Home / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 30 เศษซากของความจริง

Share

ตอนที่ 30 เศษซากของความจริง

last update publish date: 2026-04-13 12:26:55

ตอนที่ 30 เศษซากของความจริง

สายลมกระโชกแรงพัดผ่านหลุมลึกมหึมาที่เคยเป็นที่ตั้งของหอหลักสำนักเทียนหมิง เสียงหินก้อนเล็กก้อนน้อยกลิ้งตกลงสู่ก้นบึ้งที่มืดมิดดังแว่วมาเป็นระยะประหนึ่งเสียงถอนหายใจของผืนดิน โลกที่เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกร เกียรติยศนับร้อยปีของสำนักที่ถูกสร้างบนคราบเลือดและหยาดน้ำตา บัดนี้ไม่เหลือสิ่งใดนอกเสียจากซากปรักหักพังที่ไร้รูปร่างและเถ้าถ่านที่ยังอุ่นระอุ

ท่ามกลางความพินาศย่อยยับนั้น หลินเยว่ซิน ยังคงนั่งนิ่งสนิทอยู่ ณ จุดเดิม นางโอบกอดร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเซียวหานไว้แนบอกประหนึ่งกลัวว่าหากนางคลายอ้อมแขนเพียงนิด ร่างของเขาจะอันตรธานหายไปกับสายลม ใบหน้าของนางซบลงที่ไหล่ของเขา นิ่งสงบจนดูเหมือนเวลาของนางได้หยุดหมุนไปพร้อมกับลมหายใจของชายหนุ่มในอ้อมกอด

ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีหยดน้ำตาที่ไหลพราก มีเพียงความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวปกคลุมร่างของคนทั้งสองไว้

“พอได้แล้วเยว่ซิน... การนั่งกอดซากศพไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาหรอก”

น้ำเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด มันเป็นน้ำเสียงที่ราบเรียบ นิ่งสงบ ทว่าแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้คนฟังต้องตื่นจากภวังค์

เซวี่ยอิง ก้าวเดินออกมาจากกลุ่มควันและฝุ่นละอองช้าๆ ฝีเท้าของนางเหยียบย่ำลงบนเศษหินที่แตกกระจายอย่างมั่นคงประหนึ่งนางไม่เคยสะทกสะท้านต่อเหตุการณ์วินาศภัยที่เพิ่งเกิดขึ้น ดวงตาคู่คมของนางนิ่งสนิท ทว่าลึกลงไปกลับมีประกายบางอย่างที่ยากจะคาดเดา

หลินเยว่ซินไม่ได้หันกลับไปมองนางเพียงแค่ขยับริมฝีปากเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและไร้เรี่ยวแรง “เจ้ามาที่นี่ทำไม... มาเพื่อถากถางชัยชนะที่ว่างเปล่าของข้างั้นหรือ?”

“ข้ามาเพื่อบอกความจริง...” เซวี่ยอิงตอบสั้นๆ ทว่าน้ำหนักของถ้อยคำนั้นกลับหนักอึ้งประหนึ่งขุนเขาที่ทับลงบนอกของคนฟัง

หลินเยว่ซินชะงักไปเล็กน้อย นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองพี่สาวร่วมตระกูลที่นางเคยตราหน้าว่าเป็นศัตรู

“สิ่งที่ท่านปู่บอกเจ้า... สิ่งที่เขาสร้างภาพให้เจ้าเชื่อว่าทุกอย่างเป็นเพียงเกมเพาะเลี้ยงพลังในตัวเจ้า...” เซวี่ยอิงเอ่ยพลางทอดสายตามองไปในความมืดของหลุมลึก “นั่นไม่ใช่ความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในสำนักเทียนหมิงแห่งนี้หรอก”

เยว่ซินขมวดคิ้วด้วยความสับสน “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

เซวี่ยอิงก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อย “ใช่... เจ้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นภาชนะบรรจุพลังต้องห้าม เขาเพาะเลี้ยงเจ้าด้วยความแค้นและหยาดเลือด และใช้สำนักนี้เป็นกรงขังที่โอ่อ่าเพื่อกักขังเจ้าไว้...”

นางหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเพียงเล็กน้อย “แต่ความจริงที่เจ้าไม่เคยรู้คือ... ข้าเองก็ถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ที่ไม่ต่างจากเจ้าเลยแม้แต่นิดเดียว”

ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทิ้งให้หลินเยว่ซินตกอยู่ในความงุนงง

“ข้าไม่ใช่ศิษย์คนโปรด... ข้าไม่ใช่คนในสายเลือดหลินที่เขาภาคภูมิใจ...” เซวี่ยอิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ซ่อนเร้นมานานปี “ข้าเป็นเพียง ‘เครื่องมืออีกชิ้น’ ที่เขาหยิบยืมมาใช้งาน เพื่อทำหน้าที่ที่น่ารังเกียจที่สุดในกระดานหมากนี้”

น้ำเสียงของนางนิ่งสงบ ทว่ากลับแผ่รังสีแห่งความอาฆาตที่รุนแรงออกมา

“หน้าที่ของข้าที่เขาฝากฝังไว้ตั้งแต่ข้ายังจำความไม่ได้... คือการเฝ้าดูเจ้าประหนึ่งเงาตามตัว” เซวี่ยอิงหรี่ตาลงจ้องมองเยว่ซินอย่างจับผิด “ข้าต้องคอยกระตุ้นความริษยา คอยกดดันให้เจ้าเติบโต และที่สำคัญที่สุด... หากวันใดที่เจ้าเสียการควบคุม หรือพลังในร่างเจ้าเริ่มขัดขืนต่อเจตจำนงของเขา...”

นางเว้นจังหวะพลางกระชับมีดสั้นในมือ “ข้าคือผู้ที่ได้รับคำสั่งให้ปลิดชีพเจ้าทิ้งเสีย เพื่อไม่ให้ผลผลิตที่เขาเพียรสร้างมานับร้อยปีต้องหลุดมือไป”

หลินเยว่ซินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเซวี่ยอิงอย่างเต็มตา ดวงตาที่เคยว่างเปล่าไร้ชีวิตบัดนี้กลับเริ่มมีประกายแห่งความเข้าใจที่ลุ่มลึกและเย็นเยียบประหนึ่งน้ำแข็งขั้วโลก

“งั้นในยามนี้ล่ะ...” เยว่ซินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “ข้าเพิ่งทำลายทุกอย่างของเขาไป พลังมารในร่างข้าตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์และฆ่าคนไปมากมาย... เจ้ามิควรจะลงมือสังหารข้าตามหน้าที่ของเจ้าในตอนนี้หรอกหรือ?”

“ในยามนี้ข้ายังสามารถปลิดชีพเจ้าได้อย่างง่ายดาย...” เซวี่ยอิงตอบอย่างตรงไปตรงมา “ทว่าข้าเลือกที่จะไม่ทำ”

นางลดมือลงพลางถอนหายใจยาว “เพราะข้าเบื่อ... ข้าเบื่อหน่ายกับการเป็นหมากที่ไร้ชีวิต เบื่อการถูกชักใยจากเงาของชายชราผู้นั้น และเหนือสิ่งอื่นใด...”

นางจ้องลึกเข้าไปในตาของเยว่ซิน “ข้าอยากจะเห็น... ว่าคนที่กล้าทำลายทุกสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมากับมืออย่างเจ้า จะสามารถเดินไปได้ไกลเพียงใดก่อนที่ความตายที่แท้จริงจะมาเยือน”

“ลุกขึ้นซะเยว่ซิน” เซวี่ยอิงยื่นมือที่เรียวสวยทว่าเย็นเยียบออกมาหา “หากเจ้าปรารถนาจะล้มเขา... หากเจ้าต้องการจะทำลายชายที่ก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ไปแล้วผู้นั้น ลำพังเพียงตัวเจ้าคนเดียวในตอนนี้ไม่มีทางทำสำเร็จหรอก”

ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่เนิ่นนานประหนึ่งชั่วนิรันดร์ ก่อนที่หลินเยว่ซินจะค่อยๆ ขยับกาย นางวางร่างของเซียวหานลงบนพื้นหินอย่างแผ่วเบาที่สุดประหนึ่งกลัวว่าเขาจะเจ็บปวด นางจัดเสื้อผ้าของเขาให้เรียบร้อยและลูบใบหน้าที่เย็นชืดเป็นครั้งสุดท้าย

นางพยุงกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงยังคงสั่นเทาจากบาดแผลและการฝืนใช้พลัง ทว่าแผ่นหลังของนางกลับเหยียดตรงอย่างมั่นคง “ข้ายังยืนได้... และข้าจะไม่ล้มลงจนกว่าจะได้เห็นจุดจบของชายผู้นั้น”

น้ำเสียงของนางไม่มีความคลุ้มคลั่งบ้าคลั่ง และไม่มีความว่างเปล่าไร้อารมณ์อีกต่อไป ทว่ามันคือ “ความนิ่งที่อันตราย” ยิ่งกว่าครั้งใดๆ ที่เคยปรากฏมา

“หากข้าต้องสู้กับเขาอีกครั้ง... ข้าต้องรู้อะไรเกี่ยวกับความลับที่เขาซ่อนไว้อีก?” เยว่ซินเอ่ยถามพลางหันไปมองเซวี่ยอิง

เซวี่ยอิงคลี่ยิ้มจางๆ ที่แฝงความหมายลึกซึ้ง “สำนักเทียนหมิงที่เจ้าเห็นว่ายิ่งใหญ่... แท้จริงแล้วมันไม่ใช่เพียงสำนักเดียวที่เป็นกรงขังในโลกใบนี้”

“ทั้งห้าสำนักใหญ่ที่ปกครองยุทธภพอยู่ใต้อำนาจ...” เซวี่ยอิงเริ่มเปิดโปงความลับที่น่าหวาดหวั่น “แท้จริงแล้วพวกมันไม่ได้แยกจากกันเพื่อคานอำนาจอย่างที่โลกเข้าใจ แต่มันคือ ‘วงจร’ ขนาดใหญ่ที่หลินอู๋เชียนและคนในเงามืดสร้างขึ้นมา”

“แต่ละสำนักต่างครอบครอง ‘ชิ้นส่วนพลังต้องห้าม’ จากบรรพกาลไว้ในครอบครอง... และหากชิ้นส่วนเหล่านั้นถูกรวบรวมเข้าด้วยกันเมื่อใด...” เซวี่ยอิงมองตรงไปที่เยว่ซินด้วยสายตาที่จริงจัง “มันจะกลายเป็นพลังอำนาจที่แม้แต่คนอย่างหลินอู๋เชียนก็มิอาจควบคุมได้ และนั่นคือสิ่งที่เขาโหยหามาตลอดหลายร้อยปี”

“เขาต้องการรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดเข้าด้วยกัน และเจ้า... เยว่ซิน เจ้าคือ ‘ภาชนะสุดท้าย’ ที่ถูกสร้างมาเพื่อรองรับพลังมหาศาลที่เกิดจากการรวมตัวของชิ้นส่วนเหล่านั้น!”

“หากไม่มีใครหยุดยั้งแผนการนี้... เมื่อถึงเวลาที่เขารวบรวมทุกอย่างได้สำเร็จ เจ้าจะไม่เหลือแม้แต่ดวงวิญญาณหรือตัวตนของตัวเองอีกต่อไป เจ้าจะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่มีพลังทำลายล้างโลกใบนี้ได้ในพริบตา”

หลินเยว่ซินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทและหนักแน่น “ถ้าเป็นเช่นนั้น... เราจะไปหาชิ้นส่วนเหล่านั้นก่อนที่มันจะตกไปอยู่ในมือของเขา”

นางจ้องมองไปที่ขอบฟ้าที่กำลังเริ่มสว่างไสวด้วยแสงสีเลือด “ข้าจะทำลายวงจรของเขาด้วยการชิงทุกอย่างมาเป็นของข้าเอง”

เซวี่ยอิงแค่นหัวเราะอย่างรื่นรมย์ “ดี... แบบนี้เกมถึงจะน่าสนุกขึ้นหน่อย น้องสาวของข้า”

ขณะที่สตรีทั้งสองคนกำลังก้าวเดินจากไป ร่างของเซียวหานที่ยังนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมร่างของเขาไว้ประหนึ่งความตายได้ครอบครองเขาไปอย่างสมบูรณ์แบบ

ทว่า... ภายใต้ฝุ่นละอองและกองเลือดที่แห้งกรัง ปลายนิ้วของเซียวหานกลับกระตุกขึ้นอีกครั้ง... และคราวนี้มันดูแข็งแรงและมีเจตจำนงยิ่งกว่าครั้งใดๆ พลังสีแดงจางๆ เริ่มไหลเวียนรอบบาดแผลที่หน้าอกที่กำลังสมานตัวอย่างน่าอัศจรรย์

หลินเยว่ซินหันหลังให้แก่ซากปรักหักพังของสำนักเทียนหมิง นางก้าวเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองเบื้องหลังอีกแม้เพียงวินาทีเดียว ไม่มีความลังเลใจ ไม่มีความโศกเศร้าหลงเหลืออยู่ในแววตาของนางอีกต่อไป

“ในชีวิตที่ผ่านมา... ข้าเป็นเพียงหมากที่ถูกวางไว้ตามใจคนอื่น”

นางพึมพำกับสายลมแรงที่พัดผ่านร่าง “แต่ต่อจากนี้ไป... ข้าจะเป็นคนกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง และเป็นคนจบชีวิตของทุกคนที่บังอาจมาขวางทางข้า!”

ดวงอาทิตย์สีแดงฉานดุจโลหิตเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า... บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่และนองเลือดกว่าเดิมหลายเท่าตัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 40 คนที่ไม่มีสิทธิ์ถูกจำ

    ตอนที่ 40 คนที่ไม่มีสิทธิ์ถูกจำ ความเงียบงันภายในห้องหินของสำนักเงามรณะในยามนี้ไม่ใช่เพียงความสงัด แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็น บรรยากาศรอบด้านหนักอึ้งจนประหนึ่งอากาศธาตุกลายเป็นของแข็ง ลมหายใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกรั้งรอไว้ที่ลำคอ ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุนเพื่อเฝ้ามองโศกนาฏกรรม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 39 สิ่งที่ต้องทิ้ง

    ตอนที่ 39 สิ่งที่ต้องทิ้ง ความเงียบสงัดภายในห้องหินยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ มันกดทับบรรยากาศรอบกายจนอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาไอเย็นจัดเข้าไปในปอด หยาดเลือดสีแดงเข้มจากบาดแผลของหลินเยว่ซินหยดลงกระทบพื้นหินเสียงดัง แหมะ... แหมะ... ชัดเจนท่ามกลางความสงัดปานป่าช้า ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอขา

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 38 คนที่ไม่ใช่เขา

    ตอนที่ 38 คนที่ไม่ใช่เขา หิมะภายนอกยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ประหนึ่งหยาดน้ำตาจากสรวงสวรรค์ที่แข็งตัวเป็นผลึกแก้ว มันร่วงหล่นลงมาอย่างเชื่องช้า เงียบเชียบ และเยือกเย็น จนทำให้โลกทั้งใบตกอยู่ในภวังค์แห่งความเหน็บหนาวที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจ ทว่าภายในกำแพงหินอันหนาทึบของสำนักเงามรณะ ความหนาวเห

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 37 ดินแดนที่ไม่มีชื่อ

    ตอนที่ 37 ดินแดนที่ไม่มีชื่อ สายลมเหนือพัดกรรโชกหอบเอาไอเย็นจัดกรีดผ่านผิวหนังประหนึ่งใบมีดอาบยาพิษ มันไม่ได้เพียงแค่หนาว แต่มันคือความ "เจ็บ" ที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูก ยิ่งพวกนางก้าวเดินลึกเข้าไปในเขตหุบเขาไร้รัก อุณหภูมิรอบกายก็ยิ่งดิ่งวูบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาวหนาทึบ เบื้องหน้าคือเทือกเขาสูงตระ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status