เข้าสู่ระบบ3
เจ็บจังเลยจ้ะพี่จอมจ๋า
“แม่จ๋าอันนี้เอาใส่กล่องเลยไหมจ๊ะ”
จันจ้าวตื่นเช้ามากกว่าทุกวันเพราะว่าวันนี้นั้นมีลูกค้าที่สั่งขนมไว้จำนวนมาก บอกไว้ว่าจะมาเอาก่อนแปดโมงเช้า จันจ้าวเองก็ไม่มีเรียนเลยรีบลุกขึ้นจากเตียงมาช่วยแม่จ๋าทันที พี่แป๋วและพี่นุชเองก็รีบมาที่บ้านของสองแม่ลูกคู่นี้เช่นกัน
“เอาไปใส่เลย เดี๋ยวแม่ต้มบัวลอยเสร็จแล้วเราเตรียมใส่แก้วแล้วก็กล่องให้ลูกค้าได้เลยนะ”
“ได้จ้ะ”
จันจ้าวทำตามคำสั่งของแม่จ๋าอย่างดี
‘อ๊ะ’
เสียงร้องของจันจ้าวดังขึ้นมา สามคนที่เหลือที่อยู่ภายในบ้านต่างก็หันมามองและวิ่งเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าจันจ้าวนั้นลืมไปหม้อต้มขนมเมื่อกี้เพิ่งลงมาจากเตาร้อน ๆ แต่ตนเองเอื้อมมือไปจับโดยไม่ได้ใช้ผ้ารองเลยทำให้มือนั้นพองจนขึ้นรอยแดงจาง ๆ
“เจ็บไหมเนี่ยนั่งรอแม่ก่อน ๆ แป๋วหยิบน้ำแข็งใส่ตู้เย็นให้น้าหน่อยจ๊ะ”
“นี่จ้ะน้าภา”
แม่จ๋ารีบรับน้ำแข็งก้อนน้อยที่มีอยู่ในตู้เย็นมาประคบบริเวณรอยแดงให้กับลูกชาย
“ผิวขาว ๆ ของน้องจันเกิดรอยเลยค่ะ” เสียงของพี่นุชที่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ารอยแดงนั้นเริ่มที่จะเป็นรอยสีแดงขึ้นเรื่อย ๆ
“แสบเลยแม่จ๋า”
“เรานี่นะ เดี๋ยวแม่ทำต่อเองเรานั่งรอตรงนี้แหละ”
“แต่ว่า..” ยังไม่ทันที่จันจ้าวจะเอ่ยจบประโยค แม่จ๋าก็เอ่ยขึ้นมาก่อน
“เดี๋ยวไปทำกับแป๋วกับนุชเอง เรานั่งไปเถอะใกล้จะเสร็จแล้วด้วย”
“น้องจันนั่งพักเถอะจ้ะ เดี๋ยวพวกพี่ช่วยกับน้าภาเอง”
“จริงจ้ะ ไปนั่งพักเถอะนะจ๊ะ”
ทั้งพี่แป๋วและพี่นุชพูดเสริมขึ้นมาทำให้จันจ้าวนั่งมองทั้งสามคนตักขนมใส่กล่อง ใส่แก้วโดยที่ตัวเองไม่ได้ช่วยอะไรเลย
เมื่อจันจ้าวเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วรอเพียงแค่ลูกค้าตอบกลับมาว่านัดรับที่ไหน ในตอนนี้จันจ้าวเลยคิดอะไรดี ๆ ออกมา
‘โทรไปขอให้พี่จอมขับรถให้ดีกว่า’
พูดมุบมิบอยู่เพียงคนเดียวแต่ทว่าสามคนที่อยู่ภายในหลังเดียวกันก็เห็นท่าทางโก๊ะ ๆ ของจันจ้าวแบบนั่นด้วย คนที่แสดงออกมาแบบนั่นไม่รู้เลยว่ามีใครบ้าง
“น้องจันพูดคนเดียวอีกแล้วเหรอจ๊ะ” เสียงของแป๋วที่แอบไปกระซิบถามกับแม่จ๋า คนเป็นแม่นั้นเห็นภาพแบบนี้จนชิน
รอสายเพียงชั่วครู่ตอมราชก็ได้รับสาย
“พี่จอมจ๋า” จันจ้าวพูดด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ ออกแนวอ้อน
“อะไรของมึง เพิ่งจะเจ็ดโมงมึงตื่นแล้วหรือไง” เสียงอีกคนที่ตอบกลับมาติดน้ำเสียงงัวเงียนิดหน่อย
“พี่จอมเพิ่งตื่นเหรอจ๊ะ” เมื่อได้ยินน้ำเสียงแบบนั้นแล้วจันจ้าวอดที่จะถามไม่ได้
“เออ”
อีกฝ่ายของปรายสายเหมือนกำลังทำอะไรสักอย่างมีเสียงตะกุกตะกักดังแทรกขึ้นมา
“พี่จอมทำอะไรเหรอ..”
“พับผ้าห่ม” ปรายสายตอบกลับมานิ่ง ๆ
“ให้หนูไปพับให้ไหมจ๊ะ”
“อย่ามาแก่แดดนักจันจ้าว มึงนี่นะเริ่มจะมากขึ้นทุกวัน”
“จีบทุกวัน เมื่อไหร่คนทางนั้นใจอ่อนนะ”
“ไม่มีวันนั้น... ตกลงโทรมาทำไม”
“อ๋อเกือบลืมไปเลยพี่จอมจ๋าว่างหรือเปล่าจ๊ะ”
“ว่างมึงมีอะไร”
“ขับรถพาหนูไปส่งขนมหน่อยสิจ๊ะ หนูเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย”
“อุบัติเหตุ?” จอมราชเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ใช่จ้ะ เกิดอุบัติเหตุ พี่ช่วยขับรถไปพาหนูไปส่งขนมให้ลูกค้าได้ไหมจ๊ะ”
“มึงอยู่บ้านใช่ไหม เดี๋ยวกูรีบไป”
“ใช่จ้ะ”
เอ้า... ทำไมน้ำเสียงพี่จอมดูรีบแปลก ๆ จันจ้าวได้แต่สงสัยแต่ไม่ได้รู้เลยว่าปรายสายตกใจกับคำว่าอุบัติเหตุขนาดไหน
รอเพียงไม่นานนักจอมราชก็เดินเข้ามาภายในบ้านของจันจ้าวโดยที่ถามน้าภาไว้แล้วเพราะเจอหน้ากันที่หน้าบ้าน น้าภารดน้ำต้นไม้อยู่อีกฝ่ายตกใจไม่น้อยที่เห็นจอมราชในช่วงเวลานี้ เห็นว่าจอมราชดูรีบเร่งแปลกเลยรีบบอกไปว่าลูกชายของตนเองนั้นนั่งอยู่บริเวณโซฟาหน้าโทรทัศน์ จอมราชเดินเข้ารีบเร่งไปสำรวจตัวของจันจ้าว หมุนตัวของจันจ้าวเหมือนลูกข่าง
“ไหนมึงบอกเกิดอุบัติเหตุ”
“ก็เกิดจริงนี่จ๊ะ นี่ไง”
จันจ้าวแบมือให้จอมราชเห็นรอยแดงชัด ๆ ตรงบริเวณนิ้วมือทั้งสองข้าง คนพี่ที่เห็นแบบนั้นถึงกับขมวดคิ้วกับสิ่งที่ตนเองเห็น
จอมราชนึกไว้ว่าจันจ้าวจะเกิดอุบัติเหตุเกิดแผลมากมาย แต่เท่าที่เห็นนั้นไม่ใกล้เคียงคำว่าอุบัติเหตุสักนิด
จอมราชเอื้อมมือไปดีดเหม่งของจันจ้าวแรง ๆ จนศีรษะของจันจ้าวนั้นโยกไปด้านหลัง
“โอ๊ย เจ็บนะพี่จอมจ๋า”
“สมควรแล้ว กูก็นึกว่ามึงจะเป็นอะไรมากกว่านี้”
“ฮั่นแน่ พี่จอมจ๋าเป็นห่วงกันเหรอจ๊ะ”
“กูนึกว่ามึงจะเรื่องให้กับน้าภามากกว่า มึงยิ่งซน ๆ อยู่”
“เอ๊ะ! ใครซน หนูไม่ซนนะจ๊ะพี่จอม”
“มึงไม่ซนแล้วใครจะซนเท่าที่เห็นก็มีแค่มึงที่ซน”
“หนูไม่ยอมรับหรอกจ้ะ พี่จอมจ๋า...”
