MasukChapter 7
พันแสงหงุดหงิด งุ่นง่านเป็นที่สุด เขามองโทรศัพท์ที่มันเด้งข้อความอยู่หลายครั้ง แต่เลือกที่จะไม่กดดูอะไรทั้งนั้น สายตาของเขามองโน้นนี่ไปเรื่อย เหนื่อยก็นอนหลับตา ตั้งแต่เรียนจบมาก็ยังไม่ได้ทำงาน เขาหงุดหงิดกับเรื่องที่คุณย่าบอก เขารู้ว่าต่อให้พยายามต่อต้าน ย่าของเขาก็คงจะจับคู่ให้เขากับชบาแก้วเหมือนเดิม ถึงท่านจะไม่เอื้อนเอ่ยในสิ่งที่ท่านเคยบอกเขาแล้ว แต่ก็ใช่ว่าท่านจะยกเลิกในสิ่งที่พยายามตั้งใจ ท่านเป็นคนแน่วแน่ พูดจริง เอาจริงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร พ่อแม่เขาไม่เกรงใจหรอก แต่เขาเกรงใจแค่ปู่กับย่า เพราะเวลาท่านพูด พ่อกับแม่เขาก็ไม่เคยแย้งหรือขัดเลย เขาสังเกตเห็นต้นกล้าไปเดินวนเวียนอยู่แถวเรือนเล็ก เดินไปหยุดที่หน้าประตูบ้านของชบาแก้ว เคาะสองสามครั้ง แต่ไม่มีใครเปิดประตู ต้นกล้ายืนอยู่เพียงครู่ก็เดินไปที่อื่น “คุณพันคะ ดาราเอาเหล้ามาให้ค่ะ” ดวงดารายิ้มหวานฉ่ำ ยกเหล้ากับโซดามาวางไว้ที่โต๊ะ นัยน์ตาคู่สวยเปล่งประกาย ยิ้มยั่วสุดฤทธิ์ “อืม ขอบใจ” เขาเสียงเรียบไม่ได้สนใจดวงดารา เธอยิ้มแทบเหงือกแห้ง แต่เขาก็ไม่สนใจคนที่กำลังพยายามยั่วสุดกำลัง “ติ้ง!” เสียงข้อความดังขึ้น ยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้เขามากกว่าเดิม “คุณพันคะ” “ไปให้พ้นหน้าฉัน!” เขาเสียงห้วน ดวงดาราถึงกับหน้าเสียก่อนจะรีบออกไป ผู้ชายโง่งี่เง่า เธอไม่ได้มีอะไรแย่ไปกว่าชบาแก้วเลย แต่กลับตาต่ำไปคว้าเอาคนซื่อบื้อนั้นทำเมีย ที่เธอรู้น่ะเหรอเพราะเธอเห็น เมื่อเช้าเธอเห็นชบาแก้วออกจากห้องของพันแสง สภาพไม่ดีเลย เธอรู้ว่าชบาแก้วชอบพันแสงถึงได้ไปเสนอตัวแบบนั้น หน็อย ซื่อ ๆ แต่แอบร่าน คอยดูเถอะ เธอจะหยามน้ำหน้าชบาแก้ว ด้วยการเอาเขามาครอง เป้าหมายใหม่ของเธอ ได้เริ่มแล้ว ผ่านไปอีกสองชั่วโมง ป้ารำไพเดินเข้ามาในห้อง ตรงมาที่ระเบียง พันแสงตอนนี้อยู่ในสภาพเมามาย เอนกายพิงพนักพิงเก้าอี้ “มีแขกมาขอพบคุณพันค่ะ” “ครายครับ” เขาทำเสียงยานตามประสาคนเมา พร้อมกับปรือขึ้น ตอนนี้เขาเมามาก เมาจนบ้านหมุน ตาพร่ามัว “เธอบอกว่าเธอชื่อทับทิมค่ะ เธอจะมาชวนคุณพันออกไปธุระ” “ไม่ไป” เขาพูดสั้น ๆ หลับตาลง ทับทิมนี่ก็กระไร เขาเจ็บจะตาย