Accueil / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 13 กับดัก

Partager

ตอนที่ 13 กับดัก

last update Date de publication: 2026-04-06 10:38:51

ตอนที่ 13 กับดัก

ค่ำคืนนี้บนยอดเขาเทียนหมิงช่างมืดมิดเสียจนน่าใจหาย แสงจันทร์ที่เคยสาดส่องกลับถูกเมฆหนาทึบบดบังไว้จนสิ้น ทิ้งให้ทั้งสำนักตกอยู่ภายใต้เงามืดอันหนาวเหน็บ ลมป่าพัดกรรโชกมาเป็นระลอก พาเอาเสียงหวีดหวิวสอดแทรกไปตามซอกอาคารหินประหนึ่งเสียงกระซิบของวิญญาณร้าย และในความมืดที่ไร้ก้นบึ้งนั้น... บางสิ่งบางอย่างที่อันตรายกว่าเขี้ยวเล็บของอสูรกาย กำลังถูก "วางไว้" อย่างเงียบเชียบ

ณ เรือนเก็บตำรา

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรแห้งและกระดาษเก่าลอยอบอวลอยู่ในอากาศภายในเรือนเก็บตำราอันโอ่อ่า ทว่าในคืนนี้ กลิ่นที่ควรจะทำให้จิตใจสงบกลับถูกเจือปนด้วยบางสิ่งที่เหม็นสาบและเย็นเยียบ... มันคือ "กลิ่นพิษ" ที่เบาบางจนแทบสังเกตไม่ได้ แต่สำหรับผู้ที่คลุกคลีอยู่กับการเข่นฆ่ามาตลอดชีวิต กลิ่นนี้ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด

หลินเยว่ซินก้าวเดินเข้ามาในโถงมืดอย่างเงียบงันประหนึ่งเงาพราย ฝีเท้าของนางแผ่วเบาจนไม่ได้ยินแม้เสียงกระทบพื้นหิน สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของนางตวัดมองไปรอบบริเวณ

"ออกมาซะ"

น้ำเสียงของนางเย็นเฉียบปานน้ำแข็งบาดลึกเข้าไปในความเงียบ ทว่าความเงียบกลับตอบแทนเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าจากมุมห้อง

ไม่นานนัก เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏกายออกมาจากหลังชั้นตำราขนาดใหญ่ เขาคือ เฉินอวี่ ศิษย์ชั้นในผู้มีท่าทางซื่อสัตย์ ทว่าในยามนี้เขากลับมีใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรงขณะที่ก้าวถอยหลังหนีการเผชิญหน้า

"ขะ... ข้าไม่ได้ทำอะไรนะขอรับ ท่านหญิงหลิน... ข้าแค่มาหาตำรา..."

เสียงของเขาสั่นเครือประหนึ่งลูกนกที่ติดอยู่ในกรงเล็บนักล่า มือทั้งสองข้างของเขากำวัตถุบางอย่างไว้แน่นหนาจนเส้นเลือดปูดโปน หลินเยว่ซินก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างช้าๆ รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนเฉินอวี่แทบจะทรุดลงคุกเข่า

"แล้วสิ่งนั้นที่เจ้ากำไว้ในมือ..." นางลดน้ำเสียงลงจนเป็นเสียงกระซิบที่น่าสะพรึงกลัว "คืออะไร?"

เฉินอวี่ชะงักกึกราวกับถูกสาป มือที่สั่นเทาของเขาพลันหมดเรี่ยวแรงจนของสิ่งนั้นหล่นลงสู่พื้น

กึก

ขวดแก้วใบเล็กที่มีลวดลายประหลาดกลิ้งไปตามพื้นหิน หยุดลงที่ปลายเท้าของหลินเยว่ซิน ภายในขวดนั้นบรรจุของเหลวสีดำขลับที่ดูเหนียวข้น... กลิ่นและสีของมันเหมือนกับพิษร้ายที่ใช้ปลิดชีพศิษย์เมื่อคืนก่อนไม่มีผิดเพี้ยน

ความเงียบที่หนักอึ้งเข้าปกคลุมทันที หลินเยว่ซินหรี่ตาลงจ้องมองวัตถุพยานชิ้นสำคัญ พลังมารสีดำจางๆ เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนางด้วยความโกรธ

"เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร?" น้ำเสียงของนางเย็นเยียบจนเกือบจะแช่แข็งอากาศรอบตัว

เฉินอวี่ส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย น้ำตาเริ่มเอ่อคลอที่เบ้าตาด้วยความหวาดกลัว "ไม่ใช่ข้า! ข้าไม่รู้จริงๆ ว่ามันมาอยู่ในมือข้าได้ยังไง! มีคน... มีคนเอามาใส่ไว้ในชุดข้า!"

