แชร์

บทที่ 3 คุณชายเสเพล

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-02 11:57:52

ยามค่ำคืนวันนั้น เผยหลิงหลิงขอท่านน้าหญิงออกไปท่องเที่ยวในยามค่ำที่โรงเตี้ยมผิงเซียง ซึ่งเป็นโรงเตี้ยมของตระกูลเผย เบื้องหน้าเปิดกิจการเป็นร้านอาหารที่มีห้องพักด้านบน แต่เบื้องหลังคือบ่อนพนันและหอนางโลมผิดกฎหมาย โดยที่มี เผยไฉหง บิดาของเผยหลิงหลิงเป็นผู้ดูแล

         “เจ้าอย่าซุกซนจนท่านตาของเจ้าปวดหัวเล่า”

เผยหลิงหลิงกำชับหลานสาวก่อนออกไป แต่สามีของนางดูเหมือนจะไม่พอใจนัก ที่ภรรยาอนุญาตให้สตรีที่ยังไม่ออกเรือนทั้งยังเป็นสตรีในห้องหอไปยังสถานที่แบบนั้นในตอนกลางคืน

         “อย่าให้เกินยามห้ายเล่า ประเดี๋ยวจะอันตราย” ลู่ตงเหิงกับชับอีกรอบ ทั้งสีหน้าคร่ำเครียดเล็กน้อยเผยหลิง

หลิงจึงเอาอกเอาใจสามีแทน

         “ท่านพี่อย่ากังวลใจไป ที่นั่นมีท่านตาของจูเอ่อ ท่านพ่อของข้าอยู่ดูแล ไม่เป็นอันตรายเจ้าค่ะ ท่านกลับมาเหนื่อย ๆ ข้านวดให้ดีหรือไม่” เผยหลิงหลิงพาท่านพี่ของนางเข้าไปในห้อง แล้วนวดไหล่คลายความตึงเครียดในการงานให้ พร้อมทั้งอยากปรึกษาเกี่ยวกับการขับไล่ลู่เซวียนเฉ่าออกจากจวนราชครูลู่ไปด้วย

         วันนี้หลานสาวมาฟ้องนางว่า ลูกเลี้ยงนอกคอกผู้นั้นข่มขู่คิดจะเปิดโปงนาง เพื่อไม่เป็นการประมาทนางต้องจัดการเรื่องนี้ให้ดี

         “ท่านพี่คิดเรื่องแต่งงานของเฉ่าเอ๋อร์ไว้บ้างหรือไม่เจ้าคะ” นางลองเลียบ ๆ เคียง ๆ ถาม

         “ข้าคิดจะถวายนางเด็กนั่นเป็นสนมฝ่าบาท” ลู่ตงเหิงพูดอย่างหงุดหงิดใจ เมื่อเอ่ยถึงลูกสาวที่ยังคลางแคลงใจว่าเป็นบุตรสาวของตนเองแท้จริงหรือไม่ เหตุใดภรรยาของตนถึงหนีตามรักเก่า แล้วทิ้งให้นางอยู่ลำพังในจวนของเขาไม่ยอมพานางเด็กนั่นไปด้วยกันเสียเลย

         เผยหลิงหลิงใบหน้ามืดดำลง หากนางเด็กนั่นเป็นสนมฝ่าบาท มิเท่ากับลืมตาอ้าปากได้ หากฝ่าบาทโปรดมิเท่ากับนางหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ เรื่องนี้นางต้องทบทวนให้รอบคอบสักหน่อย

         “ท่านพี่โปรดตรึกตรองดี ๆ ก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ วันนี้เราพักเรื่องนี้ไว้ก่อน มาเจ้าค่ะข้าจะปรนนิบัติท่านเอง”

         เรื่องบนเตียงเผยหลิงหลิงเอาอกเอาใจสามีดีจนรักจนหลง นางเคยเติบโตมากับพวกนางโลมของท่านพ่อ รู้วิธีทำให้บุรุษพึงพอใจ ท่วงท่าพิสดารนางก็ทำได้หมดกระทั้งให้ลองชิมของสามีนางก็ทำมาแล้ว

         ลู่ตงเหิงติดใจรสสวาทของภรรยาตัวเองที่สุด ต่อให้มีอนุหลายคนแล้วอย่างไร สตรีเหล่านั้นหาได้สู่ฮูหยินใหญ่ของเขาไม่...