ก็มาชวนไปซื้อของขวัญให้อีก “แต่เธอรอคุณพันอยู่ข้างล่างนะคะ ถ้าไม่ไปป้าว่าจะน่าเกลียดเกินไป” “เฮ้อ!” เขาถอนหายใจออกมาแรง ๆ ถ้าไม่ไปทับทิมไม่กลับแน่ ไปสักหน่อยก็ได้ เขาคิดแล้วลุกขึ้น “ไปก็ได้ครับ” “ดีแล้วค่ะ” เขาเดินตามป้ารำไพไปในสภาพเมามาย ทับทิมเห็นก็ฉีกยิ้มทันที “พัน ทำไมไม่อ่านแชททิมเลย” “พันเมาน่ะ” “พัน พันรู้ไหมว่าพี่ตะวันชอบอะไร?” พันแสงถอนหายใจออกมาแรง ๆ ทุกครั้งที่เธอให้ความสำคัญพี่ชาย ใจของเขามันโคตรเจ็บเลย บางครั้งเขาก็อยากจะตะโกนใส่หน้าเธอ ไม่เคยสนความรู้สึกของเขา ก็ไม่ควรมาทำให้เจ็บ “ไม่รู้หรอก” เขาเสียงเรียบ กระแทกก้นลงโซฟา “แต่พันเป็นน้องชายพี่ตะวัน” “เป็นน้องก็ใช่ว่าจะรู้เกี่ยวกับตัวมันทุกเรื่อง” “พันแสงเขาไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับตะวันหรอกจ้ะ ถ้าหนูอยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับตัวตะวัน หนูถามน้าได้นะ” พิมพ์รดาเอ่ยแทรกบทสนทนาของทั้งสอง เมื่อบุตรชายของเธอเริ่มแสดงท่าทางไม่พอใจ “ก็ได้ค่ะคุณน้า พอดีทิมจะซื้อของขวัญวันเกิดให้พี่ตะวันน่ะค่ะ แต่ทิมไม่รู้เลยว่าพี่ตะวันชอบอะไร ทับทิมกลัวซื้อมาไม่ถูกใจค่ะ ทิมอยากให้พี่ตะวัน ชอบของขวัญที่ทิมจะมาเซอร์ไพรส์เขาค่ะ” “ตะวันน่ะเขาเป็นคนเรียบง่าย ให้อะไรเขาก็เอาหมดแหละ แต่ส่วนมากที่น้าเห็นนะ เขาชอบซื้อนาฬิกา มีเต็มห้องเลย” “ขอบคุณค่ะคุณน้า พันพาทิมไปเลือกซื้อหน่อย” “พันเมา” เขาเสียงเรียบ แล้วถอนหายใจออกมาอีกระลอก “พันไปล้างหน้าล้างตาให้ส่างเมา พันไปเป็นเพื่อนทิมหน่อยนะ” พันแสงถอนหายใจแรง ๆ เขาพยายามหลบเลี่ยงอย่างสุภาพแล้ว แต่ทับทิมก็ยังไม่หยุด สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องลากสังขารตัวเองตามเธอไป ทับทิมพาเขาไปที่ห้างสรรพสินค้าไม่ไกลจากบ้าน เธอเดินตรงไปที่ร้านนาฬิกา แล้วชี้ให้พนักงานเอามาให้เธอดู “นาฬิกาเรือนนี้สวยไหม?” เธอหยิบนาฬิกาชูขึ้นให้เขาดู นาฬิกาในร้านนี้มีแต่หรู ๆ แพง ๆ ส่วนมากก็มีแต่คนรวย ๆ หรือผู้ลากมากดี ใส่นาฬิกาพวกนี้ “…” “ขอทาบแขนหน่อยนะ” เธอเอานาฬิการาคาแพงทาบแขนของพันแสง เขาอิจฉาในใจทุกครั้งที่เธอใส่ใจ หยิบเรือนโน้นเลือกเรือนนี้ เลือกนาฬิกาให้พี่ชายของเขา เธอจะรู้บ้างไหม ว่าทุกอย่างที่เธอทำ ใจเขามันเจ็บมากเหลือเกิน —————————————- ชบาแก้ว talk ฉันตื่นขึ้นมาอีกทีก็ค่ำมืด อาการไม่สบายก็เริ่มดีขึ้น ลำคอขมปร่าอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาวที่เคยมีตอนนี้ไม่มีแล้ว อาการปวดหัวที่เคยมี ตอนนี้ก็เบาบางลงมาก ฉันลุกขึ้นจากเตียงอย่างคนกระปลกกระเปลี้ย เดินเข้าไปในห้องน้ำอาบ้ำชำระร่างกาย พอได้อาบน้ำ ฉันก็รู้สึกดีขึ้นมามากกว่าเดิม ฉันหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันร่างเอาไว้หลวมๆ เดินออกมาจากห้องน้ำ ประตูของฉันถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโยนโงนเงน พี่พันแสงเมาหนัก เดินตรงมาหาฉัน “พะ…พี่จะทำอะไร?” ฉันถามเสียงสั่นหน้าตาตื่น พี่พันแสงไม่พูดพร่ำทำเพลงเข้าจู่โจมฉันเลย เขากอดรัดฉันเอาไว้ ริมฝีปากก็จูบที่ปากของฉัน จูบอยู่นานกว่าจะผละออกฉันก็แทบขาดใจในอ้อมแขนเขา “อยะ…อย่าทำแบบนี้นะ!” “หุบปาก!” เขากัดฟันกรอด “พี่พันแสง พี่จะทำแบบนี้กับชบาไม่ได้” “ทำไมพี่จะทำไม่ได้ ในเมื่อพี่เคยทำแล้ว” “พี่จำเรื่องเมื่อคืนได้เหรอ?” “ก็น่าจะจำได้แหละ เธออยู่กับพี่ทั้งคืน อยู่ในสภาพแบบนั้นจะให้คิดยังไง?” “ถ้าจำได้ ทุกอย่างมันก็จบแล้วค่ะ อย่ามายุ่งกับชบาอีก” “ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอก พอดีพี่อยากเอาเธอ พี่เห งี่ยน เธอไม่ได้มีอะไรพิเศษไปมากกว่านั้นหรอก” “พะ…พี่พันแสง” ฉันหน้าชากับคำพูดของเขา เขาต้องการทำให้ฉันรู้สึกแย่มากแค่ไหน ฉันตามอารมณ์เขาไม่ถูก ฉันไม่เข้าใจกับทุกอย่างที่เขาทำ “อยู่เฉย ๆ แล้วอ้าขาให้พี่เอา” “ไม่!” “ปฏิเสธได้เหรอชบาแก้ว” เขากระตุกปมผ้าเช็ดตัวอย่างแรง จนร่างฉันเปลือยเปล่า เขาตาวาวทันทีที่เห็นเรือนร่างของฉัน “ปล่อยชบานะ!” “อยากได้พี่มากไม่ใช่เหรอ พี่กำลังสนองให้ ไม่ชอบเหรอ! ผู้หญิงที่รักก็ไม่เคยสนใจ ส่วนพี่หญิงที่ไม่สนใจก็อยากได้พี่จนตัวสั่น หึ!” “พี่มันเลว! ชบาไม่เคยคิดอยากทำอะไรแบบนั้น” “พี่ต้องรู้สึกกับคำพูดของเธอไหม ชบาแก้ว!”32“เข้าบ้านกันดีกว่าค่ะพี่พันแสง ชบามีเรื่องจะพูดด้วยเหมือนกัน” ชบาแก้วดึงแขนพันแสงให้เดินตามจนกระทั่งไปถึงกลางบ้าน บ้านที่เคยผุพังตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“ชอบไหมชบา?” บิดาของเธอเอ่ยถาม