Home / รักโบราณ / ดรุณีน้อยอ้อนรัก / ตอนที่ 10 หนึ่งดรุณีและหนึ่งสตรีที่อ่อนหวาน

Share

ตอนที่ 10 หนึ่งดรุณีและหนึ่งสตรีที่อ่อนหวาน

last update Last Updated: 2026-01-09 11:21:33

เมื่อถึงคราวที่บ้านสกุลหลี่เป็นผู้จัดงานดื่มน้ำชาในครั้งนี้ เยี่ยหยวนซีมองดรุณีทั้งสองนาง ที่บัดนี้ดรุณีอีกนางน่าจะเรียกว่าหญิงสาวเสียมากกว่าเพราะหากนับอายุนางก็ยี่สิบเอ็ดหนาวแล้ว

ซึ่งอายุเท่านี้ที่ไม่ออกเรือนก็เป็นเพราะนางรอเยี่ยหยวนซีอยู่นั่นเอง มันจึงทำให้บุรุษอย่างเขารู้สึกผิดต่อสกุลหาน

“ได้ยินว่าเจี่ยเจียทำกำไลหยกที่ต้าเกอมอบให้หายเช่นนั้นหรือเจ้าคะ” หลี่ลี่อิงกระซิบถามนางให้ได้ยินกันเพียงสองคน

“เจ้าได้ยินมาไม่ผิด พี่หยวนซีพาข้าไปเลือกอันใหม่แล้ว” นางกล่าวแล้วยกแขนขึ้นอวดกำไลหยกชิ้นใหม่ให้แก่หลี่ลี่อิงดู

“ช่างงดงามเหมาะกับท่านยิ่งนัก ขับผิวพรรณของท่านให้ดูผุดผ่องเป็นอย่างมาก” หลี่ลี่อิงชื่นชมตามมารยาท

“พี่หยวนซีก็บอกข้าเช่นนั้น และเป็นคนเลือกให้แก่ข้าด้วยตัวเอง” หานหลิงหลิงกล่าวเสียงเบาแล้วก้มหน้าด้วยความเอียงอายเมื่อหันไปสบตากับเยี่ยหยวนซีที่มองมาทางตน

บุรุษหนุ่มมองทั้งสองนางพูดคุยกัน อีกนางก็สดใส อีกนางก็ช่างอ่อนหวาน ถ้าให้ตัดสินใจเลือกตอนนี้ก็ดูจะเอนเอียงไปทางหานหลิงหลิงเสียมากกว่า เพราะนอกจากนางจะดูอ่อนหวานกว่าแล้วก็เกรงใจหานชิงเทียนที่ไม่ยอมให้บุตรสาวออกเรือนเพื่อรอคอยตนจนอายุนางล่วงเลยมาขนาดนี้

“เอาละ คราวนี้ผู้ใดจะเป็นฝ่ายบรรเลงก่อน” เยี่ยฟู่ตงถามทั้งสองนางขึ้นมาถึงเรื่องการบรรเลงพิณที่ทั้งคู่มักจะเปลี่ยนกันขับกล่อมในยามดื่มน้ำชาเช่นนี้

“ข้าฟังเสียงพิณของลี่อิงบ่อยแล้ว คราวนี้ข้าขอฟังฝีมือของหลิงหลิงบ้างจะได้หรือไม่” เยี่ยหยวนซีกล่าวแล้วหันไปสบตากับหานหลิงหลิง จนนางต้องหลบตาด้วยความเขินอายแล้วส่งยิ้มให้แก่หลี่ลี่อิงเป็นนัยว่าให้นางยอมแพ้ตนเสีย

“ถ้าเช่นนั้น เชิญเจี่ยเจียแสดงฝีมือก่อนเถิด” หลี่ลี่อิงกล่าวแล้วนำพิณของตนยื่นให้แก่นาง

เสียงดนตรีอันไพเราะนั้นถูกดีดสะบัดโดยหานหลิงหลิง เป็นท่วงทำนองที่ไพเราะให้ความรู้สึกเยือกเย็นและผ่อนคลาย ฟังแล้วทำให้จิตใจสงบอย่างประหลาด

