แชร์

บทที่ 59

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-27 14:49:30

บทที่ 19

เมษิตายังคงก้มหน้าทำงานอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นไว้อย่างลงตัวโดยไม่สนใจว่าเข็มนาฬิกาจะวิ่งไปไกลเท่าใดแล้ว มือเรียวเล็กที่ถือปากกาค้างอยู่เอื้อมไปหยิบแฟ้มงานชิ้นสุดท้ายมาเปิดอ่านซึ่งก็คือรายงานการประชุมที่เธอพลาดไปเมื่อเช้านี้นั่นเอง หญิงสาวใช้เวลาอ่านอยู่ราวสิบนาทีแล้วก็ปิดแฟ้มลงอย่างพอใจก่อนจะระบายลมหายใจยาวเหยียดแล้วทิ้งตัวลงกับพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า หญิงสาวยกข้อมือเรียวขึ้นมาในระดับสายตาเพื่อดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กที่ตนสวมอยู่

“จะสี่ทุ่มแล้วเหรอเนี่ย” รอยช้ำเป็นจ้ำๆ ที่ปรากฏอยู่บริเวณใกล้กับสายนาฬิกานั้นทำให้เมษิตานึกถึงอธินขึ้นมาได้และไวเท่าความคิด หญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรออกไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของอธินทันทีโดยไม่สนใจว่าจะเป็นเวลากี่โมงกี่ยาม

“ว่าไงครับที่รัก” อธินรับสายด้วยคำพูดที่คนฟังแทบปาโทรศัพท์ทิ้ง

“ตาบ้า อย่ามายั่วโมโหฉันนะ”

“คุณมีอะไรถึงได้โทร. มาหาผมได้เนี่ย”

“คุณอยู่บ้านแล้วใช่มั้ย บ้านคุณอยู่ไหน บอกมาเดี๋ยวฉันจะไปหา”

“เฮ้ยคุณ! ดึกดื่นป่านนี้แล้วคุณจะมาทำไม หรือว่าคิดถึงผมจนทนไม่ไหว” ชายหนุ่มแกล้งยั่ว

“ใครจะไปอยากคิดถึงคุณกันเล่าตาบ้า ฉันจะตามไปเอาสร้อยฉันคืนต่างหาก”

“สร้อยเส้นนั้นสำคัญกับคุณมากถึงขนาดที่คุณจะต้องตามมาเอาให้ได้ในคืนนี้เลยหรือ” ชายหนุ่มรู้สึกขัดใจขึ้นมาอย่างประหลาด เพียงแค่คิดว่าสร้อยเส้นนี้อาจจะเป็นของผู้ชายสักคนหนึ่งที่มอบให้กับเธอ เขาก็นึกอยากจะเอามันไปโยนทิ้งให้ไกลสายตา

“สำคัญมากหรือน้อยมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ”

“สงสัยคนที่ให้สร้อยนี้กับคุณต้องเป็นคนที่คุณรักมากแน่ๆ ถึงได้หวงและอยากได้คืนถึงขนาดนี้” อธินหลุดปากพูดออกไปด้วยความอยากรู้ที่มาที่ไปของสร้อยคอเจ้าปัญหาเส้นนี้

“คนอย่างฉันไม่เคยรักใคร และไม่คิดจะรักใครด้วย หยุดเดาสุ่มสี่สุ่มห้าได้แล้ว!” เมษิตาเผลอตัวตะคอกเสียงดังใส่คนปลายสาย

“โอเคครับ ไม่รักก็ไม่รัก” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์เมื่อได้ยินหญิงสาวปฏิเสธออกมาเช่นนั้น “คืนนี้ดึกมากแล้วคุณไม่ต้องมาหรอก แล้วผมจะติดต่อคุณกลับไปเองนะครับว่าจะให้มารับสร้อยคืนได้เมื่อไหร่”

“แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้สร้อยฉันคืนสักที” เมษิตาถามอย่างหงุดหงิดเต็มทน

