Share

มอดไหม้

last update Last Updated: 2026-02-01 10:58:59

“ฮึก ฮึก คิดถึงท่างแม่ทุกวันเยย”

มือน้อย ๆ เอื้อมมาจับมือมารดาเป็นครั้งแรกในชีวิต เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นแผ่วเบา เพราะเจ้าตัวดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่

“แม่รู้อาเฟยคนดี แต่คืนนี้ต้องรีบออกเดินทางก่อน อาเฟยจะได้มีจวนอุ่น ๆ นอนดีหรือไม่เล่า หลังจากนี้พวกเราสามคนจะได้อยู่ด้วยกันทุกวันเลย” มือมารดาคนใหม่ยกขึ้นลูบศีรษะเล็กด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ 

“ฮึก! ฮึก! ดีขอยับ”

“องค์หญิงหม่อมฉันดีใจยิ่งนักที่พระองค์ปลอดภัย และได้ออกจากคุกใต้ดินเสียทีเพคะ”

ขณะพูดชิงอียังใช้นิ้วปาดน้ำตา ให้คุณชายน้อยที่นางเลี้ยงและรักดั่งบุตรในอุทร

“ชิงอีเรื่องต่าง ๆ ไว้ข้าค่อยอธิบายให้เจ้าฟังทีหลัง แต่ยามนี้พวกเราต้องรีบไปแล้ว อีกไม่นานที่นี่จะมอดไหม้ไม่เหลือซาก เจ้าอยากนำสิ่งใดติดตัวไปให้รีบเก็บ ไม่ต้องเสียดายของชิ้นใหญ่ข้ามีตำลึงให้เจ้าใช้จ่ายไปตลอดชีวิต”

“เพคะ องค์หญิง”

“พูดธรรมดาห้ามเรียกข้าว่าองค์หญิง หลังจากนี้พวกเราจะหลบไปอยู่เมืองอื่น ไปอยู่ให้ไกลจากเมืองหลวง ไม่มีอีกแล้วองค์หญิงห้าไป๋ซือเย่ว”

“เจ้าค่ะคุณหนู”

ชิงอีเก็บของได้สามถุงผ้า เพราะสิ่งสำคัญหลัก ๆ มีเพียงอาหารแห้ง และเสื้อกันหนาว ไป๋ซือเย่วแย่งห่อสัมภาระมาถือสองห่อ ที่เหลือปล่อยให้คนแรงน้อยถือไป

“ชิงอีเจ้าพาอาเฟยไปนั่งรอข้าอยู่มุมนั้นสักครู่ ข้ามีเรื่องต้องสะสางกับเจียงซูหลิงสักหน่อย”

นิ้วเรียวชี้ไปยังโขดหินท้ายตำหนัก ซึ่งมีซอกขนาดใหญ่ให้หลบซ่อนตัวอยู่พอดี

“เจ้าค่ะ”

“ท่างแม่รีบกลับมา”

“แม่ไปไม่นาน ประเดี๋ยวก็กลับ”

ผ่านไปไม่นานดังที่กล่าวสัญญาเอาไว้ ไป๋ซือเย่วก็กลับมารับคนที่รอคอยในซอกหิน แล้วพาทะยานหายไปในความมืดมิด

ชิงอีกับอาเฟยทั้งรู้สึกตกใจปนแปลกใจ แต่ทั้งสองไม่ได้เอ่ยสอบถามให้เสียเวลาคนเร่งรีบ

“ท่างแม่เก่งสุด ๆ เยย” เสียงเล็กกระซิบบอกกล่าวท่านแม่ทั้งสองคน

“ไม่ต้องกลัว เจ้าไม่ตกลงไปหรอก แม่กอดไว้แน่นมาก”

จุดที่กอดไว้จนแน่นก็พุงน้อย ๆ นั่นแหละ มารดาผู้แข็งแกร่งอุ้มบุตรชายด้วยแขนข้างเดียว ส่วนแขนอีกข้างกอดเอวสาวใช้คนสนิทไม่ให้หลุดมือ

ไป๋ซือเย่วต้องพาคนในปกครอง เดินทางลักษณะนี้จนกว่ายามเช้าจะมาเยือน หลังจากนั้นค่อยจัดหาซื้อรถม้ามาบังคับด้วยตนเอง

“ไม่กลัวเลย อาเฟยสนุก”

เสียงเล็ก ๆ รีบเอ่ยแย้ง เพราะเขาชื่นชอบการบินเหมือนนกมากจริง ๆ ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิดเดียว

หากคนในตำหนักจวิ้นอ๋องตื่นขึ้นมาในยามวิกาล คงได้เห็นว่ายามนี้เกิดเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นสองจุด ทั้งคุกใต้ดินและเรือนร้างท้ายตำหนัก

เปลวเพลิงชนิดนี้ยากที่จะดับด้วยน้ำเปล่า เพราะเปลวเพลิงลุกโชนรุนแรงเผาไหม้ไม่เหลือซากแต่ไม่ขยายวงกว้าง สั่งให้เผาไหม้ที่ใดก็เผาแค่ตรงจุดนั้น

ผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูป ทั้งสองจุดก็มอดไหม้ไม่เหลือซากตามเจตนารมณ์ของคนเผา!