เยี่ยหยวนซีมองนางที่เงยหน้ามาสบตากับตน กิริยาที่อ่อนหวานน่าทะนุถนอมนั้นทำให้บุรุษหนุ่มมองด้วยสายตาที่เคลิบเคลิ้ม

หลี่ลี่อิงมองดูทั้งคู่ส่งสายตาให้แก่กัน นางรู้สึกใจหายยิ่งนัก หากแต่คำพูดของเสี่ยวชิงที่เคยกล่าวเอาไว้ว่าตราบใดที่เยี่ยหยวนซี ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกผู้ใดนางก็ยังไม่ใช่ผู้พ่ายแพ้ จึงได้แต่นั่งมองดูภาพบาดตาเช่นนั้นด้วยความเจ็บปวด

“ช่างไพเราะยิ่งนัก” เยี่ยหยวนซีกล่าวชมเมื่อนางบรรเลงเพลงนั้นจบลงไปแล้ว

หานชิงเทียนหันมายิ้มเยาะเย้ยให้กับหลี่หลงราวกับจะสื่อว่าอย่างไรลูกสาวของตนก็เป็นผู้ถูกเลือกอย่างแน่นอน

“ถึงคราวเจ้าแล้วลี่อิง” เยี่ยฟู่ตงหันไปพูดกับนางด้วยความเอ็นดู

หลี่ลี่อิงยิ้มรับแล้วรับพิณจากหานหลิงหลิงกลับมา หากเป็นทุกครั้งนางคงเล่นในท่วงทำนองไม่ต่างจากอีกฝ่าย แต่เพราะจิตใจของนางตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความหม่นหมอง เพราะสายตาของบุรุษที่นางมีใจจ้องมองแต่หานหลิงหลิง หาได้หันมาสนใจนางไม่

ท่วงทำนองที่หลี่ลี่อิงบรรเลงออกมาจึงเป็นท่วงทำนองที่ฟังดูโศกเศร้า จนทำให้เยี่ยหยวนซีรู้สึกตัวว่าตอนนี้ตนเองกำลังแสดงความรู้สึกอย่างลำเอียง

เหตุใดเขาจะไม่รู้ว่าหลี่ลี่อิงเองก็มีใจให้แก่ตนไม่ต่างกับหานหลิงหลิง และทุกครั้งที่นางจับพิณอารมณ์ของนางเป็นเช่นไรในตอนนั้นก็มักจะสื่อออกมาในท่วงทำนองเดียวกับความรู้สึกของนาง และความเศร้าในเสียงพิณครานี้มันก็คงเกิดจากการที่ตนสนใจหานหลิงหลิงจนทำให้นางรู้สึกเสียใจ

ด้วยความที่ใจอ่อนเกรงว่าหลี่ลี่อิงจะเศร้าไปมากกว่านี้ เยี่ยหยวนซีจึงหันไปให้ความสนใจกับการบรรเลงพิณของนาง เมื่อแววตาของทั้งคู่สบตาเข้าด้วยกัน บุรุษหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงความเศร้าและถูกดรุณีน้อยตัดพ้อเขาในแววตานั้น นางคงรับรู้ได้ว่าจิตใจของเขานั้นเอนเอียงไปทางหญิงสาวอีกนางมากกว่าจึงได้เศร้าเช่นนี้

เมื่อนางบรรเลงพิณจบลงไปแล้ว เยี่ยหยวนซีก็กล่าวชื่นชมนางเพื่อเอาใจ “เสียงพิณของเจ้าช่างไพเราะและเข้าถึงความรู้สึกของข้ายิ่งนัก ท่วงทำนองที่โศกเศร้านี้ทำให้ข้ารู้สึกถึงตอนที่กำลังเดินทางไปไกลบ้าน นึกถึงความเศร้าและความเปล่าเปลี่ยวที่เกิดขึ้นในตอนนั้น”

