หน้าหลัก / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 28 สิ่งที่ถูกสร้างมาเพื่อพัง

แชร์

ตอนที่ 28 สิ่งที่ถูกสร้างมาเพื่อพัง

ผู้เขียน: Charuda Singsathon
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-12 22:12:29

ตอนที่ 28 สิ่งที่ถูกสร้างมาเพื่อพัง

ซากปรักหักพังของหอหลักที่เคยยิ่งใหญ่บัดนี้เหลือเพียงเศษหินและฝุ่นผงที่ลอยคว้างปกคลุมชั้นบรรยากาศจนขุ่นมัว สายลมกรรโชกแรงพัดพาเอาความหนาวเหน็บเข้าปะทะร่างที่บอบช้ำ ทว่าท่ามกลางความวินาศสันตะโรนั้น กลับปรากฏเงาร่างสองสายยืนหยัดเคียงข้างกันอย่างมั่นคง พลังอำนาจที่แตกต่างขั้วบัดนี้ไม่ได้ปะทะกันอีกต่อไป แต่มันกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกันประหนึ่งกระแสน้ำที่ไหลมารวมกันที่ปากเหว

หลินเยว่ซิน และ เซียวหาน ทั้งสองคนเปรียบเสมือนขั้วตรงข้ามที่ถูกโชคชะตาเหวี่ยงเข้าหากันในวันที่มืดมิดที่สุด พลังมารสีดำทมิฬของหญิงสาวและแสงสีแดงฉานจากสายเลือดโบราณของชายหนุ่มไม่ได้เพียงแค่ประสานกัน แต่มันกลับกำลัง “กลืนกิน” กันและกันจนกลายเป็นพลังงานสายใหม่ที่เข้มข้นและดุดัน

ควันดำและแสงเลือดพันธนาการเข้าด้วยกันจนมีรูปร่างบิดเบี้ยวประหนึ่งสิ่งมีชีวิตที่มีลมหายใจ มันแผ่รังสีแห่งการทำลายล้างที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนที่เฝ้ามอง

“อึก!”

หลินเยว่ซินทรุดกายลงเล็กน้อย ร่างระหงสั่นเทาอย่างรุนแรงจนแทบประคองสติไว้ไม่อยู่ หยาดโลหิตสีแดงเข้มเริ่มไหลรินออกจากใบหูและดวงตาที่มืดมิดของนาง ความเจ็บปวดจากการถูกพลังงานมหาศาลสูบฉีดผ่านเส้นลมปราณที่ฉีกขาดนั้นเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะแบกรับไหว

“มัน... มันมากเกินไป... ร่างกายข้ากำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ...” น้ำเสียงของนางแผ่วเบาและแหบพร่าประหนึ่งคนใกล้สิ้นใจ

เซียวหานเองก็มีสภาพที่ไม่ต่างกันนัก เส้นลายสีดำอัปลักษณ์ลามเลียไปทั่วร่างกายของเขาประหนึ่งโซ่ตรวนปีศาจ มันพยายามจะฉีกกระชากเขาออกมาจากข้างในเพื่อสังเวยให้กับพลังที่ตื่นขึ้น

“หยุดเถอะเยว่ซิน... พอได้แล้ว!” เขากัดฟันแน่นจนเลือดไหลซึมจากเหงือก “หากยังฝืนดึงดันต่อไป... เจ้าจะแหลกสลายไปก่อนที่ศัตรูจะล้มเสียด้วยซ้ำ!”

“ถ้าข้าปล่อยมือจากเจ้าในตอนนี้...” หลินเยว่ซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้อนทว่าแน่วแน่ “เราทั้งคู่จะไม่มีทางรอดไปจากเงื้อมมือของปิศาจตนนี้ได้เลย... ข้าขอแลกทุกอย่างที่มี เพื่อจบสิ้นฝันร้ายนี้เสียที!”

ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ นั่นคือความจริงที่โหดร้ายที่สุด... พวกเขาเดินมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับเสียแล้ว

หลินอู๋เชียนยืนจ้องมองภาพการหลอมรวมพลังของทั้งสองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน มันไม่ใช่ความเอ็นดูหรือการดูแคลนเหมือนครั้งก่อนๆ ทว่ามันคือความ “ระแวดระวัง” และจริงจังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มการต่อสู้

เขารู้ดีว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เพียงเด็กน้อยสองคนที่เล่นกับไฟ แต่มันคือภัยคุกคามที่อาจสั่นคลอนความเป็นนิรันดร์ของเขาได้

“ถ้าเช่นนั้น...” ชายชราพึมพำน้ำเสียงต่ำลึก ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้นช้าๆ “ข้าคงต้องแสดงให้พวกเจ้าเห็น... ว่าอำนาจที่แท้จริงที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้หน้าตาเป็นอย่างไร”

ปังงงง!!!!