จันจ้าวเอ่ยเรียกชื่อของอีกคนด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ ใครคนอื่นที่ได้ฟังคงจะหลงเสน่ห์การอ้อนของจันจ้าวไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับจอมราชคนนี้
“อะไร”
จอมราชตอบกลับนิ่ง ๆ เดินไปนั่งตรงโซฟาอีกตัวหนึ่งถัดจากตัวที่จันจ้าวนั่งในตอนแรกหนึ่งตัว แต่แล้วจันจ้าวก็ขยับตามไปเดินไปนั่งลงข้าง ๆ กัน แบมือทั้งสองข้างของตนเองไปตรงหน้าของอีกคน จอมราชได้แต่ขมวดคิ้วสงสัย ใช้สายตาพูดแทนคำพูด
“เป่าให้หน่อยสิจ๊ะ มันเจ็บจังเลยพี่จอมจ๋า”
จันจ้าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อน ๆ หวังจะให้พี่จอมจ๋าเป่ารอยแดง ๆ ตรงนิ้วมือของตนเองนั้น จอมราชนั่งมองนิ่ง ๆ จันจ้าวเองก็ไม่ยอมแพ้ขยับตัวเข้าไปอีกนิดจนหน้าเกือบจะชนกับหน้าของจอมราช ไม่ยอมขยับออก
“จันจ้า...จ้าว”
เสียงของแม่จ๋าทำให้จอมราชเองที่เป็นคนขยับออก ยืนตัวตรงเดินตรงไปหาน้าภาของตนเอง ปรายตาไปมองที่คนน้องส่งสายดุไปแทนคำพูด คนน้องก็ยิ้มตาหยีสู้กลับ
“ให้ไปส่งที่ไหนเหรอครับน้าภา”
“ลูกค้านัดตรงบริเวณหน้าอำเภอจ้ะ ตอนนี้ลูกค้าคงใกล้จะถึงแล้ว”
“งั้นเดี๋ยวผมเอาไปส่งให้เองครับ”
“หนูไปด้วยจ้ะพี่จอม”
จันจ้าววิ่งเข้ามาแทรกระหว่างกลางของแม่จ๋าและพี่จอมจ๋าหันไปมองซ้ายขวาขออนุญาต
“ช่วยน้าภาเก็บอุปกรณ์ไป”
“แม่จ๋า”
เมื่อเห็นว่าอ้อนพี่จอมจ๋าไม่เป็นผลเลยหันไปอ้อนแม่จ๋าของตนเองแทน
“ช่วยแม่เก็บอุปกรณ์นี่แหละ แป๋วกับนุชกลับไปอาบน้ำแต่งตัวอีกรอบแล้ว เดี๋ยวจะได้ช่วยแม่ทำขนมรอบใหม่ขายตอนบ่ายต่อ”
“เฮ้อ...” จันจ้าวถอนหายใจยาว ๆ การอ้อนครั้งนี้ไม่มีผล
“ลูกค้าจ่ายเงินแล้วใช่ไหมครับน้าภา”
“เรียบร้อยจ้ะพ่อจอม น้าขอบใจพ่อจอมมากนะ”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวตอนบ่ายให้คนเอารถมาให้”
ประโยคแรกจอมราชพูดกับแม่จ๋า ส่วนประโยคถัดมานั้นพูดกับจันจ้าวที่กำลังทำหน้าอ้อน ๆ จอมราชอยู่
รถที่จอมราชจะให้คนเอามาให้นั้นเป็นรถของที่บ้านของจอมราชเอง รถคันนี้ล้อมันยางลมอ่อน จอมราชเลยเอารถไปซ่อมให้ก่อน ในช่วงนี้ทั้งตัวเองและลูกน้องเลยรับหน้าที่เป็นคบขับรถของจันจ้าว แต่ทว่าได้รถกลับคืนมาแล้วนั้นจันจ้าวต้องขับไปมหาลัยเอง
“เอ้า... อดให้พี่จอมจ๋าไปส่งแล้วเหรอเนี่ย” จันจ้าวเอ่ยเบา ๆ กับตนเอง “อะเอ้า...” เงยหน้าขึ้นมาอีกทีพี่จอมจ๋าเดินออกไปนอกบ้านเรียบร้อยแล้วปล่อยทิ้งให้เขายืนอยู่คนเดียว ส่วนแม่จ๋าก็คงจะเดินออกไปตั้งแต่ที่เขาเริ่มพูดคนเดียวนั่นแหละ
จันจ้าวแอบมารอจอมราชที่อู่ซ่อมรถของอีกคน มาพร้อมกับปิ่นโตใบเดิมตอนนี้ก็เกือบจะเป็นเวลาเก้าโมงแล้ว ไปหน้าอำเภอแค่นี้เองก็ไม่น่าจะนานขนาดนี้หน่า หรือรถจะติดแต่ปกติหน้าอำเภอรถไม่น่าจะติดนะ จันจ้าวคิดไปต่าง ๆ นานา คิดไปเรื่อย ๆ จนกระทั้งว่ามีเสียงรถที่คุ้นหูดังเข้ามาในบริเวณอู่ ชะเง้อหน้าออกไปมองจากห้องกระจกทำให้เห็นว่าเป็นคนที่ตนเองนั่นรอคอยอยู่ เห็นแบบนั้นแล้วก็รีบลุกเดินออกไปหาทันที
“พี่จอมจ๋า!” ส่งเสียงไปก่อนที่ตัวจะเดินไปถึง
จอมราชหันตามเสียงเห็นว่าเป็นคนน้องก็ได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ อุตส่าห์บอกไว้ว่าให้ช่วยน้าภา แต่ยังแอบมาหาตนเองที่อู่อยู่ได้ แบบนี้ไม่เรียกว่าซนได้ยังไง
“จะมาทำไม” จอมราชเอ่ยถามเสียงนิ่ง ๆ โดยที่สายตากำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งของที่อยู่ตรงเบอะหลัง
