เข้าสู่ระบบตอนที่ 2 ข่าวลือ
เมื่อฝนที่ตกต่อเนื่องมายาวนานในที่สุดก็ได้ฤกษ์หยุดลงเสียที ฝนซาได้ไม่ถึงสิบนาทีก็มีไฟจากรถกระบะคันใหญ่แล่นฝ่าทางลูกรังเข้ามาพร้อมเสียงพ่อกำนันตะโกนลั่นนา
"ปลัด! เอ็งนี่มันเลือกที่ติดหล่มดีแท้ กลางนาซะด้วย!" ปลัดวายุหันไปยิ้มแห้ง ๆ กับคำแซวของพ่อกำนัน
"ขอบคุณครับกำนัน ไม่งั้นคงต้องนอนเฝ้ารถยันเช้าแน่"
"ฮึ่ย เอ็งจะนอนเฝ้ากับใครเล่า" เสียงแหลม ๆ จากข้างหลังดังขึ้น น้ำขิงหันไปก็เห็นหญิงสาวแต่งตัวเต็มยศ หน้าแน่น ผมเป๊ะ รองเท้าส้นสูงจมดินข้างนาแบบไม่กลัวพัง
เธอคือมะนาว ลูกสาวพ่อกำนันนั่นเอง
"ปลัดขาา" เสียงหวานจนยุงแถว ๆ นั้นคงเคลิ้ม "มะนาวได้ยินว่ารถปลัดติดหล่มเลยขอตามพ่อมาช่วยค่ะ กลัวปลัดหนาว"
วายุแอบถอนหายใจ น้ำขิงยืนข้าง ๆ ยิ้มแหย ๆ มือถือเสื้อคลุมของปลัดไว้แน่น มองมะนาวตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกับประเมินอะไรสักอย่าง พ่อกำนันหันมาหัวเราะแบบไม่รู้เรื่องราว แต่ก็ช่วยยุติความน่าอึดอัดที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างดี
"โธ่ลูกเอ๊ย เอ็งไม่ต้องห่วงปลัดเขาหรอก เขาแข็งแรงกว่าวัวในคอกอีก!" ปลัดวายุฟังแล้วก็ยิ้มแหย นับว่าเป็นคำชมได้อยู่กระมัง
"ก็คนมันเป็นห่วงนี่จ๊ะพ่อ" มะนาวตอบเสียงหวานแล้วยิ้มยิงฟันให้ปลัด "ว่าแต่ปลัดอยากไปกินข้าวที่บ้านไหมคะ มะนาวทำแกงป่ารอเลยนะ" ปลัดวายุถึงกับกระแอม
"เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก ผมว่าคืนนี้กลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวแม่ผมเป็นห่วง"
"อ้าว มะนาวก็คิดว่าปลัดจะมานอนค้างบ้านเราซะอีก นี่มันก็ดึกมากแล้วนะ"
น้ำขิงแทบสำลักเมื่อได้ยิน ไม่รู้มาก่อนเลยว่าสาว ๆ ที่นี่ใจกล้าขนาดนี้เชียว พูดตรงไม่เกรงใจผู้ฟังเลยนะคะพี่มะนาว!
