Masukพอลวิ่งตามรัตนาขึ้นมายังห้องนอน แต่ก็มาช้าไป เพราะตอนนี้หญิงสาวได้วิ่งหายเข้าไปในห้อง พร้อมกับล็อกห้องอย่างแน่นหนา พอลทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ร้องโวยวายอยู่หน้าห้อง
“น้องต่อเปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้นะ” ร้องสั่งคนข้างในให้เปิด
“ไม่!...คนบ้าอำนาจ เผด็จการ ต่อจะไปอยู่บ้านกับคุณพ่อ ต่อจะฟ้องหย่า...ฮือๆ” หญิงสาวร้องบอกผ่านประตูหนาออกมา
“โธ่เว้ย! ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ!...” ชายหนุ่มร้องออกมาด้วยความโมโห ที่โมโหคือโมโหตัวเอง ที่ปรับตัวยังไม่ได้ ทั้งๆ ที่คิดว่าจะควบคุมอารมณ์ได้ แต่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม เหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน
“ต่อไม่เปิด พี่พอลยังใจร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง พี่พอลไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เลย...ฮือๆ ต่อไปนี้ไม่ว่าพี่พอลจะพูดอะไร จะทำดีแค่ไหน ต่อก็จะไม่หลงกลอีกแล้ว จะไม่รักพี่พอล จะเลิกรักพี่พอลให้ได้ จะลืมพี่พอล จะไม่มีอีกแล้วผู้ชายที่ชื่อพอล เวย์เลอร์ จะลืมทุกอย่างๆ...ฮือๆ”
พอลไม่อยากจะเชื่อว่าเมื่อกี้หญิงสาวบอกว่า “รัก” ตัวเอง ไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้ยินคำว่า “รัก” จากปากของหญิงสาว
“น้องต่อรักพี่...น้องต่อรักพี่ พูดให้พี่ได้ยินอีกครั้งได้ไหม...อึก!...”
อารมณ์โกรธเมื่อกี้หดหายไปหมด เมื่อได้ยินคำว่ารักที่หญิงสาวเอื้อนเอ่ย และน้ำตาของชายหนุ่มก็หลั่งไหลออกมาด้วยความซึ้งใจ ที่หญิงสาวรักผู้ชายเลวๆ อย่างตน
“ไม่! ต่อไม่ได้รักพี่ ต่อจะลืมพี่พอลแล้ว ไม่มีอีกแล้วผู้ชายที่ชื่อพอล”
“ฮือๆ ไม่...พี่ไม่ให้น้องต่อลืมรักพี่ ไม่ให้ลืมพี่ พี่รักน้องต่อ พี่สัญญาต่อไปนี้จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนวันนี้อีก จะไม่มีอีกแล้วพอลที่เผด็จการเหมือนเช้าวันนี้ เปิดประตูมาคุยกับพี่ดีๆ เถอะนะน้องต่อ...ฮือๆ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงสะอื้น
เวลานี้พอลไม่หลงเหลือคราบหนุ่มมาดแมนอย่างที่ทุกๆ คนเคยเห็น จะมีก็เพียงแต่ชายธรรมดาผู้มีใจรักให้รัตนาเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มไม่สนใจอะไรแล้วเวลานี้ ถึงจะร้องไห้แต่ก็ร้องไห้ให้กับความรัก ร้องไห้ให้กับผู้หญิงที่เป็นลมหายใจ
ด้านหลังบานประตูเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของชายหนุ่มก็ถึงกับปาดน้ำตาตัวเอง เพื่อจะฟังให้ชัดๆ ว่าคนด้านนอกร้องไห้จริงๆ ไหม อยากรู้ว่าแกล้งร้องหรือว่าร้องจริงๆ หญิงสาวชั่งใจอยู่นานว่าจะเปิดประตูให้พอลไหม และแล้วก็ตัดสินใจได้ ในเมื่อมีปัญหาต้องตั้งหน้ารับ ไม่ใช่หนีปัญหา ปิดกั้นตัวเองไม่รับฟังอะไรอย่างนี้ คิดได้ดังนั้นจึงเปิดประตูออกมาพูดกับชายหนุ่มดีๆ
แอ๊ด...
