แชร์

ตอนที่ 10 ส่งไปโลกหน้า

ผู้เขียน: ท่านจอมยุทธ์1991
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-31 17:29:33

ก้าวย่างหยาบโลนและรอยยิ้มต่ำช้าของบุรุษเบื้องหน้า ฉุดดึงให้ ฉินเซียนหรู หวนคิดถึงบาดแผลเก่าที่ฝังลึกในอดีต

“ฉินเซียนหรู… เจ้าช่างอ่อนหัดนัก”นางตำหนิตัวเองในใจ ความใจอ่อนและความอ่อนโยนที่เคยยึดมั่น นั่นเองที่ทำให้นางเคยถูกพี่สาวต่างมารดาหักหลัง ลอบวางยาพิษ หวังเหยียบย่ำเกียรติด้วยการผลักนางไปอยู่ในเงื้อมมือบ่าวรับใช้ต่ำต้อยแววตาของเซียนหรูสั่นวาบ “เพื่อความสงบสุข… ข้าคงเสแสร้งเป็นเด็กสาวไร้เดียงสามานานเกินไปแล้ว”

ทันใดนั้น แววตาที่เคยอบอุ่นพลันดับวูบ ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาสิ้นเชิง บรรยากาศรอบกายคล้ายถูกคลุมด้วยหมอกหนาวเหน็บจนเส้นเลือดผู้เคราะห์ร้ายแข็งค้าง ชายเบื้องหน้าซึ่งกำลังย่างก้าวเข้ามาด้วยท่าทางลามกหยุดชะงักลงราวถูกตรึง สองเท้าหนักอึ้ง หัวใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ความเย็นยะเยือกซึมลึกเข้ากระดูกจนร่างกายสั่นสะท้าน

“นี่มัน… เกิดอันใดกันแน่?” เขาตะลึงพรึงเพริด

เมื่อสายตาสกปรกสบเข้ากับดวงตาของเซียนหรู เขากลับเห็นเพียงความว่างเปล่าลึกไร้ก้นบึ้ง ดุจเหวลึกมืดมิดที่พร้อมกลืนกินทุกสรรพสิ่งไร้ซึ่งเมตตา ไร้ซึ่งอ่อนโยนที่ใคร ๆ เคยรู้จัก

ก่อนที่ความคิดจะฟุ้งซ่านไปกว่านี้ เพียงพริบตาเดียว ร่างของเซียนหรูปรากฏขึ้นเบื้องหน้าแล้ว เข็มเงินที่ครั้งหนึ่งเคยใช้รักษาผู้คน เวลานี้กลับกลายเป็นอาวุธสังหาร แทงทะลุร่างเขานับครั้งไม่ถ้วน เส้นเอ็นแขนและขาถูกตัดสะกัดจนไม่อาจขยับได้อีก

มือเรียวของนางกุมลำคอหนาทึบของเขาไว้มั่นราวกับเพียงสัตว์เล็ก ๆ ที่อยู่ในกำมือ ทั้งที่ร่างกายชายผู้นี้สูงใหญ่กว่าหลายเท่า กลับไม่อาจดิ้นหลุดจากแรงบีบของนางได้เลย มือสังหารพยายามระเบิดลมปราณต่อต้าน ทว่าไร้ผลสิ้น แววตาหยาบช้าที่เต็มไปด้วยกระหายต่ำช้าก่อนหน้า กลับแปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวอย่างรวดเร็ว

“แม่นาง… โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าผิดไปแล้ว!” เสียงเขาสั่นเครือ

สายตาของเซียนหรูยังคงเย็นชา หากมือกลับบีบแน่นยิ่งกว่าเดิม

“ได้โปรด! หากปล่อยชีวิต ข้าจะบอกว่าผู้ใดส่งข้ามาเป็นท่านหมอซ่งเจิ้งหยุน! เขาริษยาในตัวท่าน เขาสั่งให้ข้ากำจัดท่านให้พ้นทาง!”

