Beranda / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 12 กุ้ยเฟยประกาศ "ครรภ์ทิพย์"

Share

ตอนที่ 12 กุ้ยเฟยประกาศ "ครรภ์ทิพย์"

last update Tanggal publikasi: 2026-05-22 01:02:18

ท่ามกลางกลิ่นอายความล่มจมที่ปกคลุมตำหนักจิ่งเหริน ฉินกุ้ยเฟยนั่งมองเงาของตนเองในคันฉ่องด้วยแววตาที่บ้าคลั่ง รอยปานสีม่วงบนแผ่นหลังแม้จะจางลงตามอุณหภูมิร่างกายที่กลับมาอุ่นขึ้น แต่มันได้ทิ้งรอยแผลเป็นที่ใหญ่กว่านั้นไว้ในพระทัยของจักรพรรดิ อำนาจของนางกำลังหลุดลอย ขุนนางในราชสำนักที่เคยสยบยอมเริ่มตีตัวออกห่าง และที่ร้ายที่สุดคือหมอหลวงหวังถูกคุมตัวไปสอบสวนลับๆ ในคุกหลวง

"พระนางเพคะ... เราไม่มีทางเลือกแล้ว" นางกำนัลคนสนิทกระซิบเสียงสั่น "หากวันพรุ่งนี้หมอหลวงหวังทนการทรมานไม่ไหวและสารภาพเรื่อง 'วิชาคงโฉม' ออกมา โทษของพระนางคือการถูกถอดถอนและประทานผ้าขาวนะเพคะ!"

ฉินกุ้ยเฟยกุมพนักเก้าอี้แน่นจนเล็บหัก "ข้าไม่มีวันยอมให้นังเด็กเมื่อวานซืนอย่างหลินชิงเยียนได้หัวเราะทีหลัง! ในเมื่อความจริงมันฆ่าข้า... ข้าก็จะสร้าง 'ความลวง' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดขึ้นมาค้ำคอทุกคน!"

"พระนางหมายถึง..."

"ไปตามขันทีคนสนิทมา" แววตาของกุ้ยเฟยเป็นประกายอำมหิต "ข้าจะประกาศว่า... ข้ากำลัง ตั้งครรภ์มังกร!"

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ท้องพระโรงหลวง ขณะที่เหล่าขุนนางกำลังถกเถียงเรื่องการลงโทษตระกูลฉิน ขันทีจากตำหนักจิ่งเหรินก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความปิติยินดี (ที่ถูกปั้นแต่ง)

"ฝ่าบาท! ข่าวดีพะยะค่ะ! ข่าวดีสวรรค์ประทาน!" ขันทีคุกเข่าลงกราบ "พระสนมฉินกุ้ยเฟยทรงประชวรหนักยามเช้า เมื่อหมอประจำตำหนักตรวจดูอย่างละเอียดพบว่า... พระนางทรงตั้งพระครรภ์ได้สองเดือนแล้วพะยะค่ะ!"

เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วท้องพระโรงราวกับผึ้งแตกรัง เซียวจื่อเซียนที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ถึงกับชะงัก แววตาของพระองค์สั่นไหวด้วยความสับสน ปมเรื่องร่างกายที่เป็นพิษของกุ้ยเฟยที่ชิงเยียนบอกไว้ขัดแย้งกับข่าวนี้อย่างสิ้นเชิง ทว่าในแผ่นดินชิง "ครรภ์มังกร" คือยันต์คุ้มภัยที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

"ตั้งครรภ์งั้นหรือ?" ฮ่องเต้ตรัสเสียงต่ำ "ในยามที่นางกำลังจะถูกสอบสวนเนี่ยนะ?"

"พะยะค่ะฝ่าบาท! สวรรค์คงทรงเมตตาตระกูลฉิน และต้องการประทานผู้สืบทอดให้แผ่นดินพะยะค่ะ!" ขุนนางฝ่ายตระกูลฉินรีบฉวยโอกาสนี้คุกเข่าสนับสนุนทันที

ข่าวการตั้งครรภ์ของกุ้ยเฟยพุ่งตรงไปถึงตำหนักฉีเสียง ราวกับสายฟ้าฟาด ชุ่ยเอ๋อร์ ถึงกับทำถ้วยยาหกเลอะเทอะด้วยความตกใจ

"เป็นไปได้อย่างไรเพคะพระสนม?! ในเมื่อพระนางทราบดีว่ากุ้ยเฟยใช้ยาคงโฉมจนไร้บุตร หรือว่าตำราเล่มนั้นจะผิดเพคะ?"

หลินชิงเยียนวางพู่กันลงอย่างช้าๆ ใบหน้าของนางนิ่งสงบจนน่ากลัว "ตำราไม่ผิดหรอกชุ่ยเอ๋อร์... แต่คนต่างหากที่ 'กล้า' ถึงเพียงนี้ ฉินกุ้ยเฟยกำลังเล่นหมากตานตาย นางรู้ว่าฝ่าบาททรงโหยหาผู้สืบทอดเพียงใด นางจึงใช้ความหวังของพระองค์มาเป็นเกราะป้องกันตนเอง"

"แล้วเราจะทำอย่างไรดีเพคะ? หากนางแสร้งทำเป็นท้องไปเรื่อยๆ จนหาเด็กมาสวมรอยได้จริงๆ..."