แต่ยังไม่ทันที่ปลัดจะตอบ พ่อกำนันก็พูดขัดตัดความหวังของลูกสาวตัวเองไปเสียก่อน
"บ้านเรากับบ้านปลัดห่างกันแค่สองกิโล เองจะไปกวนปลัดเขาทำไมฮึ! ขึ้นรถไปเลยนังมะนาว!" มะนาวทำปากจู๋แต่ก็ต้องยอมถอย เธอเดินสะบัดผมขึ้นรถไปด้วยความไม่พอใจเล็ก ๆ
ลูกน้องที่กำนันพามาช่วยกันเข็นรถที่ติดหล่มนั้นช่วยกันเพียงไม่นาน ในที่สุดก็หลุดออกมาจนได้ ปลัดวายุกล่าวขอบคุณพ่อกำนันเรียบร้อย ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันกลับไป เมื่อรถพ่อกำนันแล่นออกไป เหลือเพียงความเงียบกับกลิ่นโคลนในอากาศ น้ำขิงแอบเหลือบมองปลัดวายุแล้วอมยิ้ม
"พี่มะนาวเขาดูสนิทกับปลัดดีนะคะ" วายุหันมามอง
"อะไร"
"ก็หนูแค่คิดว่า...อาวาเนี่ย...ฮ็อตเหมือนกันนะคะ" ปลัดถึงกับกลอกตา เพราะรู้ว่าอีกคนกำลังคิดไร้สาระอยู่แน่ ๆ
"เลิกพูดมาก แล้วขึ้นรถไปได้แล้ว เดี๋ยวฉันเปลี่ยนใจให้เดินกลับจริง ๆ หรอก" น้ำขิงแอบยู้หน้าเล็กน้อยก่อนจะขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับและไม่พูดอะไรอีกเลย
พอรถปลัดวายุเลี้ยวเข้าบ้าน น้ำขิงก็เปิดประตูลงแบบไม่พูดไม่จา ใบหน้าขาวอมชมพูที่เคยยิ้มแย้มตอนบ่ายหายไปหมด เหลือแต่สีหน้านิ่งเหมือนโดนใครแย่งของกินในตู้เย็น คนตัวเล็กกลับไม่แม้แต่จะหันมามอง เดินดุ่มเข้าบ้านพักไปเลย ทำเอาปลัดวายุถึงกับแปลกใจ
"สงสัยจะง่วง..." เขาพึมพำกับตัวเอง แล้วเดินกลับบ้านใหญ่ไปทั้งอย่างนั้น โดยไม่รู้เลยว่าอีกคนกำลังหัวอุ่นได้ที่แล้ว
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง เธอทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ไวรัวราวกับเป็นสายลับภารกิจด่วนสุดชีวิต
แชต
น้ำขิง: แก!! คนชื่อมะนาวคือใคร?!
มุกดา: อ้าว แกเพิ่งเจอเหรอ 555
มุกดา: ลูกสาวกำนันไง คนที่เขาลือว่าจะได้แต่งกับปลัดนั่นแหละ
น้ำขิง: หา?! แต่งกับปลัด?! ปลัดวายุเหรอ?!
มุกดา: มีคนเดียวไหมล่ะ คนลือกันทั้งตลาด ปลัดไม่เคยคบใครมานานแล้ว
มุกดา: แถมพ่อกำนันก็ชอบปลัดมาก ดูยังไงก็ต้องลงเอยกันแน่ ๆ
น้ำขิงถึงกับลุกพรวดขึ้นมานั่ง ผมที่มัดไว้หลุดลุ่ยจนดูเหมือนโดนพายุพัด
"อะไรนะ ลงเอยเหรอ!? ฝันไปเถอะ!" มือบางพิมพ์ต่อแทบไม่ทัน
แชต
น้ำขิง: แล้วปลัดว่าไงอะ เขาได้คบกันจริงไหม
มุกดา: ก็ไม่นะ พี่ชายกูเคยเล่าตอนเมาว่าปลัดแกไม่ได้คบใครมานาน เพื่อน ๆ แซวว่าแกยังลืมคนเก่าไม่ได้ แต่กับมะนาวก็...ปกตินะ ไม่ได้เล่นด้วย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
น้ำขิง: 😤 มีกูอยู่ กูไม่ยอมหรอก!
ส่งข้อความเสร็จ น้ำขิงทิ้งโทรศัพท์ลงข้างหมอนแล้วพ่นลมหายใจแรง ๆ
"เฮอะ จะมะนาว มะม่วง มะพร้าวอะไรก็ช่าง! ของแบบนี้ต้องดูกันยาว ๆ" เธอกอดหมอนข้างแน่น พลางบ่นงึมงำกับตัวเอง
.
.