คำสารภาพพรั่งพรู ทว่าทุกถ้อยคำก็ไร้ความหมายสำหรับนาง ราวเสียงร้องขอจากซากเน่าไร้ค่า สิ้นคำ เสียง “กร๊อบ!” ของกระดูกดังลั่นสะท้อนกลางรัตติกาล สัญญาณแห่งชีวิตพลันดับสิ้น ร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบลงอย่างไร้เรี่ยวแรงเหลือเพียงเงียบงัน และแววตาเย็นเยียบของ ฉินเซียนหรู ที่ไม่ไหวเอนแม้แต่น้อย

ร่างสูงที่สิ้นลมหายใจ ถูกนางโยนทิ้งลงกับพื้นอย่างไร้ค่าประหนึ่งเศษขยะที่ไม่ต่างอะไรจากซากสัตว์เน่า นัยน์ตาของนางไร้แววสะท้อน ไม่แม้แต่จะเหลือบแลชายผู้นั้นเป็นครั้งสุดท้าย

เพียงชั่วอึดใจ นางหยิบขวดหยกเล็กออกมา หยดของเหลวใสลงบนร่างไร้วิญญาณ กลิ่นคาวคลุ้งผสานกับไอเย็นอันประหลาด ลำเนื้อและกระดูกถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว ร่างกายค่อย ๆ สูญสลายหายไปต่อหน้าต่อตา จนเหลือเพียงผงธุลีปลิวไปกับสายลมรัตติกาลราวกับชายผู้นั้นไม่เคยมีตัวตนบนโลกนี้มาก่อน

บรรยากาศโดยรอบเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของนาง… หากแต่จังหวะนั้นกลับสงบเสงี่ยมและสม่ำเสมอ ไร้ความสั่นไหวใด ๆ ราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยไม่ต่างจากการถอนหญ้าข้างทาง ริมฝีปากนางขยับแผ่วเบา เสียงเย็นเรียบไร้อารมณ์ลอดออกมา“อะไรกันนี่… ข้าเผลอฆ่าคนไปแล้วจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”

เป็นคำพูดที่เหมือนถามผู้อื่น แต่แท้จริงแล้วถามเพื่อตนเอง ทว่าแม้จะเป็นการฆ่าคนครั้งแรก นัยน์ตาของนางกลับไม่สั่นคลอน ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ในชาติก่อน นางคือหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ เป็นบุตรีแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ เติบโตท่ามกลางเกียรติยศและความคาดหวัง ผู้คนกล่าวขวัญถึงพรสวรรค์และความงดงามของนางทว่านั่นก็มากพอที่จะทำให้นางไม่เคยจำเป็นต้องเปื้อนเลือด ไม่เคยก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งความเป็นความตายด้วยมือตนเอง

แต่บัดนี้… สิ่งที่ถูกห้าม สิ่งที่ไม่เคยสัมผัส ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงโดยมือของนางเองลมค่ำพัดพลิ้ว เส้นผมยาวปลิวสะบัดรอบใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก ดวงตาของ ฉินเซียนหรู ยังคงว่างเปล่าทว่าในห้วงลึกนั้น… แสงเย็นวาบที่เพิ่งก่อกำเนิด บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันหวนกลับอีกต่อไป

มื้อค่ำภายในจวนตระกูลฉิน สมควรเป็นช่วงเวลาแห่งความพร้อมหน้า เสียงช้อนตะเกียบกระทบจานชามคลอเคล้าเสียงหัวเราะเจือการสนทนาอันคึกคัก บุตรหลานมากหน้าหลายตานั่งเรียงรายเต็มโต๊ะยาวที่โอ่อ่า แต่ถึงกระนั้น… กลับยังคงว่างเปล่าไปหนึ่งตำแหน่ง

ตำแหน่งนั้นอยู่ ณ ปลายสุดของโต๊ะที่ซึ่งแต่เดิมควรเป็นที่นั่งของ ฉินเซียนหรู ทว่าในยามนี้กลับเว้นว่างเงียบงัน ไม่มีเงาของนางปรากฏให้เห็นสายตาคมกร้าวของ แม่ทัพฉินเทียนหง กวาดผ่านเหล่าบุตรธิดาทีละคน ก่อนจะเผลอหยุดลง ณ ที่ว่างตรงนั้นโดยไม่รู้ตัว ความคิดพลันผุดขึ้นภายในใจ“นางเด็กนั่น… นางไปที่ใดกัน?”