         เผยจูเอ่อลงจากรถม้าของจวนสกุลลู่ ตอนนี้นางไม่ต่างอะไรจากคุณหนูมีชาติตระกูลเลยสักนิด ผิดกับเมื่อก่อนที่เป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา เมื่อนางก้าวย่างเข้าไปในโรงเตี้ยมผิงเซียง เหล่าคนงานก็เชิญนางเข้าไปด้านใน

         “วันนี้ท่านตาอยู่หรือไม่”

         “อยู่ขอรับคุณหนู เชิญท่านพักที่ห้องรับรองก่อน” เผยจูเอ่อพยักหน้าแล้วเดินตามคนพวกนั้นไป ทั้งสอดส่ายมองไปยังรอบ ๆ ของโรงเตี้ยมที่มีหลายชั้นแห่งนี้ ที่นับวันจะรุ่งเรือง ตั้งแต่ท่านน้าแต่งเข้าสกุลลู่ ไม่มีผู้ใดในเมืองหลวงไม่รู้จักโรงเตี้ยมผิงเซียง

         แต่เมื่อสายตาคมปลาบของเผยจูเอ่อปราดมองไปยังเบื้องล่างที่มีคุณชายท่าทางเสเพลกำลังโวยวายจึงถามเสี่ยวเอ้อร์ขึ้น

         “คุณชายท่านนั้นคือผู้ใด”

         “คุณชายอวี้ คหบดีผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งแคว้นเสิ่นหยางขอรับ ทุกวันมาเมาแล้วพร่ำเพ้อถึงสตรีนางหนึ่ง” เสี่ยวเอ้อร์รายงานคุณหนูเผยไปแล้วกลับไปทำงานต่อ

         เผยจูเอ่อแค่มองแล้วหลบเข้าไปในห้องรับรอง ไม่ได้สนใจบุรุษผู้นั้น เพราะแค่คหบดีต่อให้รวยล้นฟ้า ในแคว้นเสิ่นหยางก็ยังฐานะต่ำต้อยกว่าขุนนางหลายส่วนนัก นางเป็นหลานของท่านน้า ฮูหยินราชครู ต้องอย่างต่ำแต่งเข้าจวนอ๋องไม่ก็บรรดาองค์ชาย

         เบื้องล่างโรงเตี้ยมผิงเซียง เสียงเอะอะโวยวายของคุณชายอวี้ ‘อวี้เหวินจิ้ง’ ผู้นำตระกูลอวี้รุ่นถัดไปวัย 26 ปีกำลังเมาอาละวาทเหมือนเคย ๆ

         วันนี้สตรีที่เขาหมายตาที่เข้าถวายตัวเป็นสนมฝ่าบาทเมื่อหลายเดือนก่อนเดินเคียงคู่กับฮ่องเต้สวีเจี้ยนหงในอารามหลวง ที่สหายของเขาได้เชิญให้เข้าร่วมทำบุญใหญ่ประจำปี

         ตระกูลอวี้ที่เป็นคหบดีที่ร่ำรวยที่สุด มีหรือจะไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วม เพราะอำนาจทางการค้าที่ใหญ่ที่สุด ถูกรวบไปที่ตระกูลนี้

         องค์รัชทายาท สวีจงเจี้ยน หรือไท่จื่อ รู้สึกคิดผิดแท้ ๆ ที่ให้สหายรักของเขาร่วมงานนี้ มิเท่ากับกำลังทำให้สหายของเขาเจ็บเจียนใจเพราะเรื่องหัวใจหรอกหรือ

