Partager

บทที่ 5

“เจ้าเด็กตัวเหม็นข้ามีวิธีช่วยเจ้าแต่ต้องร่วมมือกับหญิงผู้นี้ในการหาคนมาแสดงเป็นนักพรตนะ” โป๊ยข่วยเสนอตัวออกมา

“ท่านลองว่ามาได้เลยเดี๋ยวข้าหาวิธีเอง” เด็กหญิงนั่งนิ่งสื่อสารกับกระจกใบน้อยอย่างตั้งใจ

“นับจากวันนี้ไปอีกสองวันเจ้าให้นักพรตปลอมไปทำนายว่าบ้านของนางผู้นั้นมีดาวเคราะห์ร้ายอยู่ในบ้าน ให้นางย้ายดาวดวงนั้นออกไปซะอย่างต่ำ ๆ ก็เจ็ดปีหากไม่เชื่อรอดูหมูในเล้าบ้านนางตายได้เลย” กระจกใบน้อยกล่าวออกมาตามที่ตัวเองเห็นในระหว่างที่รอเด็กมนุษย์คนนี้ออกมาจากห้องปลดทุกข์

“ดาวเคราะห์ร้ายที่ท่านว่านั่นคือข้าใช่ไหม แล้วเจ็ดปีก็คือข้าอายุสิบห้าถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วข้าเข้าใจถูกต้องหรือไม่” เด็กหญิงตัวน้อยดวงตาเป็นประกายถามออกมาอย่างมีความหวัง

“หากไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใครไปได้อีก” หากมีดวงตากระจกใบนี้คงกรอกตามองบนไปแล้ว

หลังจากได้ยินคำยืนยันของกระจกเพื่อนยากเด็กน้อยก็ดวงตาเปล่งประกายไปด้วยความยินดีเหมือนดวงดาราออกมาแต่มันจะง่ายขนาดนั้นจริงเหรอ

หนิงลี่ที่มองดูเด็กหญิงมาตลอดเมื่อเห็นท่าทางและรอยยิ้มที่มีรอยบุ๋มลึกลงไปทั้งสองข้าง หล่อนก็ยิ้มตามเด็กคนนี้ด้วยความเอ็นดูพร้อมกับคิดว่าช่างเหมือนกันเสียจริงเหมือนแม้แต่รอยยิ้ม

‘เอ๊ะรอยยิ้มอย่างนั้นเหรอ’ หญิงวัยกลางคนรู้สึกสะดุดใจจึงได้เพ่งมองใบหน้าน้อยของเด็กหญิงอีกครั้งอย่างตั้งใจ ทำไมมันช่างเหมือนกันขนาดนี้ล่ะหล่อนคิด

“ท่านป้า ท่านป้าเจ้าคะข้ามีวิธีแล้ว” ฉินเซียวเมื่อเห็นว่าท่านป้ามองหน้าตนอยู่จึงได้เรียกหญิงผู้สูงวัยกว่า แต่เธอต้องเรียกซ้ำกว่าท่านป้าจะรู้สึกตัว

“ว่าอย่างไรเจ้าตัวน้อยเจ้ามีวิธีดี ๆ อะไรอย่างนั้นเหรอลองบอกป้าออกมา” หนิงลี่รู้สึกตื่นเต้นตามเด็กหญิงผู้มีคุณทันที

ฉินเซียวจึงได้เล่าแผนการออกมา ฝ่ายหญิงผู้สูงวัยกลับมีสีหน้าแสดงความสงสัยบางอย่างออกมาแทน

“เจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าหมูของนางจะตาย” หนิงลี่มองหน้าเด็กที่ตนถูกชะตาด้วยความเคลือบแคลง

“มันเป็นความลับที่ติดตัวข้ามาเจ้าค่ะ ข้ามักจะมีลางบอกเหตุบางอย่างที่ผู้อื่นไม่รู้” เด็กหญิงกล่าวโป้ปดตาใสแต่ภายในใจรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย

“มันเป็นความจริงอย่างนั้นเหรอแต่เรื่องนี้ค่อนข้างเสี่ยงอยู่เหมือนกันนะ หากว่ามันไม่เป็นดั่งคำที่เจ้าว่ามาจะทำยังไงหม่านซิงจะไม่เกิดความระแวงเอาหรือ” คนอายุมากกว่ากังวล

“ข้ารับรองว่ามันต้องเป็นจริงอย่างแน่นอนท่านป้าเจ้าขา ข้าขอร้องได้โปรดเชื่อข้าสักครั้งเถอะ” เด็กหญิงวัยแปดหนาวกล่าววิงวอน

หนิงลี่นิ่งคิดตัดสินใจอยู่สักพักจึงได้ยอมพยักหน้าตกลง เรื่องคนแสดงเป็นนักพรตหาไม่ยากเนื่องจากนางมีคนรู้จักอยู่ในหอโคมเขียวที่นางมักจะนำเครื่องหอมไปส่งเป็นประจำอยู่แล้ว

“ตกลงข้าจะช่วยเจ้าเอาเป็นว่าอีกสองวันช่วงยามเซินข้าจะให้นักพรตผู้นั้นไปยังบ้านของเจ้า”

“ท่านป้าเรื่องเงินว่าจ้างข้าเอ่อ...คือข้าต้องขอรบกวนท่านด้วย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ข้าสามารถรอดไปจากที่แห่งนั้นข้าจะหามาคืนท่านให้จงได้อย่างแน่นอน” เด็กหญิงคุกเข่าก้มหัวลงคำนับหญิงวัยกลางคนทันที

“เจ้าทำอะไร อย่าได้ทำแบบนี้เรื่องแค่นี้จะนับเป็นอะไรกับบุญคุณช่วยชีวิตกัน” หนิงลี่รีบห้ามการกระทำของเด็กตัวน้อยด้วยความร้อนรน

ฉินเซียวจึงได้หยุดการกระทำของตนแล้วคนทั้งคู่ก็ได้คุยกันเรื่องอื่น เด็กหญิงเมื่อเห็นว่าท่านป้าผู้นี้น่าจะไม่เป็นอะไรแล้วเธอจึงได้คิดจะไปตัดหญ้าให้หมูตามคำสั่ง

“ท่านป้า ตอนนี้ท่านยังรู้สึกเจ็บที่บาดแผลอยู่หรือไม่” เด็กน้อยถามหญิงวัยกลางคนผู้เป็นคนไข้รายแรกก่อนที่เธอคิดจะไปทำงานของตนต่อ

“ข้าไม่เจ็บแล้วเดี๋ยวข้าจะลองลุกเดินให้เจ้าดู” หนิงลี่กล่าวพร้อมกับลองลุกขึ้นยืน ในความรู้สึกของเธอตอนนี้ค่อนข้างอัศจรรย์กับผลการรักษาของเด็กคนนี้เป็นอย่างมาก

“ข้าไม่เจ็บแล้วเจ้าหน้าทึ่งมากเลยเด็กน้อยยาของเจ้าช่างวิเศษเสียจริง” หญิงวัยกลางคนกล่าวออกมาจากใจ

กระจกวิเศษเมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ก็อยากจะกลอกตาไปมาพร้อมกับคิดว่า ก็สิ่งที่ข้าให้เจ้าเด็กอัปลักษณ์ไปนั่นเป็นน้ำวิเศษเลยนะยาจะไม่ได้ผลได้ยังไงกัน

“เห็นผลดีก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ท่านป้าไม่ทราบว่าท่านหาดอกไม้ได้หรือยังจะให้ข้าช่วยหาหรือไม่” ฉินเซียวอาสาเพราะเธอค่อน ข้างคุ้นชินกับภูเขาแห่งนี้อยู่ไม่น้อย