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเมื่อคืนทั้งแอบหึง ทั้งบ่น น้ำขิงก็ตื่นแต่เช้าหน้าตาเปล่งปลั่งเป็นพิเศษจากเครื่องสำอางราคาแพงที่เธอหอบเอามาจากกรุงเทพด้วย
"วันนี้ต้องเริ่มปฏิบัติการอ่อยอย่างมีชั้นเชิงได้แล้ว!" เธอกำหมัดเบา ๆ หน้ากระจกก่อนออกจากบ้าน
ที่อำเภอเช้านั้น ปลัดวายุกำลังนั่งก้มหน้าเซ็นเอกสารกองโต ใบหน้าเคร่งเครียดราวกับโลกนี้ไม่มีอะไรน่ารื่นรมย์ จนกระทั่งเสียงรองเท้าคัชชูสีขาวเดินเข้ามาพร้อมกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ
"อาปลัดคะ หนูเอาเอกสารที่ให้ตรวจมาคืนค่ะ" น้ำขิงพูดเสียงหวานราวกับใส่น้ำตาลสองช้อนเต็ม "ทำไมเมื่อเช้าถึงออกมาไม่รอหนูล่ะคะ"
"อืม...วางไว้บนโต๊ะก็ได้" เขาตอบเรียบ ๆ ไม่เงยหน้าแม้แต่นิดเดียว "ก็เมื่อคืนตากฝนมานี่ คิดว่าจะลาหยุดซะอีก" ได้ฟังแบบนั้น เธอก็หายงอนที่เขาทิ้งให้เธอมาทำงานเอง หญิงสาวเอาเอกสารที่ว่ามาวางให้ข้าราชการหนุ่ม
ทว่า...ใครจะไปวางธรรมดาเล่า!
น้ำขิงทำทีเดินอ้อมโต๊ะ แต่พอถึงจังหวะจะวางแฟ้มในมือก็ดันตกพื้น และตัวเจ้าหล่อนก็ดันเสียหลักเอนไปข้างหน้า...
ตุ้บ!
วินาทีนั้นทั้งโต๊ะ ทั้งเก้าอี้ ทั้งหัวใจปลัดวายุสะเทือนพร้อมกัน เพราะน้ำขิงล้มไปนั่งบนตักเขาเต็ม ๆ
"น้ำขิง!" เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นทันที "นี่เธอ...!"
"ว้ายยย! ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจ..." เธอรีบเงยหน้าขึ้น แววตาใส ๆ ทำเอาคนโดนแกล้งไปไม่ถูก มือของเขายังค้างอยู่ตรงเอวเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ
ชายหนุ่มสติหลุดไปชั่วครู่เมื่อได้มองตาของหญิงสาวตรงหน้า กว่าจะโกยสติกลับมาได้ก็นานนับนาที...
"รีบลุกขึ้นไปเลย เดี๋ยวคนมาเห็นเข้า!"
"ค่ะ..." น้ำขิงลุกขึ้นแทบไม่ทัน แต่ดันสะดุดแฟ้มอีกที (แบบตั้งใจ) "ว้าย!"
ปลัดวายุรีบคว้าแขนไว้ก่อนที่เธอจะล้มซ้ำรอบสอง คราวนี้เธอหัวเราะคิก
"ดีนะคะที่อาปลัดรับไว้ทัน ไม่งั้นหนูได้เจ็บตัวแน่เลย..."
"นี่เธอจะมาทำงานหรือมาซ้อมสตันต์แมนกันแน่" เขาพูดเสียงขรึม แต่หูแดงจนน้ำขิงแอบอมยิ้ม
"เอวหนูนุ่มไหมคะอาวา..."
"น้ำขิง!" น้ำเสียงเขาเข้มขึ้น แต่เธอแค่ยิ้มกว้างแล้วเดินออกไปแบบผู้ชนะ เหลือไว้แต่คนขรึม ๆ ที่เอามือลูบหน้าเบา ๆ แล้วพึมพำกับตัวเองอย่างหมดรูป
"เด็กอะไรเนี่ย...หัวใจคนแก่จะวาย"
.