         “อาเจี้ยน เจ้าหักห้ามใจเสียเถิด” เขาพยายามปลอบใจ อย่างไรสตรีผู้นั้นเป็นถึงเต๋อเฟยสนมขั้นสามเชียวนะ สกุลกู้กลัวว่ากู้กุ้ยฮวาจะตกลงปลงใจแต่งเข้าสกุลอวี้ แม้ว่าจะร่ำรวย แต่ทว่านับเรื่องหน้าตาและอำนาจมิสู้ถวายตัวฝ่าบาทหรอกหรือ จึงทำให้สหายของเขานั้นชอกช้ำใจ เพราะนางไม่อาจขัดต่อคำสั่งบิดามารดา ต้องกตัญญูต่อวงศ์ตระกูล

         “ให้ข้าหักห้ามใจงั้นเหรอ เจ้าก็รู้สตรีเดียวที่ข้ารักมีเพียงนาง” เขาพยายามเข้าหาสกุลกู้มาหลายปี แต่สุดท้ายคว้าน้ำเหลวไม่พอ ยังถูกกีดกันอีกต่างหาก เขามีใจให้นางแต่นางก็พอจะมีใจให้เขาอยู่บ้าง เมื่อถูกคำสั่งบิดาห้ามพบปะ เขาก็ไปดักพบนางบ้างบางครั้ง

         เขารอคอยมาหลายปี จนเมื่อได้รับข่าวว่านางจะเข้าถวายตัว สู้อุตส่าห์ลอบเข้าเรือนของนางเพื่อพาหนี แต่นางกลับไม่ตกลงทำให้เขาเศร้าเสียใจจนทุกวันนี้

         “เจ้ากลับเถอะ ที่นี่คนมากเจ้าก่อเรื่องอีกบิดาเอาเจ้าตายแน่” องค์รัชทายาทมักปลอมตัวออกมาดื่มสุราสังสรรค์และหารือเรื่องการค้ากับอวี้เหวินเจิ้งเป็นประจำ วันนี้สหายของเขาควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จึงได้พูดหลายสิ่งออกมาด้วยความเมา แล้วที่นี่มีหูตายิ่งกว่าสับปะรดเสียอีก

         “ไม่...ข้าจะไปหากุ้ยฮวา...กุ้ยฮวาเป็นของข้าผู้เดียว”

         องค์รัชทายาทส่ายหน้าให้กับสหาย อะไรก็ฉลาดหมดเว้นเรื่องหัวใจเรื่องเดียวที่ไม่ยอมปล่อยวาง แล้วยังคิดวางแผนหาทางเข้าพบสนมของเสด็จพ่อของเขาอีก

         ‘สงสัยไม่อยากมีหัวบนบ่าแล้ว’

         “เมิ่งจื่อ ช่วยข้าหน่อย” สวีจงเจี้ยนช่วยกันหิ้วปีกสหายกลับออกจากโรงเตี้ยมผิงเซียง ก่อนที่เรื่องราวจะใหญ่โตกว่านี้ไปอีก

         “ไม่ข้าไม่กลับ...ข้า...จะไปหานาง...ข้าคิดถึงนาง”

         อวี้เหวินเจิ้งอายุอานามก็ป่านนี้แล้ว กระทั่งสตรีอุ่นเตียงก็ยังไม่เคยมี ปักใจรักเพียงสตรีที่เป็นผลไม้ต้องห้ามผู้นั้นเพียงผู้เดียว จนเขาที่เป็นสหายช่วยกันปกปิดมาตลอด ตอนนี้มาถึงบ้านแล้ว สหายของเขายังไม่สร่างเมาไม่พอ ยังโวยวายลั่นบ้าน จนบิดาและมารดาของเขาตื่นขึ้นกลางดึกออกมาดูสภาพบุตรชาย

         “คารวะท่านลุงอวี้ ท่านป้าอวี้ เขาเมานะขอรับ” สวีจงเจี้ยนเคารพบิดามารดาของสหายเช่นเดียวกับบิดาตน เพราะได้รับความรู้เรื่องการค้าไปไม่น้อย วันหน้าเขาได้ขึ้นเป็นใหญ่จะนำความรู้พวกนี้ไปใช้ปกครองแคว้น เพื่อความมั่งคั่งร่ำรวยของแคว้นตนเอง