“มาหาพี่จอมจ๋าไงจ๊ะ ว่าแต่พี่จอมจ๋าหาอะไรเลยให้หนูช่วยไหมจ๊ะ”
จอมราชไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ก้ม ๆ เงย ๆ จนจันจ้าวอดสงสัยไม่ได้ว่าด้านในรถคืออะไร
‘อ๊ะ’ เพราะว่าจันจ้าวยังคงยืนนิ่งอยู่เดิมไม่ไห้หลบออกไปไหน ทำให้จอมราชที่ยืดตัวให้ตรงและกำลังหันกลับมาทางที่จันจ้าวยืนนั้นทำให้บริเวณหน้าผากของจันจ้าวชนกับอกของจอมราชไปเลยเต็ม ๆ
“อีกแล้วนะพี่จอม! หันหลังกลับไม่บอกเนี่ย”
“โทษตัวมึงเองบ้าง ซุ่มซ่ามเองแล้วมาโทษคนอื่น”
ว่าคนน้องเสร็จก็เดินชนไหล่ของจันจ้าวแล้วถือของพะรุงพะรังเข้าไปที่ห้องกระจก จันจ้าวรีบวิ่งตามไปเพราะอยากดูว่าพี่จอมจ๋าถืออะไรอยู่ในมือ
“เครปนี่น่า ของหนูหรือเปล่าจ๊ะ”
“ใครบอกมึงว่านี่ของมึง กูซื้อมาให้แมวแถวนี้”
จันจ้าววิ่งไปที่ประตูห้องกระจกชะโงกหน้าออกไปดูว่าแมวตัวที่จอมจ๋าพูดถึงนั่นอยู่ตรงไหน เพราะตนเองนั้นก็นั่งอยู่ที่อู่มานานแล้ว ไม่เห็นจะมีแมวสักตัว
“ไม่เห็นมีเลยจ้ะ พี่จอมอนุญาตให้เลี้ยงแมวด้วยเหรอจ๊ะ ทำไมหนูไม่เคยรู้ละ หรือพี่จอมแอบไปเอาแมวใครมา!” จันจ้าวส่งเสียงดัง
“มึงจะเสียงดังทำไมนัก มึงมาก็ดีแล้วรีบมากินกูจะไปส่งบ้าน”
“เอ้า... ไหนบอกว่าไม่ใช่ของหนูมาไง”
“อย่ามาพูดมากนัก กูเห็นว่าเจ็บตัวหรอกเลยซื้อมาฝาก”
“อุ๊ย ต่อไปต้องเจ็บตัวบ่อย ๆ แล้วมั้ง ได้ขนมกินฟรีแบบนี้”
“แล้วปกติอยู่กับกูมึงเคยจ่ายเหรอ”
“ก็ไม่นี่น่า”
จันจ้าวเดินเนียน ๆ ไปยืนข้างกับจอมราชเอื้อมมือไปกอดแขนของอีกคนเอาไว้ จอมราชกำลังจะหันมาดุแต่ปรากฏจันจ้าวแนบแก้วของตัวเองกับแขนของจอมราช
เจ้าแสบนี่... นับวันมันยิ่งเอาใหญ่แล้ว ไม่เคยกลัวอะไรบ้างเลย
จอมราชปล่อยให้จันจ้าวยืนกอดแขนตัวเองอยู่แบบนั้นจนกระทั่งว่าพัชเดินเข้ามา กำลังจะส่งเสียงเรียกแต่เสียงประตูที่เปิดออกดังขึ้นมาก่อนทำให้จอมราชต้องสะบัดมือของจันจ้าวออก
“อ๋อ...จีบกันอยู่ นึกว่าเฮียหายไปไหน” เสียงของพัชที่ส่งเสียงแซวพร้อมยิ้มกริ่ม ชี้นิ้วไปมาระหว่างจอมราชและจันจ้าว จันจ้าวทำท่าเขินอายสะบัดข้อมือ
“บ้าน่าพี่พัชอะพูดอะไรก็ไม่รู้ นี่ดูสิพี่จอมจ๋าเขาเขินหมดแล้วไม่พูดไม่จาเลย” จันจ้าวเงยหน้าไปทำตาปริบ ๆ ใส่อีกคนที่กำลังทำหน้าเข้มใส่ตนเองอยู่ จันจ้าวโน้มตัวไปถูบริเวณแผงอกของอีกคน
“เฮ้ย ๆ น้องจันอย่ามาจีบเฮียมันตรงนี้เลย พี่ก็ยืนอยู่ตรงนี้”
“อยากให้ทุกคนได้รับรู้นี่จ๊ะว่าจันจ้าวชอบพี่จอมจ๋าแค่ไหน”
“แต่กูไม่ได้ชอบมึง”
“พี่จอมอะปฏิเสธเพราะว่าพี่พัชอยู่ใช่ไหมละ กิ้ว ๆ”
จันจ้าวยังคงทำตาปริบ ๆ ใส่อีกคนจนกระทั้งเป็นเสียงของพัชอีกนั่นแหละที่ทำลายเวลาการจีบจอมราชของจันจ้าว
“จ้ะ ๆ ไม่เล่นแล้ว เดี๋ยวหนูรอที่ห้องนี้นะพี่จอมจ๋า”
“เอาผ้ามาปิดขาด้วย ถ้ามีลูกค้ามาจ่ายเงินมึงเอากุญแจไปเปิดเก๊ะแล้วถอนเงินได้เลย”
“ให้หนูอะนะถอนเงิน”
“เออ”
“ถ้าหนูอุบอิบเงินละจะทำยังไง”
“กูฟ้องน้าภา”
“ว้ายย พี่จอมจ๋าขี้ฟ้อง”
จอมราชเดินออกไปแล้ว ภายในห้องนี้เหลือเพียงจันจ้าวเพียงคนเดียวเท่านั้น คนน้องเดินไปนั่งตรงที่โต๊ะเก็บเงินของอู่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปตัวเองให้เห็นรูปภาพด้านหลังแวบ ๆ ซึ่งเป็นรูปพี่จอมจ๋ากับลูกพี่ลูกน้องอีกคนที่ตอนนี้ไปเรียนอยู่ที่เมืองกรุง โพสต์ท่าทางให้เหมือนกับตนเองนั่นเป็นอาซ้อของอู่ซ่อมรถแห่งนี้ หรือจะเรียกว่าแฟนของเฮียจอมเจ้าของอู่ซ่อมรถดี ....
เวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนเย็นแล้วอาหารที่จันจ้าวเตรียมกลายเป็นหมันไปโดยปริยาย เพราะว่าตั้งแต่ที่จอมราชออกไปพร้อมกับพัชนั่นก็ยังไม่ได้เข้ามาอีกเลย จันจ้าวที่นั่งออกไปนอกห้องกระจกเห็นแต่รถเคลื่อนย้ายเข้าออกภายในอู่ คงลูกค้าเยอะจริง ๆ
จันจ้าวนั่งเหม่อ ๆ ออกไปนอกห้องกระจกจนไม่ได้สังเกตว่ามีลูกค้าเข้ามาจ่ายเงินค่าซ่อมรถที่ซ้อมไปเมื่อกี้
ก๊อก ๆ
เสียงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำให้จันจ้าวนั่นหลุดจากภวังค์ จันจ้าวหันหน้ากลับมามองดูคนที่เคาะเรียกตนเองเมื่อกี้ ปรากฏให้เห็นผู้หญิงผมยาวตาคมคนหนึ่ง กำลังมองมาทางจันจ้าวเหมือนไม่ชอบใจอะไรสักอย่าง จันจ้าวได้แต่ทำหน้างง ๆ ใส่อีกคน
“จะเก็บไหมเงินน่ะ จะมองอะไรอยู่ได้”
“ครับ? เก็บครับ ๆ”
อะไรกันตัวเองไม่ยอมบอกเองแท้ ๆ ว่ามายืนทำไมแล้วมาใส่อารมณ์กับคนอื่นเดี๋ยวเถอะ!
จันจ้าวเอื้อมมือไปหยิบแบงก์สีเทามาจากผู้หญิงตรงหน้า คนนี้มาเติมลมล้อรถและดูน้ำมันเครื่องนิดหน่อย
“มีอะไรอีกไหมนะ” จันจ้าวพึมพำกับตนเอง ชะเงอหน้ามองผ่านหลังของคนตรงหน้าไป ทว่าจอมราชก็เดินเข้ามาพอดีทำให้จันจ้าวไม่ต้องเดินออกไปถามด้วยตนเอง
“มีอะไรหรือเปล่า กูเห็นลูกค้าคนนี้ยืนรอนานแล้ว”
“คุณจอมคะ นี่ลูกจ้างเหรอคะเหมือนจะไม่คุ้นหน้าที่ของตนเองเลยนะคะ”
ได้ทีลูกค้าคนนี้ก็ฟ้องเจ้าของอู่อย่างจอมราช เจ้าของอู่นั้นปรายตาหันมองคนน้องเล็กน้อย หลังจากนั้นก็หันไปพุดคุยกับลูกค้าคนสวยต่อ
“เดี๋ยวผมถอนเงินให้นะครับคุณฟาง”
จันจ้าวขยับเอียงตัวให้จอมราชนั้นได้เปิดเก๊ะเงินได้ถนัด แต่ก็ไม่ยอมลุกขึ้นไปจากเก้าอี้
ลูกค้าคนสวยได้เงินถอนไปแล้วก็ยังไม่ยอมเดินออกไปจากห้องกระจก ยังคงส่งรอยยิ้มที่ยิ้มแบบแปลก ๆ ให้เจ้าของอู่ จันจ้าวที่เห็นแบบนั้นได้แต่เบะปากไม่ชอบใจนัก
นานไปหลายนาทีที่ลูกค้าคนสวยนั่นยังคงชวนเจ้าของอู่คุยอยู่ จันจ้าวไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก เลยคิดว่าส่งเสียงดัง ๆ ทำลายบรรยากาศตรงนั้นคงจะดี
“โอ๊ย”
เสียงร้องของจันจ้าวดังขึ้นมาทำให้ทั้งคู่หันมามองเป็นสายตาเดียวกัน จอมราบขมวดคิ้วเพราะว่าจันจ้าวยังคงนั่งที่เดิมไม่ได้ลุกขึ้นไปเสียงร้องโอ๊ยที่ดังขึ้นเมื่อกี้ก็เพราะว่าแกล้งทำแค่นั่น
“ผมขอตัวไปดูงานลูกน้องก่อนดีกว่าครับ”
จอมราชเอ่ยของปลีกตัวขึ้นมาและเดินออกไปหาสองที่กำลังยืนคุยเรื่องรถกับลูกค้าอยู่ ลูกค้าคนนั้นแสดงสีหน้าเสียดายเล็กน้อยถึงแม้ว่าจอมราชจะไม่เห็นแต่จันจ้าวเห็น
จันจ้าวหันไปถลึงตาใส่ลูกค้าคนสวย ลูกค้าคนสวยก็สู้กลับไม่แพ้กัน
‘อย่านะ อย่ามาคิดที่จะสู้กับคนอย่างจันจ้าวนะเว้ย นี่จีบมาตั้งหลายปีแล้วคิวที่หนึ่งนะเว้ย ไปต่อคิวเลยไป๊’ จันจ้าวพูดออกไปโดยไม่ได้ส่งเสียง ลูกค้าคนสวยที่อ่านปากทันทำท่าทางเหมือนจะกรี๊ดแต่หยุดไว้ทัน