.
ตกเย็นวันนั้น ปลัดวายุเปลี่ยนชุดมารดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน เสียงนก เสียงลม และกลิ่นดินเปียกน้ำชวนให้รู้สึกสงบ...จนกระทั่งเสียงใครบางคนดังขึ้นจากอีกฝั่งรั้ว
"อาวาขาาา ออกกำลังกายด้วยกันไหมคะ!" วายุเงยหน้าขึ้นแล้วถึงกับชะงัก
น้ำขิงอยู่ตรงนั้น...ในชุดออกกำลังกายรัดรูปสีชมพูสดที่ถ้าไม่บอกว่ามาวิ่ง เขาอาจคิดว่าเธอจะไปแข่งนางงามฟิตเนส! ก็รูปร่างของเธอนั้นดูดีน้อยเสียที่ไหน อกเป็นอก เอวเป็นเอว ทำเอาวายุนึกย้อนกลับไปเมื่อกลางวัน ตอนที่เขาได้สัมผัสความคลอดกิ่วของมันขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
"นี่เธอ..." เขาอ้าปากพูดไม่ออก
"หนูจะมาวิ่งรอบบ้านค่ะ" เธอยกมือทำท่ากำปั้น "หนูตั้งใจออกกำลังกายมากเลยนะ!"
วายุหลบสายตา หันไปสนใจต้นไม้แทน เพราะหัวใจเต้นแรงเสียจนเขาได้ยินเสียงมันเอง
"เอ่อ...ชุดแบบนั้น มัน...มันรัดไปหน่อยไหม"
"หื้ม...ไม่รัดเลยค่ะ หนูเลือกไซซ์พอดีตัว" เธอยืดตัวโชว์แบบ (แกล้ง) ไม่รู้เดียงสา "เห็นไหมคะ วิ่งสะดวกด้วย" ทำเอาวายุเกือบสำลักอากาศ
"ไม่ต้องโชว์! วิ่งของเธอไปเลย!"
น้ำขิงหัวเราะเสียงใสแล้วเริ่มวิ่งช้า ๆ ผ่านหน้าบ้านเขาไปกลับสามรอบเต็ม ๆ พร้อมเสียงทักทายทุกครั้ง
"อาวาขาาา ต้นไม้สวยดีนะคะ! หนูชอบกิ่งนั้นจัง เหมือนอาปลัดเลย สูงใหญ่ แข็งแรง"
"น้ำขิง!"
เธอหัวเราะเบา ๆ แล้ววิ่งต่อไปอย่างร่าเริง ทิ้งให้ปลัดหนุ่มยืนมองตามด้วยใจที่เต้นแรงอย่างไม่เข้าใจตัวเอง ดูท่าแล้วว่าวันนี้น้ำขิงก็ทำแต้มต่อให้ตัวเองไม่น้อย คิดว่าปลัดวายุคงไม่มีกระจิตกระใจไปคิดถึงมะนาวคนนั้นแล้วล่ะ
บทส่งท้ายลมยามเย็นพัดผ่านยอดต้นลีลาวดีที่เรียงรายอยู่รอบบ้านของปลัดวายุ เงาไม้ทอดยาวลงบนพื้นดินที่เริ่มเย็นลงหลังพระอาทิตย์ลาลับฟ้า กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดินชื้นและกลิ่นหญ้าตัดใหม่ลอยมาตามธรรมชาติของชนบทที่น้ำขิงคิดถึงเสมอวันนี้เป็นวันหยุดที่ปลัดวายุจองไว้สำหรับเธอเพียงคนเดียว เขาบอกว่าอยากให้เป็นวันคืนกำไรให้หัวใจตัวเอง ซึ่งเธอไม่รู้เหมือนกันว่ามันหมายความว่าอะไร จนตอนนี้...ปลัดวายุจูงมือน้ำขิงเดินลงทางลาดชันด้านหลังบ้านไปเรื่อย ๆ ทางเดินกรวดเล็ก ๆ นำไปสู่ทุ่งนากว้างที่ทอดไกลสุดสายตา แสงสุดท้ายของวันยังคงติดอยู่บนขอบฟ้าเป็นริ้วสีส้มละมุนเหมือนระบายด้วยพู่กัน"เดินไหวไหม" เขาถามพร้อมเหลือบมองฝ่าเท้าเล็กที่ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว"ไหวสิคะ หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ" เธอหัวเราะน้อย ๆ แต่ก็ยังยอมให้เขากุมมือแน่นเหมือนเดิม"ไม่ใช่เด็กก็จริง...