Se connecterตอนที่ 5
หมาหวงก้าง
“ยะ อย่าทำร้ายข้าเลยนะเจ้าคะ!! ให้ข้าคุกเข่าให้คุณหนูก็ได้ ขะ ข้า ข้าไม่เคยคิดจะยุ่งกับรัชทายาทเลย เมื่อวานข้าก็บอกเขาไปชัดเจนแล้ว ข้ารู้ดีว่าน้องรองกับรัชทายาทมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ในเมื่อพวกท่านยังรู้ แล้วเหตุใดข้าที่เป็นพี่สาวนางจะไม่รู้ล่ะ”
นางเอ่ยเสียงสั่น พร้อมกับคุกเข่าขอร้องสตรีที่เข้ามาหาเรื่อง จนหญิงสาวรีบถอยหลังไปหลายก้าว เพราะไม่คิดว่านางจะทำเช่นนี้
“เจ้าทำอะไร! ข้าเพียงเข้ามาถามความจริงกับเจ้าเท่านั้น อย่ามาทำเป็นสำออยหน่อยเลย! เมื่อวานคนรู้เห็นทั่วตลาด ว่าเจ้าพยายามแทรกกลางความรักของเยว่ฉินกับรัชทายาทน่ะ!!!!”
คุณหนูผู้นั้นยังพูดต่ออย่างไม่อายใคร หากนางจำไม่ผิดสตรีผู้นี้ ในอนาคตถูกไทเฮาวางตัวไว้ให้เป็นพระชายาชินอ๋อง หญิงสาวอาจรู้แล้ว เลยวางท่าหยิ่งผยองเช่นนี้
“คุณหนูเห็นกับตาหรือ ว่าข้าพยายามขัดขวางความรักของน้องสาว หรือเพียงท่านได้ยินได้ฟังมาจากคนอื่น แล้วเอามาตำหนิข้าเป็นเรื่องเป็นราวเช่นนี้” นางเอ่ยถามอย่างใสซื่อ จนหญิงสาวตรงหน้าชะงักไป
“ขะ ข้า คนเขาก็เห็นก็พูดกับทั่ว เจ้ายังจะแก้ต่างอะไรอีก!”
“ข้าว่าคุณหนูควรกลับไปท่องตำรากุลสตรีเพื่อทบทวนความจำหน่อยก็ดีนะเจ้าคะ ข้าจำได้ว่ามีข้อหนึ่งบอกไว้ ว่าสตรีไม่ควรวิจารณ์ผู้อื่นหากเรื่องนั้นยังไม่กระจ่างว่าเป็นความจริงหรือไม่”
“นี่เจ้า!!!!!!” พอถูกวิจารณ์ซึ่งหน้าเช่นนี้ ฮ่านอิงอี้ก็ถึงกับพูดไม่ออก
“เออ หาไม่แล้วจะกลายเป็นสตรีปากพล่อย ไม่มีบุรุษใดอยากรับเป็นภรรยา อุ้ย! ขออภัยเจ้าค่ะ! ข้าไม่ค่อยรู้ธรรมเนียมเมืองหลวงนัก ปกติที่แดนเหนือหากใครทำไม่ถูกก็จะวิจารณ์ซึ่งหน้า เพื่อให้สตรีผู้นั้นปรับปรุงตัว คุณหนูท่านนี้อย่าถือสาข้าเลยนะเจ้าคะ”
นางแสร้งตกใจเมื่อเห็นสีหน้าคุณหนูที่เข้ามาหาเรื่องตน ตอนนี้มันแดงก่ำเพราะความโกรธที่พุ่งขึ้น
“นังหญิงบ้านนอก! เจ้ากล้าวิจารณ์ข้าที่เป็นบุตรสาวเสนาบดีเช่นนี้ คงไม่รู้สินะว่าข้าทำสิ่งใดได้บ้าง!!” ฮ่านอิงอี้โกรธจนระงับอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ปรี่เข้ามาหมายจะตบสั่งสอนสตรีที่หยามเกียรติตนให้หนำใจ