"นางทำไม่ได้หรอก" ชิงเยียนยิ้มเย็น "เพราะท้องที่ไม่มีเด็กอยู่จริง... ยิ่งนานไปยิ่งสังเกตง่าย และที่สำคัญ ข้าจะไม่ยอมให้นางมีเวลาถึงขนาดนั้น"

ชิงเยียนลุกขึ้นยืนพลางจัดอาภรณ์ให้เรียบร้อย "เตรียมตัวเถิด ข้าจะไปเยี่ยม 'ว่าที่พระมารดา' เสียหน่อย การที่นางประกาศเรื่องนี้ออกมา ย่อมหมายความว่านางต้องหาทางกำจัดหมอหลวงหวังที่ถูกขังอยู่ให้เร็วที่สุด เพื่อปิดปากคนเดียวที่รู้ความลับเรื่องมดลูกที่เย็นชืดของนาง"

ณ ตำหนักจิ่งเหริน

บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง ของขวัญพระราชทานและคำอวยพรจากเหล่าสนมที่ขี้ขลาดพากันหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ฉินกุ้ยเฟยนอนอยู่บนตั่งทองคำ แสร้งทำเป็นอ่อนเพลียจากการแพ้ท้อง

เมื่อชิงเยียนก้าวเข้าไปในห้อง สายตาของทั้งสองสบกันราวกับประกายไฟที่ปะทะกันในที่มืด

"หลินเหริน... เจ้ามาเพื่ออวยพรข้า หรือมาเพื่อดูความพ่ายแพ้ของเจ้ากันแน่?" กุ้ยเฟยเอ่ยเสียงเบาแต่แฝงความสะใจ

ชิงเยียนย่อกายลงอย่างอ่อนช้อย "หม่อมฉันมาเพื่อถวายความยินดีเพคะพระสนม 'ครรภ์มังกร' ช่างเป็นเรื่องปาฏิหาริย์นัก โดยเฉพาะหลังจากที่ทุกคนเห็นรอยปานสีม่วงนั่น... หม่อมฉันล่ะนับถือความสามารถของหมอหลวงประจำตำหนักของพระนางจริงๆ ที่รักษา 'มดลูกเย็น' ให้กลับมาอุ่นจนติดลูกได้ในเวลาเพียงข้ามคืน"

"เจ้า!" กุ้ยเฟยกัดฟันกรอด "ระวังปากของเจ้าไว้เถิด ตอนนี้ข้ามีลูกของฝ่าบาทอยู่ในท้อง ใครที่คิดร้ายต่อข้า ย่อมหมายถึงคิดกบฏต่อราชบัลลังก์!"

ชิงเยียนเดินเข้าไปใกล้ แล้วโน้มตัวกระซิบที่ข้างหูกุ้ยเฟย "พระสนมเพคะ... หม่อมฉันรู้ว่าในท้องนั่นมีเพียง 'ลม' กับ 'คำลวง' และหม่อมฉันจะรอให้ถึงวันที่ลมนั้นมันระเบิดออกมาฉีกหน้ากากของพระนางต่อหน้าฝ่าบาทเอง"

กุ้ยเฟยตวาดลั่น "ออกไป! ใครก็ได้ไล่นางออกไป!"

หลังจากออกจากตำหนักจิ่งเหริน ชิงเยียนไม่ได้กลับตำหนักฉีเสียงทันที แต่นางลอบไปพบกับองครักษ์เงาที่ฮ่องเต้มอบไว้ให้คุ้มครองนางเป็นการส่วนตัว

"ไปที่คุกหลวง" ชิงเยียนสั่ง "เฝ้าหมอหลวงหวังไว้ให้ดีที่สุด อย่าให้มดตัวไหนเข้าไปใกล้ และที่สำคัญ... หากมีใครส่ง 'อาหารมื้อสุดท้าย' ไปให้เขา จงสลับมันออกมาให้ข้า"

เป็นไปตามคาด ในคืนนั้นเอง มีการพยายามลอบสังหารหมอหลวงหวังด้วยยาพิษในอาหาร แต่ถูกองครักษ์ของชิงเยียนสกัดไว้ได้ ชิงเยียนนำหลักฐานยาพิษนั้นไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในทันที

"ฝ่าบาทเพคะ... หากกุ้ยเฟยตั้งครรภ์จริง เหตุใดจึงต้องรีบร้อนปิดปากหมอหลวงที่ดูแลอาการประชวรของพระนางด้วยเพคะ?" ชิงเยียนวางถ้วยยาพิษลงเบื้องหน้าพระพักตร์

เซียวจื่อเซียนจ้องมองถ้วยยานั้นด้วยแววตาที่สั่นไหว ความโกรธแค้นจากการถูกหลอกซ้ำซ้อนเริ่มปะทุขึ้น "ข้าอยากจะเชื่อว่านางเปลี่ยนไปแล้ว... ข้าอยากจะมีลูกจริงๆ..."