“สิ่งที่ข้าตามหาเป็นดอกไม้กลีบสีม่วงให้กลิ่นหอมรัญจวนเจ้าเคยเห็นหรือเคยได้กลิ่นของมันหรือเปล่า” หนิงลี่กล่าวออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

นางหาดอกไม้ชนิดนี้มานานแต่ไม่เห็นสักทีหรือว่าช่วงนี้จะไม่ใช่ฤดูของมัน แม้กระทั่งป่าใกล้บ้านก็ไม่มีจึงทำให้นางต้องดั้นด้นมาถึงนี่ แต่คนที่ให้นางมาตามหากล่าวเอาไว้นี่ว่าดอกไม้ชนิดนี้มีอยู่ทุกฤดู

ฉินเซียวนิ่งคิด ก่อนที่จะนึกย้อนถึงในเรื่องราวที่ตนเคยรับรู้เหมือนกับว่าตัวเอกของเรื่องจะรู้ว่าดอกไม้แสนแปลกนี้อยู่ที่ใดด้วยความบังเอิญและนอกจากนั้นนางยังพบว่ามีดอกไม้บางชนิดที่สามารถนำมาทำเครื่องประทินโฉมคืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้าของหญิงสาวได้อีก แต่เรื่องนี้ยังอีกหลายปีดังนั้นวาสนาเรื่องเงินของเจ้าข้าขอนะวิญญาณสาวในร่างเด็กคิด

“ท่านกำลังตามหาดอกม่วงครามใช่หรือไม่เจ้าคะ” เด็กหญิงโพล่งออกมาหลังจากนึกออก

“ชะ...ใช่แล้วเจ้ารู้จักอย่างนั้นเหรอ ข้าขอบอกอย่างไม่ปิดบังมีคนต้องการให้ข้าทำเครื่องหอมจากกลิ่นของดอกไม้ชนิดนี้” หนิงลี่กล่าวอย่างดีใจหากเด็กน้อยผู้นี้รู้จักเธอก็จะได้ทำงานสำเร็จเสียที

โป๊ยข่วยกับฉินเซียวที่ได้ฟังรู้สึกแปลกใจอยู่ค่อนข้างมากหากว่าแค่กลิ่นของดอกม่วงครามตามธรรมชาติหากสูดดมเข้าไปย่อมไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากว่านำไปแปรเปลี่ยนสภาพอย่างเช่น การทำเครื่องหอมแล้วหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานคนผู้นั้นจะติดพิษทำให้เกิดอาการหายใจติดขัดและทำให้สิ้นชีพได้ ใครกันที่ใจคอโหดร้ายแบบนี้เรื่องนี้ท่านป้ารู้หรือไม่

“ท่านป้าข้ามีเรื่องอยากถามท่านไม่ทราบว่าท่านรู้ผลร้ายของดอกไม้ชนิดนี้หรือไม่” เด็กหญิงวัยแปดหนาวมองจ้องตาของผู้สูงวัยกว่าก่อนถามออกมา

“ข้าขอตอบเจ้าตามตรงข้าเองก็เพิ่งจะเคยได้ยินชื่อของมันจากหญิงผู้ว่าจ้าง นางบอกว่าดอกไม้ชนิดนี้มีกลิ่นหอมรัญจวนเป็นพิเศษทำให้นางอยากได้ หรือว่าดอกไม้ชนิดนี้มีปัญหากัน” หนิงลี่เล่าออกมาตามที่หญิงผู้นั้นบอกออกมาทั้งหมด

“ท่านป้าท่านไปบอกหญิงผู้นั้นว่าท่านหาดอกไม้ชนิดนี้ไม่เจอ ส่วนมันมีปัญหาหรือไม่คือว่าหาก...” เด็กหญิงตัวน้อยเล่าถึงผลร้ายของดอกม่วงครามให้กับป้าตามสายเลือดได้รู้

“นะ...นี่มันร้ายแรงถึงเพียงนี้เกือบไปแล้วข้าเกือบใช้วิชาเลี้ยงชีพฆ่าคนเสียแล้วหากไม่มาเจอเจ้า” หนิงลี่เอามือทาบ อกกล่าวออกมาใบหน้าไร้สีเลือด