“มีเรื่องอะไรหรือ ให้เปิ่นหวางร่วมวงด้วยได้หรือไม่”
เสียงบุรุษดังขึ้น ก่อนที่นางจะรู้สึกว่ามีใครบางคนยืนซ้อนด้านหลัง พร้อมกับลมหายใจที่เป่ารดต้นคอ
“คารวะชินอ๋องเพคะ!!” ทุกคนที่เห็นว่าผู้ใดเข้ามาก็รีบทำความเคารพ ก่อนจะเห็นว่ารัชทายาทเดินตามหลังเข้ามาอีกคน
“คารวะรัชทายาทเพคะ”
“ตามสบายเถอะ มีเรื่องอะไรงั้นหรือ เมื่อครู่เปิ่นไท่จื่อเข้ามาช้า เสด็จอาพอจะเล่าให้ฟังบ้างได้หรือไม่” รัชทายาทมองไปยังอาของตนที่ยืนซ้อนหลังจ้าวซิ่วเหรินอยู่
“เปิ่นหวางก็กำลังถามพวกนางอยู่พอดี มีใครพอจะเล่าให้เปิ่นหวางฟังได้หรือไม่” น้ำเสียงนิ่งเรียบนี้ทำเอาเจ้าของงานต้องรีบออกหน้า
“เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันเล็กน้อยเพคะ รัชทายาทกับชินอ๋องเชิญที่โต๊ะเถอะ งานเลี้ยงใกล้เริ่มแล้ว ทุกคนเชิญที่โต๊ะด้วยนะเจ้าคะ”
คุณหนูเหลียงที่ยืนเงียบอยู่ข้างหลังจ้าวเยว่ฉินรีบเอ่ย นางมองสตรีเหล่านั้นด้วยสายตาอ่านยาก เพราะรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ล้วนเป็นเพราะจ้าวเยว่ฉินเล่าเรื่องของนางให้พวกเขาฟัง
ในนิยายนางอาละวาดแล้วรัชทายาทเข้ามาพอดี เขาเลยพาน้องสาวออกจากงาน ส่วนนางก็กลายเป็นที่รังเกียจของคุณหนูในเมืองหลวง เป็นที่นินทาของชาวบ้านไปอีกหลายเดือน
“หากไม่มีอะไรเราก็ไปนั่งที่โต๊ะกันเถอะ” รัชทายาทส่งสายตาให้จ้าวเยว่ฉินเดินไปพร้อมกัน ซึ่งทุกคนก็พร้อมใจกันหลีกทางให้
“หึ! เจ้าดูให้เต็มตาเสีย! คนที่รัชทายาทเลือกคือจ้าวเยว่ฉิน ไม่ใช่เจ้า!!” ฮ่านอิงอี้หันมาเหยียดยิ้มให้นาง แล้วรีบเดินตามชินอ๋องที่ตนหมายปองไป
แม้รัชทายาทจะเดินไปนั่งที่โต๊ะของตนแล้ว แต่สายตาก็มองไปยังสองพี่น้องตระกูลจ้าวบ่อย ๆ สลับกับมองไปยังชินอ๋องที่เป็นอาของตน
ท่าทีของชินอ๋องตอนเขาเดินเข้างานเลี้ยงมานั้น ยังคงทำให้เขาค้างคาใจไม่หาย หรือชินอ๋องจะชอบจ้าวซิ่วเหริน