“ให้มันรู้ซะบ้างนี่ใคร นี่จันจ้าวนะเว้ย”
จันจ้าวพูดขึ้นมาคนเดียว และเหตุการณ์นี้คนที่เห็นก็คือพัชอีกเช่นเคย ยืนมองดูแล้วส่ายหน้า ๆ เกือบจะชิน เห็นเกือบจะชินแล้ว
13แล้วพี่จอมจะไปส่งหนูในฐานะอะไรจอมราชเอารถของจันจ้าวมาคืนเพราะว่าตอนที่จันจ้าวกลับจากอู่นั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เจษกรณ์ออกจากอู่พอดี เจษกรณ์เลยอาสามาส่งจันจ้าวที่บ้าน จันจ้าวเองก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะว่าหมดแรงในการขับรถแล้ว เพราะเขาคนนั้นคนเดียว!เมื่อขับรถมาถึงหน้าบ้านของจันจ้าวแล้วนั้นจอมราชเดินเข้าไปเลยโดยไม่ได้กดกริ่งแต่อย่างใด หันซ้ายหันขวามองหาเจ้าของบ้านแต่ไร้วี่แววเจ้าของบ้าน จนกระทั้งเดินไปหลังบ้านก็ได้ยินเสียงเมี้ยว ๆ ดังขึ้น เดินเข้าไปเรื่อย ๆ เห็นว่าเป็นคนที่ตนเองตามหาอยู่จันจ้าวกำลังนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กในมือก็ถืออาหารเปียกของแมวไว้ด้วย แมวตัวสีขาว คงจะเป็นแมวของข้างบ้านเพราะว่าบ้านของจันจ้าวนั้นไม่ได้เลี้ยงแมว‘เมี้ยว’ เสียงแมวร้องดังขึ้นมาและเดินมายังที่จอมราชยืนอยู่ค่อย ๆ เอาหัวไปถู ๆ บริเวณขาของจอมราช จันจ้าวหันตามแมวมาเห็นว่าใครมาบ้านของตนเองก็ตกใจอยู่“เอ้า พี่จอมจ๋ามาได้ยังไงล่ะจ๊ะ” จันจ้าวยืนขึ้นนำมือมาปัดเศษหญ้า เศษดินที่ติดกางเกง ก้าวเดินไปหาจอมราชที่กำลังก้มองแมวอยู่ “ไม่ลองอุ้มน้องล่ะจ๊ะ น้องน่ารักนะไม่ดื้อด้วย” จันจ้าวเห็นว่าอีกคนไม่อุ้มสักที ตนเองเลยตัดสิน
12จูบเบา ๆ เท่านั้น“แล้วใครเขาอยากกอดมึง”ตั้งแต่ที่จอมราชเอ่ยประโยคนี้มานั้นจันจ้าวก็ไม่ยอมให้จอมราชจับตัวอีกเลย กว่าจันจ้าวจะยอมให้จอมราชจับตัวได้ก็ต้องรอให้จันจ้าวนั้นหมดฤทธิ์ก่อน กลายเป็นว่าไม่ใช่แค่กอดแล้ว แต่กลายเป็นอุ้มแทนจอมราชเดินอุ้มคนน้องมายังบ้านพักหลังเล็กของตนเองที่อยู่หลังอู่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าน้องชายของตนเองยังไม่หลับ“อุ๊ย ๆ อุ้มกันมาแบบนี้เลยเหรอ” ถ้าไม่ติดว่าอุ้มจันจ้าวอยู่นั้นจอมราชก็คงจะเข้าไปเตะเจษกรณ์แล้ว“อย่ามากวนตีนนัก ไปเปิดประตูห้องให้กูหน่อย”“เอ้า แล้วเมื่อกี้ทำไมเปิดประตูบ้านได้”“เพราะมึงปิดไม่ดีไงไอ้เจษ ประตูมันอ้าอยู่กูก็ใช้ตีนเปิด อีกนิดกูก็จะใช้ตีนถีบมึงด้วย”“ครับ ๆ ไม่แซวแล้วครับ แต่อย่าเผลอผมแซวแน่” เจษกรณ์พูดไว้แค่นั้นก็รีบวิ่งไปเปิดประตูห้องนอนให้กับพี่ชายของตนเองทันที เมื่อเห็นว่าพี่ชายเดินเข้าไปแล้วก็วายหันหน้าไปยิ้มกริ่มพร้อมกับเอ่ยแซวอีกครั้ง “เบา ๆ นะเว้ยพี่จอม ผมนอนอยู่บ้านหลังนี้ด้วย”จอมราชที่วางคนน้องไว้บนเตียงเรียบร้อยแล้วก็หยิบหมอนได้ก็ปาไปทางประตูทันที แต่เจษกรณ์นั้นปิดประตูและวิ่งหนีไปก่อนจอมราชเดินเข้าไปในห้องน้ำกลับออ