“จริงของเจ้า เสียงดนตรีของลี่อิงนั้นทำให้ข้าเองก็นึกถึงช่วงเวลาที่ข้ากำลังไกลจากบ้าน และทำให้รู้สึกเปล่าเปลี่ยวใจยิ่งนัก ฝีมือดีดพิณของเจ้านั้นทำให้ข้าเกือบจะหลั่งน้ำตาออกมาทีเดียว” เยี่ยฟู่ตงพูดชื่นชมนางอย่างจริงใจ

หลี่หลงมองบุตรสาวด้วยความห่วงใย เสียงดนตรีที่โศกเศร้านั้นบ่งบอกถึงความเศร้าในจิตใจของนางด้วย

ในขณะที่หานชิงเทียนนั้นไม่ได้กล่าวชม แต่กลับจิบชาอย่างเงียบๆ แล้วหันไปยิ้มให้แก่บุตรสาวของตนเป็นนัยว่าอย่างไรทั้งสองคนก็เป็นต่อ เพราะท่าทีของเยี่ยหยวนซีนั้นสนใจนางมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

“ลี่อิง ข้าวานเจ้าช่วยพาหยวนซี และหลิงเอ๋อร์ไปเดินชมสวนด้านนั้นเถิด พวกข้ามีเรื่องต้องหารือกัน” เยี่ยฟู่ตงกล่าวเสียงนุ่มแล้วยิ้มให้แก่นางทั้งสอง

“เจ้าค่ะ” ดรุณีน้อยรับปากแล้วลุกขึ้น กรีดมืออย่างอ่อนช้อยเชิญทั้งสองคนออกไปข้างนอก โดยที่มีหญิงรับใช้คนสนิทของตนและของหานหลิงหลิงติดตามไปห่างๆ

“พวกท่านอยากเดินชมสวนดอกไม้หรืออยากไปนั่งเล่นที่ศาลาด้านนั้น” นางกล่าวถามเสียงเบาขณะที่เดินไปตามทางเดิน

“ข้าอยากไปนั่งที่สระบัวมากกว่า” หานหลิงหลิงตอบแล้วช้อนตามองเยี่ยหยวนซีที่กำลังจับจ้องนางอยู่ แล้วหันไปทางอื่นอย่างเอียงอาย

“เชิญทางด้านนี้เจ้าค่ะ” นางกล่าวแล้วหลีกทางให้เยี่ยหยวนซีและหานหลิงหลิงเดินเคียงคู่นำหน้าตนไป แล้วเดินตามด้วยหัวใจที่แตกสลาย

ทั้งสามนั่งที่ศาลาด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศที่แจ่มใสของวันนี้ แต่เยี่ยหยวนซีรู้สึกอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อีกนางก็ดูเศร้า อีกนางก็ดูเหมือนจะกำลังดีใจที่วันนี้ตนแสดงออกว่าเอนเอียงไปทางอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

“อีกไม่นานท่านต้องเดินทางไปจี้เฉินแล้ว ข้าจึงนำเครื่องรางมาให้แก่ท่าน” หานหลิงหลิงกล่าวแล้วหยิบเครื่องรางออกจากกระเป๋ามาให้แก่บุรุษที่ตนหมายปอง

หลี่ลี่อิงมองตามด้วยแววตาที่เศร้า คำพูดของเสี่ยวชิงในตอนนั้นก็ไม่สามารถรั้งความรู้สึกของนางไว้ได้ ตอนนี้เหมือนว่าตนเองกำลังเป็นอากาศธาตุ เพราะเยี่ยหยวนซีเมื่อได้รับเครื่องรางแล้วก็ดูเหมือนจะดีใจจนออกนอกหน้า

“ขอบใจเจ้ามากหลิงหลิง”

หานหลิงหลิงพยักหน้าเบาๆ แล้วหันไปมองหลี่ลี่อิงที่ตอนนี้นั่งเงียบอยู่ แอบยิ้มพอใจที่อีกฝ่ายคงรู้สึกได้ถึงความพ่ายแพ้แล้ว

“แล้วเจ้าเล่าลี่อิงมีอะไรให้พี่หยวนซีหรือไม่”