พอคิดเช่นนี้ความโกรธสายหนึ่งก็พุ่งขึ้นมา ทั้งที่เขากับนางพบเจอผูกสัมพันธ์กันมาก่อน หรือเป็นเพราะนางเคยพบชินอ๋องที่เมืองทางเหนือ นางเลยมาขอตัดสัมพันธ์กับเขา
ยิ่งคิดรัชทายาทหนุ่มก็ยิ่งยอมรับไม่ได้ จนกระทั่งการแสดงตรงหน้าจบลง
“คุณหนูหว่านแสดงได้งดงามนัก แต่ข้าได้ยินว่าคุณหนูใหญ่จ้าวกลับมาเมืองหลวงแล้ว จะเป็นอะไรหรือไม่หากข้าจะให้นางออกมาแสดงความสามารถให้ทุกคนเห็นเสียหน่อย”
เหลียงฮูหยินเอ่ยกับฮูหยินใหญ่จ้าวให้ทุกคนได้ยิน โดยไม่แม้แต่จะมองมาที่นางเลยสักนิด ว่าพร้อมแสดงหรือไม่
“ย่อมได้เจ้าค่ะ แม้คุณหนูใหญ่จะเติบโตที่ต่างเมือง แต่ก็ได้ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวอบรมด้วยตัวเอง เรื่องพวกนี้นางย่อมทำได้ราวกับอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว”
ฮูหยินใหญ่รีบตอบรับอย่างยินดี ในนิยายไม่เคยมีฉากนี้ นางเลยรู้สึกลำบากใจขึ้นมา นางไม่เก่งเรื่องศาสตร์ทั้งสี่ของสตรีนัก เพราะสนใจเรื่องอาวุธและค้าขายมากกว่า
“เช่นนั้นคุณหนูใหญ่จ้าวจะแสดงอะไรให้พวกเราชมหรือ” ทุกสายตามองมาที่นางทันที นางเลยลุกไปกลางเวทีการแสดง
“ข้าไม่ค่อยเก่งศาสตร์ของสตรีนัก ที่พอทำได้ดีก็มีแค่การรำดาบ เพราะท่านย่าชอบดูมากที่สุด แต่ข้ามักใช้ดาบจริงในการแสดง เพราะฉะนั้นคงรบกวนเหลียงฮูหยินหาดาบจริงให้ข้าสักเล่มแล้วเจ้าค่ะ”
นางเอ่ยเช่นนี้เพราะรู้ว่ากว่าคนจะไปเอาดาบมาก็รออย่างน้อยหนึ่งเค่อ[1] ตอนนั้นคุณหนูคนอื่นก็ต้องขึ้นมาแสดงก่อน ส่วนนางก็จะบอกว่าปวดท้องแล้วขอหนีออกจากงานเสีย!
แต่เหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้าง เมื่อชินอ๋องที่นั่งอยู่ลุกขึ้นเดินมายื่นดาบของตัวเองให้นาง
“ดาบของเปิ่นหวางยังไม่ได้ใช้ คุณหนูจ้าวยืมไปทำการแสดงก่อนก็ได้”
ภาพตรงหน้าทำเอาทุกคนตะลึง ดาบประจำตัวชินอ๋องนี้ไม่ใช่ว่าใครจะแตะต้องก็ได้ แต่นี่ชินอ๋องกลับยื่นให้คุณหนูจ้าวด้วยตัวเอง
ไม่ใช่แต่ทุกคนที่ตะลึง นางเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อได้สตินางจึงรับดาบนั้นมา แต่ในใจแอบหมายหัวชินอ๋องผู้นี้ไว้แล้ว ท่านทำแผนข้าพังทลาย!!
