홈 / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 29 สิ่งที่เหลืออยู่

공유

ตอนที่ 29 สิ่งที่เหลืออยู่

last update 게시일: 2026-04-12 23:28:08

ตอนที่ 29 สิ่งที่เหลืออยู่

ทุกอย่างจบลงด้วยความเงียบ...

มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข แต่มันคือความเงียบที่เกิดจากทุกสรรพสิ่งถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด ไม่หลงเหลือเสียงระฆังเตือนภัย ไม่มีเสียงกรีดร้องโหยหวนของศิษย์ที่บาดเจ็บ แม้แต่สายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงอย่างบ้าคลั่งในตอนแรกก็พลันสงบนิ่งลงประหนึ่งขุนเขากำลังกลั้นหายใจ มีเพียงความว่างเปล่าที่แผ่ซ่านครอบคลุมไปทั่วทั้งสำนักเทียนหมิงที่พังพินาศ

ใจกลางสำนักที่เคยเป็นที่ตั้งของหอหลักอันสง่างามและน่าเกรงขาม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยหลุมลึกขนาดมหึมาประหนึ่งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนผิวโลก เศษหินดินทรายกระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง เสาหินที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจงบัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังที่ไร้รูปร่าง ราวกับโลกทั้งใบถูกมือที่มองไม่เห็นฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ในพริบตาเดียว แสงสว่างที่เกิดจากการปะทะครั้งสุดท้ายจางหายไป ทิ้งไว้เพียงเขม่าควันสีเทาหม่นที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือหลุมศพแห่งอำนาจ

ท่ามกลางกองซากปรักหักพังที่ทับถมกันสูงเป็นพะเนิน ปรากฏร่างหนึ่งที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนพื้นหินที่แตกร้าว

หลินเยว่ซิน ร่างกายระหงของนางอาบไปด้วยเลือดและฝุ่นผง ชุดสีดำที่เคยทะนงตนบัดนี้ขาดรุ่งริ่งจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม นางนอนแน่นิ่งประหนึ่งไร้ชีวิต ทว่าหากสังเกตให้ดีจะเห็นการขยับเขยื้อนเพียงแผ่วเบาของแผ่นหลังที่บ่งบอกว่าลมหายใจสุดท้ายยังไม่มอดดับลง

เปลือกตาที่บวมช้ำจากการปะทะค่อยๆ กระตุกขึ้นอย่างยากลำบาก

“อึก...”

เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอที่แห้งผากประหนึ่งผืนทรายที่ขาดน้ำมานานนับปี หลินเยว่ซินพยายามลืมตาขึ้นช้าๆ ทว่าภาพที่เห็นกลับพร่าเลือนบิดเบี้ยวไปหมด แสงสว่างจางๆ ของรุ่งสางที่ลอดผ่านหมู่เมฆควันลงมาทำให้นางรู้สึกแสบตาจนต้องขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด

“เซียว... หาน...”

น้ำเสียงของนางแตกพร่าและแผ่วเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบสงัดรอบกาย มือที่สั่นเทาพยายามควานหาบางสิ่งในความว่างเปล่า หวังเพียงจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นของคนที่ควรจะยืนอยู่เคียงข้าง

ทว่า... ไม่มีคำตอบรับกลับมา

ไม่มีเสียงลมหายใจของใครอื่น ไม่มีแรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของศัตรู หรือแม้แต่เสียงเรียกที่คุ้นเคย ทุกอย่างนิ่งงันเสียจนน่ากลัว ใจของนางเริ่มสั่นสะท้านด้วยลางสังหรณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย

หลินเยว่ซินพยายามใช้มือที่โชกเลือดพยุงร่างกายที่บอบช้ำให้ลุกขึ้นนั่ง ทว่าความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลังประหนึ่งกระแสไฟที่เผาผลาญเส้นประสาท เส้นลมปราณในกายที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้พังทลายลงไม่มีชิ้นดี พลังมารที่เคยเอ่อล้นจนน่าสะพรึงกลัวบัดนี้กลับเหือดแห้งหายไปเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนแอที่กัดกินนางอย่างช้าๆ

“อย่าได้... ล้อข้าเล่นแบบนี้เลยนะ...”