“ข้าไม่มีเครื่องรางให้ ต้องขออภัยพี่หยวนสีด้วย” นางเอ่ยเสียงเบาแล้วยิ้มให้กับหลานหลิงหลิงเล็กน้อย

“จริงสิเจ้าเคยกล่าวว่าฝีมือการปักผ้าของเจ้านั้นยังไม่ชำนาญนัก ข้าเองก็ไม่มีอะไรให้ทำ ถ้าเช่นนั้นหลังจากนี้ไปข้าจะมาหาเจ้าที่เรือนนี้แล้วสอนให้เจ้าปักผ้ากับข้าดีหรือไม่”

“เจี่ยเจียช่างมีน้ำใจยิ่งนัก แต่ข้าฝีมือด้อยกว่าท่านมาก หากสอนก็เกรงว่าท่านจะลำบาก”

“ข้าไม่ลำบากเลยสักนิด จะได้มาดูพี่หยวนซีฝึกฝีมือด้วย”

เมื่อหานหลิงหลิงกล่าวเช่นนั้นนางจึงรู้ทันว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ต้องการมาสอนตน หากแต่อยากมาเจอหน้าเยี่ยหยวนซีเท่านั้น

“ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอฝากตัวกับเจี่ยเจียแล้ว” นางตอบรับตามมารยาทเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดึงดันจะมาสอนตนให้ได้ หานหลิงหลิงเองก็เป็นคนที่ฉลาดมิใช่น้อย พูดให้นางดูด้อยในเรื่องของฝีมือปักผ้า แล้วยังจะหาโอกาสมาเจอหน้าเยี่ยหยวนซีอีกด้วย

‘ไม่ว่าท่านจะมาด้วยเหตุใดก็ตาม แต่เมื่อใดที่พี่หยวนซีเดินทางไปจี้เฉิน ข้าจะติดตามไปด้วย และถ้าข้ามีส่วนช่วยกำจัดเหอหลางได้ พี่หยวนซีจะต้องหันมามองข้าแน่’ หลี่ลี่อิงนึกในใจ

เมื่อหานหลิงหลิงเองก็ออกอุบายมาเจอเยี่ยหยวนซีได้ นางเองก็จะออกอุบายทำให้เยี่ยหยวนซีเปลี่ยนใจได้เช่นกัน

**********************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดรุณีน้อยอ้อนรัก   ตอนที่ 19 คุณหนูสกุลลู่

    “นั่นเจ้าจะทำอะไรกับดอกไม้ของข้า” เสียงของลู่เยว่เอ๋อร์ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้หลี่ลี่อิงที่อยู่ในคราบบุรุษชะงักมือ แล้วหันกลับไปมองนาง“ข้าต้องขออภัย ข้าเห็นว่าเหมยกุยฮวาดอกนี้ช่างงดงามยิ่งนัก จึงอยากจะสัมผัสกลีบนุ่มของมัน มิได้คิดจะทำลายมันสักนิด”“คุณชายเยี่ยนี่เอง ข้าต้องขออภัยด้วยที่พูดจาล่วงเกินท่านไป” หญิงสาวพูดเสียงนุ่มและวางตัวอ่อนหวานเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร“ข้าต่างหากเล่าที่ต้องขออภัย ไม่คิดว่าจะเดินหลงเข้ามาจนถึงเรือนฝั่งนี้ของคุณหนูลู่” เสียงนุ่มทุ้มที่หลี่ลี่อิงพยายามพูดให้เหมือนบุรุษ ดรุณีตรงหน้าอมยิ้มด้วยความขัดเขิน“เหตุใดคุณชายจึงมิได้เข้าไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ที่เรือนใหญ่ร่วมกับผู้อื่น”“ข้าไม่ชอบเสียงมหรสพและกลิ่นของสุรา” หลี่ลี่อิงตอบเสียงทุ้ม พยายามจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้ เพราะเกรงหลุดกิริยาของสตรีออกไป“ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้คุณชายคงมิได้อยู่ฟังเสียงกู่เจิงของข้า”คุณหนูสกุลลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูผิดหวัง ราวกับว่าต้องการให้เยี่ยเทียนหมิงเข้าร่วมงานเลี้ยงที่นางจะบรรเลงกู่เจิงในวันพรุ่งนี้“ข้าคงไม่ได้เข้าร่วมงานฉลอง เสียดายยิ่งนักที่ไม่ได้ฟังคุณหนูลู่บร

