LOGINที่ศาลาริมสระบัวของบ้านสกุลหลี่ หานหลิงหลิงนั่งสอนให้หลี่ลี่อิงปักผ้า แต่ดูนางไม่มีสมาธิเอาเสียเลย ในขณะที่ดรุณีน้อยนั้นปักผ้าไปอมยิ้มไปอย่างมีความสุขไม่ได้บ่นโอดครวญอย่างเช่นทุกครั้ง
“วันนี้พี่หยวนซีมิได้มาฝึกซ้อมหรือลี่อิง”
“ต้าเกอพักผ่อน เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องเดินทางแล้ว”
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็มาเสียเที่ยวน่ะสิ”
“ท่านจะพูดตรงเกินไปแล้ว ไม่ถนอมน้ำใจข้าเลย” หลี่ลี่อิงพูดแล้วทำหน้ามุ่ย รู้อยู่ว่าอีกฝ่ายมาสอนตนปักผ้าก็เป็นแค่ข้ออ้างบังหน้าเพื่อมาพบเยี่ยหยวนซีเท่านั้น แต่ก็แกล้งทำเป็นน้อยใจเพื่อให้อีกฝ่ายเอ็นดู
“พูดอย่างกับเจ้าไม่รู้ว่าข้ามาเพื่อเหตุผลนี้ ไม่ต้องมาทำหน้าเช่นนั้นใส่ข้า” หานหลิงหลิงกล่าวแล้วส่ายหัวเล็กน้อย
“ถ้าเช่นนั้นท่านจะกลับไปเลยก็ได้ เพราะถึงจะนั่งอยู่นี่ทั้งวันต้าเกอก็ไม่มาที่นี่หรอก”
“ไม่ดีกว่า ไหนๆ ข้าก็มาแล้ว หรือว่าข้าควรจะไปเยี่ยมพี่หยวนซีที่บ้านสกุลเยี่ยเลยนะ”
“ไม่ได้นะ ท่านเป็นผู้หญิงจะไปหาบุรุษถึงที่เรือนได้อย่างไร” หลี่ลี่อิงรีบพูดขึ้นมาอย่างร้อนรนทำให้หานหลิงหลิงหัวเราะออกมาที่หลอกให้นางใจหายได้สำเร็จ
“ใครจะทำเช่นนั้นเล่า ข้าไม่มีธุระที่นั่นเสียหน่อย เว้นแต่พี่หยวนซีรู้ว่าข้ามาที่นี่แล้วเขาจะออกมาพบข้าเอง”
“ไม่มีทางเสียหรอก ถ้าเขามาที่นี่ก็คงเป็นเพราะอยากมาเจอหน้าข้าต่างหาก”
นางทั้งสองพูดโอ้อวดแก่กันแล้วยิ้มบางๆ ออกมา
แต่ยังไม่ทันขาดคำ บุรุษที่ถูกกล่าวถึงก็กำลังเดินตรงมาที่พวกนาง ทำเอาหญิงสาวทั้งสองพูดไม่ออกหาก หากแต่ก็ยิ้มท้าทายอีกฝ่ายเป็นนัยว่าเยี่ยหยวนซีมาหาตน
“พี่หยวนซีวันนี้ไม่ได้ฝึกซ้อม แต่ท่านก็มาที่นี่แสดงว่าท่านคงมีธุระกับท่านพ่อ” หลี่ลี่อิงลุกขึ้นมาคารวะอย่างนุ่มนวล
“เปล่าหรอกลี่อิง ข้ามาหาพวกเจ้าทั้งสองคนต่างหากเล่า” เยี่ยหยวนซีพูดแล้วยิ้มมองนางทั้งสองด้วยความรักใคร่เอ็นดู
“พรุ่งนี้ข้าต้องออกเดินทางแล้ว จึงอยากจะมาลาพวกเจ้าทั้งสอง”
“ข้าขอให้พี่หยวนซีเดินทางปลอดภัยและปราบโจรผู้ร้ายได้อย่างที่ท่านปรารถนา” หานหลิงหลิงอวยพรเขาเป็นคนแรก
“ข้าขอให้ท่านได้รับชัยชนะและแก้แค้นได้สำเร็จดั่งใจหวังเช่นกัน” หลี่ลี่อิงกล่าวอวยพรเขาบ้าง
“ขอบใจพวกเจ้าทั้งสองมาก ไปครั้งนี้ข้าอาจจะไม่มีของฝากมาให้พวกเจ้าเพราะตั้งใจที่จะไปปราบเหอหลางโดยเฉพาะ หวังว่าพวกเจ้าคงไม่ถือโทษข้า”
