เข้าสู่ระบบก็อกๆๆ
“ใครมาเคาะห้องเวลานี้เนี่ย”
ตกดึกด้านเข็มมุกที่หลับไปแล้วแต่ต้องตื่นขึ้นมาเมื่อถูกรบกวนเวลานอนจากเสียงเคาะประตูของคนด้านนอก เธอจึงบ่นพึมพำออกมาก่อนจะดันตัวลุกขึ้นจากที่นอน แล้วเดินไปเปิดประตูห้องด้วยอาการงัวเงีย
แกรก!
“เข็มผมฝันร้าย ผมขอนอนด้วยได้ไหม”
ทันทีที่เปิดประตูออกมาก็เห็นคนรักเก่าพูดกับเธอด้วยท่าทีตื่นตระหนก ก็รู้ได้ทันทีว่าคนกะล่อนอย่างเขาจะมาไม้ไหน
“ปัญญาอ่อน มุกแบบนี้เอาไว้หลอกเด็กเถอะ” พูดจบเธอก็รีบปิดประตูทันที ทว่าก็โดนอีกคนยื้อประตูเอาไว้ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของเขาจะแทรกตัวเขามาในห้องแล้วปิดประตูอย่างไว เธอจึงเอ่ยปากไล่เขาทันทีอย่างไม่พอใจ
“นี่นาย! ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! อย่าคิดว่าฉันให้อภัยแล้วนายจะทำอะไรก็ได้”
หมับ!
ด้านราเชนทร์ไม่ฟัง หนำซ้ำยังคว้าร่างบางเขามากอดไว้แน่น แม้ว่าเธอจะดิ้นรนและขัดขืน แต่ทว่าเขาก็ไม่ยอมปล่อย เพราะโอกาสที่จะได้กอดเธอมันช่างหายาก กอดครั้งนี้ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะได้กอดอีก ตอนนี้ได้กอดแล้วเรื่องอะไรจะยอมปล่อยง่ายๆ
“ไอ้บ้าเชนทร์ปล่อยฉันนะ!”
“ไม่ปล่อย ผมคิดถึงคุณมากนะเข็ม ให้ผมกอดหน่อยเถอะนะ”
เข็มมุกไม่ได้สนใจคำพูดของอีกคนเลย เธอพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของเขา พยายามผลักไสเขาไม่หยุด
“ฉันบอกให้ปล่อยฉันไง!”
“ผมไม่ปล่อย เรากลับมาคืนดีกันได้ไหมเข็ม กลับมาคบกันอีกครั้งนะ ผมสัญญาว่าครั้งนี้ผมจะดูแลรักของเราให้ดีที่สุด ผมจะไม่ทำผิดต่อคุณกับลูกอีก ผมรักคุณนะเข็ม” ราเชนทร์ไม่ยอมปล่อยอีกทั้งยังกอดร่างบางแน่นขึ้นกว่าเดิม และทุกคำที่พูดล้วนออกมาจากใจ
ด้านเข็มมุกได้ยินเช่นนั้นก็ค่อยๆหยุดดิ้นเพราะรู้สึกได้ว่าคนพูดมีความจริงใจมากน้อยแค่ไหน แต่ทว่าก็ยังไม่อยากใจอ่อนให้เขาง่ายๆ
ราเชนทร์ที่เห็นว่าคนในอ้อมกอดนิ่งไปไม่ได้ต่อต้านเขาแล้ว เขาจึงยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ก่อนจะเอ่ยประโยคบอกรักกับเธออีกครั้ง
“ผมรักคุณนะเข็ม”
เมื่อเข็มมุกได้ยินอีกคนบอกรักกันเป็นครั้งที่สอง เบ้าตาก็เริ่มร้อนผ่าวทันที เธอจึงเลือกที่จะเบือนหน้าหนี ไม่นานน้ำใสๆก็ไหลออกจากตาลงมาอาบสองแก้มโดยไร้เสียงสะอื้นไห้ ทว่าเธอก็ยกมือขึ้นมาปาดมันทิ้งทันที แล้วพยายามปรับอารมณ์ให้คงที่ก่อนจะหันไปพูดกับอีกคนเชิงประชดประชัน
“นายบอกว่านายรักฉันงั้นเหรอ แล้วที่นายเคยแต่งงานล่ะ จะบอกฉันว่าแต่งกันโดยที่ไม่ได้รักว่างั้น”
ด้านราเชนทร์ที่ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง จึงทำได้แค่ขอโทษเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ผมขอโทษ ขอโทษที่ระหว่างทางผมปันใจไปรักคนอื่น แต่ผมไม่เคยลืมคุณเลยนะเข็ม ผมคิดตลอดว่าคุณต้องอยู่ที่ใดที่หนึ่งแต่ผมแค่หาคุณไม่เจอ”