11แล้วใครเขาอยากกอดมึงเรื่องราวของเหตุการณ์เมื่อคืนยังเป็นที่ถูกพูดถึงอยู่ตลอดจนเวลานี้เป็นเวลาสิบโมงกว่า ๆ แล้วคนในตลาดก็ยังคงพูดถึงทั้งจอมราชและพลอยใสจันจ้าวได้ยินแม่ค้า พ่อค้าพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ย่างก้าวเดินเข้ามาในตลาด จนเกือบจะสุดตลาดแล้วก็คงได้ยินตลอดแป๋วและนุชที่วันนี้มาเดินด้านในตลาดเป็นเพื่อนกับจันจ้าวนั้นได้แต่แอบมองหน้าของจันจ้าวเป็นระยะ ๆ คอยสังเกตสีหน้าของจันจ้าว แต่แล้วสีหน้าจันจ้าวที่ปรากฏให้เห็นนั้นมีแต่รอยยิ้ม ถึงแม้ว่าจะเป็นการยิ้มที่ดูฝืนก็เถอะ“พี่แป๋ว พี่นุชจ๊ะ จันว่าตรงนี้น่าจะไม่มีของอะไรที่เราต้องซื้อแล้วนะจ๊ะ เราเดินกลับกันไปดีไหมจ๊ะ” จันจ้าวหันหลังกลับมามองสองสาวที่เดินตามหลังอยู่ ก่อนที่จะเอ่ยประโยคเมื่อกี้ขึ้น“จ้ะน้องจัน วันนี้เราจะทำอะไรกินกันจ๊ะ ไหน ๆ ก็เป็นวันหยุดของพวกเราทั้งที”“นั้นสิจ๊ะ พี่อยากกินส้มตำ น้องจันว่าดีไหม” พี่นุชพูดขึ้นบ้าง“ก็ดีนะจ๊ะ เราทำกันเองดีกว่าไม่ต้องไปซื้อ จันจะได้โชว์ฝีมือการตำส้มตำให้พี่ ๆ ได้กิน ถึงแม้ว่าพี่ ๆ จะกินบ่อยแล้วก็เถอะ”“ฮ่า ๆ” สองสาวประสานเสียงขำ“งั้นเราไปซื้อมะละกอ และของที่ต้องใช้กันดีกว่าจ้ะ”“จ้ะ”ทั้งส
10คนที่จอมราชรีบไปหาวันนี้เป็นวันที่สองเข้าไปแล้วที่จันจ้าวนั้นกำลังหลบหน้าของจอมราช ตัวของจันจ้าวพยายามทำตัวเหมือนกับว่าตนเองไม่ว่างทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้ตนเองนั้นว่างตลอด จันจ้าวที่นั่งเหม่อ ๆ อยู่ภายในห้องนั่งเล่นที่บ้านของตนเอง ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์บ้านที่ดังขึ้น ทำให้ตนเองต้องเดินไปรับสายนั้นเพราะว่าแม่จ๋าออกไปขายขนมตั้งแต่ช่วงสาย ๆ แล้ว“ฮัลโหล...” จันจ้าวยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยค ปลายสายก็แทรกขึ้นมาก่อน“ฮัลโหลภา ภาเหรอนี่พี่เองนะ”พี่เองนะ? เสียงของพ่อเหรอจันจ้าวได้แต่นึกในใจของตนเองไม่ได้เอ่ยถามอะไรกลับไป เพราะกำลังฟังปลายสายพูดอะไรก็ไม่รู้อยู่“ภา ภาได้ยินพี่ไหม”“ผมไม่ใช่แม่จ๋าครับ แล้วแม่จ๋าก็ไม่อยู่ครับ”“จันจ้าวเองเหรอลูก นี่พ่อนะครับ”“มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”“พ่อจะมาคุยแม่เราเรื่องเดิมนั้นแหละลูก ที่พ่อขอเข้าไปอยู่ที่บ้านด้วย ไหน ๆ พ่อก็ได้คุยกับเราแล้ว เราอนุญาตพ่อใช่ไหมลูก”“อนุญาตอะไรครับ ผมไม่รู้เรื่อง ถ้าไม่มีอะไรผมขอวางสายก่อนนะครับ ผมไม่ว่าง”จันจ้าวพูดเพียงแค่นั้นก็เอาโทรศัพท์บ้านวางไว้ที่เดิมของมัน ส่วนตนเองก็เดินไปนั่งที่โซฟาของตัวเดิมพ่อเหรอ? แล้วเรื่องที่จะ