“พวกเราเข้าใจท่าน จงทำภารกิจของท่านให้สำเร็จ ไม่ต้องห่วงพวกข้า” หานหลิงหลิงกล่าวเสียงหวานแล้วสบตากับเขาสื่อความรู้สึกที่จริงใจของตน
“ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน”
“ข้าจะรอท่านกลับมา” นางเอ่ยเสียงเบาแล้วก้มหน้าอย่างเอียงอาย เป็นนัยว่าจะรอให้เขากลับมาเลือกนาง
เยี่ยหยวนซีอมยิ้มเล็กน้อยจ้องมองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้า นางช่างอ่อนหวานน่ารักยิ่งนัก
หลี่ลี่อิงเห็นเช่นนั้นจึงไม่ได้กล่าวอะไร นางจะไม่บอกว่ารอเขาเพราะว่านางจะติดตามไปด้วย
“ขอให้ท่านโชคดี” หลี่ลี่อิงกล่าวสั้นๆ
เยี่ยหยวนซีหันไปยิ้มให้นางด้วยรอยยิ้มที่ใครก็มองออกว่ามันต่างจากรอยยิ้มที่เขามอบให้แก่หานหลิงหลิง แล้วเดินกลับออกไป
“เจ้าเห็นหรือไม่ พี่หยวนซีตั้งใจมาลาข้า”
“ต้าเกอก็บอกอยู่ว่าตั้งใจมาลาเราทั้งคู่ ท่านพูดเกินจริงไปแล้ว” หลี่ลี่อิงพูดตามที่บุรุษรูปงามกล่าวไว้ในตอนแรก
“เจ้าเป็นเด็กขี้อิจฉาแล้วนะ เจ้ามองสายตาที่พี่หยวนซีมองข้าไม่ออกหรือ” นางพูดแล้วยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากหัวเราะด้วยท่าทีที่งดงามแม้ยามอยู่ลับหลังบุรุษ
“ข้าต้องขออภัยท่านด้วยเจี่ยเจีย ถึงท่านจะงดงามอ่อนหวานสักเพียงใด แต่ว่าผู้ที่จะพิชิตใจต้าเกอมีเพียงข้าเท่านั้น” หลี่ลี่อิงพูดออกมาแล้วยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากหัวเราะเบาๆ เช่นเดียวกัน
“เจ้าดูจะมั่นใจเกินไปแล้ว”
“หากข้าไม่มีแผนการในใจ ข้าคงไม่มั่นใจเช่นนี้แน่” ดรุณีน้อยพูดให้อีกฝ่ายใจเสีย ทำให้หานหลิงหลิงลดผ้าเช็ดหน้าลงแล้วยิ้มให้แก่นาง
“สตรีทุกนางย่อมมีจริตมารยาในการเอาชนะใจบุรุษที่ตนพึงใจ เจ้าจะใช้มารยากี่ร้อยเล่มข้าก็หากลัวไม่ เพราะข้ามั่นใจว่าพี่หยวนซีเลือกข้าอย่างแน่นอน” หานหลิงหลิงกล่าวอย่างมั่นใจเช่นกัน
“ถ้าเช่นนั้น ท่านจงรอดูเถิด แล้วอย่าลืมมองคุณชายตระกูลอื่นเผื่อไว้ด้วย เพราะท่านคงไม่ได้ออกเรือนกับพี่หยวนซีแน่” หลี่ลี่อิงกล่าวแล้วยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ
**********************
ในยามอิ๋น (03.00-04.59 น.) หลี่ลี่อิงเตรียมตัวพร้อมในอาภรณ์ของบุรุษเพื่อไปร่วมขบวนค้าขายที่จะไปจี้เฉิน นางวางจดหมายเอาไว้บนเตียงแล้วไปคำนับหลี่หลงและหลี่สู่ผิงที่หน้าห้องนอน
“ลูกขออภัยที่ต้องทำเช่นนี้ กลับมาลูกยินดีรับโทษตามแต่ท่านพ่อท่านแม่จะเห็นควร” นางกล่าวเสียงสั่นแล้วรีบออกไปจากตรงนั้นก่อนจะมีคนมาเห็น