พลังอสุราระเบิดออกจากร่างของหลินอู๋เชียนอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่เพียงแค่แรงกระแทกทางกายภาพ แต่มันคือพลังที่ “ผิดธรรมชาติ” อย่างรุนแรง ท้องฟ้าเหนือสำนักเทียนหมิงพลันมืดมิดลงทันตาประหนึ่งถูกกลืนกินด้วยหลุมดำขนาดใหญ่ แสงสว่างถูกบดบังหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงบรรยากาศแห่งความตายที่เข้มข้น

“พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่า... สำนักเทียนหมิงแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องยุทธภพหรือฝึกฝนยอดฝีมือธรรมดา?”

เสียงของเขาดังก้องกังวานไปทั่วซากปรักหักพัง แฝงไปด้วยความเยาะหยันลุ่มลึก เขาจ้องตรงไปที่ดวงตามืดมิดของเยว่ซิน “ความจริงที่ข้าซ่อนไว้มาตลอดก็คือ... สำนักแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นกรงขังและโรงเพาะชิ้นส่วนสำคัญเพียงหนึ่งเดียว... นั่นก็คือ ‘เจ้า’ เยว่ซิน!”

คำประกาศนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางหัวใจของทุกคน ทุกอย่างหยุดชะงักลงในทันที แม้แต่กระแสพลังที่กำลังคลุ้มคลั่งก็ยังสงบนิ่งไปชั่วขณะด้วยความตกตะลึง

“เจ้า... ท่านปู่หมายความว่าอย่างไร?” หลินเยว่ซินตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง “ท่านเพาะเลี้ยงข้ามา... เพื่อสิ่งใดกันแน่?”

หลินอู๋เชียนคลี่ยิ้มจางๆ ที่อำมหิต “พลังมารที่อยู่ในตัวเจ้าน่ะหรือ? มันไม่ใช่ผลจากการฝึกฝนหรือสายเลือดที่ผิดปกติหรอก... แต่มันคือ ‘สิ่งต้องห้ามจากบรรพกาล’ ที่ข้าฝังไว้ในร่างเจ้าตั้งแต่วันที่เจ้าลืมตาดูโลก ข้าเลี้ยงดูเจ้า ข้ากดดันเจ้า ข้าทำให้เจ้าเจ็บปวดจนถึงขีดสุด... ก็เพื่อให้ขุมพลังนี้สุกงอมได้ที่ในวันนี้!”

เสียงของเขาเย็นเฉียบจนหยุดลมหายใจ “และวันนี้... ข้าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ข้ารอคอยมานานนับร้อยปีเสียที!”

“ไม่... ไม่จริง...”

หลินเยว่ซินก้าวถอยหลังช้าๆ ประหนึ่งโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ทุกอย่างที่นางเชื่อถือ ทุกหน้าที่ที่นางยึดมั่น และทุกความเจ็บปวดที่นางแบกรับมาตลอดชีวิต... บัดนี้มันกลับกลายเป็นเพียงแผนการอันน่ารังเกียจของผู้ที่นางเคยเรียกว่าปู่

นางไม่เคยเป็นตัวของตัวเองเลยแม้แต่วินาทีเดียว... นางเป็นเพียง “ภาชนะ” ที่รอวันถูกเก็บเกี่ยวเท่านั้น

“แล้วเจ้าล่ะ เซียวหาน...” หลินอู๋เชียนเบนสายตาไปหาชายหนุ่ม “เจ้าคิดว่าการที่เจ้ามาอยู่ที่นี่เป็นเรื่องบังเอิญอย่างนั้นรึ?”

ความเงียบเข้าครอบงำคนทั้งคู่

“เจ้าคือ ‘กุญแจ’ ที่ข้าเฝ้าตามหามานาน สายเลือดต้องสาปที่สามารถเชื่อมต่อและ ‘ควบคุม’ ขุมพลังในตัวของเยว่ซินได้...” เสียงของชายชราชัดเจนในทุกถ้อยคำ “ที่ข้าปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอดมาได้ถึงตอนนี้... ก็เพื่อให้เจ้าเป็นเครื่องมือสุดท้ายที่จะทำให้นางปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาให้ข้า!”

“ข้าสร้างพวกเจ้าทั้งคู่ขึ้นมา... เพื่อให้มาพบกัน เพื่อให้รักกัน และเพื่อให้แตกสลายไปพร้อมกันในวันนี้...”