         “ไอ้หยา! เหตุใดบุตรชายช่างไม่รู้ความนัก ขอบคุณคุณชายที่มาส่งเขา” อวี้ชุนหัวกล่าวขอบคุณสหายที่พวกเขาก็รู้ว่าตำแหน่งอะไร เพียงแต่ตกลงกันว่าอยู่ข้างนอกเรียกดั่งคุณชายธรรมดาทั่วไป จึงไม่ได้มีพิธีรีตอง

         “ท่านพ๊อออ...ข้ารักนาง...เอิ้ก...ข้ารักกุ้ยฮวา...รักนางผู้เดียว”

         ถ้อยคำที่พ่นออกมาด้วยความเมามาย ทำเอาอวี้ชุนหัวกับเพ่ยอิงฮัวจับคอตนเองว่ายังอยู่หรือไม่ นั่นมันสตรีต้องห้ามของฝ่าบาท บุตรชายของเขาจะไปรักได้อย่างไรกัน

         “เอ่อ...ท่านลุง ท่านป้าไว้ใจข้าเถิด เรื่องนี้จะเป็นความลับ” สวีจงเจี้ยน เห็นสีหน้าบิดามารดาของสหายใบหน้าซีดเซียวก็รับรู้ความคิดได้ในทันที

         สองผู้เฒ่าอวี้ให้พ่อบ้านหวงจัดการเอาลูกชายไปนอน แล้วหันมานั่งขบคิดกันเรื่องของบุตรชาย

         “ท่านว่าบุตรชายของเราจะนำหายนะมาสู่ตระกูลหรือไม่” เพ่ยอิงฮัวขบคิดหนักไม่แพ้สามี นางนอนไม่หลับเลยทีเดียว

         “นั่นสิ ข้าอดคิดหนักไม่ได้ ไม่รู้ต้องทำเช่นไรกันดี”

         “แล้วถ้าหากว่าเราเสาะหาสตรีที่งดงาม แล้วดวงเกื้อกูลให้แต่งกับบุตรชายเล่า ท่านว่าเป็นเช่นไร”

         “แต่บุตรชายเราจะยอมแต่งใช่หรือ เขาไม่ยอมมีแม้แต่สตรีอุ่นเตียง เจ้าคิดว่าเจ้าลูกชายหัวดื้อนั่นยินยอมหรือไม่เล่า”

         “ท่านก็ไม่คิดหรือ หากมีสตรีงดงามอยู่ตรงหน้า ข้าดูทีว่าเขาจะไม่ยอมได้อย่างไร พรุ่งนี้ข้าจะไปหาซินแสผูกดวงให้เขา” เพ่ยอิงฮัวมีรายชื่อสตรีของขุนนางทั่วแคว้นเสิ่นหยาง พร้อมวันเดือนปีเกิดเพื่อจะผูกดวงอยู่แล้ว แต่เจ้าลูกชายหักห้ามไว้ แต่ยามนี้เห็นทีว่ารั้งรอต่ออีกไม่ได้แล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 36 บทส่งท้ายมีความสุขสักที

    “อ๊าย...ท่านพี่!!!”เสียงกรีดร้องยามรุ่งสางจากเรือนของฮูหยินน้อยและนายน้อยอวี้ดังขึ้น พร้อมกับเสียงขว้างปาข้าวของดังโครมคราม เหล่าบ่าวไพร่ไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับสองสามีภรรยา ไม่รู้ว่าวันนี้มีเรื่องผิดใจอันใดกัน เมื่อวานยังรักใคร่หวานฉ่ำ“เฉ่าเอ้อร์ เจ้าอย่าเพิ่งโกรธสิ”“ท่านพี่ทำข้าเช่นนี้แล้วข้าจะออกไปพบผู้ใดได้อีกเจ้าเจ้า” นางอยากจะตีสามีนัก นางมาไร้อาภรณ์ปิดกั้นมีเพียงผ้าห่มคลุมกายกับอ้อมกอดของสามีก็ยังพอทน แต่เมื่อเดินลงจากเตียงผ่านคันฉ่องทำให้เห็นรอยแดงเถือกที่ท่านพี่ของนางสร้างไว้แทบจะทุกสัดส่วนบนตัว ทั้งลำคอใบหน้าที่ลับหรือไม่ลับก็มีแต่รอยแดง“ยุงกัดเจ้าอย่างไร พี่เปล่านะ” เขาพูดโกหกเอานิ้วไขว้ที่ด้านหลัง แม้จะยอมจำนนด้วยหลักฐานก็ตาม“ยุงน่าจะตัวใหญ่สินะเจ้าคะ ถึงได้กัดไปทั้งตัวแบบนี้ เช่นนั้นข้าจะขอตียุงให้ตายหน่อยได้หรือไม่” ลู่เซวียนเฉ่าวิ่งไล่จับสามีมาตีไปมา แล้วกลับถูกสามีอุ้มขึ้นแล้วไปอาบน้ำแทน ฉกริมฝีปากของภรรยาสุดที่รักแทรกเรียวลิ้นเข้าลึกลากวนจนเป็นเกลียวแล้วดูดดึงความหวานในโพรงปากของหญิงสาวไว้จนเนิ่นนานจากเสียงทะเลากันโหวกเหวกโวยวายเมื่อครู่กลับกลายเป็นเสียงครางหวานกระเ

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 35 งดอุ่นเตียงเพราะไว้ทุกข์

    ตกกลางคืนลู่เซวียนเฉ่ากำลังนั่งปักผ้าแก้เหงาอยู่ลำพังได้ยินเสียงอึกกระทึกด้านหน้าเรือนจึงให้จางถิงถิงบ่าวอีกคนออกไปดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าเป็นนายน้อยนางจึงหุบปากแล้วเชิญนายหญิงออกมาชมเองจะดีกว่า “นายหญิงเจ้าคะ...หน้าเรือนเจ้าคะ” จางถิงถิงวิ่งตื่นตูมไปเรียกเจ้านายของตนเองด้านใน ทำให้ลู่เซวียนเฉ่าต้องลุกขึ้นมาดูด้วยตัวเองว่าเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ยามนี้ฟ้ามืดค่ำแล้ว มีอันใดให้วุ่นวายอีกงั้นหรือ แต่เมื่อก้าวเท้ามาถึงด้านหน้าเรือนที่ นางกลับตกตะลึงเมื่อมีดอกเซวียนเฉ่าประดับอยู่ที่ด้านหน้าเรือนเต็มไปหมด แล้วโอบรอบด้วยดอกจวี๋ฮวาสีเหลืองนวลอีกชั้นด้านนอก ทำให้นางตื่นตานัก เท่านั้นไม่พอยังมีเทียนดวงเล็ก จุดแซมทำให้ความสว่างจากแสงเทียนช่วยทำให้ความสวยงามตรงหน้ามากขึ้นไปอีก อวี้เหวินจิ้งเดินมาจูงนางไปนั่งอยู่ตรงเก้าอี้กลมตรงกลางท่ามกลางสวนดอกไม้ที่เพิ่งจัด แล้วเขาก็ยกมือให้สัญญาณ หิ่งห้อยนับหมื่นตัวก็บินออกมาระยิบระยับโอบรอบตัวเขาและนางเอาไว้ “ชอบหรือไม่” เสียงนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นใบหน้าหวานมองมันด้วยรอยยิ้ม “ชอบ...ชอบมากเจ้าค่ะท่านพ