เมื่อนางเดินเข้าไปร่วมขบวนเดินทางของเยี่ยหยวนซี ทำให้ทุกคนหันมามองนางเป็นตาเดียว แม้จะสงสัยเรื่องที่ต้องปิดบังใบหน้าแต่ก็ไม่มีผู้ใดเอ่ยถามออกมา เพราะเยี่ยหยวนซีบอกล่วงหน้าเอาไว้แล้วว่าจะมีบุรุษลึกลับเดินทางร่วมไปด้วย
หลี่ลี่อิงปิดบังใบหน้าของตนและพยายามไม่เข้าใกล้เฉินอี้ เพราะเกรงว่าเขาจะจำตนเองได้
ไม่นานนักหลี่หลงและเยี่ยฟู่ตงก็มาส่งขบวนเดินทางที่จะไปค้าขายที่จี้เฉินในครั้งนี้
“ขอให้เจ้าโชคดี หากครั้งนี้ไม่พบกลุ่มโจรเหอหลางและทำการค้าขายที่จี้เฉินได้สำเร็จ เราก็จะได้ร่ำรวยยิ่งขึ้นเพราะจี้เฉินเป็นเมืองค้าขายที่สำคัญ แต่หากเจอกับเหอหลางข้าก็ขอให้เจ้าชนะและเอาตัวรอดกลับมาได้” เยี่ยฟู่ตงบอกแก่บุตรชายด้วยสายตาและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“ขอบคุณท่านพ่อ” เยี่ยหยวนซีกล่าวด้วยสายตาที่แน่วแน่ เขามั่นใจว่าเหอหลางต้องออกมาดักปล้นสินค้าอย่างแน่นอน
“ขอให้เจ้าโชคดี”
“ขอบคุณท่านอาหลี่” เขาหันไปขอบคุณหลี่หลง
“เฉินอี้ ข้าฝากด้วย” หลี่หลงหันไปหามือขวาของตนที่ครั้งนี้เป็นการเดินทางคุ้มกันที่สำคัญมาก เพราะมีชีวิตของเยี่ยหยวนซีและคนในสำนักเป็นเดิมพัน
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” เฉินอี้กล่าวอย่างมั่นใจ
แล้วขบวนค้าขายของสกุลเยี่ยที่มีสำนักคุ้มกันสกุลหลี่คอยคุ้มกันก็เคลื่อนขบวนออกไป
เยี่ยหยวนซีและเฉินอี้ควบม้าเดินนำขบวน มีม้าสี่ตัวลากเกวียนสินค้าจำนวนสองเล่มเกวียนตามหลัง และคนที่เหลือรวมทั้งหลี่ลี่อิงเดินตามท้ายขบวน มุ่งหน้าไปยังเมืองจี้เฉินที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้
‘เดินเท้าไกล แล้วยังปิดหน้าแบบนี้หายใจลำบาก ข้าคิดถูกหรือไม่ที่จะตามไปจี้เฉิน จะไปช่วยปราบโจรหรือไปเป็นภาระพี่หยวนซีกันแน่’ ดรุณีน้อยรู้สึกว่างานนี้มันไม่ง่ายอย่างที่ตนคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกเสียแล้ว
แต่นางก็ไม่ได้ถอดใจ ยังคงเดินตามขบวนต่อไป สายตาจับจ้องแผ่นหลังกว้างของหยวนซีต้าเกอเรียกกำลังใจให้ตนเองฮึดสู้
**********************
“นั่นเจ้าจะทำอะไรกับดอกไม้ของข้า” เสียงของลู่เยว่เอ๋อร์ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้หลี่ลี่อิงที่อยู่ในคราบบุรุษชะงักมือ แล้วหันกลับไปมองนาง“ข้าต้องขออภัย ข้าเห็นว่าเหมยกุยฮวาดอกนี้ช่างงดงามยิ่งนัก จึงอยากจะสัมผัสกลีบนุ่มของมัน มิได้คิดจะทำลายมันสักนิด”“คุณชายเยี่ยนี่เอง