แต่ก็ยังเป็นเด็กของพี่อยู่ดี"คำพูดนั้นทำเอาน้ำขิงหน้าแดงก่ำ เธอเม้มปากแต่ก็ไม่ได้ดึงมือออก มีเพียงหัวใจที่เต้นแรงจนเหมือนจะดังออกนอกอกพอมาถึงลานกว้างกลางทุ่งนา น้ำขิงก็ต้องหยุดหายใจไปเสี้ยววินาทีที่กลางลานนั้น...มีผ้าปูปิกนิกสีครีมอ่อนปูไว้เรียบร้อย มีตะกร้า
..คาเฟ่เล็ก ๆ กลางอำเภอช่วงสายของวันหยุดคนไม่เยอะเท่าไร น้ำขิงนั่งกอดแก้วโกโก้เย็นไว้แน่น แก้มขึ้นสีระเรื่อ ๆ โดยไม่รู้ว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาบ่อยแค่ไหน มุกดาเพื่อนสนิทแค่เห็นท่าทางก็ยักคิ้วให้ทันที"อือหือ ยิ้มแบบนี้คือเรื่องมันดีมากสินะยะนังขิง" น้ำขิงหลบสายตา ทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่อง แต่ปลายหูแดงแจ๋จนมุกดาเห็นชัด"อย่ามาทำเนียนนะคะคุณหนูน้ำขิง เล่ามาเดี๋ยวนี้ เร็ว!" น้ำขิงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วก็ยกแก้วขึ้นมาจิบ ก่อนจะหลุดยิ้มกว้างจนคุมไม่อยู่"ก็...ก็คบกันแล้วล่ะ พี่วาก็ดูแลฉันดีมากด้วย..." มุกดาส่งเสียง "ฮู้ววววว" แบบแซว ๆ "ในที่สุด! ปลัดกับเพื่อนข้าก็กลับมาเป็นคู่ขวัญอำเภออีกครั้ง!" เธอพูดพลางตบโต๊ะจนแก้วน้ำไหวจนน้ำขิงรีบห้าม"อย่าเสียงดังสิ! เดี๋ยวคนได้ยินหมด" แต่รอยยิ้มก็ยังซ่อนในแก้มไม่ได้ มุกดาเทข้อศอกพิงโต๊ะ ยิ้มเจ้าเล่ห์"เล่ามาเลย ว่ากลับไปดีกันยังไง ทำไมถึงได้ออร่าหวานขนาดนี้ เดี๋ยวนี้เดินยังฟีลนางเอกขึ้นเยอะเลยนะยะ"น้ำขิงทำท่าจะตีเพื่อนแต่ที่สุดก็ยอมเล่า น้ำเสียงอ่อนลงเหมือนหัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด"คือ...พอกลับมาที่บ้านพักน่ะ ทุกอย่างมันเหมือนเดิมเลย แล้ว..." เธอหลุบตา "
แสงเย็นของยามค่ำทอดลงมาบนบ้านพักหลังเล็ก ความเงียบสงบที่น้ำขิงคุ้นเคยเต็มไปทั่วบริเวณ แม้ใจของเธอจะเต็มไปด้วยความคิดถึงและความสับสน แต่ที่นี่ยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม เหมือนเวลาที่เธอเคยนั่งอยู่คนเดียวหลายครั้ง หัวใจได้พักพิงในมุมเล็ก ๆ แห่งนี้น้ำขิงเดินเข้าไปหน้าบ้าน ตั้งใจว่าจะเข้าไปหาคุณแม่ของเขาสักหน่อย แต่ปลัดวายุเดินตามมาไม่ไกลนัก"น้ำขิง...