Accueil / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 32 คนที่มองเห็นเรา

Partager

ตอนที่ 32 คนที่มองเห็นเรา

last update Date de publication: 2026-04-14 14:18:54

ตอนที่ 32 คนที่มองเห็นเรา

เมืองเฟิงอวี่... นครแห่งข้อมูลและความลับที่ไม่เคยหลับใหล เสียงอึกทึกของฝูงชนที่สัญจรไปมาปะปนกับเสียงตะโกนเรียกแขกของเหล่าพ่อค้าวานิช ข่าวลือสารพัดทิศทางไหลเวียนอยู่ตามโรงน้ำชาและตรอกซอกซอยประหนึ่งกระแสน้ำเชี่ยวที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง ทว่าภายใต้ความวุ่นวายที่ดูเป็นปกติเหล่านั้น กลับแฝงไปด้วยสายตานับร้อยคู่ที่คอยเฝ้าสังเกตทุกความเคลื่อนไหวของผู้ที่ย่างกรายเข้ามา

หลินเยว่ซินก้าวผ่านประตูเมืองบานยักษ์เข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามทว่าเปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิต นางไม่ได้พยายามปกปิดตัวตนหรือซ่อนเร้นพลังมารในร่างอีกต่อไป ไอสังหารสีดำจางๆ แผ่ออกมารอบกายอย่างช้าๆ มันเบาบางทว่าชัดเจนพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือกขึ้นมาในพริบตา

นางเดินไปตามถนนสายหลักประหนึ่งพญามารที่กำลังสำรวจอาณาจักรใหม่ ทุกย่างก้าวของนางคือการท้าทายศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเงามืด

ผู้คนรอบข้างที่เคยเดินเบียดเสียดกันพลันชะงักกึกไปเพียงเสี้ยววินาที ราวกับฟันเฟืองของเมืองนี้สะดุดลงชั่วคราว ก่อนที่พวกเขาจะกลับไปทำกิจกรรมของตนตามเดิมอย่างรวดเร็วประหนึ่งไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทว่าหลินเยว่ซินสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ซ่อนอยู่... สายตาของคนเหล่านั้นไม่ใช่สายตาของชาวบ้านธรรมดา แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยการประเมินและการวิเคราะห์

“เห็นไหมล่ะ...” เซวี่ยอิงกระซิบแผ่วเบาข้างหูนาง แววตาฉายชัดถึงความระแวดระวัง “ที่เมืองเฟิงอวี่แห่งนี้ ไม่มีใครโง่เขลาพอจะมองข้ามไอสังหารของเจ้าหรอก ทุกคนที่เจ้าเห็น... อาจเป็นหูเป็นตาให้กับสำนักข่าวกรองที่ใหญ่ที่สุดในใต้หล้า”

หลินเยว่ซินไม่ได้เอ่ยปากตอบคำถามนั้น ทว่านางรู้แจ้งแก่ใจดีว่าทุกฝีเท้าของนาง ทุกลมหายใจ และทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ กำลังถูก “มอง” และถูกบันทึกไว้ในม้วนตำราลับของใครบางคนอย่างละเอียดถี่ถ้วน

“ในที่สุด... แขกผู้มีเกียรติที่ข้ารอคอยก็มาถึงเสียที”

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กังวานและเปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้นจากที่สูงเหนือศีรษะ หลินเยว่ซินหยุดฝีเท้าลงทันที นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังระเบียงไม้ฉลุลายวิจิตรของโรงเตี๊ยมหรูหราที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

ชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนทอดตัวอยู่บนระเบียงนั้น เขาอยู่ในชุดผ้าไหมสีเทาเรียบกริบที่ดูสะอาดสะอ้าน ท่วงท่าดูเหมือนบัณฑิตผู้มีความรู้ ทว่าดวงตาของเขากลับคมปราบและลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง รอยยิ้มจางๆ ที่ประดับบนใบหน้าของเขานั้นดูเป็นมิตร ทว่ากลับแฝงไปด้วยความอันตรายที่บีบคั้น

“ซูเหยียน...”

เซวี่ยอิงพึมพำชื่อนั้นออกมาเบามากจนแทบไม่ได้ยิน ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบของนางพลันเคร่งขรึมขึ้นมาทันที “ผู้คุมหอข่าวกรองทิศประจิม... คนที่อันตรายที่สุดของเฟิงอวี่”

ซูเหยียนคลี่ยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อยพลางกางพัดในมือออกอย่างเนิบนาบ “สองท่านเดินทางไกลจากสำนักเทียนหมิงที่ล่มสลายมาถึงที่นี่... ไม่คิดจะแวะพักดื่มน้ำชาให้หายเหนื่อยก่อนหรือ?”