ข้าต้องขออภัยด้วยที่พูดจาล่วงเกินท่านไป” หญิงสาวพูดเสียงนุ่มและวางตัวอ่อนหวานเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร“ข้าต่างหากเล่าที่ต้องขออภัย ไม่คิดว่าจะเดินหลงเข้ามาจนถึงเรือนฝั่งนี้ของคุณหนูลู่” เสียงนุ่มทุ้มที่หลี่ลี่อิงพยายามพูดให้เหมือนบุรุษ ดรุณีตรงหน้าอมยิ้มด้วยความขัดเขิน“เหตุใดคุณชายจึงมิได้เข้าไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ที่เรือนใหญ่ร่วมกับผู้อื่น”“ข้าไม่ชอบเสียงมหรสพและกลิ่นของสุรา” หลี่ลี่อิงตอบเสียงทุ้ม พยายามจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้ เพราะเกรงหลุดกิริยาของสตรีออกไป“ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้คุณชายคงมิได้อยู่ฟังเสียงกู่เจิงของข้า”คุณหนูสกุลลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูผิดหวัง ราวกับว่าต้องการให้เยี่ยเทียนหมิงเข้าร่วมงานเลี้ยงที่นางจะบรรเลงกู่เจิงในวันพรุ่งนี้“ข้าคงไม่ได้เข้าร่วมงานฉลอง เสียดายยิ่งนักที่ไม่ได้ฟังคุณหนูลู่บร
ในยามเช้าหลี่ลี่อิงรู้สึกตัวว่าตอนนี้กำลังถูกกุมมือโดยใครสักคนอยู่ พอลืมตาขึ้นก็พบว่าเป็นเยี่ยหยวนซีมืออุ่นหนากุมมือประสานกันไว้ ซบศีรษะลงกับเตียงราวกับว่าเมื่อคืนเขามานอนเฝ้าอยู่ตรงนี้เอาไว้ทั้งคืน หัวใจของดรุณีน้อยเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากร่างลมหายใจของหยวนซีต้าเกอรดรินที่แขนของตนจนหญิงสาวเริ่มหน้าเห่อร้อนด้วยความขัดเขิน เพราะไม่เคยใกล้ชิดกับบุรุษขนาดนี้มาก่อนจึงทำให้รู้สึกหวั่นไหวและเขินอายเป็นอย่างมาก แม้จะยังรู้สึกขุ่นเคืองอีกฝ่ายอยู่ในใจแต่ก็ไม่สามารถระงับความตื่นเต้นนี้ได้เยี่ยหยวนซีรู้สึกว่าถูกจ้องอยู่จึงเริ่มบิดตัวเบาๆ หลี่ลี่อิงจึงรีบหลับตาลงแกล้งนอนต่อเพื่อรอให้เขาเป็นฝ่ายตื่นก่อน เพราะทำตัวไม่ถูกบุรุษหนุ่มตื่นขึ้นมาเห็นว่ามือของตนยังคงเกาะกุมกับอีกฝ่ายอยู่ก็อดยิ้มไม่ได้ แต่พอนึกได้ว่าตนนั้นเป็นบุรุษและยังไม่ได้แต่งงานกันจึงค่อยๆ ปล่อยมือออก แล้วจึงลุกขึ้นรีบเดินออกไปนอกห้องก่อนที่หลี่ลี่อิงจะรู้สึกตัวเมื่อเสียงประตูปิดลงดรุณีน้อยก็ลืมตาขึ้นมาอมยิ้ม“คุณชายเยี่ย ข้าเฉินอี้” เฉินอี้เรียกนางเช่นนั้นเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย“รอก่อน” หลี่ลี่อิงลุกขึ้นสวมเสื้อตัวนอกให้เรียบร้