พอลเห็นว่ารัตนายอมเปิดประตูให้ก็รีบสวมกอดร่างบางที่ยืนอยู่หน้าประตูทันที กอดรัดแน่นอย่างแนบแน่นเหมือนกลัวว่ารัตนาจะหนีไปจากตนอีก โดยไม่สนใจคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนบนใบหน้าของตนเลย
หญิงสาวได้แต่ยืนนิ่งให้ชายหนุ่มกอดไว้เช่นนี้ เพราะนานแล้วที่ไม่ได้รับสัมผัสแนบแน่นจากชายที่รัก ด้านพอลเองก็เช่นกัน โหยหาคนในอ้อมกอดมานานเหลือเกิน เพิ่งจะมีวันนี้ที่ได้สัมผัสแนบชิดหญิงสาวแบบนี้ และจะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปเป็นครั้งที่สองเป็นแน่
“น้องต่อ...อึก!...อย่าทิ้งพี่ไปเลยนะ พี่ไม่อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากอยู่โดยไม่มีต่อ ไม่อยากอยู่เพียงลำพัง ที่ผ่านมาห้าปีสำหรับพี่ มันทรมานเหลือเกินที่ไม่มีน้องต่อ...อึก!...ช่วยตอบพี่ให้แน่ใจหน่อยว่าต่อไปนี้เราจะอยู่ด้วยกัน ไม่แยกจากกันอีก...อึก!...” เอ่ยปนเสียงสะอื้น ทั้งๆ ที่ยังสวมกอดรัตนาอยู่
รัตนาได้แต่ยืนนิ่ง ไม่ยอมปริปากเอ่ยพูดอะไรออกมาสักคำ ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มจะทำได้จริงอย่างที่พูดรึเปล่า เพราะเมื่อวานตอนไปรับเธอกับลูกมาอยู่ด้วยก็พูดทุกอย่างดูดีหมด เหมือนจะปรับตัวได้ แต่เปล่าเลย พอมาเช้าวันนี้ผีห่าซาตานกลับเข้าสิงแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
“ตอบพี่ที...อย่าเงียบแบบนี้...อึก!...” ผละออกมาเอ่ยถามเอาคำตอบ
รัตนาเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้าหล่อของชายหนุ่มถึงกับไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายตรงหน้าจะร้องไห้เพื่อตน อยากจะเอื้อมมือเช็ดคราบน้ำตาให้ แต่ก็ห้ามใจไว้ เพราะด้านมืดของหัวใจสั่งไว้ว่าห้ามใส่ใจผู้ชายตรงหน้าอีก
“ต่อไม่ตอบ ไม่พูดอะไรทั้งนั้น ต่อจะไปหาลูก”
เอ่ยจบก็ก้าวเดินผ่านหน้าชายหนุ่มไป แต่ก้าวได้เพียงก้าวเดียวก็ต้องหยุด เมื่อมืออีกข้างโดนมือหนาคว้าไว้
“ไม่ปล่อย เราต้องคุยกัน” ตอนนี้น้ำตาของชายหนุ่มเหือดแห้งไปหมดแล้ว
“ปล่อย!...” หญิงสาวพยายามสะบัดมือของตนให้เป็นอิสระ
“ไม่!...เราต้องเข้าไปคุยกันในห้อง”
เอ่ยเสียงแข็งพร้อมกับดึงรัตนาเดินตามตนเข้าไปในห้องนอน และไม่ลืมล็อกห้องไม่ให้ใครเข้ามารบกวน