เขาเองก็มิอาจปฏิเสธได้ว่า แม้ตลอดแปดปีมานี้ เขามักทำราวกับ ฉินเซียนหรู ไม่เคยมีตัวตน เย็นชา ดั่งนางคือเพียงอากาศที่ไร้ค่า ทว่าลึกลงไปในใจ ทุกครั้งที่เหลียวมองตำแหน่งนั้น ความทรงจำเก่า ๆ ก็มักย้อนหวนมาเสียดแทง

ครั้งหนึ่ง เด็กหญิงคนนั้นเคยเป็นดวงใจของเขา เป็นบุตรสาวที่ทำให้เขาภูมิใจที่สุด เขาเคยยกนางไว้เหนือบุตรทั้งหลาย เฝ้าทะนุถนอมประหนึ่งอัญมณีล้ำค่า ยามที่รอยยิ้มของนางปรากฏ ก็ทำให้แม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามนับครั้งไม่ถ้วนรู้สึกอบอุ่นได้อย่างประหลาด

ทว่า… วันที่ผลการตรวจวัดพรสวรรค์ของนางเปิดเผยออกมา ความคาดหวังทั้งหมดพลันสลายกลายเป็นเพียงเถ้าธุลี เขาเองที่เป็นผู้หันหลังให้กับนาง ตัดสายใยความรักในชั่วขณะ แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและผิดหวังที่ไม่เคยคิดย้อนคืน

เวลานี้ เมื่อสายตาของเขาเหลือบมองเก้าอี้ว่างเปล่านั้น ห้วงใจกลับสะท้อนความรู้สึกว่างเวิ้งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกประหนึ่งว่า การไม่มีนางอยู่ ณ ที่ตรงนั้น กลับทำให้มื้ออาหารอันครึกครื้นขาดอะไรไปบางอย่างที่ยากจะเอื้อนเอ่ย

บรรยากาศในห้องโถงอาหารที่ครึกครื้นค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเงียบงัน เมื่อตะเกียบของ แม่ทัพฉินเทียนหง วางลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบของมันกับขอบจานกลับดังชัดเจนราวกับปลุกความสงสัยของทุกคน เขาทานอาหารได้เพียงไม่กี่คำก็หยุดลง ใบหน้าคมเข้มที่เคยสงบนิ่งเสมือนภูผา ขณะนี้กลับฉายแววเคร่งขรึม ดวงตาคมวาวหันไปยังสตรีผู้หนึ่ง

“หลิวเยว่เหมย… บุตรสาวของเจ้าไปไหน”

คำถามนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงสุขุม หนักแน่นสมเป็นแม่ทัพที่ผ่านศึกนับครั้งไม่ถ้วน ทว่า สำหรับผู้ที่อยู่ในห้องนี้ ล้วนรู้ดีว่านี่มิใช่คำถามปกติเลย เพราะตลอดแปดปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยเหลียวแลเอ่ยถามถึงบุตรีน้อยผู้นั้นแม้แต่ครั้งเดียว

หลิวเยว่เหมย ถึงกับชะงัก นัยน์ตาไหววูบด้วยความประหลาดใจและตื่นตะลึง นางไม่คิดเลยว่าวันนี้แม่ทัพจะเอ่ยถามถึงบุตรสาวของนางที่ถูกทอดทิ้งมานาน น้ำเสียงนั้นที่แฝงความจริงจัง กลับกลายเป็นประกายความหวังเล็ก ๆ ในใจ ริมฝีปากของนางคลี่ยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ สีหน้ายินดีจนแววตาเจือความปลื้มปีติ นางตอบด้วยถ้อยคำจริงแท้ แต่กลับเจือความสุขยิ่งนัก “ไม่ทราบเจ้าค่ะ… เพราะปกติพวกเราสองแม่ลูกไม่ค่อยได้พูดคุยกันนัก”

นางพูดไปตามความจริง ด้วยเหตุที่แม่ทัพไม่เหลียวแลบุตรสาวนาง นางเองก็พลอยเฉยชาตามไปด้วย เด็กคนนั้นแม้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข หากเมื่อขาดความรักและการปกป้อง นางก็หาได้คิดยึดติดเหมือนบุตรคนอื่น ๆ ที่ตนมี

แม่ทัพฉินเทียนหงนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ ก่อนเปล่งเสียงหนักแน่น ก้องสะท้อนในโถงอาหาร“ต่อไป เจ้าจงกำชับนาง เมื่อถึงเวลามื้ออาหาร ทุกคนในตระกูลต้องอยู่พร้อมหน้า นางจะมาทำตัวแปลกแยกจากผู้อื่นเช่นนี้มิได้”