เขาก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าวอย่างผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่า “ขอบคุณสำหรับความพยายามของพวกเจ้า... ที่ทำให้ขุมพลังนี้ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ!”

“โกหก... ทั้งหมดมันคือเรื่องโกหก!”

เซียวหานตะโกนก้อง พลังสีแดงฉานปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่งตามแรงโทสะ ทว่าลึกลงไปในก้นบึ้งของจิตใจ เขารู้แจ้งแก่ใจดีว่าสิ่งที่หลินอู๋เชียนเอ่ยออกมานั้น... มีความเป็นไปได้สูงจนน่าสยดสยอง

หลินเยว่ซินนิ่งเงียบไป ดวงตาของนางกลับมาว่างเปล่ายิ่งกว่าครั้งใดๆ ในชีวิต ครั้งนี้มันลึกซึ้งและมืดมิดยิ่งกว่าหลุมดำ

“ถ้าเช่นนั้น... ข้าก็ไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงตั้งแต่ต้น...” นางพึมพำน้ำเสียงแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความแตกสลาย “ข้าเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ถูกเติมเต็มด้วยเจตนาอันเลวทรามของท่านเท่านั้นรึ?”

เซียวหานสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาว เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปคว้าแขนของนางไว้แน่นพรัอมบีบกระชับเพื่อเรียกสติ

“ฟังข้าให้ดีเยว่ซิน!” เสียงของเขาทุ้มต่ำและหนักแน่น “ไม่ว่าอดีตที่โสมมจะถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร... ไม่ว่าเราจะเป็นหมากในมือใครมาก่อน... แต่ในวินาทีนี้ ลมหายใจนี้ และความเจ็บปวดนี้... มันคือของเจ้า และเจ้าคือเจ้า ไม่ใช่ของใครหน้าไหนทั้งนั้น!”

ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่เนิ่นนานประหนึ่งชั่วนิรันดร์ ก่อนที่หลินเยว่ซินจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองสบตากับเขาอีกครั้ง ดวงตาที่เคยว่างเปล่าพลันกลับมามีประกายแห่ง “การตัดสินใจ” ที่เด็ดขาดที่สุดในชีวิต

“ขอบใจเจ้ามาก... เซียวหาน” นางเอ่ยน้ำเสียงนิ่งสงบ “ในเมื่อข้าถูกสร้างมาเพื่อเป็นจุดจบ... ข้าก็จะขอเป็นจุดจบของท่านปู่ และสำนักที่น่ารังเกียจแห่งนี้ไปพร้อมๆ กัน!”

“งั้นเรามาจบเรื่องราวที่แสนเศร้านี้... ที่นี่ และเดี๋ยวนี้เถอะ”

นางจับมือเซียวหานไว้แน่น พลังสีดำและสีแดงถูกปลดปล่อยออกมาจนถึงขีดสุดเท่าที่ร่างกายจะแบกรับได้ ชีวิตทั้งหมด อนาคตที่ไม่มีจริง และหัวใจที่แตกสลาย ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในการโจมตีครั้งสุดท้าย

ปังงงงงง!!!!!!!

พลังมหาศาลที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกใบนี้ระเบิดออกประหนึ่งดวงอาทิตย์ที่แตกดับ แสงสีดำแดงที่รุนแรงเข้าปะทะกับความมืดมิดของพลังอสุราจากหลินอู๋เชียน โลกทั้งใบดูเหมือนจะแตกสลายลงไปในพริบตา พื้นดินทั่วทั้งสำนักเทียนหมิงยุบตัวลงกลายเป็นหลุมยักษ์ เสียงกัมปนาทดังสนั่นจนภูเขาโดยรอบถึงกับถล่มลงมา

ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นท่ามกลางพายุมรณะนั้น ไม่มีใครมองเห็นจุดจบของจอมมารเฒ่าหรือหนุ่มสาวผู้น่าเวทนา เพราะแสงสว่างที่รุนแรงและมืดมิดในคราวเดียวได้กลืนกินทุกสรรพสิ่งหายไปในพริบตา

เมื่อฝุ่นควันและแสงสีประหลาดค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าใจหาย สำนักเทียนหมิงที่เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกรบัดนี้เหลือเพียงหลุมลึกขนาดมหึมาและซากปรักหักพังที่ไร้ร่องรอยของสิ่งมีชีวิต

ทุกอย่างจบสิ้นลงแล้ว... ทิ้งไว้เพียงตำนานของหมากที่กล้าขัดขืนผู้เล่น และความลับที่มอดไหม้ไปพร้อมกับหยาดน้ำตาและคราบเลือดที่ฝังรากลึกลงสู่ผืนดินตลอดกาล

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status