รัตนาพยายามดิ้นให้หลุดจากมือหนา แต่พยายามแล้วพยายามเล่าก็ไม่สามารถเป็นอิสระได้ เพราะรู้ดีว่าเวลานี้พอลเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว ดูก็รู้ว่าชายหนุ่มนั้นกำลังโกรธไม่พอใจเธอ ว่าแล้วคนคนเดิมยังไงก็ยังเป็นคนคนเดิม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังนิสัยเดิม บอกว่าเปลี่ยนตัวเอง ก็เปลี่ยนแค่ปาก แต่พฤติกรรมและการกระทำมันฝังลึกในสันดานชายหนุ่มจนไม่สามารถจะเปลี่ยนไปได้แล้ว
“สรุปยังไงผมก็ต้องแต่งงานใช่ไหมครับ งั้นรอไปงานแต่งผมได้เลย แต่ใครจะมาเอาผม ก็ในเมื่อผมหล่อราวเทพบุตรขนาดนี้ ยากนักที่ผู้หญิงจะกล้ามาจีบ” พายุทำเป็นพูดเล่น“แด๊ดดี้ พอลี่จา...ปาย...นอนกับคุน...ตาน๊า...คะ...” หนูน้อยวิ่งมาบอกผู้เป็นพ่อ“ครับผม” พอลก้มลงคุยกับลูกสาว“เซนด้วยน๊า...ก๊าบ...แด๊ด...จา...ปาย...นอนกาบ...ตาชาติ...” เซนก็มาขอพ่อกับแม่เช่นกัน“ก๊าบ...สุดหล่อ” ไบรอันยิ่งชอบเมื่อลูกปล่อยให้ตนนอนกับภรรยาเพียงสองคน หาเวลาต่อแขนตาขาลูกยาก โอกาสมาแล้วต้องรีบตกลงเมื่อพ่อกับแม่ไม่ได้ห้ามอะไร หนูน้อยทั้งสองก็รีบวิ่งไปหาคุณตากับเพื่อนที่กำลังยืนคุยกันพร้อมกับส่งแขกที่มาร่วมงานแต่งงานในค่ำคืนนี้ งานแต่งจบลงด้วยความสนุกและความเหนื่อยล้าของแต่ละคน ส่วนคู่บ่าวสาวทั้งสองก็ยังไม่ยอมเข้าห้องหอ ก็ตอนนี้กำลังพูดคุยกับเพื่อนๆ ด้วยความสนุกเมื่อถึงฤกษ์งา
งานแต่งที่คู่บ่าวสาวทั้งสองคู่ตั้งตารอถูกจัดขึ้นในตอนเย็น ซึ่งจัดในสวนยางพาราของนายหัวเสือที่ขึ้นชื่อว่ารวยที่สุดในกระบี่ แม้จะจัดในสวนยางพารา แต่ก็ยังยิ่งใหญ่เป็นงานใหญ่งานดัง เจ้าสาวและเจ้าบ่าวใส่ชุดสบายๆ สไตล์วินเทจ ออกแนวหวานๆ แขกเหรื่อทุกคนที่มาร่วมงานมีแต่คนใหญ่โต คนดังของจังหวัดทั้งนั้น ก็นายหัวเสือแต่งสะใภ้ทั้งทีต้องเอาให้คนลือ ส่วนคู่ของพอลและรัตนาก็แต่งตัวสบายๆ จนเหมือนชาวสวนไปเลย โดยมีลูกสาวตัวน้อยยืนอยู่เคียงข้างบนเวที“ในที่สุด ลูกชายผมก็ถูกสอยลงจากคาน อุตส่าห์เกาะคานมานาน ตอนนี้ก็มีสาวมายิงตกแล้ว ผมอยากบอกว่าดีใจมากที่ในที่สุดลูกชายผมก็จะได้มีเมียสักที”นายหัวเสือประกาศให้แขกในงานรับรู้ว่าตนดีใจแค่ไหน “และยิ่งไปกว่านั้น ผมได้เจอเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันนาน รักชาติเพื่อนผมเองครับทุกท่าน” ว่าแล้วก็ผายมือไปทางเพื่อนรัก“สวัสดีครับ ผมรักชาติเป็นผู้ใหญ่ทางฝ่ายหญิง ผมเองก็ดีใจที่ได้เจอเพื่อนอีกครั้งครับ”
รัตนาเพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จกำลังจะล้มตัวลงนอน แต่ก็ดันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเสียก่อน จึงเดินไปเปิดดู พอเปิดออกก็เจอกับสามีของตนที่ยืนตาแดงๆ เหมือนเพิ่งจะร้องไห้มาอยู่ตรงหน้าประตู แถมในอ้อมอกยังมีลูกสาวตัวแสบติดมาด้วย หญิงสาวจึงยิ้มรับสองพ่อลูก พร้อมกับเปิดประตูให้เข้ามาในห้องนอนใหญ่“มีอะไรจ๊ะสองพ่อลูก” เมื่อเข้ามาพร้อมหน้ากันนั่งบนเตียงด้วยกัน หญิงสาวเลยถามสองพ่อลูก เพราะคิดในใจว่าทั้งสองคงเข้าใจกันดีแล้ว“มี๊เตร่าขา...ลุงพอลเปน...แด๊ดดี้ตริงๆ ...หรา...คะ...” หนูน้อยงงกับคำถามของแม่“จริงสิจ๊ะ พอลี่ไม่อยากมีพ่อเหมือนเซนเหรอลูก ต่อไปนี้เรียกลุงพอลว่าแด๊ดดี้นะ เพราะเขาเป็นคนที่ทำให้พอลี่เกิดมา หากไม่มีแด๊ดดี้พอล แม่ก็จะไม่มีพอลี่น้อยเหมือนในวันนี้ ลองเรียกแด๊ดดี้สิลูก” หญิงสาวอธิบายง่ายๆ ให้ลูกสาวเข้าใจ“ตริงๆ ...น๊า...มี๊อย่าโตหก...พอลี่น๊า...เย้!!!” หนูน้อยร้องดีใจกอดรัดผู้เป็นพ่อแน่
เมื่อเหลือกันสองต่อสองหญิงสาวก็เอ่ยขึ้น “พี่พอลจะเอายังไงเรื่องพอลี่ ต่อกลัวว่าพอลี่จะไม่รับพี่เป็นพ่อ” ตอนนี้รัตนากลัวใจของลูกสาวคนสวยของตนจริงๆ“อย่ากลัวในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นสิน้องต่อ พี่จะใช้ความรักที่พี่มีทั้งหมดทำทุกอย่างให้พอลี่ยอมรับในตัวพี่” พอลเชื่อว่าความรักที่ตนมีให้ลูกสาวจะช่วยให้หนูน้อยยอมรับในตัวของตนได้ ถึงในใจจะแอบกังวลนิดๆ “พี่ว่าน้องต่อขึ้นไปพักผ่อนเถอะ บ่ายๆ พี่จะพาน้องต่อไปตรวจว่าท้องจริงไหม ถ้าท้องจะได้ฝากท้องด้วยเลย”“ไม่ต้องไปตรวจหรอกค่ะ ต่อท้องจริงๆ ประจำเดือนเลยกำหนดมานานแล้ว ต่อว่าฝากท้องเลยดีกว่า” จากประสบการณ์ที่ผ่านมา หญิงสาวรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์จริง ก็ด้วยสัดส่วนที่อวบอิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเหมือนกับตอนที่ตั้งครรภ์พอลี่ไม่มีผิด แถมประจำเดือนก็เลยกำหนดมานานแล้ว ไม่ตั้งครรภ์จะเป็นอะไรไปอีกเล่า“อย่าหลอกพี่นะ ท้องคนนี้พี่ขออยู่ดูแลตลอดอายุครรภ์จนกว่าจะคลอด เพราะพี่พลาดไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้พี่ไม
