Home / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 14 คืนล่า

Share

ตอนที่ 14 คืนล่า

last update publish date: 2026-04-06 13:09:37

ตอนที่ 14 คืนล่า

รัตติกาลที่ควรจะเงียบสงัดกลับถูกทำลายลงด้วยกระแสลมที่กรรโชกแรงอย่างผิดฤดูกาล ลมพัดหวีดหวิวผ่านซอกผา ราวกับเสียงร้องระงมของเหล่าวิญญาณที่หิวโหย บรรยากาศหนาวเหน็บเสียดแทงเข้าถึงกระดูก ทว่าในใจกลางของสำนักเทียนหมิง ความร้อนแรงที่น่าสะพรึงกลัวกำลังจะอุบัติขึ้น

ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!

เสียงระฆังเตือนภัยใบยักษ์ดังกึกก้องกัมปนาทแหวกความมืดมิดรัวเร็วเป็นจังหวะถี่กระชั้น มันไม่ใช่สัญญาณบอกเวลา หรือสัญญาณรวมพลทั่วไป แต่มันคือเสียงเพรียกแห่งหายนะ สำนักเทียนหมิงที่เคยหลับใหลพลันตื่นขึ้นท่ามกลางความโกลาหลที่ยากจะควบคุม

ณ คลังโอสถ

ทางทิศตะวันออกของสำนัก เปลวไฟสีส้มฉานพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็วราวกับอสูรกายที่กำลังตื่นจากหลับลึก คลังโอสถที่เก็บรักษาตำราและสมุนไพรล้ำค่าบัดนี้กลายเป็นเพียงกองฟืนชั้นดี ควันดำหนาทึบม้วนตัวพุ่งสูงบดบังแสงจันทร์จนมืดมิด

“ไฟไหม้! ช่วยด้วย!”

“หาน้ำมา! เร็วเข้า!”

เสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนสั่งการดังระงมสับสนปนเปกัน ศิษย์จำนวนมากวิ่งวุ่นพยายามดับไฟที่กำลังลุกลาม บางคนเสี่ยงตายพุ่งเข้าไปเพื่อลากร่างของพี่น้องที่สำลักควันออกมา ทว่าพวกเขามิอาจรู้เลยว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในกองเพลิงนี้ไม่ใช่ความร้อน

“อย่าเข้าไป! ถอยออกมา!” เสียงหนึ่งตะโกนเตือนอย่างบ้าคลั่ง

ทว่าสายไปเสียแล้ว ศิษย์ผู้หนึ่งที่เพิ่งพุ่งเข้าไปในกลุ่มควันหนาได้เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างของเขาก็เซถลาออกมาเพียงสองก้าว ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้น ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ผิวหนังที่เคยขาวนวลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำดำสนิทอย่างรวดเร็วประหนึ่งถูกหมึกสาดใส่

“พิษ... มีพิษในควัน!”

ความจริงอันน่าสยดสยองถูกเปิดเผย ความตระหนกพุ่งเข้าจู่โจมจิตใจศิษย์ทุกคนทันที นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุเพลิงไหม้ธรรมดา แต่มันคือกับดักที่ถูกวางไว้อย่างอำมหิต

บนหลังคาศาลาที่ตั้งอยู่เหนือทิศทางลม เซวี่ยอิง ยืนสงบนิ่งมองลงมายังภาพความพินาศเบื้องล่าง แสงไฟจากเปลวเพลิงสะท้อนในดวงตาที่เย็นเยียบของนางประหนึ่งประกายไฟจากนรก ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ดูไร้ซึ่งความสงสาร

“เริ่มแล้วสินะ...” นางพึมพำกับสายลมแรง “ฤดูกาลแห่งการล่าที่ข้ารอคอย”

นางยกมือขึ้นเล็กน้อยส่งสัญญาณลับ และในทันใดนั้น เงามืดหลายสายที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมอับของหลังคาก็เริ่มเคลื่อนไหว พวกเขาไม่ได้สวมชุดฝึกของสำนัก ทว่ากลับสวมชุดรัดกุมสีมืดมิดที่กลมกลืนไปกับรัตติกาล... พวกเขาคือนักฆ่ารับจ้างที่ถูกฝึกมาเพื่อการเข่นฆ่าโดยเฉพาะ

ณ ลานกลาง

หลินเยว่ซิน พุ่งทะยานเข้ามาในลานกว้างดุจปักษีสีดำ ทันทีที่เท้าของนางสัมผัสพื้น สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวก็กวาดมองไปทั่วบริเวณเพียงแวบเดียว นางก็มองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านเพลิง

“นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ... มันคือการเตรียมการอย่างเป็นระบบ”

รังสีสังหารปะทุออกจากร่างของนางทันที พลังมารสีดำจางๆ เริ่มพวยพุ่งออกจากทุกรูขุมขน บรรยากาศรอบตัวนางบิดเบี้ยวด้วยแรงกดดัน “ทุกคนที่ยังไหว ถอยออกไปจากควันพิษเดี๋ยวนี้!”