“ขอบพระทัยชินอ๋องเพคะ” นางกัดฟันยิ้มรับ
“เสด็จอาข้าคิดว่าคงไม่เหมาะนักพะย่ะค่ะ คุณหนูจ้าวเป็นสตรีในห้องหอ แม้นางจะเอ่ยปากว่าเก่งรำดาบ แต่ก็คงเป็นดาบทั่วไป ไม่ใช่ดาบอาญาสิทธิ์เช่นของท่าน ท่านให้นางยืมเช่นนี้ข้าเกรงว่านางจะรำได้ไม่จบเพลงนะพะย่ะค่ะ คุณหนูใหญ่จ้าวรับดาบนี้ไปแทนเถอะ”
รัชทายาทเดินเข้ามาพร้อมยื่นดาบในมือให้นางอีกคน ซึ่งดาบนี้เป็นขององครักษ์เขาเอง
“ขอบพระทัยรัชทายาทเพคะ แต่ดาบที่หม่อมฉันเคยใช้มีน้ำหนักพอ ๆ กับดาบของชินอ๋อง คงไม่รบกวนพระองค์แล้ว” นางยิ้มบางก่อนหันหลังให้ทั้งสองเพื่อเตรียมการแสดง
การปฏิเสธของนางแบบทันทีนี้ ทำให้รัชทายาทรู้สึกหน้าชาเหมือนโดนใครตบ ก่อนจะตัดสินใจได้ว่าหญิงสาวคงโกรธตนเรื่องวันนั้นจริง ๆ ที่ไม่เอาใจใส่นางเท่าที่ควร
“รัชทายาทกลับไปนั่งที่เถอะ หรือจะไปนั่งกับคุณหนูรองจ้าวก็ดีนะ ตอนนี้สีหน้านางดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ชินอ๋องเอ่ยพลางพยักหน้าไปทางโต๊ะตระกูลจ้าว พร้อมรอยยิ้มมุมปาก
รัชทายาทเห็นว่าเป็นเช่นที่เสด็จอาพูดจริง ตนเลยเปลี่ยนไปนั่งกับจ้าวเยว่ฉินแทน เพื่อให้นางวางใจว่าอย่างไรเขาก็เลือกนาง
“รัชทายาทไม่ต้องมานั่งกับหม่อมฉันก็ได้เพคะ เดี๋ยวพี่หญิงจะเข้าใจผิดเอาได้” พอเขานั่งลง สตรีข้างกายก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวลทันที
“ไม่ต้องห่วง เจ้าหน้าซีดเพียงนี้นางต้องเข้าใจแน่ว่าข้ามาหาเจ้าเพราะอะไร หากนางไม่เข้าใจจริง ๆ คงได้แต่ปล่อยผ่านเท่านั้น”
เขายกชายเสื้อขึ้นซับเหงื่อที่ผุดบนหน้าผากให้หญิงสาวอย่างใส่ใจ ฮูหยินใหญ่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็แอบอมยิ้มอย่างสุขใจ
ในใจรัชทายาทหนุ่มยังคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าอย่างไรจ้าวซิ่วเหรินก็ไม่คิดทอดทิ้งตนแน่ ที่ทำเป็นหมางเมินเขา เพราะนางโกรธเขาเท่านั้น
[1] 1 เค่อ = 15 นาที
ตอนที่ 30บทส่งท้าย“ท่านพี่!!” นางตีอกเขาไปหลายที แต่เขากลับยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วจัดท่าทางเพื่อกินนางได้ถนัดขึ้นกว่ารถม้าจะกลับมาที่ตำหนักชินอ๋องก็ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม แต่แปลกนักที่ตอนลงจากรถม้า ชินอ๋องเป็นคนอุ้มพระชายาลงมาทุกคนเลยคิดว่าพระชายาอาจเพลียจากงานเลี้ยงตำหนักรัชทายาท เลยหลับไประหว่างทางแต่ความจริงมีเพียงนางและคนรับใช้ใกล้ชิดเท่านั้น ที่รู้ว่านางถูกชินอ๋องรังแกบ่อยเพียงใด แม้แต่ระเบียงทางเดินยามค่ำคืนก็เคยมาแล้วไม่ต้องพูดถึงที่อื่น ๆ ในตำหนัก เขารังแกนางทุกที่ราวกับกำลังเก็บแต้มให้ครบทุกสถานที่ และอนาคตมันก็เริ่มลามไปถึงนอกตำหนักหกเดือนหลังแต่งงานกับชินอ๋องนางก็ตั้งท้อง และให้กำเนิดบุตรชายในเวลาต่อมาในราชสำนักก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รัชทายาทถูกเปลี่ยนตัวใหม่ เพราะไป๋เฉิงเว่ยถูกเปิดโปงว่ามีจิตวิปลาส ชอบรังแกสตรีจนมีคนขนศพออกจากตำหนักรัชทายาททุกเจ็ดวันขุนนางจึงประท้วงให้ปลดเขา และเนรเทศไปอยู่ชายแดนตลอดชีวิต และเลือกคนที่เหมาะสมแต่งตั้งเป็นรัชทายาทคนใหม่ในเวลาต่อมา“เจ้าไปร่วมงานเลี้ยงกับมารดาวันนี้ รู้หรือไม่ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง” เสียงชินอ๋องคุยกับบุตรชายวัยห้าหนา
ตอนที่ 29ผัวเมียการละคร“แค่ก!! เออ แต่เดิมไทเฮาเลือกนางไว้เป็นชายาเอกของเจ้า เพียงแต่เจ้าแต่งชายาเอกแล้ว คุณหนูฮ่านบอกว่านางยอมเป็นชายารองก็ได้ เจ้าก็รับนางเข้าตำหนักเถอะ นางยอมไม่แต่งงานกับชายอื่นเพื่อเจ้า ทนรอเจ้ามาตั้งสามปีเลยนะ”ฮ่องเต้เอ่ยแกมขอร้องน้องชาย ที่ตอนนี้สีหน้าเย็นชาจนน่ากลัว หากเขาไม่ใช่โอรสสวรรค์ คงถูกน้องชายผู้นี้จับไปสับเป็นหมื่น ๆ ชิ้นแล้ว“แล้วเกี่ยวอะไรกับกระหม่อมเล่าพะย่ะค่ะ คุณหนูฮ่าน เปิ่นหวางเคยบอกให้เจ้ารอหรือ หากจำไม่ผิดเปิ่นหวางกับเจ้าไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ แล้วเจ้าเอาความมั่นใจใดมาคิด ว่าจะได้แต่งเป็นชายาเอกเปิ่นหวาง”ฮ่านอิงอี้เหมือนถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นตบจนหน้าชา ตอนนี้หญิงสาวหน้าร้อนผ่าวจนเกินคำว่าอายไปแล้ว“ชินอ๋องพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูก...” เสนาบดีฮ่านทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ชินอ๋องพูดแทรกขึ้นมาก่อน“สิ่งใดที่เปิ่นหวางทำไม่ถูก ควรเป็นคนของเสนาบดีหรือไม่ที่ทำไม่ถูก ไหน ๆ ก็พูดเรื่องนี้แล้ว คุณหนูฮ่าน ท่านทำเรื่องอะไรลับหลังบิดาไว้ บิดาเจ้ารู้หรือยัง”ชินอ๋องจ้องไปยังหญิงสาว พอสบตากับสายตานั้น หญิงสาวก็เสียวสันหลังวาบทันที“ชินอ๋องพูดเรื่องใดเพคะ หม่อมฉั
ตอนที่ 28วาสนาไม่ถึงเมื่อส่งตัวเจ้าสาวเข้าเรือนหอ ท่านโหวกับคุณชายจ้าวก็ขอตัวกลับจวนทันที เพราะพวกเขายังมีเรื่องที่ต้องสะสางเมื่อถึงจวนพ่อบ้านก็ไปเชิญฮูหยินเอกของจวนมา ตอนนี้สภาพของฮูหยินใหญ่ดูไม่ค่อยดีนัก เพราะหญิงสาวเหมือนคนสติหลุดไปแล้ว“ท่านโหว ข้าเห็นอดีตฮูหยินมาหาข้าอีกแล้ว นางมารอรับข้าไปอยู่ด้วย ท่านช่วยบอกนางทีว่าข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าผิดไปแล้ว!!”