“สำหรับผม ผมรักน้องต่อเสมอมา ไม่เคยคิดจะตัดสัมพันธ์รัก เรื่องราวทุกอย่างที่ผ่านมา ผมคงไม่มีคำใดจะมาอธิบายได้เท่าคำว่า ‘ขอโทษ’ ถึงมันจะเป็นเพียงคำสั้นๆ ง่ายๆ ซึ่งใครก็สามารถพูดออกมาได้ แต่สำหรับผมในคำว่าขอโทษคำนี้ มันแฝงไปด้วยความรัก ความรักที่ผมมีให้น้องต่อ ขอโทษที่ทำไม่ดี ขอโทษที่ทำให้เสียน้ำตา ขอโทษที่ปล่อยให้เลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง ขอโทษที่ไม่สามารถอยู่เคียงข้างตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา ต่อไปนี้เวลาที่เหลือของชีวิตพี่จะเป็นของน้องต่อและลูกๆ ของเรา และสุดท้ายที่อยากบอกที่สุดคือ ‘ผมรักน้องต่อครับ อดีตเป็นยังไงไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าตอนนี้หัวใจผมวางอยู่ตรงหน้าน้องต่อแล้ว ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าน้องต่อจะหยิบมันขึ้นมาดูแลหรือจะปล่อยมันไป ผมก็พร้อมจะยอมรับทุกการกระทำของน้องต่อครับ’ มีเยอะกว่านี้ที่ผมอยากจะพูดกับน้องต่อ แต่ผมหวังว่าน้องต่อจะเลือกหยิบหัวใจผมขึ้นมาดูแล และเมื่อนั้นแหละผมจะเฝ้าร้องรำพึงให้ฟังทุกคืนว่ารักนี้มันดียังไง” เป็นพอลเองที่เปิดปากพูดก่อน
“โอเคสิเพื่อน งั้นตามนี้ เอาแบบลูกชายเพื่อนว่าก็แล้วกันนะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวพาลูกไปเตรียมงานก่อน ข้าวชงข้าวเช้าไม่กินมันแล้วตื่นเต้นว่ะเพื่อน จะมีสะใภ้และไม่นานก็จะมีหลานให้อุ้ม แค่คิดก็สนุกแล้วสิ” งานแต่งงานนี้เป็นของสิงห์หรือของพ่อกันแน่ เริ่มไม่แน่ใจแล้วสิ ก็ในเมื่อนายหัวใหญ่ตื่นเต้นออกนอกหน้าขนาดนี้“งานแต่งผมหรืองานแต่งพ่อกันครับ” ลูกชายเอ่ยแซวพ่อบ้าง เมื่อคิดถึงวันที่เจอเอมมี่ครั้งแรก พ่อเขาแสดงความไม่พอใจออกนอกหน้ามาก พอเห็นว่าเอมมี่เป็นคนตรง และขยันแค่นั้นแหละ เปลี่ยนแปลงไปอย่างคนละคน แถมรักลูกสะใภ้ตั้งแต่ยังไม่แต่งเข้าบ้าน แบบนี้ใครจะอยู่ข้างเขา ในเมื่อพ่อก็ไปอยู่ข้างเอมมี่“งานแก แต่ลูกสะใภ้ฉัน จบไหมไอ้ลูกชาย ไปๆ รีบกลับ อย่ามัวมาเสียน้ำลายให้มาก รีบกลับกระบี่เตรียมงาน จะเอาไหมเมียเนี่ย” สมแล้วที่เป็นนายหัวปกครองคนทั้งเกาะที่ปักษ์ใต้ “ไปก่อนนะเพื่อน เจอกันวันงาน ส่วนข้าวเช้าขอไปกินที่สนามบินก็ได้ไม่ยากอะไร ตอนนี้ใจร้อนอยากได้ลูกสะใภ้ ที่ดีใจที่สุดคือมีคน