“ในเมื่อรู้แล้วท่านป้าก็รีบกลับไปเถอะเจ้าค่ะ แล้วอย่าแสดงท่าทีมีพิรุธให้คนผู้นั้นจับได้ไม่อย่างนั้นข้าเกรงว่าภัยจะมาถึงท่าน” ฉินเซียวกล่าวตามตรงด้วยความเป็นห่วง

ด้วยเพราะเธอได้ให้โป๊ยข่วยส่องอดีตของท่านจึงได้รู้ว่าป้าผู้นี้แม้จะหาเงินได้จากการทำเครื่องหอมแต่เงินนั้นก็จำเป็น ต้องเลี้ยงคนในครอบครัวถึงสี่ชีวิตรวมทั้งสามีที่กำลังบาดเจ็บ

อีกทั้งป้าผู้นี้ก็ยังคอยช่วยเหลือน้องสาวของตนที่เป็นบ้าในสายตาของคนอื่น ตั้งแต่ที่พ่อแม่พี่ชายของเธอถูกครอบครัวของปู่ย่าไล่ออกจากบ้านเพียงเพราะแม่เธอไม่ใช่ลูกสะใภ้ที่พวกเขาต้องการ

“ขอบใจเจ้ามากแม่หมอตัวน้อย ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อน อีกสองวันข้าจะให้นักพรตไปยังบ้านของเจ้าตามเวลานัด ส่วนเจ้าเองก็ระวังตัวด้วย” หญิงวัยกลางคนบอกลาเนื่อง จากเรื่องของนางเองก็เร่งด่วนไม่แพ้กัน

“ข้าจะรอเจ้าค่ะ” เด็กหญิงกล่าวจากนั้นคนทั้งสองก็แยกทางกัน ผู้หนึ่งเดินไปทางเหนือเพื่อเก็บหญ้าอีกคนเดินลงใต้เพื่อลงจากเขา

ตกเย็นของวันเด็กหญิงที่จัดการหาอาหารใส่กระเพาะน้อย ๆ ของตนก็เดินแบกตะกร้าสานที่มีหญ้าให้หมูกินโผล่พ้นปากตะกร้าเดินมาถึงประตูหน้าบ้านโดยที่คนในบ้านกำลังกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อยและไม่มีใครรอเด็กหญิงคนนี้กันสักคน ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นความชาชินของฉินเซียวตัวน้อยไปนานแล้ว

เด็กหญิงทำได้เพียงนำหญ้าออกมาเพื่อที่จะสับให้หมูกินเพียงเท่านั้น มือน้อยทำงานไปด้วยก็คิดไปด้วยว่าหากหลุดพ้นไปจากที่นี่ได้แม้ว่าครอบครัวอันแท้จริงของตนจะมีความลำบากเธอก็ยินดีที่จะกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริง

เนื่องจากที่ฉินเซียวคิดอย่างนี้ก็เป็นเพราะว่าสาเหตุที่แม่ของตนเป็นบ้าก็เป็นเพราะกล่าวโทษตัวเองที่เป็นแม่ไม่ดีทำให้ลูกต้องตาย จากความสะเทือนใจทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเพราะผู้เป็นย่าได้กลั่นแกล้งใช้งานแม่ของเธอให้ทำงานหนักในระหว่างตั้งครรภ์

ทำให้เธอคลอดก่อนกำหนดซึ่งการคลอดในครั้งนั้นก็บังเอิญเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่หม่านซิงได้ไปขออาศัยอยู่ที่บ้านเดียวกัน ในโชคชะตาครั้งนั้นก็ได้นำพาการสลับลูกทำให้แม่ผู้น่าสงสารได้รับความกระทบกระเทือนใจตั้งแต่รู้ว่าลูกตัวน้อยที่อยู่ในท้องของตนตกตายทั้งที่ยังไม่ลืมตา