นางกรีดร้องสั่งการ ทว่าเสียงกรีดร้องที่ได้รับกลับคืนมาคือเสียงแห่งความตาย

ฟึ่บ!

เงาร่างหนึ่งพุ่งลงมาจากยอดหลังคาด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ประกายมีดสั้นวาววับสะท้อนแสงไฟในความมืด

ฉึก!

ศิษย์ที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่ทันได้ตั้งตัว คมมีดปาดเข้าที่ลำคออย่างแม่นยำ เลือดอุ่นๆ สาดกระเซ็นเป็นทางยาวก่อนที่ร่างจะล้มลงสิ้นใจในทันที

“ศัตรูบุก! ศัตรูบุกสำนัก!” เสียงตะโกนดังระงมไปทั่ว

ทันใดนั้น เงานับสิบๆ ร่างก็ปรากฏขึ้นจากเงามืดโดยรอบ พวกเขาโอบล้อมลานกว้างไว้ทุกทิศทาง ตัดทางหนีทีไล่ของศิษย์เทียนหมิงไว้อย่างหมดจด

“ฆ่าให้หมด... อย่าให้เหลือแม้แต่ลมหายใจเดียว”

เสียงหนึ่งดังขึ้นแผ่วเบาทว่าชัดเจนในโสตประสาทของทุกคน น้ำเสียงที่แสนเย็นเยียบและเยือกเย็นนั้นมาจากที่สูงเหนือหัว... เซวี่ยอิง

เสียงเหล็กกล้าปะทะกันดังกึกก้องปนเปไปกับเสียงแตกเปรี๊ยะของกองเพลิง ควันพิษเริ่มจางลงแต่กลิ่นคาวเลือดกลับรุนแรงขึ้นแทน หลินเยว่ซินไม่รอช้า นางพุ่งเข้าใส่กลุ่มนักฆ่าประหนึ่งพายุทมิฬ

ฟึ่บ!

ดาบในมือของนางตวัดฟันเป็นวงโค้งที่สมบูรณ์แบบ หัวของนักฆ่าคนหนึ่งขาดกระเด็นจากบ่าก่อนจะทันได้ส่งเสียงร้อง เลือดพุ่งกระฉูดเป็นน้ำพุสีเข้ม ทว่าศัตรูที่เหลือกลับไม่ได้หวาดเกรง พวกมันยังคงพุ่งเข้าใส่นางประหนึ่งฝูงหมาป่าที่หิวโหยและไร้ความรู้สึก

“เข้ามา... เข้ามาตายให้หมด!”

น้ำเสียงของนางต่ำลงจนกลายเป็นเสียงคำราม ดวงตาที่เคยงดงามบัดนี้กลายเป็นสีดำสนิทไร้ตาขาว พลังมารในร่างระเบิดออกอย่างรุนแรง

ปัง!

แรงกดดันจากพลังมารมหาศาลกวาดเอาศัตรูรอบข้างล้มระเนระนาดราวกับใบไม้แห้งถูกพายุพัด ทว่าจำนวนของพวกมันดูเหมือนจะมีมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ พวกมันดาหน้าเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง

ในอีกด้านของสนามรบ เซียวหาน ยืนอยู่อย่างสงบกลางวงล้อมของความโกลาหล สายตาของเขาเย็นลงจนน่าใจหาย เขามองรอยสักและท่วงท่าของศัตรูที่บุกเข้ามาเพียงแวบเดียวก็รู้แจ้ง

“นักฆ่าจากสำนักจิ่วหลัว... มากันเพียบเลยสินะ” เขานึกในใจ

เขารู้จักคนพวกนี้ดียิ่งกว่าใคร เพราะครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของเงามืดประเภทนี้ และนั่นหมายความว่าแผนการของเซวี่ยอิงนั้นลึกซึ้งกว่าที่คิด นางไม่ได้แค่ต้องการกำจัดศัตรูในสำนัก แต่นางกำลังดึงอำนาจภายนอกเข้ามาเพื่อกวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางทางนาง

“พวกมันมาเพื่อฆ่าข้า... หรือไม่ก็มาเพื่อปิดปากทุกคนที่นี่”

ฟึ่บ!