"หม่อมฉันทราบเพคะ" ชิงเยียนกุมพระหัตถ์พระองค์ไว้ "แต่ลูกที่เกิดจากคำโกหก จะนำมาซึ่งความล่มจมของราชวงศ์นะเพคะ หม่อมฉันขอเสนอ... ให้มีการ 'ตรวจครรภ์ต่อหน้าพระที่นั่ง' โดยหมอหลวงสามท่านที่ไม่ใช่คนของตระกูลฉินในวันพรุ่งนี้ หากนางท้องจริง หม่อมฉันยอมรับโทษประหารฐานกล่าวหาพระสนมชั้นสูง!"

เซียวจื่อเซียนมองใบหน้าของชิงเยียนที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เจ้ากล้าเอาชีวิตเข้าแลกถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"

"เพื่อความถูกต้อง และเพื่อปกป้องพระองค์จากคำลวง หม่อมฉันย่อมกล้าเพคะ"

ตัดไปที่จวนโหว (หลินเยี่ยฉือ)

เยี่ยฉือที่บัดนี้อยู่ในสภาพซูบผอมและมือพองจากการซักผ้า ได้ยินข่าวการตั้งครรภ์ของกุ้ยเฟย นางหัวเราะอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางกองผ้าที่เปียกชื้น

"ฮ่าๆๆ! ชิงเยียน... เจ้าจบสิ้นแล้ว! กุ้ยเฟยมีลูกมังกร ต่อให้เจ้าโปรดปรานแค่ไหน เจ้าก็เป็นได้แค่นางบำเรอ! ข้าจะรอดูวันที่เจ้าถูกลากเข้าแดนประหาร!"

เยี่ยฉือหยิบเข็มซักผ้าขึ้นมาแทงลงบนเศษผ้าสีขาว เขียนชื่อ 'ชิงเยียน' ลงไปด้วยเลือดจากปลายนิ้วของนางเอง "ตาย... เจ้าต้องตาย!"

สงครามในวังหลวงกำลังจะมาถึงจุดตัดสิน "ครรภ์ทิพย์" ของกุ้ยเฟยจะกลายเป็นเครื่องมือที่ส่งนางสู่สวรรค์ หรือจะเป็นดาบที่ย้อนมาบั่นคอตัวเองกันแน่?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 20 การล้างบางของสนมฝ่ายร้าย

    บรรยากาศในวังหลังภายหลังการล่มสลายของฉินกุ้ยเฟยไม่ได้สงบสุขอย่างที่คิด แม้ขั้วอำนาจใหญ่จะถูกทำลาย แต่เหล่าสนมที่เคยเป็น "นกต่อ" และ "สมุนรับใช้" ของตระกูลขุนนางเก่ากลับยิ่งดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด พวกนางรวมกลุ่มกันเป็นคลื่นใต้น้ำ คอยขัดขวางการบริหารงานวังหลังของหลินหวงกุ้ยเฟย และลอบส่งข่าวทำลายชื่อเส

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 19 ยาบำรุงมังกร

    แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านมุกของตำหนักฉีเสียง บรรยากาศภายในตำหนักบัดนี้ดูโอ่อ่าและเปี่ยมไปด้วยอำนาจยิ่งกว่าเดิม สมกับฐานะของ "หลินหวงกุ้ยเฟย" ผู้กุมหัวใจมังกรไว้ในกำมือ ทว่าท่ามกลางความสงบสุขที่ฉาบไว้บนใบหน้า หลินชิงเยียนกลับกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการตรวจคัดแยกสมุนไพรบนโต๊ะไม้พยุงตัวยาอย่างระ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 18 พี่สาวที่ล่มจม

    ภายใต้ฟ้าเดียวกันกับที่วังหลวงอบอวลไปด้วยความสุข ทว่าที่กระท่อมดินซอมซ่อชายป่าเมืองหลวงกลับมีเพียงเสียงไอโขลกและกลิ่นอายของความอนาถา หลินเยี่ยฉือนั่งกอดตัวเองอยู่บนแคร่ไม้ที่ปูด้วยฟางแห้ง เสื้อผ้าป่านเนื้อหยาบระคายผิวจนทำให้นางคันคะเยอไปทั้งตัว มือที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้แตกเป็นขุยและมีแผลตกสะเก็ดจ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 17 ค่ำคืนที่อ่อนโยน

    ท่ามกลางความวุ่นวายที่เพิ่งสงบลง ลมฤดูใบไม้ผลิพัดพาเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกราตรีที่เบ่งบานอยู่รอบตำหนักฉีเสียงเข้ามาด้านใน บรรยากาศภายในห้องบรรทมวันนี้ไม่ได้ถูกประดับประดาด้วยพิธีการที่หรูหราจนอึดอัด แต่กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบและแสงเทียนที่สลัวรางหลินชิงเยียนนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง นางไม่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status