“ไม่จำเป็น” หลินเยว่ซินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั้นและเย็นเยียบประหนึ่งคมดาบที่เพิ่งถอนออกจากฝัก “ข้ามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์เดียว และเจ้าก็รู้ดีว่ามันคืออะไร”

“ช่างใจร้อนเสียจริง...” ซูเหยียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาฟังดูรื่นรมย์ทว่ากลับทำให้สันหลังของคนฟังวาบหวาม “ข้าเตรียมห้องพักที่สงบที่สุดไว้รอรับพวกท่านแล้ว... แต่มันอาจจะสงบเสียจนพวกท่านไม่ได้กลับออกมาอีกเลย”

ความเงียบงันเข้าครอบงำบรรยากาศในเมืองเฟิงอวี่เพียงวินาทีเดียว ทว่ามันกลับเป็นวินาทีที่ยาวนานที่สุด

ฟึ่บ!

ทันใดนั้นเอง ผู้คนที่เคยเดินขวักไขว่อยู่บนถนนพลันเลือนหายไปราวกับหมอกควัน ร้านค้าที่เคยเปิดไฟสว่างไสวกลับปิดตัวลงอย่างรวดเร็วประหนึ่งฉากละครที่ถูกเลิกแสดง ถนนที่เคยพลุกพล่านกลับว่างเปล่าและเงียบกริบจนน่าขนลุก

“สายไปเสียแล้วแขกผู้มาเยือน...” น้ำเสียงของซูเหยียนดังก้องกังวานมาจากทุกทิศทาง ทว่าร่างของเขาที่ระเบียงกลับเลือนลางหายไป

พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของหลินเยว่ซินเริ่มสั่นสะเทือนรุนแรง ภาพบ้านเรือนรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวและแตกกระจายประหนึ่งเศษกระจกที่ร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า ความจริงรอบกายถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดและแสงสว่างที่กระพริบถี่จนพร่ามัว

“ค่ายกลภาพลวงตา...” เซวี่ยอิงกัดฟันแน่น นางพยายามรวบรวมลมปราณเพื่อต้านทานแรงกดดัน “นี่มันไม่ใช่แค่ค่ายกลธรรมดา... แต่มันคือการสร้างโลกจำลอง ทั้งเมืองนี้คือกับดักขนาดมหึมาที่เตรียมไว้ต้อนรับเรา!”

“ไม่ใช่เพียงแค่กับดักหรอก...” เสียงของซูเหยียนดังก้องอยู่รอบตัวราวกับเขายืนอยู่ข้างหู “แต่มันคือค่ายกลสะท้อนจิต... สิ่งที่พวกเจ้าเห็นและเผชิญอยู่ คือสิ่งที่ข้าจงใจสร้างขึ้นมาจากการสืบค้นข้อมูลในหัวใจของพวกเจ้าเอง!”

“เจ้ารู้ล่วงหน้าว่าข้าจะมาที่นี่งั้นหรือ?” หลินเยว่ซินถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ ทว่าแฝงไปด้วยไอสังหารที่เริ่มปะทุ

“แน่นอนสิ...” เขาหัวเราะอย่างรื่นรมย์ “ในใต้หล้านี้ไม่มีข่าวใดที่รอดพ้นสายตาข้าไปได้ ข้าคือคนที่ 'รู้ทุกอย่าง' แม้กระทั่งจำนวนก้าวที่เจ้าเดิน หรือจำนวนคนบริสุทธิ์ที่เจ้าปลิดชีพทิ้งที่เทียนหมิง!”

ฉึก!

ในเสี้ยววินาทีที่หลินเยว่ซินกำลังสนทนา เงาสีดำประหลาดสายหนึ่งพุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดินประหนึ่งอสรพิษที่ซุ่มโจมตี ปลายแหลมของมันพุ่งตรงเป้าหมายที่หัวใจของนางอย่างแม่นยำ

หลินเยว่ซินบิดกายหลบได้อย่างหวุดหวิด ทว่าความเร็วของเงานั้นกลับเหนือความคาดหมาย

ฉัวะ!

เลือดสีแดงสดซึมออกมาจากหัวไหล่ของนางเป็นทางยาว ความเจ็บปวดแผ่ซ่านทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือความแม่นยำในการจู่โจม

“มันไม่ได้โจมตีแบบสุ่มเลือกเป้าหมาย...” เซวี่ยอิงตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงรัวเร็ว “ค่ายกลนี้มันกำลัง 'อ่าน' การเคลื่อนไหวและรูปแบบการป้องกันของเจ้า มันรู้ว่าเจ้าจะหลบไปทางไหนก่อนที่เจ้าจะขยับตัวเสียอีก!”

“ถูกต้องแล้ว...” ซูเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยชัยชนะ “ยิ่งเจ้าพยายามสู้ ยิ่งเจ้าขยับกายมากเท่าไหร่ ข้อมูลการเคลื่อนไหวของเจ้าก็จะถูกข้าวิเคราะห์และบันทึกไว้มากขึ้นเท่านั้น ข้ายิ่งรู้จักเจ้ามากขึ้น... เจ้าก็ยิ่งเข้าใกล้ความตายมากขึ้น!”