จากสตรีงดงามเป็นฮูหยินเอกท่านโหวที่ทุกคนนับหน้าถือตา บัดนี้กลายเป็นสตรีสติฟั่นเฟือนไปเสียแล้ว“ฟางหลิ่งซิน สิ่งที่เจ้าทำนั้นแม้ไม่มีหลักฐานเอาผิดทางกฎหมาย แต่ตอนนี้กรรมก็ได้ตามทันเจ้าแล้ว จากนี้เจ้าก็ไปใช้ชีวิตอยู่ที่อารามนอกเมืองเถอะ ข้าจะไม่ให้เจ้าลำบากแน่นอน และจากนี้ข้าขอประกาศต่อทุกคน ว่าจวนโหวไม่มีฮูหยินเอกฟางหลิ่งซินอีกต่อไป!”ท่านโหวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด โดยไม่มีคำทัดทานจากบุตรชายเช่นที่ผ่านมา ฟางหลิ่งซินที่อยู่ ๆ ก็ถูกปลดจากตำแหน่งฮูหยินเอกถึงกับนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง“ท่านปลดข้าหรือ ท่านปลดข้าที่ดูแลจวนโหวให้ท่านมาเป็นสิบปี ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร! ข้าเป็นมารดาของพระชายารัชทายาทนะ ทำเช่นนี้แล้วจ้าวเยว่ฉินจะอยู่ต่ออย่างไร ข้
ตอนที่ 27ตามกรรมจัดสรรคำพูดของฮูหยินใหญ่ของจวน ทำเอาทุกคนตรงนั้นตกตะลึง เพราะนี่ถือเป็นการยอมรับกลาย ๆ ว่าหญิงสาวได้เล่นไม่ซื่อกับยาบำรุงครรภ์ของอดีตฮูหยินจริงเพี๊ยะ!!!!“ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นสตรีขี้อิจฉาเพียงนี้ ขังนางไว้ในจวน หากไม่มีคำสั่งห้ามปล่อยตัวนางออกมา จบงานมงคลข้าจะกลับมาจัดการด้วยตัวเอง!!”ท่านโหวทนไม่ไหวถึงกับลงไม้ลงมือกับภรรยา ที่ยามนั้นตัวเองเคยแอบปันใจให้“......” จ้าวเจินห่าวมองหน้าหญิงที่ตนรักมาตลอด ด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนหันหลังออกจากตรงนั้นโดยไม่หันกลับไปมองอีก“ความสัมพันธ์ของเจ้ากับนางไม่สามารถเป็นไปได้ตั้งแต่แรกแล้ว เจ้าควรตัดใจตั้งแต่เกิดเรื่องปีนั้น เมื่อน้องสาวเจ้าแต่งงานแล้ว พ่อจะหาสตรีที่ดีให้เจ้าสักคน”ท่านโหวเอ่ยกับบุตรชายที่กำลังเดินออกไป ราวกับคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต“หากท่านพ่อเห็นสมควร ลูกก็พร้อมทำตามคำสั่งขอรับ” ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะเดินออกไปอย่างคนไร้วิญญาณ“ท่านพ่อกลับไปพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวล้มป่วยขึ้นมาอีกคนคงไม่มีคนส่งลูกขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแน่” นางพูดให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง“เห้อ!! ขอบใจเจ้านะ ที่ไม่ถามอะไรมากไปกว่านี้ เ