  • ดรุณีน้อยอ้อนรัก   ตอนที่ 18 หึงหวง

    ในยามเช้าหลี่ลี่อิงรู้สึกตัวว่าตอนนี้กำลังถูกกุมมือโดยใครสักคนอยู่ พอลืมตาขึ้นก็พบว่าเป็นเยี่ยหยวนซีมืออุ่นหนากุมมือประสานกันไว้ ซบศีรษะลงกับเตียงราวกับว่าเมื่อคืนเขามานอนเฝ้าอยู่ตรงนี้เอาไว้ทั้งคืน หัวใจของดรุณีน้อยเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากร่างลมหายใจของหยวนซีต้าเกอรดรินที่แขนของตนจนหญิงสาวเริ่มหน้าเห่อร้อนด้วยความขัดเขิน เพราะไม่เคยใกล้ชิดกับบุรุษขนาดนี้มาก่อนจึงทำให้รู้สึกหวั่นไหวและเขินอายเป็นอย่างมาก แม้จะยังรู้สึกขุ่นเคืองอีกฝ่ายอยู่ในใจแต่ก็ไม่สามารถระงับความตื่นเต้นนี้ได้เยี่ยหยวนซีรู้สึกว่าถูกจ้องอยู่จึงเริ่มบิดตัวเบาๆ หลี่ลี่อิงจึงรีบหลับตาลงแกล้งนอนต่อเพื่อรอให้เขาเป็นฝ่ายตื่นก่อน เพราะทำตัวไม่ถูกบุรุษหนุ่มตื่นขึ้นมาเห็นว่ามือของตนยังคงเกาะกุมกับอีกฝ่ายอยู่ก็อดยิ้มไม่ได้ แต่พอนึกได้ว่าตนนั้นเป็นบุรุษและยังไม่ได้แต่งงานกันจึงค่อยๆ ปล่อยมือออก แล้วจึงลุกขึ้นรีบเดินออกไปนอกห้องก่อนที่หลี่ลี่อิงจะรู้สึกตัวเมื่อเสียงประตูปิดลงดรุณีน้อยก็ลืมตาขึ้นมาอมยิ้ม“คุณชายเยี่ย ข้าเฉินอี้” เฉินอี้เรียกนางเช่นนั้นเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย“รอก่อน” หลี่ลี่อิงลุกขึ้นสวมเสื้อตัวนอกให้เรียบร้

  • ดรุณีน้อยอ้อนรัก   ตอนที่ 17 ภาพติดตา

    เยี่ยหยวนซีและเฉินอี้ได้นำสินค้าไปส่งให้แก่คหบดีค้าข้าวในเมืองจี้เฉินตามที่ได้ทำการติดต่อซื้อขายด้วยกันเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีและได้ทำสัญญาผูกขาดซื้อขายแก่กันหลังจากที่เยี่ยหยวนซีกลายเป็นวีรบุรุษของจี้เฉินหลังจากนั้นเจ้าเมืองจี้เฉินจึงให้คนมาเชิญคณะของเยี่ยหยวนซีไปพักที่จวนของตน เพื่อตอบแทนในฐานะวีรบุรุษที่กำจัดเหอหลางได้กลุ่มโจรที่มีเหอหลางเป็นผู้นำได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่เมืองจี้เฉินมานานกว่าสิบปี ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าใช้เส้นทางสายนั้น และหากมีคนหลงเข้าไปก็ถูกดักปล้น หากเป็นหญิงก็ถูกฉุดคร่า ครั้นเมื่อเสบียงหมดก็ออกปล้นในตัวเมืองดังนั้นเยี่ยหยวนซีจึงมีความดีความชอบในครั้งนี้ รวมถึงสร้างชื่อให้สำนักคุ้มกันสกุลหลี่ไปในตัวด้วยเช่นกันทุกคนเดินทางไปพักที่จวนของลู่จ้าวเหมินที่ได้เตรียมการต้อนรับเอาไว้แล้ว โดยเยี่ยหยวนซีได้แนะนำว่าหลี่ลี่อิงคือเยี่ยเทียนหมิงน้องชายของตน เพื่อให้นางได้รับห้องพักไม่ต้องไปพักรวมกับคนอื่นในตอนนี้ที่จวนลู่จ้าวเหมินได้จัดให้มีงานเลี้ยงต้อนรับคณะเดินทางของเยี่ยหยวนซี บนโต๊ะอาหารใหญ่นอกจากเจ้าเมืองลู่ มีเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้น คนอื่นๆ แยกไปทานกันในโรงครัวและพ