นางพึมพำน้ำเสียงสั่นเครือประหนึ่งเด็กหลงทาง หลินเยว่ซินเริ่มคลานไปบนเศษหินที่แหลมคมอย่างยากลำบาก คมหินบาดเข้าที่ฝ่ามือและเข่าจนเลือดซึมออกมาอีกระลอก แต่นางกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดทางกายเลยแม้แต่นิดเดียว

“ออกมาสิ... เซียวหาน... ไหนเจ้าบอกว่า... เจ้าจะไม่มีวันตายต่อหน้าข้าไม่ใช่หรือ?”

เสียงของนางสั่นระริกมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มเอ่อนองหน้า

นางหยุดชะงักลงเมื่อเห็นเงาเลือนลางของร่างหนึ่งที่นอนฟุบอยู่ไม่ไกลจากจุดที่นางอยู่ หัวใจที่เคยนิ่งสนิทกลับมาเต้นรัวแรงอีกครั้งด้วยความหวังอันริบหรี่

ร่างของเซียวหานนอนราบอยู่บนพื้นหิน ใบหน้าของเขาดูสงบนิ่งประหนึ่งคนที่กำลังหลับลึก ชุดที่เปื้อนเลือดและรอยอักขระสีดำที่เคยลามเลียตามผิวหนังบัดนี้จางหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงชายหนุ่มที่ดูเปราะบางท่ามกลางซากพินาศ

หลินเยว่ซินค่อยๆ คลานเข้าไปหาเขาช้าๆ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะที่ไหล่ของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาประหนึ่งกลัวว่าเขาจะอันตรธานหายไปหากนางลงน้ำหนักแรงเกินไป

“...”

ไม่มีการตอบสนองใดๆ ร่างกายของเขาเย็นชืดไร้ซึ่งไออุ่นประหนึ่งก้อนหินที่ถูกทิ้งไว้กลางลมหนาว

“ไม่... ไม่จริงใช่ไหม...”

หยาดน้ำตาใสๆ ร่วงหล่นกระทบแก้มของชายหนุ่มอย่างเงียบเชียบ หลินเยว่ซินไม่ได้กรีดร้องออกมาดั่งใจที่แตกสลายทว่าความเจ็บปวดกลับกรีดลึกอยู่ในใจจนนางแทบกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง มันคือ "การแตกสลายจากข้างใน" ที่เงียบงันที่สุดและทรมานที่สุด

นางรวบรวมเรี่ยวแรงครั้งสุดท้ายประคองร่างของเขาขึ้นมาโอบกอดไว้แนบอกแน่นหนาประหนึ่งจะยื้อลมหายใจที่ดับสูญไปแล้วให้หวนคืนมา เหมือนครั้งก่อนที่เขาฟื้นคืนจากความตาย... แต่นางรู้แจ้งแก่ใจดีว่าครั้งนี้ไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆ หลงเหลืออยู่ในหุบเขาต้องสาปแห่งนี้อีกแล้ว

“ข้าชนะแล้วนะ... เซียวหาน...”

นางพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านพลางซบหน้าลงที่ไหล่ของเขา “สำนักที่เจ้าเกลียดถูกข้าทำลายแล้ว... ท่านปู่ที่เจ้าอยากฆ่าก็หายไปแล้ว... แต่ทำไมล่ะ... ทำไมข้าถึงยังรู้สึกเหมือนเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้อย่างย่อยยับเช่นนี้?”