นักฆ่าสองคนพุ่งเข้ามาจากซ้ายและขวาหมายจะบั่นหัวของเขา เซียวหานขยับกายหลบหลีกด้วยท่วงท่าที่รวดเร็วและลื่นไหลเกินกว่าที่ศิษย์ใหม่คนใดจะพึงมี เขาหลบหลีกคมมีดได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะสวนกลับด้วยการเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายแต่เด็ดขาด

ฉึก!

มีดสั้นในมือของเขาทิ่มทะลุคอของนักฆ่าคนแรกอย่างแม่นยำ เลือดอุ่นๆ พุ่งกระฉูดเปื้อนแขนเสื้อ เขาหมุนตัวถอนมีดออกอย่างใจเย็นประหนึ่งกำลังร่ายรำ การเคลื่อนไหวของเขาในยามนี้ไม่ใช่ศิษย์เทียนหมิงอีกต่อไป แต่เป็น... นักฆ่าในตำนาน โดยสมบูรณ์

หลินเยว่ซินตวัดสายตาไปมองยังทิศทางของเซียวหาน นางเห็นการเคลื่อนไหวที่แสนอันตรายและหมดจดนั้น ดวงตาของนางหรี่ลงด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

“นี่สินะ... ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าที่เจ้าพยายามซ่อนไว้” นางพึมพำ ทว่าในยามศึกสงครามเช่นนี้ ไม่มีเวลาให้มานั่งหาคำตอบ

ฟึ่บ!

มีดบินเล่มหนึ่งพุ่งมาทางด้านหลังของนางในจังหวะที่นางกำลังรับมือศัตรูเบื้องหน้า ทว่าก่อนที่มันจะถึงตัว เซียวหานก็ปรากฏกายขึ้นในพริบตาประหนึ่งภูตพราย

ปัง!

เขาใช้ใบมีดสั้นปัดอาวุธลับเล่มนั้นออกไปอย่างง่ายดาย แรงกระแทกส่งผลให้เกิดประกายไฟวาบ “ระวังตัวด้วย ท่านหญิงหลิน!” เสียงของเขาคมขึ้นและเต็มไปด้วยอำนาจการสั่งการ

หลินเยว่ซินไม่ได้ตอบคำถาม นางเพียงแค่เบี่ยงตัวกลับไปฟันศัตรูที่กำลังจะลอบกัดเซียวหานจนร่างขาดครึ่ง

ฉัวะ!

เลือดสาดกระจายอาบคนทั้งสอง ทั้งคู่ยืนหันหลังชนกันท่ามกลางซากศพและเปลวเพลิงที่ยังลุกไหม้ ลมหายใจของทั้งคู่หอบหนักผสานกันท่ามกลางกลิ่นอายแห่งความตาย

“เจ้าคือเป้าหมายหลักของคืนนี้... เจ้ารู้ตัวใช่ไหม” หลินเยว่ซินเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน

เซียวหานคลี่ยิ้มจางๆ ทว่าดวงตายังคงเย็นเยียบ “รู้ดี... และดูเหมือนข้าจะลากท่านมาลำบากด้วยเสียแล้ว”

“งั้นก็จงจำไว้... อย่าบังอาจมาตายที่นี่ต่อหน้าข้าเด็ดขาด” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเล็กน้อย

“ข้าจะพยายาม...” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะพุ่งออกไปสังหารศัตรูที่ดาหน้าเข้ามาใหม่

เสียงกรีดร้องโหยหวนยังคงดังไม่หยุดหย่อน ศิษย์เทียนหมิงล้มลงทีละคนสองคนจนเลือดนองเต็มลานหิน ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวลงมาจากที่สูงอย่างเนิบนาบและสง่างาม

เซวี่ยอิง

นางยืนอยู่ใจกลางลานที่เต็มไปด้วยศพ ชุดขาวของนางช่างดูขัดตาเมื่ออยู่ท่ามกลางกองเลือดสีแดงฉาน นางกวาดสายตามองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ

“พอได้แล้ว...”

น้ำเสียงของนางแผ่วเบา ทว่านักฆ่าทุกคนกลับหยุดการเคลื่อนไหวในทันทีประหนึ่งเครื่องจักรที่ถูกถอดปลั๊ก หลินเยว่ซินจ้องมองพี่สาวร่วมตระกูลด้วยดวงตาที่ลุกโชนด้วยเพลิงแค้น

“ในที่สุด... เจ้าก็เผยหางออกมาเสียที เซวี่ยอิง!”