คำแก้ตัวที่ฟังดูเบาหวิวและไร้น้ำหนักนั้นไม่ได้ทำให้หลินเยว่ซินสั่นคลอนแม้แต่น้อย "โกหก..." นางเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะพุ่งกายเข้าหาในชั่วพริบตา

ฟึ่บ!

คมดาบสีเงินเย็นเยียบพุ่งเข้าจ่ออยู่ที่ลำคอของเฉินอวี่อย่างแม่นยำ ปลายดาบสัมผัสผิวหนังจนเลือดไหลซึมออกมาเป็นทางยาว ชายหนุ่มหลับตาลงตัวสั่นระริก "ข้าไม่รู้จริงๆ! ท่านหญิงเชื่อข้าเถอะ!"

ฉึก!

เสียงโลหะแทงทะลุเนื้อดังขึ้นฉับพลันในความมืด ทว่าความเจ็บปวดกลับไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉินอวี่ หลินเยว่ซินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งพุ่งเข้ามาขวางทางดาบของนางไว้

เซียวหาน

เขายืนอยู่เบื้องหน้านาง มือหนึ่งกุมไหล่ที่ถูกคมดาบของนางปักลึกลงไป เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาทันทีอาบชุดฝึกจนชุ่ม ทว่าใบหน้าของเขากลับยังคงนิ่งสงบผิดมนุษย์ มีเพียงคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด

"เจ้า... เจ้าทำบ้าอะไร!" เสียงของหลินเยว่ซินสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เซียวหานกัดฟันแน่น ก่อนจะเอื้อมมือไปดันปลายดาบของนางออกห่างจากคอของเฉินอวี่เบาๆ "เขา... ไม่ใช่คนร้าย"

"เจ้ามั่นใจได้อย่างไร!" นางตวาดกลับด้วยความสับสนและโกรธเคือง ทว่าในแววตานั้นกลับแฝงไปด้วยความห่วงใยที่ปกปิดไม่มิด

"เพราะถ้าเขาเป็นคนร้ายจริงๆ ..." เซียวหานทอดสายตามองไปที่ขวดพิษบนพื้นด้วยแววตาที่ลุ่มลึก "เขาก็คงไม่โง่พอที่จะถือหลักฐานชิ้นสำคัญไว้ในมือให้คนจับได้ง่ายๆ เช่นนี้ และดูจากท่าทางที่ลนลานของเขา... เขาเป็นเพียงหมากที่ถูกวางไว้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้น"

ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง คำพูดของเซียวหานมีเหตุผลจนนางไม่อาจปฏิเสธได้ และในวินาทีที่ความจริงกำลังจะถูกคลี่คลาย

ปัง!

ประตูเรือนเก็บตำราถูกกระแทกออกอย่างแรง ศิษย์จำนวนมากในชุดฝึกครบเครื่องพุ่งเข้ามาล้อมกรอบคนทั้งสามไว้ และผู้ที่ก้าวเดินนำหน้าเข้ามาด้วยท่วงท่าผู้ชนะคือ เซวี่ยอิง

นางทอดสายตามองไปยังเฉินอวี่และขวดพิษบนพื้น ก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "ในที่สุด... ความจริงก็ปรากฏเสียที"

น้ำเสียงของนางราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยความสะใจที่ปิดไม่มิด "เฉินอวี่... เจ้าคือหนอนบ่อนไส้ที่วางยาพิษสังหารคนในสำนักใช่หรือไม่? หลักฐานคามือขนาดนี้ เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีก"

เฉินอวี่ส่ายหน้าจนผมเผ้ายุ่งเหยิง "ไม่ใช่ข้า! ท่านหญิงเซวี่ยอิง ข้าถูกใส่ร้าย!"