  • ดรุณีน้อยอ้อนรัก   ตอนที่ 16 สิ้นสุดความแค้น

    สมุนของกลุ่มโจรนั้นบาดเจ็บไปมากกว่าครึ่ง ในขณะที่คนของขบวนคุ้มกันบาดเจ็บไม่กี่คน แต่ว่าเยี่ยหยวนซีและหลี่ลี่อิงในตอนนี้กำลังถูกล้อมโดยเหอหลางและสมุนของเขาทั้งคู่หันหลังชนกัน ส่วนเฉินอี้กำลังต่อสู้อยู่กับสมุนมือซ้ายและมือขวาของเหอหลางที่ฝีมือนั้นสูสีกับตน“คุณชายเยี่ยโปรดระวังตัวด้วย” เขาตะโกนบอกขณะที่ต่อสู้ไปด้วย“ลี่อิงเจ้าจงหนีไป ข้าจะล่อพวกมันไปอีกทาง” เยี่ยหยวนซีพูดเสียงเบา“ข้าไม่ไป ข้าจะอยู่ต่อสู้กับท่าน”“เหอหลางเก่งกาจมากกว่าที่ข้าคิด ข้าอาจต้านทานได้อีกไม่นาน เจ้าจงหนีไปในตอนนี้”“ไม่มีวัน” หลี่ลี่อิงกล่าวเสียงหนักแน่น นึกในใจว่าโดนล้อมขนาดนี้ถึงหาโอกาสหนีไปได้ เขาเองนั่นแหละที่ต้องบาดเจ็บ“เจ้ากำลังเป็นภาระของข้าอยู่รู้ตัวหรือไม่ หากไม่มีเจ้าข้าอาจจะเอาชนะเขาได้” เยี่ยหยวนซีกล่าวโทษให้นางรู้สึกเสียใจจะได้รีบหนีไป แต่หลี่ลี่อิงในตอนนี้นางไม่สนใจอะไรแล้ว เพราะเมื่อได้ลงมือต่อสู้นางก็รู้สึกถึงอิสระที่นางตามหามานานหลายปี“ข้าเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อผู้อื่นมานานแล้ว คราวนี้ข้าขอตามใจตัวเองบ้าง” ดรุณีน้อยผู้กล้าหาญกล่าวแล้วพุ่งเข้าหาสมุนโจรข้างหน้า ใช้มีดสั้นในการต่อสู้อย่างชำนาญเ