ตอนที่ 26เรื่องผิดพลาดในอดีตคืนนั้นชินอ๋องมาหานางอีกครั้ง และพานางไปหลอกผีแม่เลี้ยงเช่นเดิม เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นเรือนนั้นทำเอานางรู้สึกดีอย่างมากแล้วทุกวันก็เป็นเช่นนี้ ติดต่อกันนานถึงเจ็ดวัน สภาพยามเช้าของฮูหยินใหญ่ตอนนี้แทบจะดูไม่ได้แล้ว เพราะเหมือนศพเดินได้เข้าไปทุกวัน“ฮูหยิน เจ้าได้นอนบ้างหรือไม่ สภาพเจ้าตอนนี้ดูไม่ได้เลยนะ”ท่านโหวเอ่ยถามฮูหยินของตนด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง จ้าวเจินห่าวที่กลับจวนมาในรอบห้าวันเห็นแม่เลี้ยงก็ยังมีสีหน้าตกใจ“ท่านไม่สบายหรือ! เหตุใดหน้าตาโทรมเพียงนี้ เรียกหมอมาตรวจอาการดีหรือไม่!”“พี่ใหญ่ก็พูดเสียใหญ่โต ฮูหยินใหญ่บอกว่าตอนกลางคืนนางนอนไม่ค่อยหลับเท่านั้นเองเจ้าค่ะ” นางปรามพี่ชายไว้“แต่ดูหน้านางสิ ข้าว่าเรียกหมอมาดีกว่านะ”“เมื่อวานก็เรียกมาแล้ว เจ้ากลับมาจวนก็ไปจัดการตัวเองเสีย”ท่านโหวพูดเสียงแข็งใส่บุตรชายคนโต ชายหนุ่มเลยชะงัก ก่อนจะจำใจเดินกลับเรือนไปนางสังเกตมองอยู่ตลอดเลยเห็นว่าบิดาดูไม่ค่อยพอใจนัก ยามที่พี่ชายดูเป็นห่วงฮูหยินใหญ่“ท่านพ่ออย่าดุพี่ใหญ่เลยเจ้าค่ะ เขาคงเป็นห่วงฮูหยินใหญ่เหมือนข้าและทุกคนนั่นแหละ”ท่านโหวหันมามองบุตรสาวนิ่ง แ
ตอนที่ 25สาวใช้ที่ไม่เคยกลับใจเช้าวันต่อมา นางมาทานข้าวเช้ากับทุกคนที่เรือนใหญ่ ก็เห็นว่าฮูหยินใหญ่มีหน้าตาที่ไม่ค่อยสดใส่นัก ขอบตาดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด“เมื่อคืนที่เรือนฮูหยินใหญ่มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ เสียงดังจนได้ยินมาถึงเรือนข้าเลย” นางเอ่ยถามขณะที่รอบิดามาร่วมโต๊ะ“นั่นสิ ข้าเองก็ได้ยิน” จ้าวเจินห่าวเอ่ยขึ้นอีกคนฮูหยินใหญ่มีท่าทีอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะเป็นบ่าวคนสนิทที่ตอบแทนผู้เป็นนาย“เมื่อคืนฮูหยินใหญ่ฝันร้าย เพราะบ่าวลืมจุดกำยานผ่อนคลาย พอเข้าไปก็ตรงกับตอนที่ฮูหยินตื่นพอดี ฮูหยินเลยตกใจแล้วโวยวายตามที่ทุกคนได้ยินนั่นแหละเจ้าคะ”“เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้าก็คิดว่าท่านถูกผีหลอกเสียอีก”“คุณหนูใหญ่พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!” ฮูหยินใหญ่หันมองนางด้วยสายตาไม่พอใจ“ก็ข้าได้ยินบ่าวพูดกัน ว่าท่านถูกผีหลอกจนสติหลุดเอาแต่โวยวายอยู่ในเรือน แถมเมื่อคืนนี้ยังจุดตะเกียงจนสว่างไสวทั้งคืน ข้าเลยคิดว่าที่พวกบ่าวพูดกันเป็นเรื่องจริงเสียอีก”นางพูดด้วยใบหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่ฮูหยินใหญ่กลับหน้าซีด จนผู้เป็นพี่ชายของนางเอ่ยขึ้น“ฮูหยินใหญ่คงได้ฟังอะไรมาแล้วเก็บไปฝันนั่นแหละ ช่วงนี้ในเมืองหลวงเห