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงบนใบหน้าไร้สีเลือดของเขาประหนึ่งหยาดฝนที่โปรยปรายลงบนดินแห้งแล้ง

สายลมยามเช้าพัดผ่านซากปรักหักพังไป พัดพาเอาควันไฟและฝุ่นละอองสีเทาให้กระจายตัวออกไปตามขุนเขา ลมนั้นพัดพาเอาความหวังและความเชื่อมั่นของหลินเยว่ซินหายไปจนสิ้น ทว่าต่อให้ลมจะแรงเพียงใด มันก็ไม่อาจพัดร่างของชายหนุ่มออกไปจากอ้อมกอดที่สั่นเทานี้ได้

ไกลออกไปท่ามกลางเงามืดของแมกไม้ที่ยังไม่ถูกทำลาย เงาร่างหนึ่งยืนสงบอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่

หลินอู๋เชียน ร่างกายของประมุขเฒ่าเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ อาภรณ์สีเข้มขาดรุ่งริ่งและเปื้อนไปด้วยเลือดของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม... เขายังคงมีลมหายใจ และดวงตาคู่นั้นยังคงฉายประกายแห่งความอำมหิตที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

เขายืนมองภาพของหลานสาวที่กำลังกอดศพชายหนุ่มกลางหลุมลึกด้วยแววตาที่สงบนิ่ง ก่อนจะเค้นเสียงออกมาแผ่วเบาประหนึ่งเสียงกระซิบของปิศาจ

“ช่างน่าสนใจจริงๆ...”

เขายกมือขึ้นช้าๆ ในอุ้งมือที่เหี่ยวแห้งนั้นมีบางอย่างที่สำคัญอย่างยิ่ง... มันคือ “เส้นผมสีดำปนเงิน” เพียงไม่กี่เส้นที่เขาเด็ดออกมาจากร่างของเซียวหานก่อนการระเบิดครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้น

“เรื่องราวนี้... มันยังไม่จบลงง่ายๆ หรอกเยว่ซิน”

หลินอู๋เชียนพึมพำพลางจ้องมองเส้นผมในมือด้วยแววตาลุ่มลึก “กุญแจสำคัญที่แท้จริง... ยังคงอยู่ในมือของข้า”

ใต้ซากหินที่ถล่มลงมาอีกฝั่งหนึ่งของหลุมลึก ที่ซึ่งไม่มีใครสังเกตเห็น และหลินเยว่ซินก็ไม่ได้เหลียวมอง

ท่ามกลางกองดินและเลือด... นิ้วมือที่ซีดเซียวของร่างหนึ่งที่ถูกทับอยู่กลับขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย... ประหนึ่งเป็นสัญญาณแห่งชีวิตที่ยังคงดิ้นรนจะหวนคืน ทว่ากลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้หรือพบเห็นในวินาทีนี้

หลินเยว่ซินยังคงนั่งนิ่งอยู่ใจกลางซากปรักหักพัง โอบกอดร่างที่ไร้วิญญาณของเซียวหานไว้เนิ่นนาน แววตาของนางที่เคยมืดมิดบัดนี้กลับดูว่างเปล่ายิ่งกว่าเดิมประหนึ่งดวงวิญญาณได้หลุดลอยหายไปพร้อมกับเศษอิฐเศษหินรอบกาย

“ตอนนี้... ข้าคือตัวอะไรกันแน่?”

นางเอ่ยถามความเงียบด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก “และข้า... จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อสิ่งใดกัน ในโลกที่ข้าทำลายทิ้งด้วยมือคู่นี้ไปหมดสิ้นแล้ว?”

ไม่มีเสียงตอบรับจากผืนดินที่แตกร้าว ไม่มีคำปลอบประโลมจากฟากฟ้า มีเพียงความเงียบงันที่กัดกินหัวใจของสตรีผู้ชนะที่สูญเสียทุกอย่างไปตลอดกาล... ความลับที่ถูกทิ้งไว้ในซากสำนักเทียนหมิง กำลังจะเริ่มส่งกลิ่นอายแห่งหายนะครั้งใหม่ในเวลาที่ไม่มีใครคาดคิด

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status