เยี่ยหยวนซีและเฉินอี้ได้นำสินค้าไปส่งให้แก่คหบดีค้าข้าวในเมืองจี้เฉินตามที่ได้ทำการติดต่อซื้อขายด้วยกันเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีและได้ทำสัญญาผูกขาดซื้อขายแก่กันหลังจากที่เยี่ยหยวนซีกลายเป็นวีรบุรุษของจี้เฉินหลังจากนั้นเจ้าเมืองจี้เฉินจึงให้คนมาเชิญคณะของเยี่ยหยวนซีไปพักที่จวนของตน เพื่อตอบแทนในฐานะวีรบุรุษที่กำจัดเหอหลางได้กลุ่มโจรที่มีเหอหลางเป็นผู้นำได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่เมืองจี้เฉินมานานกว่าสิบปี ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าใช้เส้นทางสายนั้น และหากมีคนหลงเข้าไปก็ถูกดักปล้น หากเป็นหญิงก็ถูกฉุดคร่า ครั้นเมื่อเสบียงหมดก็ออกปล้นในตัวเมืองดังนั้นเยี่ยหยวนซีจึงมีความดีความชอบในครั้งนี้ รวมถึงสร้างชื่อให้สำนักคุ้มกันสกุลหลี่ไปในตัวด้วยเช่นกันทุกคนเดินทางไปพักที่จวนของลู่จ้าวเหมินที่ได้เตรียมการต้อนรับเอาไว้แล้ว โดยเยี่ยหยวนซีได้แนะนำว่าหลี่ลี่อิงคือเยี่ยเทียนหมิงน้องชายของตน เพื่อให้นางได้รับห้องพักไม่ต้องไปพักรวมกับคนอื่นในตอนนี้ที่จวนลู่จ้าวเหมินได้จัดให้มีงานเลี้ยงต้อนรับคณะเดินทางของเยี่ยหยวนซี บนโต๊ะอาหารใหญ่นอกจากเจ้าเมืองลู่ มีเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้น คนอื่นๆ แยกไปทานกันในโรงครัวและพ
สมุนของกลุ่มโจรนั้นบาดเจ็บไปมากกว่าครึ่ง ในขณะที่คนของขบวนคุ้มกันบาดเจ็บไม่กี่คน แต่ว่าเยี่ยหยวนซีและหลี่ลี่อิงในตอนนี้กำลังถูกล้อมโดยเหอหลางและสมุนของเขาทั้งคู่หันหลังชนกัน ส่วนเฉินอี้กำลังต่อสู้อยู่กับสมุนมือซ้ายและมือขวาของเหอหลางที่ฝีมือนั้นสูสีกับตน“คุณชายเยี่ยโปรดระวังตัวด้วย” เขาตะโกนบอกขณะที่ต่อสู้ไปด้วย“ลี่อิงเจ้าจงหนีไป ข้าจะล่อพวกมันไปอีกทาง” เยี่ยหยวนซีพูดเสียงเบา“ข้าไม่ไป ข้าจะอยู่ต่อสู้กับท่าน”“เหอหลางเก่งกาจมากกว่าที่ข้าคิด ข้าอาจต้านทานได้อีกไม่นาน เจ้าจงหนีไปในตอนนี้”“ไม่มีวัน” หลี่ลี่อิงกล่าวเสียงหนักแน่น นึกในใจว่าโดนล้อมขนาดนี้ถึงหาโอกาสหนีไปได้ เขาเองนั่นแหละที่ต้องบาดเจ็บ“เจ้ากำลังเป็นภาระของข้าอยู่รู้ตัวหรือไม่ หากไม่มีเจ้าข้าอาจจะเอาชนะเขาได้” เยี่ยหยวนซีกล่าวโทษให้นางรู้สึกเสียใจจะได้รีบหนีไป แต่หลี่ลี่อิงในตอนนี้นางไม่สนใจอะไรแล้ว เพราะเมื่อได้ลงมือต่อสู้นางก็รู้สึกถึงอิสระที่นางตามหามานานหลายปี“ข้าเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อผู้อื่นมานานแล้ว คราวนี้ข้าขอตามใจตัวเองบ้าง” ดรุณีน้อยผู้กล้าหาญกล่าวแล้วพุ่งเข้าหาสมุนโจรข้างหน้า ใช้มีดสั้นในการต่อสู้อย่างชำนาญเ