  • ดรุณีน้อยอ้อนรัก   ตอนที่ 15 ศัตรูที่ตามหา

    ขบวนคุ้มกันเดินทางได้ผ่านเมืองชิงฟงและใช้เส้นทางออกไปยังนอกเมืองจนกระทั่งใกล้ถึงเขตเมืองจี้เฉินแล้วเฉินอี้จึงสั่งให้ทุกคนหยุดพักในเขตชายป่าของเมืองชิงฟงก่อน“เราจะพักที่นี่ในคืนนี้แล้วค่อยเดินทางไปยังจี้เฉินในยามกลางวันเพื่อไม่ให้เหอหลางซุ่มเล่นงานเราได้ ที่นี่เป็นเขตเมืองชิงฟง พวกนั้นไม่ข้ามมาแน่”ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแล้วพากันหยุดพักตรงนั้นแล้วเริ่มแจกจ่ายเสบียงให้ทุกคนตามปกติเยี่ยหยวนซีโกรธไม่แม้แต่จะเดินมาถามหรือว่าสนใจหลี่ลี่อิง เพราะความดื้อดึงของนางทำให้เขารู้สึกลำบากใจ ซึ่งมันอาจจะมีผลทำให้เขาไม่มีสมาธิที่จะจัดการกับเหอหลางได้“ดูคุณชายไม่ค่อยมีสมาธิเลย ท่านกังวลเกี่ยวกับเหอหลางเช่นนั้นหรือ” เฉินอี้นำสุราในน้ำเต้ายื่นให้แก่เยี่ยหยวนซี“ข้าไม่ได้กังวลเรื่องนั้น แต่มีเรื่องอื่นมากวนใจข้า” เยี่ยหยวนซีปรายตามองไปยังหลี่ลี่อิงที่นั่งพิงกระสอบข้าวอยู่บนเกวียน แล้วหันมาถอนหายใจด้วยเป็นห่วงความปลอดภัยของนาง“เกี่ยวกับบุรุษน้อยอู๋หมิงผู้นั้นใช่หรือไม่” เฉินอี้ถามอย่างคนที่ผ่านโลกมานานแล้ว“ใช่แล้ว ข้ารู้ตัวตนของอู๋หมิงแล้ว รู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย”“หรือว่าอู๋หมิงไม่ได้อยู่ฝ่ายเ

  • ดรุณีน้อยอ้อนรัก   ตอนที่ 14 ความลับของอู๋หมิง

    หลังจากเดินทางมาได้สามชั่วยามขบวนเดินทางก็ได้หยุดพักที่บริเวณชายป่าแห่งหนึ่งเฉินอี้ให้คนแจกจ่ายเสบียงให้แก่ทุกคน หลี่ลี่อิงก้มหน้าทานอาหารที่ได้รับมาด้วยความหิวก่อนจะรีบปิดหน้าเอาไว้ดังเดิม แม้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยและปวดร้าวไปทั่วทั้งตัวแต่ก็ไม่ได้ปริปากบ่นให้ต้องถูกสงสัย“ได้ยินว่าเจ้าเป็นคนของคุณชายเยี่ย และไม่ประสงค์บอกชื่อแซ่” เฉินอี้เดินเข้ามาทักทายนางทำให้หลี่ลี่อิงตกใจเล็กน้อย“ข้าต้องขออภัยที่ต้องปิดบังตัวตน แต่ข้ามีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่สามารถบอกแก่ใครได้” นางกล่าวเสียงทุ้มด้วยความตื่นเต้น“ข้าเข้าใจดี แต่ปิดหน้าปิดตาเช่นนี้เจ้าจะหายใจสะดวกหรือ ดูท่าเจ้าเหมือนจะเหนื่อยกว่าคนอื่น ถ้าเช่นนั้นเจ้าขึ้นไปนั่งบนเกวียนก็ได้” เฉินอี้บอกเช่นนั้นทำให้นางดีใจเป็นอย่างมาก“ให้ข้าขึ้นไปนั่งบนเกวียนสินค้าได้จริงหรือ”“คุณชายเยี่ยบอกข้ามาเช่นนั้น เจ้าเพิ่งเดินทางครั้งแรกคงยังไม่คุ้นชินกับการเดินเท้าในระยะไกล ขึ้นไปนั่งคุมสินค้าน่าจะเหมาะกว่า” เฉินอี้บอกแล้วเดินจากไปนางหันไปทางเยี่ยหยวนซีที่เขากำลังพูดคุยกับคนอื่นๆ แล้วแอบอมยิ้มด้วยความดีใจที่เขาเป็นห่วงแม้ไม่รู้ว่านางเป็นใครเมื่อทุกคนพักหายเหน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status