ทุกถ้อยคำของเขาเสมือนดาบกดทับลงกลางบรรยากาศรอบโต๊ะ บุตรหลานที่เหลือมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีผู้ใดกล้าสอดคำ เสียงหัวใจของหลิวเยว่เหมยเองก็เต้นแรง นางรู้ดีว่ามันไม่ใช่เพียงการกำชับ แต่เป็นสัญญาณบางอย่าง…

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า   ตอนที่ 90 ดวงใจที่หลอมรวม(จบ)

    หลังจากเหตุการณ์บนเกาะร้าง แม้ฉินชิงหร่านจะรอดชีวิตกลับมาได้ แต่จิตใจของนางกลับไม่อาจก้าวพ้นความหวาดกลัวอันฝังลึก นางหัวเราะลอย ๆ โดยไร้เหตุผล แล้วพลันก็ร้องไห้โฮราวกับเด็กที่หลงทาง ทั้งสายตาและสติสัมปชัญญะแกว่งไกว ไม่ยึดอยู่กับปัจจุบันอีกต่อไป คล้ายว่าจิตของนางติดหลงในความมืดมิดแห่งอดีตที่ไม่อาจถอนตัวออกมาได้แม้กระทั่งเมื่อทารกลืมตาดูโลกเด็กที่ถือกำเนิดจากช่วงเวลาที่นางถูกกระทำ ถูกบีบบังคับจนไร้ซึ่งอำนาจควบคุมตนเองความบริสุทธิ์ของเด็กน้อยก็ไม่อาจนำพานางกลับสู่ความปกติได้ ชิงหร่านยังคงจมอยู่ในห้วงเจ็บปวดของตน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากาลเวลาอยู่ในยามกลางวันหรือกลางคืนฉินเซียนหรูยืนมองพี่สาวต่างมารดาเพียงหนึ่งก้าว สายตาเต็มไปด้วยความเวทนา…พร้อมบาดแผลที่นางเองก็ไม่เคยลืม นางเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ หากแฝงความรู้สึกลึกซึ้ง“เจ้าจงอย่าโกรธเคืองข้าเลย…ครั้งนี้ ข้าไม่อาจรักษาเจ้าได้ดั่งที่ข้ารักษาผู้อื่น”นางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนทอดมองเด็กน้อยสองคนที่หลับอยู่ในเปลเล็ก ๆ ผิวทารกเนียนนุ่ม ข้อมือเล็กกำอากาศอย่างไร้เดียงสา ไม่รับรู้ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นก่อนพวกเขาจะถือกำเนิด เซียนหรูยื่นมือแตะผ้าอ้อมเบา ๆ

  • ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า   ตอนที่ 89 คำหวานที่แลกความเหนื่อยล้า

    หลังจากองค์รัชทายาทมู่หยางเฉิงเสด็จกลับถึงนครหลวงได้ไม่นาน พระองค์ก็ประกาศต่อประชาชนทั่วทั้งเมืองว่า“ราชครูจินหรงและเหล่าทหารติดตาม ประสบเหตุเรืออัปปางกลางทะเลบัดนี้ไม่ทราบว่ามีชีวิตรอดหรือสิ้นชีพแล้ว”คำประกาศเรียบง่าย ทว่ากลบความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนเกาะร้างอย่างแนบเนียน มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้น แม่ทัพฉินเทียนหง กับทหารชั้นสูงบางนายที่รู้ความจริงว่าราชครูจินหรงถูกกำจัดสิ้นแล้วยามค่ำวันนั้นในท้องพระโรงส่วนพระองค์ ฮ่องเต้มู่จื้อเหวินทอดพระเนตรองค์รัชทายาทด้วยสายตาเปี่ยมความเอ็นดู พระสุรเสียงแผ่วละมุนดังขึ้น“หยางเฉิง… ลูกพ่อ ภารกิจครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมากเจ้าพึ่งเดินทางไกลกลับมา คงเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย”องค์รัชทายาทประสานมือแล้วค้อมศีรษะพระสุรเสียงสงบนิ่ง ทว่าแฝงความกตัญญูอย่างลึกซึ้ง“เพียงได้แบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อสักส่วนหนึ่งลูกก็พึงพอใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการตามล่าผู้ทรยศแต่คือการกำจัด เสี้ยนหนามที่ฝังรากลึกในราชสำนักและหยางเฉิงก็ทำสำเร็จอย่างงดงามฮ่องเต้มู่จื้อเหวินประทานรอยยิ้มบางเบา แต่แฝงความหมายลึกซึ้ง“แม้ราชครูจะสิ้นไปแล้ว แต่ในราชสำนักยังม

  • ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า   ตอนที่ 88 การลงทัณฑ์ที่เกาะร้าง

    ไม่นานหลังการค้นหาทั่วทั้งเกาะ กองทหารขององค์รัชทายาทก็นำร่างของนายกองเฉาหมิงและพวกที่เหลือกลับมาได้สำเร็จ พวกมันถูกจับลากคอมาอย่างไม่ปรานี ราวกับสัตว์ดุร้ายที่หมดเรี่ยวแรงหลังดิ้นรนหนีความตายร่างกายของแต่ละคนเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ยามหัวค่ำลมทะเลพัดเย็นยะเยือกแต่กองไฟใหญ่หน้ากระโจมกลับลุกโชติช่วงราวกับตอบสนองต่อความเดือดดาลของคนสองคนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าองค์รัชทายาทมู่หยางเฉิงและแม่ทัพฉินเทียนหง“ในที่สุดก็จับกุมตัวจนครบ” พระสุรเสียงเรียบ แต่หนักแน่นดุจแผ่นหินแล้วพระองค์หันไปยังแม่ทัพผู้ยืนตระหง่านอยู่ข้าง ๆ“แม่ทัพฉินเทียนหง… จากนี้ไป เป็นหน้าที่ของท่าน”คำว่า หน้าที่ ขององค์รัชทายาท ไม่ใช่คำสั่งธรรมดาแต่คือการอนุญาตให้แม่ทัพชำระความด้วยวิถีของตนโดยไม่มีผู้ใดสามารถตั้งคำถามแม่ทัพฉินเทียนหงลุกขึ้นยืนช้า ๆ เงาของเขาทาบทับเหนือพื้นดินราวกับภูผา แววตาที่ทอดมองเหล่าเชลยนั้นมิใช่เพียงความโกรธ หากแต่เป็นความปวดร้าวที่กดทับจนสั่นสะเทือนทั้งใจเขาค้อมศีรษะเล็กน้อย“กระหม่อมซาบซึ้งในพระเมตตา…”จากนั้นใบหน้าที่เคยสงบนิ่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาเฉียบคมเสียงของเขาแผ่วต่ำ แต่ทรงพลังดั่งคำพิพากษาแห่

  • ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า   ตอนที่ 87 เศษซากชีวิต

    ท่ามกลางสายลมที่พัดแรงและคลื่นทะเลที่โถมใส่ไม่หยุด เรือสำเภาขององค์รัชทายาทมู่หยางเฉิงยังคงฝ่าความปั่นป่วนของพายุอย่างไม่หวั่นเกรง น้ำทะเลสาดซัดขึ้นมาบนดาดฟ้าเป็นระยะ แต่ทหารทุกนายยังยืนประจำตำแหน่งอย่างมั่นคงทันใดนั้น นายทหารผู้ควบคุมเรือก็ร้องเรียกเสียงดัง “องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ! พบเศษซากเรือลอยมากับคลื่น!”เขารีบรุดเข้ามาประทับยืนเบื้องหน้าพลางคุกเข่ารายงานด้วยน้ำเสียงจริงจัง“จากลักษณะไม้และรอยแตก คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของเรือท่านราชครู เกรงว่าเรือของพวกเขาคงอัปปางไปแล้ว หากยังมีชีวิต… ก็ต้องอยู่บนเกาะที่อยู่เบื้องหน้าพ่ะย่ะค่ะ”มู่หยางเฉิงหันพระพักตร์ไปมองเกาะที่ลางเลือนอยู่ท่ามกลางสายฝน ภาพเงาดำทะมึนของเกาะราวสัตว์ร้ายที่หมอบซุ่มอยู่กลางสมุทร แต่ในแววพระเนตรของพระองค์กลับมีเพียงความเย็นชาและความแน่วแน่ราชครูจินหรง หนีข้ามน้ำข้ามทะเลเพียงนี้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่อาจเลี่ยงชะตาพระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นประหนึ่งฟ้าผ่าภายใต้คำสั่งเดียว“เตรียมกำลังให้พร้อมเราจะเทียบท่าเกาะเบื้องหน้าเดี๋ยวนี้!”เสียงทหารขานรับดังก้องเหนือเสียงพายุ “รับพระบัญชา!”ไม่นาน เรือสำเภาขององค์รัชทายาทก็ฝ่าคลื่นเข้าสู่เขต

  • ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า   ตอนที่ 86 คืนมรณะกลางมหาสมุทร

    ฉินชิงหร่าน ซึ่งแต่เดิมมีสภาพเหมือนไร้จิตวิญญาณ ในที่สุดสติของนางก็กลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง เมื่อร่างอันบอบบางถูกรุกล้ำอย่างเชื่องช้า มือที่หยาบกระด้างและเต็มไปด้วยตัณหาของนายกองเฉาหมิง เริ่มลูบไล้นางด้วยความมัวเมานางถูกพันธนาการติดกับเสากระโดงเรืออย่างน่าเวทนา สภาพร่างกายที่เปียกปอนจากคลื่นลมยิ่งเน้นย้ำถึงความอ่อนแอและยั่วยวน“เจ้า... เจ้าจะทำอะไร?” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและหวาดกลัวสุดขีด สายตาของเฉาหมิงและพวกพ้องจ้องมองนางราวกับ สัตว์ป่าที่หิวกระหาย พวกมันยืนล้อมรอบนางและราชครูที่ถูกมัดอยู่ข้างกัน“ข้าจะมอบไออุ่นให้เรือนร่างของเจ้า” เฉาหมิงกระซิบข้างหูของนางอย่างน่ารังเกียจ ขณะที่มือของเขาลูบไล้ผิวหนังที่เปิดเผย “เนื้อตัวของเจ้าถูกคลื่นลมมานาน เดี๋ยวจะไม่สบาย ข้าจะให้ไออุ่นเจ้าเอง”“อย่าเข้ามานะ!” นางกรีดร้องด้วยความหวาดผวา พยายามดิ้นรน แต่เชือกที่รัดแน่นทำให้ทำได้เพียงขยับตัวไปมา นาย กองผู้นั้นไม่สนใจคำพูดใดอีก มอบจูบที่เต็มไปด้วยความใคร่และปรารถนาให้นางอย่างป่าเถื่อนโดยไม่สนใจแรงขัดขืน นางพยายามหันหน้าหนีอย่างสุดกำลัง“อย่าทำข้า! ท่านราชครูช่วยข้าด้วย!

  • ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า   ตอนที่ 85 ตัณหาและทรยศ

    ใครจะไปคาดคิดได้ว่า ราชครูจินหรง ผู้ซึ่งเป็นอดีตขุนนางใหญ่แห่งราชสำนัก พร้อมกับลูกน้องที่เป็นทหารหลวง จะกระทำตัวเลวทรามเยี่ยงโจรป่า หลอกให้ชาวบ้านต่ำศักดิ์เลี้ยงอาหาร เมื่ออิ่มท้องแล้วก็ฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยมในตอนนี้ เรือสำเภาลำเก่ากำลังหนีลอยลำอยู่กลางทะเลอย่างไร้จุดหมาย คลื่นทะเลในยามนี้นั้นซัดสาดเต็มลำเรือจนทุกคนเปียกปอนไปหมด ฉินชิงหร่าน นางผู้ซึ่งเป็นสตรีเพียงนางเดียว ถูกจับมัดแขนขาอยู่กลางเสากระโดงเรือ ยิ่งน้ำจากคลื่นทะเลสาดซัดบนตัวนางเท่าไหร่ ก็ยิ่งที่จะส่งเสน่ห์ความเย้ายวนมากเท่านั้นตั้งแต่เส้นลมปราณของนางถูกทำลายไป นางก็เหมือนแต่คนที่มีร่างแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ไม่สามารถขัดขืนหรือแม้แต่ตอบโต้ได้ เหล่าลูกน้องชั้นเลวของท่านราชครูต่างแอบจ้องมองเรือนร่างของนางจนตาเป็นมัน ร่องรอยของผ้าที่เปียกแนบเนื้อทำให้สรีระอ่อนช้อยเผยออกอย่างชัดเจน แววตาที่เต็มไปด้วยความโลภและตัณหาฉายชัดในความมืด พวกมันแทบจะควบคุมความปรารถนามืดมิดของตนเองไว้ไม่อยู่ รอคอยเพียงโอกาสอันเหมาะเจาะที่เจ้านายจะละสายตาบนเรือลำนี้ นอกจากพายุคลื่นลมที่โหมกระหน่ำแล้ว ยังมี พายุแห่งความชั่วร้าย ที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจของคนสาร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status