ในมุมหนึ่งของตำหนัก มีคนรู้เรื่องล่วงหน้าแอบมองดูเหตุการณ์การเผาไหม้อยู่ไกล ๆ เพื่อย้ำชัดว่าผู้มาเยือนคือคนผู้นั้นแน่หรือ เมื่อแน่ใจแล้วจึงรีบกลับเรือนนอน

ในใจยังนึกหวั่นเกรงว่าเปลวเพลิงของจอมยุทธ์ จะลุกลามมายังเรือนนอนของตน คนหวาดกลัวรอคอยกระทั่งเปลวเพลิงดับลง จึงยอมข่มตานอนหลับ

เพราะต้องเก็บแรงไว้สร้างสถานการณ์ในวันรุ่งขึ้นตามที่ถูกสตรีลึกลับสั่งการ พอไม่มีวรยุทธ์ร่างกายที่เคยแข็งแรง เลยรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าเดิมหลายเท่า

ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูเรือนนอนหลังหนึ่งในตำหนักเล็ก บุรุษผู้หลับลึกมานานหลายชั่วยามสะดุ้งตื่นทันที คืนนี้เขามานอนค้างที่ตำหนักเล็ก เพราะนึกเห็นใจพระชายารอง

เห็นใจกันอยู่หลายรอบจึงนอนหลับสนิท ไม่รู้เรื่องการมอดไหม้ของสองจุดในตำหนักเลย จนกระทั่งองครักษ์มาเคาะประตูเรียก

“ใคร”

“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ เกิดเรื่องแล้ว”

“อื้อ ท่านอ๋องไม่ไปนะเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันทำให้อีกรอบดีหรือไม่”

ขณะที่กล่าวยื้อยุดมือก็ควานหาอาวุธร้ายเพื่อปลุกเร้า เมื่อรู้สึกไม่หนำใจจึงมุดเข้าใต้ผ้าห่ม แล้วจัดการยื้อบุรุษด้วยแรงราคะอย่างช่ำชองตามที่มารดาเคยสอนสั่ง

“เจิ้งหลงรอก่อนสักครู่”

เมื่อถูกปลุกเร้าอย่างหนัก จวิ้นอ๋องจึงยินยอมสานต่อให้จบสักยก

“พ่ะย่ะค่ะ”

ถึงแม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะร้ายแรงมาก ทว่าคงไม่ด่วนเท่าเรื่องการทำบุตรในตำหนักแห่งนี้

เพราะอย่างไรเสียคนก็ตายไปแล้ว เจิ้งหลงจึงอดทนยืนรอให้นายเหนือหัวเสร็จกิจเสียก่อน

แต่องครักษ์หนุ่มไม่รู้เลยว่าเรื่องไม่ด่วนของค่ำคืนนี้ ภายหลังได้กลายเป็นชนวนแห่งความแตกแยก ระหว่างบุรุษกับสตรีที่กำลังนอนกกกอดกันด้วยอำนาจแห่งราคะ ซึ่งอำนาจเหล่านี้สามารถดับได้ด้วยสตรีอื่นเช่นกัน!

“ซูหลิงรอบเดียวพอนะ เจิ้งหลงคงมีเรื่องด่วน”

“ก็ได้เพคะ แต่พรุ่งนี้ท่านอ๋องต้องมาหาหม่อมฉันอีกนะเพคะ” 

“อืม เจ้านอนต่อเถิด”

“เพคะ แต่หม่อมฉันจะรอนะเพคะ เผื่อไม่ใช่เรื่องด่วนอย่างที่เข้าใจ จะได้ทำกันต่อหม่อมฉันยังไม่อิ่มเลยสักนิด” น้ำเสียงยั่วยวนกล่าวไล่หลังสวามี

คนรอคอยด้วยใจมุ่งหวังไม่ยอมสวมอาภรณ์ เพราะตั้งใจรอสวามีกลับมาเติมเต็มอีกรอบ

หากล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ว่าค่ำคืนนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตสมรส เจียงซูหลิงคงออดอ้อนให้เขาทำหลาย ๆ รอบก่อนจาก เพราะของดีถึงเพียงนี้หาได้ยากยิ่ง!

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น” จวิ้นอ๋องเปิดประตูออกมาซักถามองครักษ์คนสนิท

“เรือนร้างท้ายตำหนักกับคุกใต้ดิน ถูกไฟไหม้จนเหลือแต่ซากแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทหารยามมาเรียกพวกกระหม่อม ให้ไปช่วยกันดับไฟแต่ไม่ทันกาล เปลวเพลิงลุกโชนแรงมากผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น ก็มอดไหม้ไม่มีเหลือ”

องครักษ์รีบกล่าวรายงานไปตามจริง เผื่อท่านอ๋องจะรีบกลับไปสานต่อกิจกรรมบนเตียงกับพระชายารอง

“ไฟไหม้ ละ…แล้วไป๋ซือเย่วเล่า มีผู้ใดช่วยเหลือนางออกมาหรือไม่”

จวิ้นอ๋องหนานจิงชวนเอ่ยถาม โดยไม่ได้สนใจชีวิตของเด็กชายเลยแม้แต่น้อย แต่กับอดีตพระชายาเอกยังเหลือเยื่อใยต่อกันโดยไม่รู้ตัว

“เอ่อ…”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงร้อนรนของผู้เป็นนาย เจิ้งหลงกลับพูดไม่ออกเสียอย่างนั้น ด้วยหวั่นเกรงต่อความผิด ที่ไม่สามารถช่วยเหลือผู้จากลาให้รอดชีวิต

“ตอบข้าเดี๋ยวนี้ เจิ้งหลง!”

“ตายในกองเพลิงทั้งแม่ทั้งลูก และสาวใช้ พ่ะย่ะค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เรียกว่าความสุข (ตอนจบ)

    หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ต่างก็ไม่ยอมกัน

    “ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ไม่ใช่ที่เล่นสนุก

    “ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เอาคืน

    ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   รวมญาติโดยแท้จริง

    “เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ชุมนุมญาติ?

    “คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status