แม่ไปหาหลานที่บ้านหมอองศาแล้วครับ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความอ่อนโยนน้ำขิงหยุดก้าวนิ่งอยู่สักครู่ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วค่อยเดินไปนั่งที่ม้านั่งหินอ่อนมุมเดิมที่เธอชอบนั่งเมื่อก่อน สายตาของเธอจับจ้องไปยังบ้านพักความทรงจำเก่า ๆ หลายเรื่องไหลย้อนกลับมา"ที่นี่ยังเหมือนเดิมเลยนะคะ" น้ำขิงพูดเบา ๆ ราวกับเอ่ยกับตัวเอง น้ำเสียงแผ่วบาง แต่เต็มไปด้วยความคิดถึง ปลัดวายุเดินเข้ามาใกล้ทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ เธอไม่เร่งร้อน ไม่พูดอะไรสักครู่เพียงแต่สายตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ"ก็รอหนูกลับมาอยู่ที่นี่ไง" เขาพูดเสียงนุ่มทำเอาน้ำขิงหลับตา ยิ้มบาง ๆ "จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงกัน...อย่าพูดอะไรแบบนั้นเลยค่ะ" ปลัดวายุเงียบแล้วเอื้อมมือไปจับมือเธอ มือของเขา
ตอนที่ 13 จีบได้ไม่ได้เป็นเด็กฝึกงานแล้วหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ ที่น้ำขิงย้ายกลับมาบรรจุ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเดินหน้าได้ด้วยดี ถ้าไม่นับว่าปลัดวายุทำตัวแปลกไปมาก...มากจนคนทั้งอำเภอเริ่มซุบซิบกันเบา ๆ ถึงความสัมพันธ์ของเขากับน้ำขิงน้ำขิงพยายามหลบแล้ว หลบทุกทางเท่าที่จะหลบได้ แต่ผู้ชายอย่างปลัดวายุน่ะ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนสุขุม ใจเย็น ไม่ค่อยใช้คำพูดพร่ำเพรื่อ แต่พอจะเอาจริงขึ้นมา ก็กลายเป็นคนดื้อด้านที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จักเขามาตามเธอถึงงานเอกสาร มาที่ห้องสาธารณสุข มาที่ประชาสัมพันธ์ มาที่โรงอาหารตอนพักเที่ยง มาที่ระเบียงอาคารช่วงบ่าย ยันทางเดินหลังสำนักงานตอนเลิกงาน เหมือนเขามีเซนส์พิเศษรู้ว่าน้ำขิงจะไปไหนตอนไหนทุกครั้งที่เจอ เขาจะพูดแค่ประโยคเดิม ๆ เบา ๆ แต่จริงจังจนเธอใจสั่นทุกที"น้ำขิง... พี่ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมครับ" แต่น้ำขิงก็ยังหน้านิ่งเหมือนเดิม ใจสั่นแต่จำเป็นต้องเก็บไว้ข้างใน เพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะหวั่นไหวและเจ็บซ้ำอีกวันนี้ก็เหมือนกัน...หลังประชุมใหญ่ที่ห้องประชุมอำเภอ เธอรีบเก็บแฟ้มแล้วเดินออกมาโดยตั้งใจว่าจะไปกินข้าวกับพี่มุกดาเพื่อหลบหน้าเขา ทว่ายังไม่พ้นประตูดี เสียงทุ้ม