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 34 ฝังศพท่านแม่

    ตะวันลับเหลี่ยมเมฆาท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินสะท้อนกับแสงตะวันสีทองที่กำลังลับฟ้าลงไป ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงจะยืนหยัดทนสู้เพื่อมีชีวิตต่อนอนร้องไห้ทั้งน้ำตา ลู่เซวียนเฉ่าอยู่กับความหวังที่จะพบมารดาสักครั้ง แต่เมื่อพบเพียงกระดูกที่ไร้วิญญาณของมารดา มันก็ยากจะทำใจยอมรับ ‘ท่านแม่’ นางคิดถึงใบหน้าที่แสนงดงาม ดวงตาที่สว่างสุกใสราวกับดวงดาราบนฟากฟ้า รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความใจดีของท่านแม่อยู่ในความทรงจำของนางตั้งแต่ท่านแม่จากไป คนตัวเล็กสะอึกสะอื้นเสียจนสาวใช้ไม่กล้าจะปลุกให้ลืมตา จึงไปเรียนนายน้อยที่นั่งใบหน้าเครียดขรึมอยู่ด้านนอกเข้ามาดูนายหญิงน้อยในห้องสักหน่อย “นายน้อยเจ้าคะ ฮูหยินน้อยฟื้นขึ้นก็เอาแต่หลับตาร้องไห้อย่างเดียวเจ้าค่ะ บ่าวเกรงว่าจะเป็นลมไปอีก” เย่ซีซีกล่าวอย่างหนักใจ ชีวิตนายหญิงน้อยช่างแสนน่าสงสารนัก อวี้เหวินจิ้งได้ฟังดังนั้นก็เข้าไปในห้องทันที เขานั่งลงข้างเตียงนอนของนาง ดึงมือเล็กเอามากุมไว้ โน้มใบหน้าคมคายลงมาจูบที่มือของภรรยาตัวน้อยต้องการปลอบโยนนาง “อย่าร้องอีกเลยนะภรรยาคนดีของข้า ต่อไปเจ้าจะไม่โดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ลำพังอีกต่อไป

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 33 หมดสิ้นทุกอย่าง

    “ไท่จื่อ!!” อวี้เหวินจิ้งไม่คิดว่ากระทั่งสหายก็มาด้วย เกินที่เขาคาดไปมาก ทุกคนในจวนคุกเข่าประสานมือไม่กล้าขัดคำสั่งฟ้า “ใต้เท้าลู่ กระทำการละเลยไม่ดูแลบุตรสาวปล่อยให้ยากลำบาก ไม่พอยังหูเบาเชื่อฟังคำอนุชั่วช้า ลงโทษให้ปลดจากตำแหน่งราชครู คืนสู่คนธรรมดาสามัญไม่อาจรับราชการได้อีกเผยหลิงหลิง ประพฤติชั่วช้า ฆ่าผู้บริสุทธิ์มีโทษตายสถานเดียวให้นำตัวไปรอตัดหัวพร้อมกับผู้สมรู้ร่วมคิดเผยไฉหง เปิดโรงเตี้ยงผิงเซียงบังหน้า เบื้องหลังค้าประเวณีผิดกฎหมาย จับเหล่าคุณหนูและเด็กยังไม่ถึงวัยปักปิ่นมาบำเรอกาม ให้สั่งยึดทรัพย์เอาตัวไปขังคุกรอการตัดสิน จบราชโองการ”ลู่ตงเหิงได้ยินดังนั้นถึงกับเป็นลมสลบลงไปทันที เขาไม่คิดว่าชีวิตจะต้องมาตกต่ำเพราะสตรีที่เคยเป็นอนุชั่วช้า มักใหญ่ใฝ่สูงทำให้ชีวิตของต้องตกต่ำ“เพราะเจ้าคนเดียว เจ้าทำให้ข้าต้องตกต่ำ” ลู่ตงเหิงชี้หน้าไปทางทางเผยหลิงหลิง แต่กลับได้ยินเสียงยิ้มเยาะกลับมา“ถุย! ท่านพูดมาได้ว่าเพราะข้า หากไม่ใช่เพราะท่านมักมากในกาม หูเบาเชื่อคำยุยงของข้าแล้ว ท่านจะตกต่ำเช่นนี้รึ...โทษฟ้าโทษดิน แต่ไม่เคยโทษตัวเอง”เผยหลิงหลิงทิ้งท้ายให้ก่อนจะจากกั