ชบาแก้วยิ้มมองไปรอบ ๆ บ้านถูกรีโนเวทเอาไว้อย่างสวยงาม ข้าง ๆ ที่เคยเป็นป่ากระถิน ก็ถูกตัดออกแล้วเทปูนปูกระเบื้อง ติดไฟส่องสว่างไปทั่วบริเวณ มันต่างจากเดิมราวฟ้ากับเหว ไม่ต้องกลัวว่าบ้านจะพังลงมาทับ ตอนหลับก็ไม่ต้องเป็นกังวล”“ชอบค่ะ บ้านสวยมากเลยค่ะ”“บ้านหลังนี้สวยได้ เพราะเงินคุณพันแสงด้วยส่วนหนึ่ง คราวก่อนลูกมาอยู่ บ้านผุพัง ไหนจะมีคนมาแอบมองอีก เขาก็เลยให้เงินพ่อมาทำ ส่วนพ่อทำรั้วทำหลังบ้านให้”“แอบเอาเงินให้พ่อตอนไหน ทำไมชบาไม่รู้เลย”“ก็ตอนพ่อชบาเอาต้นไม้ไปลงให้ พี่ไปพูดคุยด้วยก็เลยได้รู้ว่าพ่อชบาจะไปรับเหมาแถวบ้าน บ้านยังไม่ดีเลยจะไปซ่อมแซมให้ชบา พี่ก็เลยให้เงินท่านไปทำ แต่…” พันแสงยิ้มก่อนจะทำหน้าตกใจ “ชะ ชบากลัดเข็มกลัด มะ…หมายความว่ายังไง?”“ก็หมายความว่า ลูกของเรายังอยู่ไงคะ?” ชบาแก้วฉีกยิ้ม “ชบาก็เพิ่งรู้เหมือนกัน คุณอลิซเพิ่งส่งข้อความมาบอก” ชบาแล้วรีบเปิดโทรศัพท์ให้พันแสงดู“โอ๊ยคุณย่า พ
31ชบาแก้วนั่งรถมาเรื่อย ๆ แวะดูนั่นดูนี่ บิดาของเธอจอดรถพาซื้อของอยู่หลายครั้ง ซื้อทุเรียนอยู่หลายหน เธออยากกินพ่อก็หามาให้กิน “อร่อยไหมลูก?”“ก็น่าจะอร่อย แต่ชบากินอะไรไม่ค่อยลงค่ะ”“อย่าคิดมากเลย เดี๋ยวทุกอย่างก็คลี่คลายไปในทางที่ดี คิดมากไปก็มีผลต่อสุขภาพนะ ปล่อยปลงบ้างก็ดี”“ชบาจะพยายามนะคะ”“แล้วหนูตั้งชื่อยัยอาจหนูไว้หรือยัง?”“ชื่อยัยหนูอะไรกันคะ พ่อก็รู้ว่าชบาแท้งลูก” ชบาแก้วเสียงเครือ“พ่อไม่รู้นะ ไม่มีใครบอกพ่อว่าหนูแท้ง คุณ ๆ บอกพ่อว่าหนูตกบันไดไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตอนที่หนูหลับพ่อก็เห็นหมอมาตรวจท้องหนูอยู่นะ”“อะ…อะไรกันคะ?” ชบาแก้วทำหน้าตกใจ มือเล็กประสานกันที่หน้าท้อง จริงสินะ บางครั้งหล่อนก็รู้สึกว่าลูกยังอยู่ แต่ก็คิดว่าตัวเองคิดไปเอง ท้องสี่เดือนท้องแรกลูกดิ้นจะไม่ค่อยรู้สึก หรือหล่อนจะยังไม่แท้งเพราะความเสียใจหล่อนจึงละเลยไม่ได้สนใจร่างกาย คิดว่าตัวเองสูญเสีย ร้องไห้ฟูมฟายอยู่หลายวันติ๊ง! ข้อความโทรศัพท์ของเธอดัง ชบาแก้วหยิบโทรศัพท์ของเธอมากดดู ก็เห็นข้อความที่อลิซส่งมา ท่านพิมพ์มาบอกกับเธอว่า ตอนหมอบอกว่าเธอแท้งลูกหมอบอกผิดเพราะคนไข้มารักษาตัวพร้อมกับเธอสองค
30“ไม่ไปไม่ได้เหรอชบา?” ชบาแก้วหันไปมองเจ้าของเสียง พันแสงเดินตรงมาหาเธอแล้วคว้าข้อมือเดินตรงไปที่ข้างบ้าน“พี่พันแสง”“ไม่ไปไม่ได้เหรอชบา?” พันแสงเอ่ยถามอีกครั้ง แววตาของเขาเจือปนไปด้วยความเศร้า การสูญเสียลูกมันต่างกรีดลึกลงในหัวใจของทั้งสอง เขาเสียใจ ชบาแก้วเองก็เสียใจ ที่ไม่สามารถดูแลลูกจนคลอดออกมาลืมตาดูโลกได้“ชบาอยากกลับค่ะ” เธอยิ้มเศร้า แต่น้ำตาเอ่อคลอเต็มสองตา “ชบาทำใจมองตรงบันไดไม่ได้ ชบา ฮึก ชบาอยากกลับไปอยู่บ้าน”“ชบาไปอยู่คอนโดพี่ก็ได้ ชบาอยู่ต่อได้ไหม ไม่กลับบ้านได้ไหม?” พันแสงกุมมือเธอเอาไว้ เขาอยากจะรั้งเธอเอาไว้ ไม่อยากให้เธอออกไปจากชีวิตเขา “ตอนนี้เราไม่มีพันธะต่อกันแล้วค่ะพี่พันแสง ลูกเราไม่อยู่แล้ว เราต่างมีชีวิตของตัวเอง พี่เองก็ควรใช้ชีวิตของตัวเอง” ชบาแก้วเสียงสั่น พยายามข่มน้ำเสียงให้นิ่ง ตอนนี้ไม่มีพันธะต่อกันแล้ว ไม่มีลูกถ่วงกันเอาไว้แล้ว เขาก็ควรได้เดินหน้าต่อใช้ชีวิตของตัวเอง “ชีวิตพี่อยากมีชบานะ”“เราไม่ได้รักกันค่ะพี่พันแสง พี่ต้องเดินต่อไป ชบาก็จะเดินหน้าต่อไปเหมือนกัน” ชบาแก้วใช้มือปาดน้ำตา ยิ้มเจื่อน ๆ เธอรักเขามาก รักมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่พันแสงไม่ได
29“พันแสง” พิมพ์รดาวิ่งเข้าไปหาลูกชายที่กำลังนั่งกุมขมับของตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม“ครับ” เมื่อลูกชายเงยหน้าขึ้นมอง ก็ทำให้ได้เห็นว่าเขากำลังตาแดงเหมือนกำลังจะร้องไห้“ไม่เป็นไรนะพันแสง ชบากับลูกต้องปลอดภัย” คนเป็นย่านั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ แล้วจับมือหลานชายมาบีบเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ“ผมกลัว ผมกลัวชบากับลูกจะ…” ชายหนุ่มเสียงเครือ คนเป็นย่าก็เลยรั้งมากอด “ถ้าผมลงมาพร้อมเธอคงไม่เกิดเรื่อง ผมผิดเองครับคุณย่า ผมผิดเอง”“ไม่เป็นไรนะหลาน ชบากับลูกต้องปลอดภัย” อลิซปลอบใจหลานชาย นางเองก็ไม่ได้เข้มแข็งอะไรเลย นางกลัวชบากับลูกเป็นอะไรไป ใจแสนเจ็บแค้นเหลือเกิน ที่ดวงดาราทำแบบนี้“ผมกลัวครับย่า ผมกลัว”“อย่าเพิ่งกังวลไปเลยนะหลานชาย” โนอาห์ว่าแล้วตบบ่าหลานชายเบา ๆ พิมพ์รดาได้แต่มองลูกชายอย่างสงสารพันแสงยังมือขึ้นลูบหน้า ต่อให้มีคำปลอบโยนมากมาย ก็ไม่สามารถเบาบางความเจ็บความทุกข์ระทมในหัวใจของเขาได้ ผ่านไปหลายชั่วโมงประตูบานหนาก็ถูกเปิดออก พันแสงลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปหาหมอ“ชบาเป็นยังไงบ้างครับ?”“คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ” คำพูดของหมอเรียกรอยยิ้มของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี เขาดีใจโล่งอก เหมือนยกภูเขาออกจาก
28“ยะ…อย่านะ” ชบาแก้วหน้าซีดเผือดดึงเสื้อดวงดาราเอาไว้แน่น เธอกลัวตกลงไป ตอนนี้ไม่ใช่ห่วงตัวเอง แต่เธอเป็นห่วงลูกในท้อง“แกกำลังกลัวอยู่ใช่ไหม?” ดวงดาราแค่นหัวเราะอย่างสะใจ หล่อนหาจังหวะทำเรื่องนี้มาตลอดหลายวัน แต่ไม่มีโอกาสได้ทำเลย วันนี้แหละหล่อนจะปาดเลือดแค้น ทำให้ชบาแก้วต้องกระอักเลือด เจ็บปวดให้กับความสูญเสีย “ฉันชอบจังเวลาที่ได้เห็นแกทำหน้ากลัวแบบนี้”“อย่านะดารา อย่าทำอะไรชบากับลูกเลยนะ อย่าทำเลยนะ”“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม? ว่าต่อให้เธออยากแย่ง ฉันก็จะไม่มีทางยอม ฉันไม่มีทางยอมให้เธอมาแย่งเขาไปจากฉัน ฉันไม่มีวันยอมให้แกเอาเขาไป”“ชบาไม่ได้ต้องการแย่งพี่พันแสงเลยนะ”“แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธเขาเลย แกอยากเป็นเมียเขาจนตัวซีดตัวสั่นมาตลอด”“ไม่ใช่แบบนั้นเลยดารา”“ทำไมจะไม่ใช่” ดวงดารากำผมชบาแก้วจนหน้าหงาย “แกคิดว่าฉันโง่นักเหรอนังชบา แกคิดว่าฉันไม่รู้ทันคนอย่างเธอเหรอ?”“ดารา ชบาเจ็บนะ ปล่อยชบาเถอะ” ชบาแก้วเบ้หน้า เมื่อถุกกำผมแรง ๆ จะต่อสู้ก็กลัวตกลงไป ได้แต่หาหนทางถ่วงเวลาเอาไว้ เผื่อพันแสงออกมาเจอเธอกับดวงดาราตอนนี้“เจ็บตายไปเลยนังร่าน ฉันเกลียดที่แกทำหน้าตาใสซื่อ เกลียดที่แกทำท่าทางอ่อน
27ชบาแก้วทำตามความต้องการของคุณอลิซ ท่านคงอยากให้หล่อนมาอยู่บนตึกใหญ่ จะได้มีพันแสงดูแล แม้จะไม่ได้อยากมาอยู่ หล่อนก็ปฏิเสธไม่ได้มันเป็นความหวังดี เธอจะได้อยู่ใกล้ ๆ สายตา พันแสงจะได้ดูแลเธอกับลูกได้ ชบาแก้วยอมทำตาม เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ท่านพูดเต็มไปด้วยความหวังดี“อ้าวดารามาพอดีเลย ไปช่วยขนของชบาแก้วมาที่ตึกใหญ่ด้วยนะคะ” “ทำไมต้องขนขึ้นมาคะ?”“ก็ชบาแก้วท้องลูกหลานชายฉัน ชบาแก้วเป็นเมียเป็นแม่ของลูกหลานชายฉัน ก็ต้องมาอยู่ตึกใหญ่สิ”“แต่ดาราก็เป็นเมียคุณพันแสงเหมือนกัน” คำพูดของดวงดาราทำเอาชบาแก้วหัวใจเต้นถี่รัว เธอเคยเห็นพันแสงกับดวงดาราบนเตียงมาแล้ว สิ่งที่เธอเห็นกับสิ่งที่พันแสงบอกมันย้อนแย้งกัน เธอไม่กล้าเชื่อเขาเลยว่าสิ่งที่พูดเป็นความจริง เมื่อเธอเห็นกับตาว่าดวงดารากับพ่อของลูกนอนอยู่ด้วยกัน“ธ…เธอว่ายังไงนะ?”“ดารากับคุณพันแสงเคยนอนด้วยกัน ดาราก็เป็นเมียเหมือนกัน ทำไมดาราถึงไม่ได้มาอยู่บนตึกใหญ่?”“จริงเหรอพันแสง หลานเคยทำแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?”“จริงสิคะ ชบาแก้วเองก็เคยเห็นดารากับคุณพันนอนด้วยกัน”“จริงเหรอชบาแก้ว น้องชายฉันทำแบบนั้นจริงๆ เหรอ?” ตะวันถามเสียงเข้ม “ค่ะ” หญิงสาวพย
Chapter 23ฉันเบิกตากว้างก่อนจะลุกไปเปิดหน้าต่างไม้ พี่พันแสงยืนอยู่หน้าบ้าน เงยหน้ามองมาที่ฉันเช่นกันเขามาทำไม หรือว่าจะมาลากตัวฉันกลับไปแต่งงาน ไม่มีทาง ฉันไม่ยอมแต่งเด็ดขาด ฉันไม่หน้าหนาพอที่จะให้ชนาธิปรับผิดชอบฉัน (“อย่ามัวแต่มอง ลงมาเปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้”)“ไม่ค่ะ พี่กลับไปเหอะ!” ฉันกดข้อ
Chapter 3ชบาแก้วกำลังง่วนอยู่กับการทำขนม วันนี้เธอลองทำกล้วยฉาบ เพราะกล้วยที่ปลูกเอาไว้ข้างเรือนเล็กมีหลายเครือ บางเครือก็เริ่มสุก บางเครือก็สุกงอม กินไม่ทันชบาแก้วก็เอามาทำเป็นกล้วยตาก ส่วนกล้วยดิบมีเยอะ เธอก็เอามาแปรรูปเป็นกล้วยฉาบ ทำเสร็จก็เอามากรอกใส่ถุงซิปล็อกให้คุณ ๆ ตึกใหญ่ ส่วนของเธอกรอกใ
Chapter 2“ค่ะ” ชบาแก้วพยักหน้าเดินตามต้นกล้า เขาเป็นลูกชายของคุณเอก ลูกน้องของคุณฉลาม ต้นกล้ามีหน้าที่ขับรถให้กับคุณ ๆ ในบ้าน “วันนี้มีกุ้งอบวุ้นเส้นที่ชบาชอบเยอะเลย” “อืม ใช่ค่ะ น่ากินมาก” ชบาแก้วว่าแล้วนั่งลงเก้าอี้ สายตาของเธอยังคงหันไปมองที่ประตู ราวกับรอคอยให้พันแสงออกมา ที่จริง เธอก็รอเขาจ
บทที่ 1 ต้อนรับทายาทสภาดังๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งสาวใช้และคนงานต่าง ๆ ยกอาหารมาในโต๊ะ กันอย่างขมักเขม้น“ชบาแก้วรีบยกอาหารไปที่โต๊ะ” คุณป้าไพลินดังขึ้นในหลายคนร่างเล็กที่อยู่ชุดยูนิฟอร์มคนใช้สะดุ้งในกำลังภาพบนรูปงามในโทรศัพท์แล้วรีบเก็บใส่กระเป๋า “อย่าชักช้าคุณพันแสงสนามบินแล้ว” “ค่ะคุณป้า” รีบยกอาหา