..ค่ำคืนนั้นลมเย็นพัดผ่านศาลาหน้าบ้านกำนัน แต่ความหนาวที่สัมผัสผิวกลับไม่เท่ากับความเย็นวาบที่วิ่งเข้าไปในอกปลัดวายุหลังกลับมาเจอน้ำขิงในห้องประชุมตอนเช้าปลัดวายุเทเหล้าขาวลงแก้วอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งดื่มหมดไปเมื่อกี้ เสียงน้ำใสไหลกระทบแก้วใสทำให้กำนันเหน่งที่นั่งอยู่หัวโต๊ะหัวเราะหึ ๆ แบบคนเมา"โอ๊ย! ไอ้วายุ มึงนี่มันอกหักหนักว่ะ ฮ่าๆๆ" กำนันพูดยืดยาวตามประสาคนเมา ทว่าปลัดวายุที่นั่งตรงข้ามก็ไม่คิดจะปฏิเสธ"ก็ใช่...อกหักดังเป๊าะเลยพ่อกำนัน...""หน้าหล่อเสียเปล่ามึงนี่ ไร้น้ำยาจริง ๆ""โถ่! พ่อกำนันก็พูดไป แต่ว่า...ก็ไร้น้ำยาจริง ๆ นั่นแหละ เด็กมันถึงวไม่ติดใจ อึก!""ฮ่า ๆ ๆ"ทั้งสองคุยกันไปมาตามประสาคนเมา ไม่นานนักกำนันก็ฟุบหลับคาเก้าอี้ ทิ้งให้ปลัดนั่งอยู่คนเดียวกับยาดองและความรู้สึกผิดที่ไม่จางหายเสียงช้อนกระทบจานทำให้เขาเงยหน้าขึ้นเห็นมะนาววางกับแกล้มตรงหน้า เธอมองกำนันที่หลับลึกไม่น่าฟื้นแล้วก็ถอนหายใจ"พี่ปลัด...พอได้แล้วมั้งคะ พ่อกำนันน็อกไปแล้วนะคะ ถ้าปลัดกินต่อเดี๋ยวก็เมาเหมือนกัน""เมาไปก็ดี" วายุก้มหน้า "เมาไปจะได้ไม่คิดมาก..."มะนาวเม้มปาก เธอไม่ชอบเห็นเขาเป็นแบบนี้เลย
ตอนที่ 12 การกลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว...แต่สำหรับปลัดวายุ มันคือหนึ่งปีที่ยาวนานที่สุดในชีวิตหนึ่งปีที่เขาตามเฝ้าน้ำขิงทั้งเงียบ ๆ หนึ่งปีที่เขาหันไปทางไหนก็มีแต่ความว่างเปล่าที่เธอเคยอยู่ หนึ่งปีที่เขาต้องทนกับความจริงว่า เขาทำคนสำคัญที่สุดในชีวิตหลุดมือไปเขายังคงทำงานที่อำเภอดอนเจดีย์เหมือนเดิม บ้านหลังเดิม โต๊ะทำงานเดิม ถนนเส้นเดิม แต่ทุกอย่างเหมือนถูกทิ้งร้างในใจเขาไม่มีใครมาเรียกเขาว่า "อาวาคะ" ด้วยเสียงอ้อน ๆ ไม่มีใครมาเดินตามหลังให้เขาหันไปบ่น ไม่มีคนตัวเล็ก ๆ ที่มักเดินถือแฟ้มเอกสารสูงกว่าหน้าแล้วบ่นเบา ๆ ว่า "มันหนักค่ะปลัด"ทุกความเคยชินกลายเป็นบาดแผลที่เขาไม่รู้วิธีรักษา จนกระทั่ง...วันหนึ่งในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ตอนเช้าแดดจัดแสบตา แต่ลมกลับเย็นแปลก ๆ เหมือนฝนกำลังจะตก วันนี้มีประชุมประจำเดือนของเจ้าหน้าที่อำเภอ ทุกคนทยอยเข้าห้องกันเต็มแล้วปลัดวายุเดินเข้ามาช้าเพราะติดประชุมกับนายอำเภอ เขาดันประตูห้องประชุมเปิดออก...แล้วภาพที่เห็นตรงหน้า เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปทันทีคนที่นั่งท้ายแถวฝั่งซ้ายสุด หญิงสาวผมยาวรวบหางม้าเรียบร้อย แต่งชุดข้าราชการใหม