“คุณจะได้มันคืนก็ต่อเมื่อผมอยากจะคืนให้เท่านั้น” พูดจบชายหนุ่มก็กดตัดสัญญาณโทรศัพท์ทิ้งทันทีเมษิตากระแทกโทรศัพท์เครื่องจิ๋วลงบนโต๊ะอย่างขัดใจที่ไม่ว่าเธอจะทำอย่างไรอธินก็ไม่ยอมคืนสร้อย

ให้เธอสักที  หลังจากนั้นอีกเพียงอึดใจเดียว เสียงเตือนข้อความเข้าก็ดังขึ้น หญิงสาวเจ้าของโทรศัพท์เอื้อมมือเรียวไปหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นข้อความที่ส่งมาจาก ที่รัก ซึ่งก็คืออธินนั่นเอง

เมื่อเมษิตากดเปิดอ่านข้อความที่เขาส่งมาว่า ‘กู๊ดไนท์ครับที่รัก นอนหลับฝันดีแล้วคืนนี้ผมจะฝันถึงคุณ’ เพียงเท่านี้หญิงสาวก็แทบอยากจะพุ่งไปหักคอคนส่งข้อความนี้ให้รู้แล้วรู้รอด

เช้าตรู่ของวันถ่ายแบบเครื่องเพชร อธินและ ปราบดาต่างก็ช่วยกันเซทฉากและจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้พร้อมเริ่มงานได้ทันทีที่ทีมงานจากบริษัทเลิฟไดมอนด์ของนันทลีเดินทางมาถึง หน้าที่ในการสั่งงานและควบคุมลูกน้องตกเป็นของปราบดา ส่วนอธินนั้นก็ง่วนอยู่กับการตรวจสอบความพร้อมของกล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์อื่นๆ

“สวัสดีครับคุณลี” ปราบดาร้องทักเสียงดังลั่นห้องเมื่อเห็นนันทลีก้าวเข้ามาในสตูดิโอพร้อมกับวางมือจากงานทั้งหมดที่กำลังทำอยู่แล้วรีบวิ่งไปต้อนรับหญิงสาวด้วยใบหน้าระรื่น

“ผมเตรียมห้องพักและห้องแต่งตัวไว้ให้นางแบบและทีมงานของคุณลีเรียบร้อยแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะให้ทีมงานของผมพาทีมงานของคุณลีไปนะครับ” ปราบดาหันไปบอกนันทลี จากนั้นจึงหันไปตะโกนเรียกปุ้มปุ้ยลูกน้องคนสนิทให้เป็นผู้พาทีมงานของบริษัทเลิฟไดมอนด์ไปยังห้องที่จัดเตรียมไว้

“ส่วนผมจะพาคุณไปดูฉากสำหรับถ่ายแบบวันนี้ก่อนนะครับ เผื่อว่ามีอะไรที่อยากจะปรับเปลี่ยน” ปราบดาพูดพลางเดินนำหญิงสาวไป

นันทลีพอใจกับการเตรียมงานและสถานที่ถ่ายแบบของปราบดามากเพราะทุกอย่างตรงตามแบบและเงื่อนไขที่คุยกันไว้ทุกประการไม่เว้นแม้แต่รายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งปราบดาก็เก็บรายละเอียดได้ครบทุกจุดสมกับเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง

“โอเคค่ะ ตรงตามแบบทุกอย่างคงไม่มีอะไรต้องแก้” นันทลีกล่าวด้วยสีหน้าพอใจ

“เชิญคุณลีมานั่งรอทางด้านนี้ดีกว่านะครับ” ปราบดากุลีกุจอหาที่นั่งให้หญิงสาวอย่างเอาใจใส่เป็นพิเศษ

“คุณเม!” ปราบดาร้องทักอย่างประหลาดใจเมื่อหันไปเห็นเมษิตาเดินตรงเข้ามาหานันทลี

“คุณปราบดา!” เมษิตาถามด้วยความแปลกใจไม่แพ้กัน

“สองคนนี้รู้จักกันด้วยเหรอคะ” นันทลีถามพลางมองหน้าเมษิตาและปราบดาสลับกันไปมา

“เราสองคนเคยเจอกันมาแล้วครั้งนึงน่ะ” เมษิตาชิงเป็นผู้ตอบคำถามกับนันทลีก่อนที่ปราบดาจะทันได้พูดอะไรออกมาเพราะถ้าหากปล่อยให้เขาพูด เขาคงจะต้องบอกว่ารู้จักเธอในฐานะแฟนของอธินอย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หญิงสาวไม่อยากให้เพื่อนรักรู้เท่าใดนัก ไม่ใช่เพราะต้องการปิดบังแต่เป็นเพราะขี้เกียจอธิบายความมากกว่า

“ทำไมคุณเมถึงมากับคุณลีได้ล่ะครับ” ชายหนุ่มยังไม่หายสงสัย

“เมเป็นคนออกแบบเครื่องเพชรคอลเลคชั่นนี้ค่ะ”

นันทลีเป็นผู้ตอบคำถามแทน

“จริงเหรอครับ ผมแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเครื่องเพชรสวยๆ ทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือคุณเม” ปราบดารู้สึกทึ่ง

“ทำไมหรือคะ ท่าทางเมมันดูไม่ได้เรื่องเลยใช่ไหมคะ” หญิงสาวแกล้งเย้าเขาเล่น

“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ฝีมือคุณเมยอดเยี่ยมมากต่างหากล่ะครับ” ชายหนุ่มรีบแก้ต่างให้ตัวเอง

“ขอบคุณที่ชมค่ะ” เมษิตายิ้มรับคำชม

“เพื่อนผมมันไม่ปริปากบอกผมสักคำเลยนะครับว่างานนี้เป็นงานของคุณเม ผมยังนึกแปลกใจอยู่เลยว่าทำไมมันถึงได้ยอมรับถ่ายงานนี้ง่ายๆ ทั้งที่มันไม่ค่อยชอบงานแบบนี้สักเท่าไหร่ ที่แท้ก็เป็นเพราะว่าเป็นงานคุณเมนี่เอง”

“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณปราบ เพื่อนที่คุณกำลังพูดถึงอยู่นี่อย่าบอกนะว่าเป็น...” เมษิตาชักเอะใจ

“ก็แฟนคุณยังไงล่ะครับ” ปราบดาโพล่งออกมา

“แฟนเม!?” นันทลีงง

“ก็นายอธินไงครับ ไม่ทราบว่าคุณลีเคยเจอมันหรือยัง” ปราบดากล่าวพลางกวาดตามองหาอธิน “นั่นไงครับมันอยู่ตรงโน้น” ชายหนุ่มชี้มือไปยังตำแหน่งที่อธินยืนอยู่ซึ่งห่างออกไปไม่ไกลนัก

สองสาวหันขวับไปตามทิศที่ปราบดาชี้อย่างพร้อมเพรียงกัน เมษิตาอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงได้บังเอิญเจอกับอธินบ่อยขนาดนี้ ส่วนนันทลีแอบดีใจอยู่ลึกๆ แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกเท่าใดนักเพราะเกรงจะเป็นที่สงสัยของเมษิตา

“ธิน มาทางนี้หน่อย” ปราบดาตะโกนเรียกเสียงดัง

อธินหันไปตามเสียงเรียกของปราบดาแล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเมษิตาและนันทลียืนอยู่กับปราบดาด้วย แต่เพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็ระบายยิ้มบนใบหน้าแล้วก้าวเข้าไปหาเพื่อน

“คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เมษิตาถามอธินทันทีที่เขามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

“แล้วคุณล่ะ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” อธินย้อนถาม

“ฉันถามคุณก่อน คุณก็ตอบมาก่อนสิ”

“นี่ๆ สองคนนี้นี่เป็นคู่รักหรือคู่กัดกันแน่เนี่ย” ปราบดารีบปรามก่อนที่ทั้งคู่จะเถียงกันไปมากกว่านี้

“ฉันไม่ได้เป็น...”

อธินรีบเอามือปิดปากเมษิตาก่อนที่หญิงสาวจะหลุดคำพูดปฏิเสธออกมาว่าทั้งคู่ไม่ได้เป็นคู่รักกันอย่างที่ปราบดาเข้าใจแล้วลากตัวเธอออกมาจากบริเวณนั้น โดยทิ้งให้นันทลีและปราบดามองตามอย่างงุนงง

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” เมษิตาพยายามดิ้นรนให้หลุดออกจากมือใหญ่ของอธินที่จับเธอไว้มั่น “ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย”

“ก็แล้วคุณจะบอกอะไรไอ้ปราบล่ะ”

“ฉันก็จะบอกเขาว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ฉันไม่ได้เป็นแฟนคุณอย่างที่เขาเข้าใจน่ะสิ” หญิงสาวพูดชัดถ้อยชัดคำ

“แล้วคุณจะไปบอกมันทำไม ก็ปล่อยให้มันเข้าใจไปอย่างนั้นแหละดีแล้ว”

“คนอื่นกำลังเข้าใจฉันผิดคุณยังจะมาว่าดีอีกเหรอ แล้วไหนจะเพื่อนฉันอีกเข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว” เมษิตาหงุดหงิด

“ถ้าคุณบอกไอ้ปราบ ผมก็จะไม่คืนสร้อยให้คุณ” อธินเอาตัวประกันชิ้นเอกขึ้นมาขู่

“คุณมันคนไม่รักษาสัญญา ไหนคุณบอกว่าให้ฉันเล่นละครเป็นแฟนคุณแค่คืนนั้นคืนเดียวไง แล้วนี่มันอะไรกันอีก ทำไมฉันต้องโกหกทุกคนต่ออีก”

“ในเมื่อละครมันยังไม่จบคุณก็ต้องเล่นต่อก็เท่านั้นเอง”

“หมายความว่ายังไง” หญิงสาวถามหาความกระจ่าง

“จะให้ผมพูดยังไงดีล่ะ” ชายหนุ่มไม่รู้จะอธิบายอย่างไร “เอาเป็นว่าผมขอให้คุณเป็นแฟนผมต่อไปจนกว่าคุณแม่ผมจะล้มเลิกงานแต่งงานของผมกับดาก็แล้วกันนะครับ”

“พอแล้ว ฉันไม่เล่นกับคุณแล้วนะ” เมษิตายืนกรานหนักแน่น

“อย่าลืมสิว่าสร้อยของคุณยังอยู่กับผม”

“ไม่ต้องเอาสร้อยมาขู่ฉัน” หญิงสาวกระฟัดกระเฟียดอย่างขุ่นเคืองที่ของรักของหวงถูกยึดไว้แล้วยังถูกนำมาเป็นข้อต่อรองในเรื่องบ้าบออย่างนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า

“ถือว่าผมขอร้องคุณก็ได้ หลังจากจบงานนี้ผมจะยอมให้คุณขออะไรผมก็ได้หนึ่งอย่าง และผมจะยอมทำตามโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น”

“โอ๊ย ฉันไม่ได้อยากได้อะไรจากคุณหรอกนะ ฉันแค่อยากได้สร้อยฉันคืน”

“สรุปว่าคุณไม่ตกลงใช่มั้ย งั้นผมไปล่ะ” อธินหันหลังเดินจากไปทันทีที่กล่าวจบ

“เดี๋ยวก่อน”

ชายหนุ่มชะงักเท้าทันทีแล้วแอบยิ้มนิดหนึ่งก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉยแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับเมษิตาอีกครั้ง

“คุณยอมแล้วใช่มั้ย” ชายหนุ่มจ้องหน้าหญิงสาวอย่างรอคอยคำตอบ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ดีอยู่แล้วว่าคำตอบนั้นคืออะไร แต่เขาก็อยากแกล้งสาวเจ้าอารมณ์ให้พูดมันออกมาจากปากของเธอให้ชัดๆ อีกครั้ง

“ฉันยอมก็ได้ แต่คุณก็ต้องรักษาสัญญาเหมือนกัน หลังจากจบงานแล้วต้องคืนสร้อยให้ฉัน แล้วก็ต้องยอมทำตามข้อเรียกร้องของฉันหนึ่งอย่างโดยไม่มีเงื่อนไข”

“คนอย่างผมไม่เคยผิดคำพูดอยู่แล้ว” อธินตอบรับหนักแน่น

เมษิตาซ่อนรอยยิ้มไว้ในแววตาพลางแอบคิดในใจว่าหลังจากจบงานนี้แล้วเธอจะเอาคืนให้สาสมเลยทีเดียว ดังคำกล่าวที่ว่าสิบปีแก้แค้นก็ยังไม่สาย

หญิงสาวเดินกลับเข้ามาภายในสตูดิโออีกครั้งหลังจากเจรจากับคู่กรณีเป็นที่เรียบร้อยโดยมีสายตาของนันลีจับจ้องมาที่เธอแบบต้องการคำอธิบาย เมษิตาจึงลากนันทลีไปหลบมุมแล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เพื่อนรักฟังอย่างไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกต่อไป

“นี่หมายความว่าเมต้องแกล้งเป็นแฟนกับคุณอธินเพื่อตบตาทุกคนเหรอ”

“งี่เง่ามากเลยใช่มั้ยล่ะ” เมษิตาพูดอย่างเซ็งๆ

“ทำไมเมต้องยอมรับเงื่อนไขของคุณอธินด้วยล่ะ ในเมื่อสร้อยเส้นนั้นเมก็ไม่ได้ต้องการมันอยู่แล้วนี่นา มันจะหายไป หรือว่าคุณอธินจะยึดไว้แล้วไม่คืนเมมันก็มีค่าเท่ากันไม่ใช่เหรอ”

“เมจะเอามันไปปาใส่หน้าพี่อรรถให้หายแค้น” เมษิตากล่าวด้วยแววตาหม่น

“เมเจอเขาที่ไหน” นันทลีรีบซักอย่างประหลาดใจเพราะข่าวคราวของอรรถพลเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่สองปีที่แล้ว เธอไม่คิดว่าจู่ๆ เมษิตาจะบังเอิญไปพบเขาได้

“ที่งานเลี้ยงที่เมไปกับคุณอธินเมื่อคืนก่อนนั่นไง พี่อรรถมาร่วมงานกับน้องสาวนายอธิน แล้วสองคนนั้นก็กำลังคบกันอยู่ด้วย” เมษิตากระซิบกระซาบ

“ตายแล้ว! แล้วนี่คุณอธินรู้หรือเปล่าว่าเมกับพี่อรรถเคยคบกันมาก่อนน่ะ ทำไมโลกมันถึงได้กลมอย่างนี้นะ”

“นายอธินจะรู้หรือไม่รู้ก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรเลยนี่นา”

“ก็ถ้าเขารู้ว่าคนรักน้องสาวเขาเป็นแฟนเก่าของเมเขาคงไม่พอใจ”

“เขามีสิทธิอะไรที่จะไม่พอใจเรื่องนี้”

“เอาเถอะนะ เก็บเรื่องนี้ไว้คิดต่อวันหลังก็แล้วกันนะ ลีว่าตอนนี้เราไปทำงานกันก่อนดีกว่าเพราะดูเหมือนว่าทีมงานจะกำลังรอเราอยู่นะ” นันทลีบอกกับเมษิตาเมื่อเห็นว่าปราบดาและทีมงานกำลังคุยอะไรบางอย่างกันอยู่แล้วมองมาทางตนหลายครั้งแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status