เงาดำมรณะเริ่มผุดขึ้นจากพื้นดินรอบกายมากขึ้นเรื่อยๆ จากสิบเป็นยี่สิบ จากยี่สิบเป็นร้อย พวกมันโอบล้อมคนทั้งสองไว้ทุกทิศทาง ทุกการขยับเขยื้อนของเงาเหล่านั้นลอกเลียนท่วงท่าของหลินเยว่ซินราวกับเป็นเงาสะท้อนในกระจก

หลินเยว่ซินสูดลมหายใจเข้าลึก นางค่อยๆ ลดมือที่กุมกระบี่ลง พยายามบังคับให้จังหวะการเต้นของหัวใจสงบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ นางหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่าง ยืนนิ่งสงบประหนึ่งรูปปั้นหินที่ไร้ความรู้สึก

“หยุดขยับตัวเสีย... เซวี่ยอิง” นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เซวี่ยอิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาของนางจะเบิกกว้างเมื่อเข้าใจถึงเจตนาของน้องสาว “เจ้า... เจ้าคิดจะใช้ความนิ่งเพื่อตัดกระแสข้อมูลของมันงั้นหรือ?”

“ถ้ามันมีหน้าที่ในการ 'อ่าน' ตัวตนของข้าผ่านการกระทำ...” หลินเยว่ซินเงยหน้าขึ้นมองความว่างเปล่าเบื้องบน “ข้าก็จะทำให้ตัวเองกลายเป็นความว่างเปล่าที่มันไม่มีทางจะอ่านอะไรออกได้เลย!”

นางหลับตาลงอย่างช้าๆ ตัดขาดสัมผัสจากโลกมายาภายนอก และจมดิ่งลงสู่ความลึกของจิตวิญญาณที่มืดมิด

ทุกอย่างพลันเงียบสงัดลงประหนึ่งโลกใบนี้ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต แม้แต่เงาดำที่พุ่งเข้าหาเมื่อครู่ยังหยุดชะงักงันค้างอยู่กลางอากาศ ราวกับสุนัขที่สูญเสียกลิ่นของเหยื่อ

วินาทีทองคำปรากฏขึ้นเพียงชั่วอึดใจเดียว ทว่าสำหรับหลินเยว่ซินแล้ว มันมากพอที่จะทำให้แผนการสวนกลับเริ่มต้นขึ้น

ปัง!!!

หลินเยว่ซินลืมตาขึ้น ดวงตาของนางกลายเป็นสีดำสนิทไร้ซึ่งความลังเล พลังมารในร่างระเบิดออกอย่างรุนแรงประหนึ่งภูเขาไฟที่ปะทุ คลื่นพลังสีดำกวาดล้างเงามายาทั้งหมดรอบกายจนแหลกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา

ภาพลวงตาที่เป็นกำแพงเมืองและถนนเริ่มปริร้าวเป็นทางยาวประหนึ่งกระจกที่ถูกค้อนทุบ แสงสว่างจางๆ จากโลกภายนอกลอดผ่านรอยแตกเข้ามาให้เห็นเพียงชั่วคราว

ทว่า... รอยร้าวนั้นกลับถูกซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์ พลังของค่ายกลนี้ดูเหมือนจะลุ่มลึกกว่าที่นางจินตนาการไว้มากนัก

ซูเหยียนปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าหลินเยว่ซินในระยะประชิด เขาไม่ได้อยู่บนระเบียงที่ห่างไกลอีกต่อไป ทว่ากลับยืนอยู่ตรงหน้าในระยะที่สัมผัสได้ถึงลมหายใจ

“น่าสนใจจริงๆ...” เขายิ้มอย่างอ่อนโยนทว่าแววตาเปี่ยมด้วยความกระหาย “เจ้าคือคนแรกในรอบหลายปีที่สามารถสร้างรอยร้าวให้กับค่ายกลสะท้อนจิตของข้าได้ด้วยความสงบนิ่งเพียงเสี้ยววินาที”

เขายกมือขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศธาตุประหนึ่งกำลังร่ายรำ

“ถ้าเช่นนั้น...” น้ำเสียงของเขาลดต่ำลงจนดูน่าขนลุก “เรามาเริ่มเล่นเกมแห่งความตายกันจริงๆ เสียทีเถอะ แขกผู้โง่เขลาของข้า”

วูบ!

พื้นหินใต้เท้าของหลินเยว่ซินและเซวี่ยอิงพลันหายวับไปราวกับไม่มีอยู่จริง ร่างของสตรีทั้งสองร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้งในพริบตา

“ยินดีต้อนรับ...” เสียงของซูเหยียนดังสะท้อนก้องไปมาในความมืดที่มืดมิดที่สุด “สู่ชั้นลึกที่แท้จริงของสำนักเฟิงอวี่... สถานที่ที่ความลับจะถูกรีดเค้น และวิญญาณจะถูกชำระล้างให้หายไปตลอดกาล!”

ความมืดมิดปกคลุมทุกสรรพสิ่ง เหลือเพียงความหวาดหวั่นและกลิ่นอายของการทรยศที่กำลังจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status