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 32 เลวบริสุทธิ์

    ลู่เซวียนเฉ่าถูกรั้งตัวไว้จนเริ่มสาย กว่าเขาที่งอนนางเมื่อคืนจะปล่อยให้นางมาร่วมชมการสอบสวนของแม่เลี้ยงได้ เมื่อมาถึงเสียงร่ำไห้ของเผยหลิงหลิงทำให้นางปวดแก้วหูไปหมด “คารวะท่านพ่อ ข้าได้ยินเสียงเอะอะแต่เช้าไม่ทราบว่ามีเรื่องอันใดกันเจ้าคะ” ลู่เซวียนเฉ่าเอ่ยถามทันที ทั้งมองสตรีที่เคยหยิงผยอง ทำร้ายนางสารพัดยามนี้ไม่เหลือคราบฮูหยินแสนเย่อยิ่งคนนั้นอีกแล้ว เหลือเพียงสตรีไร้ค่านั่งจมกองน้ำตา โดยที่ท่านพ่อก็ไม่เหลียวแล “นางคบชู้” ลู่ตงเหิงพูดแล้วก็สะบัดหน้าหนี ไม่อยากมองสตรีที่เคยเมตตารักใคร่ ยกให้ฐานะจากอนุขึ้นมาเป็นฮูหยินใหญ่ เขานั้นคิดผิดนัก “คบชู้!!!” ลู่เซวียนเฉ่ายกมือทาบอกราวกับตกใจกับเรื่องที่เพิ่งได้ยินได้ฟัง แต่มุมปากของนางกดลึกลอบยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่มีใครทันได้สังเกต ส่วนสามีนางก็นั่งฟังเท่านั้นไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา “เจ้า...เพราะเจ้า...เจ้าใส่ร้ายข้า” เมื่อโทษลู่ตงเหิงไม่ได้ เผยหลิงหลิงก็ชี้หน้าด่ากราดลูกเลี้ยงของนาง หากไม่ใช่สามีก็ต้องเป็นนาง เพราะศัตรูของนางมีเพียงคนเดียว “ท่านแม่เลี้ยง พูดจาสิ่งใดไว้หน้าสามีข้าด้วยนะเจ้าคะ ท่านทำตัวขอ

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 31 เมื่อโดนใส่ร้ายบ้าง

    กรี๊ด....!!! เสียงกรีดร้องของเผยหลิงหลิงดังขึ้น ทำเอาบ่าวไพร่ในเรือนวิ่งกันจ้าละหวั่น อวี้เหวินจิ้งที่เมื่อคืนเขาเอาแต่นอนหันหลังเมื่อนางเข้ามานอน จากที่คิดว่าจะไม่กอดนางเลยทั้งคืน จนตอนนี้ตัวเองดึงภรรยาของตนมากอดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาติดการตื่นสายจากนางเพราะตัวเองชอบนอนกอดลู่เซวียนเฉ่า รู้สึกว่านอนด้วยแล้วจะหลับฝันดีเป็นพิเศษ แม้ว่าจะไม่มองหน้ากัน แต่ร่างกายกลับไม่ยอมเชื่อฟังดึงนางมากอดโดยไม่สนว่าอะไรเป็นอะไร ความวุ่นวายในเรือนของเผยหลิงหลิง ทำให้บ่าวไพร่วิ่งวุ่นจนปลุกเขาให้ตื่นก่อน เพราะรู้สึกตัวเร็วกว่า จนเมื่อนางขยับเขากลับกดศีรษะเล็กให้นอนอยู่ก่อน ไม่อยากให้ลุกไปวุ่นวายให้เหนื่อยมาก รอให้เหตุการณ์สงบเสียก่อนค่อยไปรอชมงิ้วฉากสำคัญ “ข้าจะตื่นแล้ว” หญิงสาวกล่าวขึ้น เมื่อคืนจำได้ว่านอนด้านนอก เพราะเขาชิงนอนก่อน ‘แต่พอตื่นขึ้นกลับเป็นตัวเองที่นอนด้านในได้อย่างไรไม่รู้ ไม่ใช่ว่านางละเมอข้ามร่างของเขามาหรอกนะ’ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไร้ความเป็นกุลสตรีแล้ว “รออีกสักครู่เถอะ” ชายหนุ่มบอกกับภรรยาที่ดิ้นหนีเขาท่าเดียว ไม่รู้ทำไมเวลาเขากอดนางชอบผลัก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status