“นายรักฉัน ไม่เคยลืมฉัน แต่ดันปันใจไปรักคนอื่น หึ ฉันนึกสมเพชตัวเองขึ้นมาเลย” เพราะทีเธอยังรักเขาไม่เคยลืมเขาเหมือนกัน แต่เธอไม่เคยคิดจะแบ่งใจให้คนอื่นเลย มันช่างไม่ยุติธรรมกับเธอ
“ทำไมล่ะ"
“ก็เพราะฉันยังไม่ลืมนายเหมือนกันไง แต่ฉันปันใจไปรักคนอื่นเหมือนที่นายทำไม่ลง” พูดจบเธอก็รีบเบือนหน้าหนีทันที ทว่าอีกคนก็เข้ามาจับไหลเธอแล้วเอ่ยถามเธอด้วยท่าทีดีใจอย่างเห็นได้ชัด
“คุณพูดแบบนี้แสดงว่าคุณยังรักผมอยู่ใช่ไหมเข็ม”
สิ้นเสียงทุ้ม เข็มมุกจึงหันขวับมาพูดกับเขาทันทีด้วยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยที่เขาช่างเข้าใจอะไรยากเสียจริง
“ยังต้องให้ฉันพูดอีกเหรอ”
ราเชนทร์ที่เห็นว่าอีกคนเริ่มไม่พอใจขึ้นมาอีก เขาจึงรีบกอดเธอเอาไว้ และเมื่อเห็นว่าครั้งนี้เธอไม่ได้ผลักไสกัน จึงรีบง้อเธอทันทีด้วยคำพูดน้ำเสียงอ้อนๆ อีกทั้งยังใช้สรรพนามที่เคยเรียกเธอในคราวที่คบกัน
“โอ๋ๆคนดี อย่าหงุดหงิดเลยนะ ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูดครับ”
ด้านเข็มมุกเมื่อโดนลูกง้อของคนรักเก่า อีกทั้งเขายังใช้สรรพนามเรียกเธอเหมือนแต่ก่อน ก็ทำใจเธออ่อนยวบ พาให้หวนคิดถึงวันเก่าๆที่เคยรักกันปานจะกลืนกิน แต่ทว่าก็ยังหยิ่งในศักดิ์ศรีอยู่ จึงเอ่ยต่อว่าเขาไปอย่างไม่จริงจังนัก
“นายมันนิสัยไม่ดี แต่ต่อให้นายจะแย่แค่ไหนฉันก็ไม่เคยเกลียดนายลงจริงๆสักทีไอ้คนบ้า” ทว่าคำด่าของเธอในตอนนี้กลับทำให้อีกคนยากฟัง
“ด่าเลยครับ ถ้ามันทำให้คนดีของผมหายโกรธก็ด่ามาเลยครับ ผมยอมให้คนดีด่าตลอดชีวิตเลย”
“ชิ! นายนี่ยังพูดจาเลี่ยนเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ” ไอ้ชอบก็ชอบอยู่หรอกที่เขาพูดจาหวานๆใส่ แต่ทว่าก็อดนึกหมั่นไส้ไม่ได้กับท่าทีกะล่อนเช่นนี้
“แล้วคนดีชอบไหมล่ะครับ”
“ไม่ชอบ” เธอตอบพร้อมกับสะบัดหน้าหนี ทำเอาราเชนทร์นึกชอบใจกับท่าทีกระเง้ากระงอดของเธอ ที่ไม่ว่าอายุจะมากขึ้นแค่ไหนแต่ความน่ารักของเธอไม่เคยลดน้อยลงเลย แต่เมื่อเห็นเธอแอบยิ้มน้อยๆจึงอดที่จะแกล้งไม่ได้
“เหรอครับ ถ้าไม่ชอบแล้วยิ้มทำไม หื้ม”
“ปากฉัน ฉันจะยิ้มไม่ยิ้มก็เรื่องของฉัน” เธอเชิดหน้าชูคอพูดโดยไม่ได้หันกลับไปมองอีกคนเลย ทำเอาราเชนทร์ยิ่งชอบอกชอบใจเข้าไปใหญ่
“งั้นผมขอจูบปากคนดีหน่อยได้ไหมครับ” เขาถามลองเชิงแต่ก็หวังเหลือเกินว่าจะได้คำตอบที่น่าพอใจ แต่ทว่าก็ไม่ได้คำตอบอะไรกลับมาเลย เพราะอีกคนเอาแต่เงียบขณะยังคงเชิดหน้าชูคอเป็นหงส์ ก็ยิ่งทำให้เขาอยากกำราบความพยศของเธอ
“ไม่ตอบแบบนี้ แสดงว่าได้ใช่ไหมครับ”
ขวับ!
