับดาวพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปในรั้วบ้าน แต่ก่อนที่เธอจะปิดประตูรั้ว เธอก็หันกลับมา“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นยังจับจ้องเธอไม่วาง“ครับคุณนับดาว”ชื่อของเธอจากริมฝีปากเขา ทำเอาเธอเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะปิดประตูรั้วลงอย่างแผ่วเบา ทิ้งไว้เพียงแสงไฟที่ยังเปิดค้างอยู่... และหัวใจสองดวงที่เหมือนจะเริ่มเดินทางไปในทิศทางเดียวกันอย่างช้า ๆ.ส่วนณภัทรหลังเลิกงานในวันนั้น เขาตรงมายังที่บริษัททันทีโดยไม่แวะที่ไหน ด้วยตั้งใจจะม
ท้องฟ้ายามเย็นโรยแสงสีทองอ่อนลงเหนือแนวเขาสูงที่โอบล้อมไร่องุ่นเอาไว้ราวกับอ้อมกอดที่ไม่มีคำพูด ริมรั้วไม้เก่า ๆ หญิงสาวยืนนิ่ง ปล่อยให้สายลมเย็นพลิ้วผ่านผิวแก้ม เส้นผมของเธอปลิวไหวอย่างเชื่องช้า เธอปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความเงียบที่อบอวลอยู่รอบตัว เธอหลับตาลงเล็กน้อยเหมือนอยากให้ลมพัดพาความคิดถึงไปไกล ๆ คิดถึงเขามากแต่เขาจะคิดถึงเราหรือเปล่านะ นับดาวได้แต่ถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าสายตาเธอทอดยาวไปยังไร่องุ่นที่ทอดตัวเป็นแถวยาว เขียวชอุ่มอยู่ใต้แสงสุดท้ายของวัน แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่ายิ่งกว่าท้องไร่หลังฤดูเก็บเกี่ยวเสียงลมหายใจของเธอแผ่วเบา ราวกับไม่อยากให้ตัวเองได้ยินว่ากำลังยัง "อยู่ตรงนี้"เธอหนีมาไกลจากความวุ่นวาย หนีจากรอยยิ้มของเขาที่ไม่เคยเป็นของเธอเลยจริง ๆ"สุดท้ายก็เหลือแค่เราสินะ" เธอพึมพำกับตัวเอง ขณะมือค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสใบองุ่นที่ไหวเบา ๆ ตามแรงลมความเงียบรอบตัวไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่กลับกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ และบางทีนั่นอาจเป็นสิ่งเดียวที่เธอต้องการเย็นวันนั้น เธอยืนอยู่ริมรั้วไม้ มองแถวองุ่นที่ปลิวไหวตามแรงลม สายตาเลื่อนล
หยดน้ำตาแรกหล่นลงที่หลังมือตามมาด้วยอีกหยดและอีกหยดเธอยกมือขึ้นปาดเร็ว ๆ แต่ยิ่งปาดมันก็ยิ่งไหลไม่มีคำพูด ไม่มีเสียงร้อง มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาในลำคอความเงียบโดยรอบยิ่งขยายความเจ็บให้ชัดเจนมากขึ้นไปอีก“เราคงไม่ควรคาดหวังอะไรจากคนที่ยังไม่เลือกเราสินะ”เธอคิดในใจก่อนจะนั่งลงที่ม้านั่งเล็ก ๆ ตรงมุมเงา หยิบทิชชูจากกระเป๋าออกมาเช็ดน้ำตาช้า ๆภาพของณภัทรที่นั่งอยู่กับมายด์ยังวนเวียนในหัวทั้งรอยยิ้ม รอยตา และระยะห่างที่ดูไม่ห่างกันเลยนับดาวสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วพยายามกดความรู้สึกให้กลับลงไปแต่ความจริงคือเธอทำไม่ได้เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของการแค่ “เข้าใจผิด”มันคือความรู้สึกที่เธอ “ค่อย ๆ ผูกพัน” กับเขาทุกวันโดยไม่รู้ตัวหลังจากวันนั้นที่นับดาวบังเอิญเห็นเขากับมายด์นั่งกินข้าวด้วยกันณภัทรก็เงียบหายไปอย่างน่าใจหายข้อความที่เคยทักมาทุกเช้า กลับกลายเป็นเพียง "วันนี้มีเคสเยอะนะ เดี๋ยวค่อยคุยกันนะครับ"สายที่เคยโทรมาตอนเลิกงาน กลับกลายเป็น "ขอโทษนะ ช่วงนี้พี่งานเยอะมากเอาไว้พี่ว่างแล้วเราไปหาของอร่อยๆกินกันนะครับคนดี"ทุกวันเหมือนมี "ข้ออ้าง" ใหม่เสมอไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเคสด่วน
กลับกันมันมั่นคง ราวกับบอกเธอว่าไม่ว่ายังไง เขาก็เลือกเธออยู่ดีหมอกานต์ยิ้มขำ“พาแฟนมาบ่อย ๆ นะครับหมอเสือ แบบนี้พวกผมก็สดชื่นไปด้วยเลย”หมอเบียร์รีบเสริมทันที“นั่นสิ! เห็นแล้วมันดีต่อใจ”เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นกันเองณภัทรหัวเราะตามอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวข้างกายที่ตอนนี้ซุกหน้าลงกับต้นแขนเขาอย่างเขิน ๆเขายกมือขึ้นลูบผมนับดาวเบา ๆ พร้อมเอ่ยเสียงทุ้มติดกลั้วหัวเราะ“เขินใหญ่เลย”เขาก้มลงกระซิบอีกรอบ“เขินแล้วน่ารักชะมัดเลย”เธอหันมามองเขาแล้วตอบเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ แต่เต็มไปด้วยความหมาย“จะไม่ให้นับเขินได้ไงคะเพื่อนพี่เสือแซวซะนับไปไม่เป็นเลย”และในวินาทีนั้นณภัทรก็รู้ว่าไม่ว่าจะมีใครมอง ไม่ว่าจะมีกี่เสียงแซวแต่เขาจะจับมือผู้หญิงคนนี้ไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่หัวใจของหมอคนหนึ่งจะทำได้เธอกลั้นหัวเราะ หันมายิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน“เพื่อนพี่เสือมีแต่คนน่ารักนะคะแต่พี่เสือน่ารักกว่า”ประโยคสั้น ๆ แต่ทำให้หัวใจของณภัทรอุ่นวาบเขาหันไปยกมือลาเพื่อนร่วมงาน“งั้นผมพานับกลับก่อนนะครับ”เสียงแซวยิ่งดังขึ้นกว่าเดิม แต่ณภัทรไม่แคร์อะไรอีกแล้ว เข