ฉินเซียวยิ่งคิดก็ยิ่งนึกชิงชังทั้งครอบครัวทางแม่ของบิดาและหม่านซิงผู้ที่เป็นสาเหตุในเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมด ‘รอก่อนเถอะเมื่อไหร่ที่ข้าได้หลุดพ้นจากที่นี่ใครทำร้ายมารดาข้า ข้าจะสนองคืนให้หมด’ เด็กหญิงที่มีร่างกายเพียงแปดหนาวคิดอย่างเดือดดาล
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฉินเซียวเมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย   บทที่ 360

    “พี่สี่ท้องนี้ท่านพอเถอะเจ้าค่ะ ท่านมีลูกมากที่สุดในบรรดาพวกเราแล้วข้าเป็นห่วง” ฉินเซียวผู้กำลังตั้งท้องบุตรคนที่สามกล่าวกับพี่สาวที่ตั้งครรภ์บุตรคนที่สี่อย่างเป็นห่วง“ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า” เอ้อเหมยยกยิ้มกล่าวคล้อยตามผู้เป็นน้องทำให้ช่างหลิวพยักหน้ายืนยันคำพูดของภรรยาออกมาด้วย ทำให้ฉินเซียวว

  • ฉินเซียวเมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย   บทที่ 359

    นับตั้งแต่วันนั้นหลังจากสนทนาในห้องตำราของว่าที่พ่อตา ระยะเวลาก็ผ่านมาจวบจนกระทั่งหนึ่งเดือนเต็ม ชายหนุ่มอดทนต่อการกระทำอันเย็นชาของหญิงสาวมาตลอด แม้จะมีบุตรชายเป็นกองหนุนแต่หญิงสาวก็ยังคงสาดน้ำเย็นจัดใส่เขาราวกับฤดูเหมันต์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน“แม่นางกู่ เจ้ายังไม่หายโกรธข้าอีกอย่างนั้นหรือ ข้ารู้ว่

  • ฉินเซียวเมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย   บทที่ 358

    ดวงตาของหญิงสาวเมื่อเห็นว่าผู้ใดเป็นคนขี่ม้าพาบุตรชายของตนเข้ามาใกล้ ก็ทำให้สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นซีดขาวสลับแดงหัวใจเต้นแรงราวจะทะลุออกจากอก หลังจากที่คิดว่าตนน่าจะไม่มีความรู้สึกต่อเขาจึงได้ออกมายืนรออยู่ตรงนี้หลังจากชายหนุ่มวาดเท้าลงจากหลังม้า ชายชราเจ้าของเรือนผู้มีตำแหน่งต่ำกว่าเตรียมประสานมือ

  • ฉินเซียวเมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย   บทที่ 357

    “ไม่ขอรับ ข้าอยากขี่ม้ามากแต่ท่านแม่บอกว่าข้ายังเด็กเกินไป” เสี่ยวมู่ส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมพูดออกมา“ถ้าอย่างนั้นข้าจะอุ้มเจ้าขึ้นไปบนหลังม้าให้เจ้านั่งด้านหน้า ข้าจะเป็นคนบังคับม้าให้เอง” ฉินอู๋พูดขึ้นซึ่งในขณะเดียวกันก็อุ้มเด็กตัวกลมขึ้นหลังม้าทำให้เด็กชายกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น“สูงมากเลยขอรับ ข้าอ

  • ฉินเซียวเมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย   บทที่ 356

    “เฮ้อ! พวกท่านช่างไม่เข้าใจจิตใจของหญิงสาว หากเป็นข้า ข้าก็จะทำแบบเดียวกับพี่สะใภ้รองเช่นกัน ดังนั้นเรื่องนี้ข้าเข้าข้างนาง” ฉินเซียวมองหน้าสามีกล่าวขึ้นอย่างเห็นใจหญิงสาวผู้ที่ตนตัดสินใจแล้วว่าหญิงผู้นั้นเป็นคนดีโจวเหวินหยุนผู้ไม่กลัวฟ้าไม่เกรงดินคล้ายเข้าใจแต่ไม่เข้าใจคำพูดของภรรยาแต่เขาไม่คิดถาม

  • ฉินเซียวเมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย   บทที่ 355

    “ท่านพี่ ท่านบอกข้ามาตามตรงพี่รองของข้ามีเรื่องอะไรที่เขาต้องปรึกษากับท่านเป็นการส่วนตัว” ฉินเซียวเอ่ยถามชายหนุ่มผู้ที่กำลังวางคางเกยยังหัวไหล่ขาวเนียนของตน“น้องหญิงเหตุใดเจ้าถึงไม่ถามกับเขาโดยตรง” เหวินหยุนเริ่มมือไม้อยู่ไม่สุข ทำให้หญิงสาวผู้ที่ต้องการสนทนาได้แต่เอามือน้อยปัดป้องในสิ่งที่เขากำลัง

  • ฉินเซียวเมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย   บทที่ 77

    “สหายอย่างนั้นเหรอ คงจะไม่ใช่...” พวกเขาทั้งหมดกลืนน้ำลายสีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น“อย่างที่พวกเจ้าคิดนั่นแหละ เดินเข้าไปเถอะส่วนหมูป่าที่ตกลงไปในหลุมก็เป็นผลงานของสหายคุณหนูเล็กเช่นกัน” ต้าเหมากล่าวยืนยันทำให้ชายหนุ่มทั้งเจ็ดเดินเหมือนคนละเมอไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินและได้เห็นคือเรื่องจร

  • ฉินเซียวเมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย   บทที่ 76

    เพราะในตอนนี้ฉินเซียวกำลังมองหลุมกับดักเก่าที่มีหมูป่าตัวเขื่องตกลงไปด้วยการช่วยเหลือจากไป๋หู่ที่อาสาออกไปล่าสัตว์ชนิดนี้มาให้“น้องเล็ก ไป๋หู่เยี่ยมยอดมาก” ฉินฟู่เอามือของตนลูบไปยังขนสีขาวของเสือตัวใหญ่ที่กำลังนอนหมอบให้เด็กทั้งหลายเอาอกเอาใจโดยการเกาคางของมันบ้าง เกาท้องบ้างมัน ช่างรู้สึกสบายนักฉ

  • ฉินเซียวเมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย   บทที่ 74

    “เด็กมนุษย์เจ้ามาขึ้นหลังของข้าเถอะข้าจะพาเจ้ากลับไปยังถ้ำ” แม่เสือย่อตัวลง“ข้าชื่อฉินเซียว แม่เสือท่านเรียกชื่อข้าเถอะเรียกเด็กมนุษย์แล้วมันฟังดูแปลกพิกล” เด็กหญิงพยายามปีนขึ้นไปนั่งบนหลังของแม่เสือโดยมีลูกเสือสองตัวนั่งอยู่ด้านหน้า“ท่านแม่ออกเดินทางได้” เจ้าลายส่งเสียงบอกผู้เป็นแม่ก่อนที่นางเสือ

  • ฉินเซียวเมื่อฉันเป็นสาวน้อยชาเขียวในนิยาย   บทที่ 73

    “ข้าก็พาเจ้ามาช่วยนางอย่างไรเล่าหากเจ้าไม่ช่วยรักษาแม่เสือตัวนี้ลูกของนางทั้งสองตัวจะต้องเป็นกำพร้านะเจ้าไม่สงสารมันเหรอ” กระจกเทพกล่าวออกมาเหมือนว่าเจ้าตัวไม่ได้ทำอะไรผิดแม่เสือเมื่อจู่ ๆ ก็มีมนุษย์ที่ไหนไม่รู้โผล่ออกมาอยู่ตรงหน้า แม้ว่ามันจะบาดเจ็บเลือดท่วมตัวแต่แม่เสือก็ยังคงปกป้องลูกน้อยของตนอย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status