เซวี่ยอิงคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนทว่าอำมหิต นางมองไปที่เซียวหานที่ยืนโชกเลือดอยู่ข้างๆ หลินเยว่ซิน “ข้าก็แค่อยากรู้... ว่าไส้ศึกจากจิ่วหลัวอย่างเจ้า จะดวงแข็งรอดชีวิตไปได้อีกสักกี่น้ำกันเชียว”

คำพูดของนางชัดเจนและโจ่งแจ้ง นี่ไม่ใช่แค่การลอบสังหาร แต่มันคือ “การล่า” ที่นางเป็นผู้ควบคุมหมากทั้งหมด

“เจ้า...” หลินเยว่ซินเค้นเสียงต่ำ พลังมารปะทุขึ้นจนถึงขีดสุด ควันดำหนาทึบห่อหุ้มร่างกายของนางไว้จนดูน่าสะพรึงกลัว “เจ้าเป็นคนวางแผนเผาคลังโอสถ และดึงเอาศัตรูเข้ามาเข่นฆ่าพี่น้องในสำนักของตัวเองเพียงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวงั้นรึ!”

เซวี่ยอิงไม่ได้ปฏิเสธ นางเพียงแค่ยักไหล่เบาๆ “แล้วจะทำไมล่ะ? ในสำนักที่สอนให้เราฆ่าคนเพื่อให้รอดชีวิต... การกำจัดเสี้ยนหนามทิ้งคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดไม่ใช่หรือ?”

คำตอบนั้นทำให้ทุกอย่างขาดสะบั้นลง

ปัง!

พลังมารของหลินเยว่ซินระเบิดออกเต็มกำลัง แรงกดดันมหาศาลบดขยี้พื้นหินจนแตกร้าวเป็นวงกว้าง “ข้าจะฆ่าเจ้า... ด้วยมือของข้าเอง!”

น้ำเสียงของนางทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยรังสีแห่งความตาย ทว่าเซวี่ยอิงกลับยืนนิ่งเฉย ไม่สะทกสะท้านต่อแรงกดดันนั้นแม้แต่น้อย

“ถ้าเจ้าคิดว่าเจ้าทำได้... ก็ลองดูสิ เยว่ซิน”

นางเอ่ยเสียงแผ่วก่อนจะถอยหลังกลับเข้าสู่เงามืด

ฟึ่บ!

ร่างของเซวี่ยอิงหายไปราวกับหมอกที่สลายไปในอากาศ นักฆ่าที่เหลือทั้งหมดต่างถอยร่นตามนางไปในทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าใจหาย และซากศพของศิษย์เทียนหมิงที่เกลื่อนกราดไปทั่วลานประหนึ่งทุ่งสังหาร

เปลวไฟยังคงลุกไหม้ส่งเสียงเปรี๊ยะปะเป็นระยะ ควันไฟสีดำยังคงลอยวนเหนือยอดเขา หลินเยว่ซินยืนนิ่งอยู่ใจกลางลานกว้าง ดวงตายังคงเป็นสีดำสนิทไร้แววของมนุษย์ ความโกรธแค้นและเสียใจสลับสับเปลี่ยนกันอยู่ในใจจนนางแทบกระอัก

“นางหนีไปแล้ว... พร้อมกับทิ้งรอยแผลที่รักษาไม่ได้ไว้ให้พวกเรา” เสียงของเซียวหานดังขึ้นเบาๆ จากทางด้านหลัง

หลินเยว่ซินไม่ตอบคำถามนั้น นางเพียงแค่กำหมัดแน่นจนสั่นเทา “เกมนี้... มันจะไม่มีใครหยุดยั้งได้อีกต่อไปแล้ว และข้าจะลากคอคนทรยศนั่นมาลงนรกให้ได้”

เซียวหานทอดสายตามองนางด้วยความลุ่มลึก แววตาของเขาแฝงไปด้วยความห่วงใยที่ปนเปไปกับความกังวล “รวมถึงความสัมพันธ์ของเราด้วย... ที่จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก”

คำพูดนั้นหนักหน่วงและตรงไปตรงมาประหนึ่งคำสาป หลินเยว่ซินหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ลมหายใจที่เหนื่อยหอบผสานไปกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง

คืนนี้คือจุดจบของความไว้ใจ... และคือจุดเริ่มต้นของสงครามล้างบางที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในสำนักเทียนหมิงแห่งนี้จนวอดวาย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status