ขบวนคุ้มกันเดินทางได้ผ่านเมืองชิงฟงและใช้เส้นทางออกไปยังนอกเมืองจนกระทั่งใกล้ถึงเขตเมืองจี้เฉินแล้วเฉินอี้จึงสั่งให้ทุกคนหยุดพักในเขตชายป่าของเมืองชิงฟงก่อน“เราจะพักที่นี่ในคืนนี้แล้วค่อยเดินทางไปยังจี้เฉินในยามกลางวันเพื่อไม่ให้เหอหลางซุ่มเล่นงานเราได้ ที่นี่เป็นเขตเมืองชิงฟง พวกนั้นไม่ข้ามมาแน่”ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแล้วพากันหยุดพักตรงนั้นแล้วเริ่มแจกจ่ายเสบียงให้ทุกคนตามปกติเยี่ยหยวนซีโกรธไม่แม้แต่จะเดินมาถามหรือว่าสนใจหลี่ลี่อิง เพราะความดื้อดึงของนางทำให้เขารู้สึกลำบากใจ ซึ่งมันอาจจะมีผลทำให้เขาไม่มีสมาธิที่จะจัดการกับเหอหลางได้“ดูคุณชายไม่ค่อยมีสมาธิเลย ท่านกังวลเกี่ยวกับเหอหลางเช่นนั้นหรือ” เฉินอี้นำสุราในน้ำเต้ายื่นให้แก่เยี่ยหยวนซี“ข้าไม่ได้กังวลเรื่องนั้น แต่มีเรื่องอื่นมากวนใจข้า” เยี่ยหยวนซีปรายตามองไปยังหลี่ลี่อิงที่นั่งพิงกระสอบข้าวอยู่บนเกวียน แล้วหันมาถอนหายใจด้วยเป็นห่วงความปลอดภัยของนาง“เกี่ยวกับบุรุษน้อยอู๋หมิงผู้นั้นใช่หรือไม่” เฉินอี้ถามอย่างคนที่ผ่านโลกมานานแล้ว“ใช่แล้ว ข้ารู้ตัวตนของอู๋หมิงแล้ว รู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย”“หรือว่าอู๋หมิงไม่ได้อยู่ฝ่ายเ
หลังจากเดินทางมาได้สามชั่วยามขบวนเดินทางก็ได้หยุดพักที่บริเวณชายป่าแห่งหนึ่งเฉินอี้ให้คนแจกจ่ายเสบียงให้แก่ทุกคน หลี่ลี่อิงก้มหน้าทานอาหารที่ได้รับมาด้วยความหิวก่อนจะรีบปิดหน้าเอาไว้ดังเดิม แม้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยและปวดร้าวไปทั่วทั้งตัวแต่ก็ไม่ได้ปริปากบ่นให้ต้องถูกสงสัย“ได้ยินว่าเจ้าเป็นคนของคุณชายเยี่ย และไม่ประสงค์บอกชื่อแซ่” เฉินอี้เดินเข้ามาทักทายนางทำให้หลี่ลี่อิงตกใจเล็กน้อย“ข้าต้องขออภัยที่ต้องปิดบังตัวตน แต่ข้ามีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่สามารถบอกแก่ใครได้” นางกล่าวเสียงทุ้มด้วยความตื่นเต้น“ข้าเข้าใจดี แต่ปิดหน้าปิดตาเช่นนี้เจ้าจะหายใจสะดวกหรือ ดูท่าเจ้าเหมือนจะเหนื่อยกว่าคนอื่น ถ้าเช่นนั้นเจ้าขึ้นไปนั่งบนเกวียนก็ได้” เฉินอี้บอกเช่นนั้นทำให้นางดีใจเป็นอย่างมาก“ให้ข้าขึ้นไปนั่งบนเกวียนสินค้าได้จริงหรือ”“คุณชายเยี่ยบอกข้ามาเช่นนั้น เจ้าเพิ่งเดินทางครั้งแรกคงยังไม่คุ้นชินกับการเดินเท้าในระยะไกล ขึ้นไปนั่งคุมสินค้าน่าจะเหมาะกว่า” เฉินอี้บอกแล้วเดินจากไปนางหันไปทางเยี่ยหยวนซีที่เขากำลังพูดคุยกับคนอื่นๆ แล้วแอบอมยิ้มด้วยความดีใจที่เขาเป็นห่วงแม้ไม่รู้ว่านางเป็นใครเมื่อทุกคนพักหายเหน