"พอได้แล้ว" เซวี่ยอิงสะบัดมือสั่งการอย่างเด็ดขาด "นำตัวมันไปขังที่คุกใต้ดิน เตรียมรับโทษประหารในวันพรุ่งนี้!"

ศิษย์สองคนพุ่งเข้าไปคว้าตัวเฉินอวี่ที่กำลังร้องไห้โฮทันที "ไม่! ท่านหญิงหลิน! ช่วยข้าด้วย! ท่านก็เห็นว่าข้าถูกใส่ร้าย!"

หลินเยว่ซินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของนางสลับมองไปมาระหว่างขวดพิษ เฉินอวี่ และเซียวหานที่กำลังบาดเจ็บ นางรู้สึกได้ถึงความ "จงใจ" ที่ชัดเจนเกินไปในหลักฐานชิ้นนี้ ราวกับมีใครบางคนจัดวางทุกอย่างไว้เพื่อให้จบลงอย่างรวดเร็วที่สุด

"หยุดเดี๋ยวนี้"

เสียงของนางไม่ดังนัก ทว่ากลับทรงอำนาจจนทุกคนในห้องชะงักกึกประหนึ่งถูกมนต์สะกด เซวี่ยอิงหรี่ตาลงมองนางด้วยความไม่พอใจ "มีปัญหาอะไรอีกหรือ เยว่ซิน? หลักฐานก็ชัดแจ้งขนาดนี้แล้ว"

หลินเยว่ซินก้าวเท้าออกมาข้างหน้า สายตาของนางจ้องประสานกับเซวี่ยอิงอย่างไม่ลดละ "ข้ายังไม่ได้เป็นคนสั่งให้จับตัวเขา... และในฐานะผู้ควบคุมกฎเขตนี้ ข้ามีสิทธิ์ในการตัดสินใจสูงสุด"

"หรือเจ้ากำลังจะปกป้องคนร้ายอีกคน?" เซวี่ยอิงถามกลับด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน "หลักฐานตกอยู่แทบเท้าเจ้าขนาดนี้ หรือเจ้าจะบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญที่เขามารอเจ้าพร้อมกับขวดพิษในมือ?"

หลินเยว่ซินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง นางเบนสายตาไปมองเซียวหานที่ยังคงกุมไหล่ที่โชกเลือดของตัวเองอยู่ เขาไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาอีก มีเพียงสายตาที่มั่นคงและคำพูดสั้นๆ ที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของนาง

"เชื่อข้า..."

เพียงสองคำสั้นๆ ทว่ากลับหนักแน่นและสั่นคลอนความมั่นคงในใจของนางได้อย่างประหลาด

"ปล่อยเขาไป"

คำสั่งเด็ดขาดของนางทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความโกลาหลทางความคิด ศิษย์หลายคนเริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความไม่เข้าใจ

"เจ้าว่าอย่างไรนะ!" เซวี่ยอิงตวาดเสียงสูง "เจ้าจะปล่อยฆาตกรลอยนวลไปงั้นรึ!"

"ข้าบอกว่า... ปล่อยเขา" น้ำเสียงของหลินเยว่ซินเย็นลงจนน่าใจหาย "เฉินอวี่ไม่ใช่คนร้าย... และข้าจะไม่ยอมให้ใครมาใช้คนของสำนักเป็นเครื่องมือในการปิดบังความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง"

นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซวี่ยอิง "ข้าเชื่อในสิ่งที่ข้าเห็น... และสิ่งที่ถูกต้อง มากกว่าหลักฐานที่จงใจวางไว้ให้เห็น"

เซวี่ยอิงแค่นหัวเราะอย่างรังเกียจ "น่าสนใจจริงๆ เยว่ซิน... เจ้ากลับไปเลือกเชื่อคำพูดของคนแปลกหน้าอย่างเขา มากกว่าที่จะเชื่อในกฎเกณฑ์ของสำนักและคำพูดของคนในตระกูลเดียวกันเอง"

คำพูดนั้นแทงใจดำของหลินเยว่ซินอย่างจัง ทว่านางกลับเชิดหน้าขึ้นด้วยความทนง "สำนักเทียนหมิงสอนให้ข้าเป็นเครื่องมือสังหารที่เฉียบคม... ไม่ใช่หุ่นเชิดที่ไร้สมอง"

เมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวในดวงตาของหลินเยว่ซิน เซวี่ยอิงก็รู้ว่ายามนี้นางมิอาจใช้อำนาจกดดันได้อีก นางจึงสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินนำศิษย์คนอื่นๆ ออกไปทันที ทิ้งไว้เพียงคำเตือนสุดท้ายที่เย็นเยียบ "หวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจกับการเลือกในวันนี้... หลินเยว่ซิน"

ณ เรือนลับ

หลังเหตุการณ์วุ่นวายจบลง เฉินอวี่ถูกปล่อยตัวให้กลับไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและกลิ่นคาวเลือดภายในเรือนพักลับของหลินเยว่ซิน นางยืนนิ่งมองดูบาดแผลที่ไหล่ของเซียวหานที่นางเป็นคนฝากไว้

"เจ้ามันโง่เง่าที่สุด..." นางเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา ทว่าปลายนิ้วที่หยิบผ้าสะอาดมาทำแผลให้เขากลับสั่นไหวเล็กน้อย "เอาตัวมารับดาบแทนคนอื่นที่เจ้าแทบไม่รู้จัก... เจ้าคิดว่าชีวิตเจ้ามีค่าเท่าไหร่กัน?"

เซียวหานฝืนคลี่ยิ้มจางๆ "หากข้าไม่ทำเช่นนั้น... เฉินอวี่ก็คงกลายเป็นศพไปแล้ว และท่าน... ก็จะต้องกลายเป็นฆาตกรที่ฆ่าผู้บริสุทธิ์เพราะความเข้าใจผิด ข้ามิอาจปล่อยให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นได้"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง หลินเยว่ซินไม่ได้ตอบคำถามนั้น นางเพียงแค่กดผ้าลงบนแผลของเขาด้วยน้ำหนักที่ค่อนข้างแรง

"อึก" เซียวหานขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด

"นี่คือบทลงโทษสำหรับความสอดรู้สอดเห็นของเจ้า" นางเอ่ยเสียงแข็ง ทว่าในวินาทีถัดมา นางกลับผ่อนแรงลงอย่างนุ่มนวลราวกับกลัวว่าเขาจะเจ็บไปมากกว่านี้

"ครั้งหน้า... อย่าทำตัวเป็นฮีโร่แบบนี้อีก" นางเอ่ยเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "เพราะข้าอาจจะหยุดดาบไว้ไม่ทันจริงๆ"

คำพูดนั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนคำขู่ แต่มันคือความห่วงใยที่แฝงอยู่ลึกที่สุด เซียวหานมองนางเนิ่นนานก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน "ถ้าท่านยังเป็นคนที่มีจิตใจงดงามซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาแบบนี้... ข้าก็คงหยุดตัวเองไม่ได้เหมือนกัน"

หัวใจของหลินเยว่ซินกระตุกวูบ ความรู้สึกประหลาดเริ่มจู่โจมนางอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันที่นางจะเอ่ยสิ่งใดตอบโต้

ฟึ่บ!

มีดสั้นเล่มหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาผ่านหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ ปักลงบนเสาไม้ข้างศีรษะของทั้งสองคนอย่างแม่นยำ ทั้งคู่ชะงักกึกและหันไปมองทันที ที่ด้ามมีดมีกระดาษแผ่นเล็กผูกติดไว้

หลินเยว่ซินดึงมีดออกมาแล้วเปิดกระดาษอ่าน ภายในมีเพียงข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียวที่เขียนด้วยลายมืออันบรรจงและเย็นเยียบ

"ครั้งหน้า... ข้าจะไม่พลาดเหมือนเฉินอวี่"

ดวงตาของหลินเยว่ซินหรี่ลงทันที รังสีสังหารปะทุออกมาจากร่างของนางอย่างรุนแรง ลายมือนั้นนางจำได้ดี... ลายมือของคนที่เพิ่งเดินออกจากเรือนเก็บตำราไปเมื่อครู่

"เซวี่ยอิง..." นางพึมพำชื่อนั้นด้วยความโกรธแค้น

เกมการล่าที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และคราวนี้เป้าหมายไม่ได้มีเพียงเซียวหาน... แต่มันคือการ "ฆ่ากันจริง" ระหว่างสายเลือดเดียวกันที่หลงเหลืออยู่ในเทียนหมิงแห่งนี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status