“ถ้ามัวแต่ถามมากงั้นก็อดไปเลย”
สิ้นคำถามของเขา เธอก็หันขวับมาพูดด้วย ก่อนที่มือเล็กจะดันอกเขาออก แล้วเธอก็เดินผ่านเขาไปยังเตียงทันที ทำเอาเขาตั้งตัวไม่ทันกับอารมณ์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของเธอ
“เดี๋ยวสิครับ” ไม่รอช้าสองขาแกร่งรีบเดินตามเธอไปทันที ก่อนจะเห็นนิ้วเล็กๆของเธอที่นั่งมองเขาอยู่บนเตียงกระดิกเรียกให้เขาเข้าไปหาด้วยท่าทียั่วยวนราวกับแม่เสือสาว
“มานี่สิ”
เขาจึงไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปหาเธออย่างไว ก่อนจะทิ้งตัวนั่งคุกเขาตรงหน้าเธอ
“มาแล้วครับ คนดีอยากให้ผมทำอะไรสั่งมาได้เลยครับ” นาทีนี้ยอมหมด ต่อให้เธอสั่งให้หอนเป็นหมาเขาก็จะทำตามทันทีหากมันเป็นความพอใจของเธอ
สิ้นเสียงทุ้ม นิ้วเรียวจึงแตะลงบนริมฝีปากหนา ก่อนจะลากนิ้วลงมาเรื่อยๆขณะใช้สายตามองอีกคนอย่างเชิญชวน กระทั่งนิ้วเรียวหยุดนิ่งตรงกลางอกแกร่ง เข็มมุกจึงเอ่ยพูดกับเขาไป
“ทำให้ฉันมีความสุขหน่อย ทำได้ไหมล่ะ”
“ได้อยู่แล้วครับ” ราเชนทร์ตอบออกไปทันทีอย่างไม่ต้องคิด เมื่อเธอเปิดทางให้กันขนาดนี้จะมัวรอช้าอยู่ไย เขาจึงลุกขึ้นถอดเสื้อยืดสีขาวของตัวเองออกทางศีรษะแล้วเหวี่ยงทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี ก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่ร่างบางแต่สัดส่วนอวบอิ่มแล้วจูบเธอทันทีอย่างเร่าร้อนและดูดดื่ม ปากนี้ร่างกายนี้ที่เขาโหยหาและเคยได้ลิ้มลองมาแล้วว่ารสชาติของมันหวานมากแค่ไหน วันนี้ได้โอกาสกลับมาลิ้มลองรสชาติเดิมอีกครั้งเขาจะกินให้หนำใจไปเลย ให้สมกับความรักความคิดถึงที่มีให้เธอไม่เคยเลือนหาย
โดยที่ทั้งคู่หารู้ไม่ว่าตอนนี้อีกด้านลูกสาวของพวกเขาก็กำลังโดนอีกคนจับฟัดบนเตียงไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว ยังดีที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุด ไม่เช่นนั้นลูกสาวของพวกเขาคงตื่นไปเรียนไม่ไหว...
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ







