Home / รักโบราณ / ณ อนันต์ / สิ่งที่ยากจะตัดสินใจ

Share

สิ่งที่ยากจะตัดสินใจ

last update Last Updated: 2026-01-17 13:57:40

‘รัชทายาทอยากให้ท่านร่วมกับตำหนักบูรพา ตรวจตราขุนนางน้อยใหญ่ จัดการกับพวกกังฉิน สร้างต้าเว่ยที่แข็งแกร่ง’

ภายในรถม้าที่มุ่งหน้ากลับจวน ซุนเจิงทวนประโยคที่ผู้เป็นอ๋องแปดกระซิบกับเขาเมื่อครู่นี้ หากไม่คิดอะไรมากก็มองได้ว่าเป็นกองกำลังหนึ่งที่อยู่นอกอำนาจของราชสำนัก เพื่อตรวจตราการทำงานของขุนนางทั้งหลายในแผ่นดิน แต่เขาก็ไม่ใช่พวกไร้เดียงสาในเรื่องพวกนี้นัก จึงมองในอีกแง่มุมหนึ่งว่า กองกำลังนี้รัชทายาทอาจจะอยากใช้มาหนุนหลังเพื่อราชบัลลังก์ในวันข้างหน้าจะได้ไม่สั่นคลอน แต่ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็เหมือนจะชักนำปัญหามาใส่ตัวอยู่ดี หากกระทำดีก็รอดตัวไป หากกระทำพลาดมีหรือที่จะพ้นตัวไปได้ เช่นนั้นแล้วควรอยู่เฉยๆ เห็นจะสมควรกว่ากระมัง

ซุนเจิงเบื่อเต็มทีกับการใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นจนเกือบไม่มีเวลาให้ตัวเองและครอบครัว บัดนี้ได้เริ่มต้นใหม่ เขาควรเห็นแก่ตนเองมากกว่าคนอื่นกระมัง อีกอย่างหากหลวมตัวเข้าไปอยู่ในกองกำลังนั่นและพลาดพลั้งถึงแก่ชีวิตขึ้นมา ยายแก่ที่บ้านคงไม่เป็นอันทำอะไร เพราะที่นี่เขาและเธอต่างไม่คุ้นเคย หากใครคนใดคนหนึ่งไม่อยู่แล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรเช่นกัน

เมื่อกลับถึงจวนท้องฟ้าก็มืดสนิท ที่นี่ไม่ได้มีไฟฟ้าใช้ เพียงแค่แสงจันทร์ก็นับว่าสว่างมากแล้วในเวลากลางคืนเช่นนี้ ทุกห้องหับในจวนล้วนมืดสนิท บัดนี้บ่าวรับใช้ทั้งหลายคงหลับใหลกันไปเกือบหมดแล้ว มีเพียงเวรยามที่คอยเฝ้าระวังอยู่ไม่กี่คน ซึ่งภายในห้องนอนของเขายังคงมีแสงไฟสลัวอยู่ ความจริงนี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หากเขายังไม่กลับมีหรือที่เหอลี่อิงจะนอนก่อน…

และจริงตามที่ซุนเจิงคาด เหอลี่อิงยังไม่เข้านอน เธอยังคงง่วนกับอะไรอยู่ก็ไม่ทราบบนเตียง แต่เมื่อรู้สึกตัวได้ว่ามีคนเข้ามาภายในห้องจึงผละออกจากงานที่ทำ หันมาสนใจเขาและยิ้มให้เช่นทุกครั้ง

“เป็นอย่างไรบ้าง จะอาบน้ำไหม ฉันจะไปต้มน้ำให้”

ซุนเจิงส่ายหน้าเชิงปฏิเสธน้ำใจที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้ ทิ้งกายลงนั่งข้างภรรยา มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของอีกฝ่ายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา

“วันนี้ฉันต่อยราชองครักษ์ของรัชทายาทมา”

“ตายจริง!”

“ยังไม่ตายเสียหน่อย แต่ไม่รู้ป่านนี้จะลุกขึ้นไหม” ซุนเจิงพูดหน้าตาย ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นจะผิดอะไร ในเมื่ออีกฝ่ายก็ตั้งท่าสู้กับเขาไม่ต่างกัน ความจริงหมอนั่นดูจะเอาจริงกว่าเขาเสียอีก คงเพราะเป็นถึงราชองครักษ์ หากแพ้ต่อขุนนางที่คงแก่เรียนก็นับว่าเสียหน้ากระมัง

“โอ๊ย!” นั่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปเมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อนก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อรับสัมผัสที่เจ็บแปลบตรงบั้นเอว ก่อนจะพบว่าสตรีที่เขาห่วงนักหนามาตลอดทางว่าจะเป็นหม้ายกลับหยิกเขาอยู่ไม่ยอมปล่อย

“บอกว่าอย่าไปทำร้ายคนอื่น ทำไมถึงไม่เชื่อฟังกันเลย!”

“ก็เขาเอาดาบชี้ใส่หน้าฉัน เธอจะให้ฉันยืนนิ่งๆ ให้เขาทำร้ายหรือยังไงกัน!” ซุนเจิงตอบกลับเสียงดัง ใบหน้ายับยู่ให้กับความเจ็บที่ถูกกระทำโดยสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา!

ให้ตายเถอะ! สู้กับผู้ชายตัวโตอย่างกับยักษ์ปักหลั่นเขาไม่เคยแม้แต่จะหวั่น แต่ทำไมเขาต้องมาพลาดท่าเสียทีให้ยายแก่เหอลี่อิงตลอดด้วย!

“ฮะ! แล้วนี่คุณรอดมาได้ยังไง!”

“ปากเธอนี่ช่างเป็นมงคลเหลือเกิน”

“ฉันขอโทษ ฉันตกใจไม่รู้จะพูดยังไง” สตรีที่ไม่ทันได้เรียบเรียงคำพูดเอ่ยด้วยน้ำเสียงสลด ด้วยว่าไม่ได้ตั้งใจจะสื่อความในเชิงไม่ดีแต่อย่างไร

“มันเป็นแผนลวง รัชทายาทต้องการคนเก่งมีความสามารถ เลยออกอุบายโง่ๆ ขึ้นมาเพื่อรอดูว่าจะมีคนแก้ปัญหานี้ยังไง และเมื่อเจอคนนั้น รัชทายาทก็ชักชวนให้ไปเป็นพรรคพวกของเขา”

“พรรคพวก?”

“ใช่ เหมือนกองกำลังลับๆ ของรัชทายาท กองกำลังของตำหนักบูรพา พวกเขาอ้างว่าเป็นผู้ตรวจสอบการทำงานของกรมต่างๆ จัดการปัญหาที่บางครั้งกฎหมายจัดการไม่ได้ และเขาก็อยากให้ฉันเป็นหนึ่งในกองกำลังนั่น”

“แล้วคุณเห็นว่ายังไง”

“ฉันเบื่อเสียแล้ว ฉันเบื่อที่ต้องทำเพื่อคนอื่นแล้ว” ซุนเจิงตอบอย่างไม่ปิดบัง มองใบหน้าของสตรีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาหลายสิบปี บัดนี้เหอลี่อิงกำลังจับจ้องมายังเขาไม่วางตา

“คุณแน่ใจหรือว่านี่คือคำตอบของคุณจริงๆ”

“เธอไม่เชื่อฉันรึ”

“ฉันอยู่กับคุณมามากกว่าครึ่งชีวิต เพราะฉะนั้นจึงไม่แน่ใจว่าที่คุณพูดมานั้นคือสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ ซุนจ้าวเฟิงเป็นคนอย่างไรฉันไม่รู้ แต่ซุนเจิง เขาเป็นผู้ชายที่เห็นแก่คนอื่นมากกว่าตัวเอง ดังนั้นฉันจึงไม่อยากเชื่อว่าคุณจะปล่อยเรื่องพวกนั้นไปได้ หากวันหนึ่งคุณเดินไปบนถนนแล้วเจอคนถูกกดขี่ มีหรือคุณจะไม่เข้าไปช่วยเขา อย่างคุณน่ะจะมีสักกี่วันที่กลับบ้านมาแล้วไม่มีแผล”

“เพราะแบบนั้นไง ฉันถึงไม่อยากกลับไปทำอะไรที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอีกแล้ว เธอไม่อยากให้ฉันเป็นทหารไม่ใช่หรือ หากฉันยอมทำตามรัชทายาท มันก็ไม่ต่างอะไรกับการกลับไปเป็นทหารอีกครั้ง เธอชอบนักหรือที่จะหันหลังให้กันอีกนับครั้งไม่ถ้วนเหมือนที่ผ่านมา”

“แสดงว่าคุณสนใจงานนี้ แต่คุณไม่อยากให้ทุกอย่างมันกลับไปเหมือนเดิมใช่ไหม”

ซุนเจิงไม่ตอบ แต่กลับกลายเป็นว่านั่นยิ่งย้ำชัดในสิ่งที่เหอลี่อิงคิด ตั้งแต่ไหนแต่ไร เธอรู้ดีว่าซุนเจิงนั้นภูมิใจในหน้าที่ของตนขนาดไหน เขาทำเพื่อคนอื่นอย่างถวายชีวิต เขาไม่เคยห่วงว่าตัวเองจะได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บปวดเพียงไร และเรื่องนี้ทำให้เธอกลายเป็นคนที่เจ็บปวดเสียเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ณ อนันต์    องครักษ์ที่ฝากตัวเป็นศิษย์

    “แต่ข้างานเยอะเหลือเกิน หากสอนท่านราชองครักษ์อีก เห็นทีว่าจะไม่มีเวลาอยู่กับฮูหยินเลยกระมัง” แม้จะกล่าวกับราชองครักษ์ที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ทว่าซุนเจิงกลับมองไปยังเหอลี่อิงอย่างไม่วางตา เสียงลอดไรฟันแสดงชัดว่าเขาไม่พอใจการมาของเหอลี่อิงอยู่มากเอาการ“อย่างไรเราก็เจอกันทุกวันไม่ใช่หรือ ท่านเองก็เก่งกาจ ความเก่งของท่านอาจจะไร้ค่าก็เป็นได้ หากไม่ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้เอาไปใช้ประโยชน์บ้าง ท่านจะหวงไว้ทำไมกัน ประเดี๋ยวก็แก่เฒ่าไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว ถึงเวลานั้นท่านจะใช้กำลังเช่นตอนนี้ก็ไม่ได้ แต่หากท่านสอนให้แก่ผู้อื่นก็ยังได้ชื่นชมลูกศิษย์ของท่าน”“ข้าคงไม่แก่เร็วขนาดนั้น ฮูหยินขี้กังวลเกินไปแล้ว”“ใต้เท้าซุน...” เสียงเรียกลอดไร้ฟันของเหอลี่อิงทำเอาชายชาตรีที่กัดฟันสู้เถียงกับภรรยามานานสองนานเริ่มเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างไรชอบกล “ข้าขอถามท่านอีกครั้ง ว่าท่านจะสอนการต่อสู้ให้แก่ท่านราชองครักษ์ไหม”“เหตุผลล่ะ?” คนที่รู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุมได้แต่ลอบกลืนน้ำลายและเอ่ยถามออกไป“เพราะคุณต้องการทีม...” เหอลี่อิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบไม่ให้แขกผู้มาเยือนถึงที่ได้ยิน เธอมองใบหน้าของบุ

  • ณ อนันต์    แขกที่มาหาถึงที่จวน

    ส่วนซุนเจิงก็เดินเข้าไปหาราชองครักษ์ของรัชทายาทที่จิบน้ำชาอย่างสบายใจ ด้วยรอยยิ้มประหนึ่งว่าที่นี่คือจวนของตนเอง ไม่รู้ว่ายายเหอลี่อิงพูดกับไอ้หนุ่มนี่ไปขนาดไหนกัน ถึงได้นั่งยิ้มเหมือนคนบ้าเช่นนี้ คิดแล้วมันก็น่านัก! คราวที่แล้วเขาไม่น่าออมมือให้ชายคนนี้เลย ไม่น่าเลยซุนเจิง!“ใต้เท้า” แขกผู้มาเยือนโค้งกายคำนับเล็กน้อย ด้วยว่าอายุทั้งสองนั้นไม่ได้ต่างกันมากมาย แต่คนที่อายุไม่ต่างกันทั้งยังเป็นเจ้าของบ้านกลับเมินใส่การทำความเคารพเมื่อครู่ สาวเท้าไปนั่งพร้อมทั้งรินน้ำชาขึ้นมาดื่มราวกับไม่ใส่ใจแขกที่มาเยือนถึงจวนแม้แต่น้อย“วันนี้ที่ข้ามาหาใต้เท้าถึงจวน ก็เพราะองค์รัชทายาทมีรับสั่งว่าช่วงนี้ท่านคงมีเรื่องยุ่งเป็นแน่ จึงไม่ได้เข้าไปรายงานข่าวคราวให้พระองค์ทราบ ดังนั้นจึงส่งข้ามาแทน”ราชองครักษ์ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่มารายงาน แต่บุรุษที่ได้รับฟังกลับเอาแต่นิ่งเฉย สนใจจอกน้ำชาในมือมากกว่าเขาที่เป็นคู่สนทนาเสียอีก“ใต้เท้า ใต้เท้าขอรับ”“หืม...น้ำชาเย็นชืดขนาดนี้ ท่านยังดื่มด้วยรอยยิ้มได้ เห็นทีว่าท่านจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย”“เอ่อ...ขอรับ เมื่อครู่ที่ข้าพูดไป”“มีเรื่องจริงอย่างที่องค์รัชทา

  • ณ อนันต์    เรื่องที่คิดไม่ตก

    “ไม่รอฟังคำขอโทษของเขาหน่อยหรือ ที่เขาว่าคุณไปเมื่อครู่นี้น่ะ” เหอลี่อิงที่ถูกรั้งตัวออกมาเอ่ยถามชายหนุ่มที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง“ไม่จำเป็น เขาจะคิดอย่างไรก็ช่าง นั่นไม่ใช่หน้าที่ฉันเสียหน่อย”“แล้วคุณจะเอาอย่างไรต่อ เรื่องนี้เหมือนจะไม่ง่ายเลยไม่ใช่หรือ”“ใช่ เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ขุนนางทั้งหลายจะไม่รู้ เพราะจักรพรรดิมีราชโองการชัดเจนในการจัดสรรที่ดิน แต่นี่อะไร ไม่มีใครเปิดปากถึงเรื่องนี้เลย เป็นไปได้ว่าจะเป็นพรรคพวกเดียวกัน ฉันเลยไม่พยายามทำตัวตื่นข่าว ประเดี๋ยวพวกนั้นจะไหวตัวทันเสียก่อน”“แล้วคุณจะบอกเรื่องนี้แก่รัชทายาทไหม” เมื่อเหอลี่อิงถามจบ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอที่เล็ดลอดออกมา“ก็ลองดูว่าหูตาของรัชทายาทเป็นเช่นไร อายุมากแล้วก็แบบนี้ ทำงานตามระเบียบ ซื่อสัตย์ตามระบอบอะไรแบบนั้น ฉันไม่ชอบเท่าไหร่”“อะไรกัน คุณอยู่ในร่างหนุ่มขนาดนี้แล้วยังบ่นว่าตัวเองแก่อีกหรือ”“ก็เหมือนที่เธอตายด้านแล้วยังไงล่ะ” ซุนเจิงมองสตรีที่เริ่มชักสีหน้าอีกหนเมื่อเขาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มยียวน “มาคิดดูแล้วก็คงจะจริง ฉันแทบจะนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงอยู่รอมร่อ เธอยังนอนเฉยๆ ได้ถึงเช้า”“คุณก็นอนถอดเสื้

  • ณ อนันต์    ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ ท่านเห็นใต้เท้าไม่เต็มใจช่วยท่านหรือ

    มีเด็กวิ่งอยู่ในจวนนับว่าสร้างชีวิตชีวาให้แก่คนชราที่อยู่ในร่างของหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่ง ซุนเจิงมองเจ้าเด็กที่พอหายป่วยก็วิ่งวุ่นไปทั่วจวน โดยที่เขาไม่เอ่ยห้ามหรือดุเจ้าเด็กซนคนนี้แม้แต่น้อย“หยุดเล่นได้แล้วเสี่ยวหยู”ซุนเจิงเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงบิดาของเด็กน้อยที่เริ่มเกาะต้นไม้ ทำทีท่าว่าจะปีนขึ้นไปเป็นลิงเป็นค่าง“ข้าละอายเหลือเกินที่ทำให้ใต้เท้าวุ่นวายเช่นนี้”ซุนเจิงโบกมือไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวว่าวุ่นวาย เชื้อเชิญให้แขกนั่งลงดื่มน้ำชาร่วมกับตน“เด็กก็แบบนี้ ช่างเขาเถิด” ซุนเจิงบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องของท่าน ข้าไปตรวจสอบดูแล้ว เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องง่ายและคงต้องใช้เวลานานพอสมควร ข้าเห็นท่านควรกลับไปรอฟังข่าวที่บ้านจะสมควรกว่า เพราะอยู่นี่หากมีคนรู้เข้า ท่านจะเดือดร้อนเอาได้ และคราวนี้ท่านอาจจะไม่มีโอกาสได้ที่นากลับมาอีกเลย”เรื่องนี้ยิ่งตรวจสอบยิ่งได้รู้ว่าทุกอย่างนั้นมีข้อสงสัยมากกว่าที่ซุนเจิงคิด และการที่ครอบครัวนี้อยู่ในจวนของเขานั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะครอบครัวนี้จะอยู่ในที่แจ้งและโดนทำร้ายกลั่นแกล้งได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า แต่บุรุษตรงหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อ

  • ณ อนันต์    ข้อร้องเรียนจากชาวบ้าน

    “ข้าไม่รู้หนังสือ นายอำเภอเอาอะไรมาให้ข้าประทับนิ้วมือก็ไม่ทราบ แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็อ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่นาของข้าไปแล้ว นายท่าน เช่นนี้ข้าถูกหลอกใช่หรือไม่ขอรับ!”“แล้วนายอำเภอหลอกลวงเอาที่นาของท่านเพียงผู้เดียวหรือของคนอื่นด้วย”“หลายครอบครัวอยู่ขอรับ พวกเขาไม่กล้ามาร้องเรียน แต่ข้าทนไม่ไหวเพราะว่าลูกยังเล็ก ทำงานแทบตายแต่ไม่เหลือเงินแม้สักตำลึงไว้จุนเจือครอบครัว เช่นนี้แล้วลูกและเมียข้าไม่ต้องอดตายหรือ ข้าจึงจำต้องมาเมืองหลวง...นายท่านช่วยข้าได้หรือไม่”“หากทำตามกฎระเบียบแน่นอนว่ายุ่งยากจนข้านึกขยาด” ซุนเจิงเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เรื่องกฎระเบียบนั้นยุ่งยากอยู่เสมอ แต่ใช่ว่าตอนนี้เขาจะต้องทำตามแบบแผนเสมอไปนี่ “แต่หากจะให้มันรวบรัดก็มีทางอยู่บ้าง แต่ทำเช่นนั้นก็จะไม่เด็ดขาดและก่อให้เกิดปัญหาในการณ์ข้างหน้าได้ เช่นนั้นแล้ว… ข้าจะลองดูให้ก็แล้วกัน”“จริงหรือขอรับ” คนที่ได้รับความช่วยเหลือพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดีใจเหลือหลาย ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ศีรษะจดกับพื้นดินด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ แต่กระนั้นซุนเจิงก็พยุงร่างของบุรุษที่แสดงความซาบซึ้งใจให้ลุกขึ้น เนื่องด้วยว่านี่ไม่เป็น

  • ณ อนันต์    หนอนบ่อนไส้ในกรมคลัง

    เจ้าของจวนสั่งให้คนจัดแจงห้องหับให้ทั้งสามคนได้พักพิง วางร่างของเด็กน้อยที่ตัวเล็กจนน่าเป็นห่วงลงบนเตียง ซุนเจิงมองเหอลี่อิงที่หน้าเสียเมื่อเห็นความลำบากและขัดสนของครอบครัวตรงหน้า ซึ่งเขาก็ทำได้แค่กุมมือของเธอเอาไว้เท่านั้น“อีกประเดี๋ยวหมอก็คงจะมา ข้าให้คนจัดเตรียมอาภรณ์ให้พวกท่านได้ผลัดเปลี่ยนแล้ว พวกท่านก็ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนเถิด ข้าและฮูหยินจะดูแลเด็กคนนี้ให้ก่อน”“ข้าไม่อยากรบกวน แค่นี้ก็มากมายเหลือเกินแล้ว”“ไม่รบกวน ข้ายินดีช่วยท่าน ส่วนเรื่องที่ท่านมาร้องเรียนนั้น เสร็จจากการตรวจรักษาข้าจะคุยกับท่านในภายหลัง ข้าเป็นขุนนางอยู่กรมคลัง เรื่องนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของข้า”สองสามีภรรยาที่ไม่มีที่พึ่งพิงมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อหูของตนนัก ว่าจะได้พบกับขุนนางที่เมตตาถึงเพียงนี้ สุดท้ายพวกเข้าจึงเข้าไปชำระร่างกายและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ตามที่เจ้าของจวนเอ่ยปาก ปล่อยเจ้าของจวนทั้งสองไว้กับเด็กน้อยที่นอนนิ่งบนเตียงกว้างอย่างเวทนา“ดูสิ ตัวก็เล็กถึงเพียงนี้ พ่อแม่ก็พามาระหกระเหินเสียแล้ว” ซุนเจิงเอ่ยพลางทอดมองร่างของเด็กน้อยที่นอนนิ่งไม่ได้สติ ส่วนเหอลี่อิงก็ทิ้งกายลงนั่งข้างร่างที่อ่อนแอขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status