9จุมพิตฉบับจันจ้าวทั้งสองคนมุ่งหน้าสู่คอนโดของจันจ้าว โดยที่เจ้าของห้องในตอนนี้กำลังหลับไหลอยู่ปล่อยให้เจ้าของอู่อย่างจอมราชที่รับหน้าที่เป็นคนขับรถในตอนนี้ต้องอยู่คนเดียว จอมราชร้องเพลงคลอไปพร้อมกับเสียงเพลงเบา ๆ เพื่อไม่ให้รบกวนคนที่กำลังนอนหลับฝันดีเพียงชั่งครู่ก็มาถึงคอนโดของจันจ้าวแล้วเรียบร้อย คอนโดนี้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่หน้าป้อมยามสองคน จอมราชเลยอุ่นใจมากขึ้น เพราะในตอนแรกที่รับรู้ว่าคนน้องจะมาอยู่คอนโดก็กลัวว่าที่พักจะไม่ปลอดภัย แต่ปรากฏว่าเมื่อตนเองได้มาดูลาดเลาไว้บ้างแล้วก็รับรู้ได้ว่าปลอดภัยดี พนักงานรักษาความปลอดภัยที่จำหน้าของจอมราชได้ก็ปล่อยให้อีกคนได้เข้าไปโดยที่ไม่ได้ถามอะไรมากมายนักตอนแรกกะไว้ว่าจะปลุกคนน้องให้เดินขึ้นไปบนห้องแบบดี ๆ แต่ดูจากการนอนหลับแล้วคงจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นง่าย ๆ เลยตัดสินใจอุ้มคนน้องไว้ในท่าเจ้าสาวแทน จอมราชเดินผ่านเข้าประตูไปได้เพราะมีคนกำลังเดินเข้าพอดี ยืนรอเพียงสองนาทีลิฟต์ก็ลงมายังชั้นล่างเรียบร้อยแล้ว จอมราชเดินเข้าไปยืนอยู่หลัง ๆ ของลิฟต์ถึงแม้ว่าจะมีคนหันมามองดูบ้างแต่จอมราชไม่ได้สนใจอะไรมากนัก จอมราชได้เอ่ยปากฝากคนที่ยืนอยู
8จันจ้าวมีคนมาจีบ จันจ้าวกำลังนอนหลับขณะที่อาจารย์สอนอยู่ถึงแม้ว่าตนเองกำลังนอนฟุบกับโต๊ะแต่หูนั้นยังคงได้ยินเสียงรอบข้างอยู่ เพื่อนสนิทของตนเองมักจะคุยกันเรื่องที่อาจารย์กำลังสอน แต่บางกลุ่มที่กำลังนั่งคุยเรื่องของรุ่นพี่ที่เพิ่งเดินผ่านไปไม่นาน จันจ้าวเองที่ได้ยินเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ตนเองเกิดความสนใจอยากจะรู้เรื่องด้วยเลยเงยหน้าขึ้นหันไปมองเพื่อนสนิททั้งสองคน “ใครมา” “พี่แชมป์เดินผ่านไปเมื่อกี้” นะโมเอ่ยตอบกลับและก้มหน้าลงไปจดชีทสรุปแบบเดิมโดยที่ไม่ได้สนใจมากมายนัก ส่วนจันจ้าวเองก็แค่พยักหน้าตอบ แค่อยากรู้เท่านั้นแหละว่าใครเดินผ่าน แต่ต่อให้ใครเดินผ่านไปก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตนเองอยู่ดี จันจ้าวเลยฟุบนอนไปกับโต๊ะแบบเดิม เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงได้เวลาเลิกเรียนแล้วทั้งสามคนเก็บกระเป๋าพร้อมที่จะลงไปหาอะไรทานที่โรงอาหาร ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะบ่ายสองแล้วไม่รู้ว่าที่โรงอาหารของคณะจะมีอะไรให้ทานอีกไหม หรือทุกอย่างจะหมดแล้ว “ไปกันเถอะ” ปุบฝ้ายหันไปมองเพื่อนสนิททั้งสองคนและเอ่ยขึ้นมา ทั้งสองคนที่อยู่ด้านหลังก็พยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับเ







